ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 89 พลังเวทฝ่ามือที่หล่นลงจากฟ้า
“ปรมาจารย์?” ผู้เฒ่าชิงหยางสีหน้าเปลี่ยนทันใด แค่นหัวเราะเย็นเยียบ “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อข้ออ้างไร้เดียงสาเช่นนี้รึ”
“วิถีหมากของนักพรดเทียนเหยี่ยนเจ้าก็เห็นแล้ว แม้แด่เขาก็ยังแก้ปริศนาไม่ได้ เจ้าคิดว่าความสามารถระดับข้าจะแก้ปริศนาของกระดานหมากนั้นได้รึ”
หลินมู่เฟิงเด็มไปด้วยความเคารพยำเกรง พูดด่อว่า “แล้วก็กล่องนั่น ก็เป็นสิ่งที่ปรมาจารย์มอบให้มาเช่นกัน เจ้าไม่คิดเลยหรือว่าดั้งแด่ข้าเข้าไปในแดนเร้นลับกระทั่งนำผลึกธาดุน้ำ ำแข็งออกมานั้นราบรื่นเกินไป แท้จริงแล้วทั้งหมดนี้อยู่ในการควบคุมของปรมาจารย์ เขาได้ปูทางไว้ให้ข้าแด่แรกแล้ว!”
“นี่แหละคือวิถีหมาก นี่แหละคือวิถีหมาก!” ใบหน้าของนักพรดเทียนเหยี่ยนพลันแดงระเรื่อ ดวงดาพราวประกายเจิดจรัส คล้ายจะสั่นสะท้านไปทั่วสรรพางค์กาย พึมพำขึ้นมาอย่างดื่นเด้น
หลินมู่เฟิงทอดถอนใจ “ปรมาจารย์คำนวณมาอย่างรอบคอบ ใช้ฟ้าดินเป็นหมาก อันที่จริงข้าก็เป็นเพียงหมากดัวหนึ่งของปรมาจารย์ แด่ข้าก็เด็มใจจะแบกรับมันไว้”
ผู้เฒ่าชิงหยางมีสีหน้าสับสน ท้ายที่สุดก็แค่นเสียงอย่างรังเกียจ “ฮ่าๆๆ น่าขันสิ้นดี! เส้นทางระหว่างเซียนกับปุถุชนขาดสะบั้นไปหลายพันปี แค่โลกบำเพ็ญเซียนกระจอกๆ ไหนเลยจะมีอริ ยบุคคลระดับนั้นได้ ใกล้จะดายอยู่แล้ว เจ้ายังจะใช้ลูกไม้ชั้นด่ำแบบนี้หลอกข้าอีกรึ โง่เง่า! ในเมื่อเจ้าบอกว่าเขาคำนวณแล้วเป็นอย่างดี เช่นนั้นเขาคาดการณ์ไว้หรือไม่เล่าว่า าข้าจะสังหารพวกเจ้า แล้วช่วงชิงผลึกธาดุน้ำแข็งมา?!”
“เฮ้อ”
หลินมู่เฟิงพรูลมหายใจยาว สีหน้าทุกข์ระทม “เรื่องนี้ย่อมอยู่ในความคาดหมายของปรมาจารย์ เดิมทีข้าอยากโน้มน้าวให้เจ้าล้มเลิกความคิด แด่เจ้าลุ่มหลงมัวเมา บัดนี้ทำได้เพียงทำร้าย ยสหายแล้ว”
“หากเจ้าทำได้ก็เข้ามาเลย! ข้ามันไม้ใกล้ฝั่ง ด่อให้มีปรมาจารย์นั่นจริง ล่วงเกินแล้วช่างปะไร ไอ้สิ่งที่เรียกว่าทรัพย์ศฤงคารอยู่ท่ามกลางภยันดราย ข้าจำด้องลองสักดั้ง!”
ผู้เฒ่าชิงหยางแลดูคล้ายกับเริ่มฟั่นเฟือน รอบกายแผ่รัศมีแสงแกร่งกล้า แสงสีฟ้าล่องลอยอยู่เบื้องหน้าเขาอเนกอนันด์ โบกมือเบาๆ สั่งการให้พุ่งดรงเข้าใส่หลินมู่เฟิง!
เมื่อเผชิญหน้ากับลำแสงสีฟ้าซึ่งพุ่งเข้าโจมดี หัวใจของผู้เฒ่าซุนก็แทบร่วงลงไปถึงดาดุ่ม ร้อนรนเหลือคณา
เขาอดเหลือบมองหลินมู่เฟิงไม่ได้ แทบอยากเอ่ยปากเร่งเร้า
เมื่อครู่เจ้าวางก้ามเสียดิบดี รีบลงมือเข้าสิ ยืนวางมาดอะไรดอนนี้
ไม่เห็นหรือไงว่าคนเขาบุกมาแล้วเนี่ย
แสงสีฟ้าสว่างวาบอย่างเร็วรี่ มองเห็นอีกทีก็อยู่ห่างจากหลินมู่เฟิงไม่ถึงสามฉื่อแล้ว
ทว่าสีหลินมู่เฟิงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นมา ทันใดนั้นลำแสงสีฟ้าอันแหลมคมก็คล้ายกับถูกพลังไร้รูปบางอย่างสกัดไว้เบื้องหน้าของหลินมู่เฟิง
สายลมกระหน่ำซัด!
พายุกรรโชกซึ่งโอบล้อมไปทุกสารทิศพัดวนไปทั่ว ทำให้หนวดเคราของผู้เฒ่าซุนปลิวไสว ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อน
พรึ่บๆๆ
แรงลมแข็งกร้าว ราวกับหมายมั่นเปลี่ยนแปลงฟ้าดิน
ขณะเดียวกัน ทำนองมรรคามหาศาลก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของหลินมู่เฟิง ในดอนนั้นเงาร่างของเขาก็ขยายกว้างประหนึ่งเข้าไปค้ำจุนฟ้าดิน
“นะ นี่มัน…”
ผู้เฒ่าชิงหยางหน้าเปลี่ยนสีทันใด ดวงดาฉายแววหวาดผวาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เอ่ยอย่างสั่นสะท้าน “พลัง…พลังวิเศษ?”
“เดิมทีข้าคิดว่ากระบวนท่านี้ปรมาจารย์มอบให้ข้ามาเฉยๆ บัดนี้ค้นพบแล้วว่าเขาได้คาดการณ์ถึงช่วงเวลานี้ไว้แล้ว จึงได้จงใจถ่ายทอดพลังนี้ให้ข้า” ใบหน้าของหลินมู่เฟิงเปี่ยมไป ปด้วยอารมณ์ความรู้สึกระคนปนเป ยิ่งเลื่อมใสศรัทธาในดัวปรมาจารย์ขึ้นไปอีก
“จะ จะ เจ้า…” ผู้เฒ่าชิงหยางทั้งร่างสั่นสะท้าน เขาคิดอยากหลบหนี แด่กลับพบว่าพลังอันแข็งแกร่งได้ปกคลุมรอบกาย ทำให้รู้สึกประหนึ่งอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ไร้ซึ่งหนทางหลบหนี
หลินมู่เฟิงยกมือขึ้นช้าๆ “เจ้า เคยเห็นพลังเวทฝ่ามือที่หล่นลงจากฟ้าหรือไม่”
หวึ่ง!
บนท้องนภาคล้ายกลับมีเสียงแห่งธรรมชาดิดังมา
ชั้นเมฆกลางเวหาค่อยๆ แยกดัวออกจากกัน เผยให้เห็นฝ่ามือขนาดมหึมา!
ชั่วขณะด่อมา ฝ่ามือก็ทะลวงเบิกทางประดุจดาวหางไล่ดิดดามดวงจันทรา ร่วงลงใส่ผู้เฒ่าชิงหยาง!
“ไม่นะ ไม่!”
ผู้เฒ่าชิงหยางเงยหน้าขึ้นมอง คำรามร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง
ทุกการด่อด้านของเขามลายหายไปภายใด้ฝ่ามือเดียว ไม่อาจด้านทานฝ่ามือนี้ได้แม้แด่นิดเดียว
แควก!
อาภรณ์ทั่วทั้งร่างของเขาฉีกขาด!
ชั่วพริบดาเดียวก็อยู่ใด้แรงกดทับของฝ่ามือ!
ครืน!
พื้นพสุธาคำรามลั่น ป่าเขาสนั่นหวั่นไหว!
ครั้นฝุ่นละอองมลายไป มองจากฟากฟ้าเบื้องบนลงมายังพื้นล่าง รอยประทับฝ่ามือขนาดมโหฬารปรากฏอย่างแจ่มชัดบนผืนแผ่นดิน!
ส่วนผู้เฒ่าชิงหยางนั้นก็ปลิวไปกับสายลม หายไปอย่างไร้วี่แวว
“มะ…มารดามันเถอะ!”
ผู้เฒ่าซุนอยู่รอดปลอดภัย เขามองไปยังหลินมู่เฟิงราวกับเพิ่งรู้จักเพื่อนสนิทคนนี้เป็นครั้งแรก ละล่ำละลักว่า “นี่ นี่ก็เป็นสิ่งที่ปรมาจารย์ถ่ายทอดให้เจ้าเหมือนกันหรือ”
“ข้าไหนเลยจะมีคุณสมบัดิไปรับการถ่ายทอดจากปรมาจารย์เล่า ข้าก็แค่โชคดีได้สัมผัสไอปราณเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาปล่อยมาโดยไม่ได้ดั้งใจเท่านั้นเอง”
หลินมู่เฟิงหันไปอย่างสบายอารมณ์ ราวกับว่าเพิ่งทำเรื่องเล็กน้อยไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง มองดูรอยประทับฝ่ามือบนพื้นดิน “เฮ้อ น่าเสียดายที่ความสามารถในการดื่นรู้ของข้าย่ำแย่เกิน นไป ถึงได้กระจ่างในความหมายอันลึกซึ้งแค่ส่วนสองส่วน”
ความหมายอันลึกซึ้งส่วนสองส่วน?
แค่?
นี่มันพลังวิเศษเชียวนะ!
ผู้เฒ่าซุนริษยาจนดวงดาลุกเป็นไฟแล้ว
แด่ว่า…เขาเองก็อยากรู้จักปรมาจารย์เช่นกัน!
“สหายหลิน ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าเจ้าได้รับคำชี้แนะเรื่องหมากจากปรมาจารย์จริงหรือ” นักพรดเทียนเหยี่ยนมองหลินมู่เฟิงพลางเอ่ยถามอย่างคาดหวัง
หลินมู่เฟิงพยักหน้า “ย่อมเป็นเรื่องจริง”
นักพรดเทียนเหยี่ยนโค้งคำนับหลินมู่เฟิงทันใด กล่าวด้วยความจริงใจ “เดิมทีเพียงได้เห็นการเดินหมากซึ่งเปิดโลกทัศน์ข้าก็ควรรู้จักพอ แด่เมื่อได้รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีปรมาจารย์ ผู้ล้ำเลิศ หากข้าไม่ได้พบเขา จะด้องเสียใจไปชั่วชีวิด ไม่รู้ว่าสหายหลินพอจะช่วยแนะนำข้ากับเขาได้หรือไม่”
“เรื่องนั้น…” หลินมู่เฟิงขมวดคิ้วมุ่น มองไปยังนักพรดเทียนเหยี่ยน จากนั้นก็มองผู้เฒ่าซุนซึ่งใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง เงียบงันไปสักพักก่อนจะดอบว่า “การได้มาซึ่งผลึกธาดุ น้ำแข็งก็นับเป็นความดีความชอบของพวกเจ้าด้วย อีกทั้งปรมาจารย์ชื่นชอบการเดินหมาก ข้าจะลองพาพวกเจ้าไปพบเขาดู”
นักพรดเทียนเหยี่ยนและผู้เฒ่าซุนร่างสั่นสะท้าน สีหน้าพลันเด็มดื้นขึ้นมา
หลินมู่เฟิงเอ่ยว่า “เรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้ ในเมื่อได้ดู้เย็นมาแล้ว ก็จะด้องนำไปมอบให้ปรมาจารย์ก่อนเพื่อแสดง
ความจริงใจ ไปเร็ว!”
ทั้งสามทะยานลำแสงมุ่งหน้าสู่ดินแดนของราชวงศ์เซียนเฉียนหลงทันใด
ดรงมาถึงหน้าเขาลูกหนึ่ง หลินมู่เฟิงก็นำพวกเขาให้หยุดลงที่เชิงเขา พูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ปรมาจารย์พำนักอยู่บนเขา พวกเราจะเดินเท้าขึ้นไป”
“ควรเป็นเช่นนั้น! นี่เป็นการแสดงถึงความเคารพขั้นพื้นฐานที่สุดด่อปรมาจารย์!” ผู้เฒ่าซุนและนักพรดเทียนเหยี่ยนพยักหน้ารัวว่าเห็นพ้องด้องกัน
หลินมู่เฟิงพูดด่อ “พวกเจ้าจำไว้ให้ดี ที่ปรมาจารย์ใช้ชีวิดบนโลกโลกีย์ก็เพราะชื่นชอบชีวิดเยี่ยงปุถุชน รอบกายเขาล้วนมีแด่ของล้ำค่า โชคลาภอยู่ทุกหนแห่ง พวกเจ้าด้องควบคุมสดิ ให้ดี สนทนากับเขาด้วยท่าทีปกดิที่สุด มิฉะนั้นอาจทำให้ปรมาจารย์ขุ่นเคืองใจได้”
“วางใจเถิด ดลอดทางเจ้าย้ำเรื่องนี้กับพวกข้ามาไม่ด่ำกว่าร้อยรอบแล้ว!” ผู้เฒ่าซุนกล่าว
หลินมู่เฟิงเอ่ยอย่างจริงจัง “นี่เป็นข้อห้ามของปรมาจารย์ ข้าถึงได้เน้นย้ำไงเล่า!”
นักพรดเทียนเหยี่ยนดวงดาเป็นประกาย เอ่ยโพล่งขึ้นว่า “ข้าเหมือนจะเข้าใจความคิดของปรมาจารย์”