ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 90 ประชันความขี้ประจบ
เจ้าเข้าใจ?
หลินมู่เฟิงและผู้เฒ่าซุนมองไปยังนักพรตเทียนเหยี่ยนพร้อมกัน
“โอ้? รีบเล่าให้พวกข้าฟังเร็ว” ผู้เฒ่าซุนกล่าวด้วยความฉงนสนเท่ห์
“อันที่จริง ข้าก็มีสภาวะเช่นนี้เหมือนกัน” นักพรตเทียนเหยี่ยนยิ้มเอ่ย “ผู้บำเพ็ญตนอย่างพวกเรา ไม่มีใครเกิดมาแล้วเป็นเซียนได้ แรกเริ่มก็ลงมาในร่างปุถุชน ข้ามักจะคิดอยู่เ เสมอว่าถ้าหากข้าบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จเป็นเซียนจริง ชีวิตอันยุ่งยากเช่นนี้ก็จะสิ้นสุดลง ได้กลับมาเป็นปุถุชนอีกครา ใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนโดยไร้กังวล เป็นอิสรเสรี ท่องเที่ยวไ ไปในโลกมนุษย์อย่างเพลิดเพลินใจ”
“มีเหตุผล มีเหตุผล!”
ผู้เฒ่าซุนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “เมื่อเป็นเช่นนั้น ในเมื่อใจอยากกลับสู่โลกีย์ ย่อมต้องชมชอบการผูกมิตรอย่างปุถุชน หากถูกคนมองพิรุษออกก็อาจรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจเป็นแน น่”
ก็เหมือนกับมหาเศรษฐีคนหนี่งมายืนต่อหน้าเจ้า บอกเจ้าว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดา มิได้ฝักใฝ่ในทรัพย์ศฤงคาร เจ้าจะกล้าลุกขึ้นยืนตอบโต้กับเขาต่อหน้า หักหน้าเขาหรือ
ไม่ เจ้าไม่กล้าหรอก! ไม่เพียงไม่กล้า มิหนำซ้ำยังต้องเล่นตามน้ำไปกับเขาอีก
หลินมู่เฟิง “เอาละ ไม่ต้องพูดแล้ว! ข้างหน้าก็ถึงแล้ว!”
ผู้เฒ่าซุนและนักพรตเทียนเหยี่ยนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง แม้แต่ลมหายใจก็คอยระแวดระวัง รู้สึกเพียงว่ามือเท้าเย็นเฉียบ กระวนกระวายสุดขีดประหนึ่งนักเรียนซึ่งกำลังจะเข้าห้องสอบ
“ทำใจสบายๆ ปรมาจารย์คุยง่าย” หลินมู่เฟิงเอ่ยปลอบ
จากนั้นเขาก็เดินขึ้นหน้า เอ่ยขึ้นอย่างจริงใจ “คุณชายหลี่อยู่บ้านไหม”
“แกร็ก!”
ผู้ที่มาเปิดประตูก็คือเสี่ยวไป๋ สายตาของมันกวาดไปยังทั้งสาม ก่อนจะเอ่ยว่า “ยินดีต้อนรับ”
นี่ก็คืออาวุธวิญญาณใช่ไหม น่ากลัวจริงๆ ด้วย!
ภายในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวเมื่อครู่ ผู้เฒ่าซุนและนักพรตเทียนเหยี่ยนก็รู้สึกว่าเกร็งไปทั้งร่างอย่างห้ามไม่อยู่
ราวกับว่าถูกอาวุธวิญญาณอ่านใจออกอย่างทะลุปรุโปร่ง
พวกเขารีบยิ้มน้อยๆ อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
หลินมู่เฟิงเองก็พูดขึ้นมาอย่างนบนอบ “สวัสดีเสี่ยวไป๋ ข้ามีนามว่าหลินมู่เฟิง เป็นเพื่อนกับคุณชายหลี่”
“ข้าจำท่านได้” เสี่ยวไป๋พยักหน้า หันข้างเอ่ยเชื้อเชิญ “เข้ามาเถิด”
“รบกวนแล้ว”
หลินมู่เฟิงและอีกสองก้าวเข้าไปในเรือนสี่ประสานอย่างระมัดระวังในทันที
เรือนสี่ประสานมิได้เปลี่ยนไปจากเมื่อหลายวันก่อนเท่าไรนัก ทว่ากลับให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปมาก
ทันทีที่เข้าไปในเรือนสี่ประสาน ก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นแตะจมูก กลิ่นหอมนี้มิใช่กลิ่นหอมรัญจวนทั่วไปของมวล
บุปผา หากแต่เป็นกลิ่นหอมของโอสถ!
ชวนให้พวกหลินมู่เฟิงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง สติสัมปชัญญะโล่งโปร่งสบาย
พวกเขาเหลือบไปมองโอสถวิเศษหญ้าเซียนในเรือนอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจเริ่มเต้นระรัวกว่าเดิม
โอสถวิเศษหญ้าเซียนเหล่านี้เติบโตได้ดีเกินกว่าจินตนาการได้ แต่ละต้นงอกงามดี กลิ่นหอมเย้ายวนประสาทสัมผัส ราวกับกำลังแย่งชิงความโปรดปรานจากคุณชายหลี่
ถึงขั้นที่หลินมู่เฟิงเห็นโอสถวิเศษต้นหนึ่งซึ่งเดิมทีไม่เคยออกดอก บัดนี้กลับผลิดอกออกมาเสียอย่างนั้น…
ช่างประจบประแจงเสียจริง!
หลินมู่เฟิงพลันเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาทันที สู้ไม่ได้ สู้ไม่ได้
หลี่เนี่ยนฝานกำลังเดินหมากอยู่กับต๋าจี่ ทันทีที่เห็นหลินมู่เฟิงก็คลี่ยิ้ม “โอ้ ผู้เฒ่าหลินมาหรือ ยินดีต้อนรับ”
“คำนับคุณชายหลี่ แม่นางต๋าจี่”
หลินมู่เฟิงรีบอวดของขวัญในทันที พร้อมเอ่ยว่า “คุณชายหลี่ ครั้งก่อนได้ยินท่านบอกว่ายังไม่มีตู้เย็น พอดีข้าโชค
ดีได้ของเล่นมาใหม่ จึงนำมาให้”
“โอ้? ตู้เย็นมาแล้วหรือ”
หลี่เนี่ยนฝานดวงตาเป็นประกาย พูดขึ้นมาอย่างตั้งหน้าตั้งตารอ
“อยู่ในนี้” หลินมู่เฟิงหยิบกล่องอาหารออกมาส่งให้หลี่เนี่ยนฝาน “ยังมีกล่องอาหารในครั้งก่อน ข้านำมาพร้อมกันทีเดียวเลย”
ความประทับใจที่หลี่เนี่ยนฝานมีต่อหลินมู่เฟิงยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก
ดูสิ เป็นคนที่มารยาทดีจริงๆ เลย
กล่องอาหารประเภทใช้แล้วทิ้งยังนำมาคืนตนเลย อีกทั้งครั้งก่อนตนก็แค่พูดถึงตู้เย็นไปเรื่อยเปื่อยแค่ประโยคเดียว เขากลับจำใส่ใจ แถมยังตั้งใจนำมาให้ตนอีกต่างหาก
ตัวฉันเมื่อก่อนคิดว่าโลกบำเพ็ญเซียนนั้นแสนอันตราย รบราฆ่าฟันกันทุกแห่งหน ที่แท้ฉันก็เข้าใจผิดไปเองสินะ
หลี่เนี่ยนฝานรับกล่องอาหารมา พลางมองดูผลึกหกเหลี่ยมข้างในด้วยความสนใจใคร่รู้
ผลึกนี้งดงามเหลือเกิน ส่องประกายแสงสีฟ้าคราม ข้างในคล้ายกับมีแสงโคจรอยู่ด้วย สวยงามสะดุดตา
“แกร็ก!” หลี่เนี่ยนฝานเปิดฝากล่องออก
“คุณชายหลี่…” หลินมู่เฟิงกำลังจะบอกให้หลี่เนี่ยนฝานระวังไอเย็นจากผลึกธาตุน้ำแข็ง แต่กลับพบว่าหลี่เนี่ยนฝานหยิบผลึกธาตุน้ำแข็งออกมา แถมยังนำมาถือไว้บนฝ่ามือด้วย
ในตอนนั้นเขาจำต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไป
ผลึกนั้นเย็นเฉียบยามอยู่ในมือ ให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน ทันใดนั้นความเย็นเบาบางก็ส่งผ่านมา ทำให้หลี่เนี่ยนฝานรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะสดชื่นขึ้นมา
กระนั้น หัวคิ้วของหลี่เนี่ยนฝานก็ขมวดน้อยๆ เอ่ยว่า “แต่ว่า อุณหภูมิเหมือนจะสูงเกินไปสักหน่อย ใช้เป็นตู้เย็นไม่
ได้หรอก”
พูดไม่ทันขาดคำ ก็สัมผัสได้ว่าอุณหภูมิของผลึกแก้วในมือก็พลันลดฮวบ เป็นความหนาวเหน็บกัดกินกระดูก
“ของดี” หลี่เนี่ยนฝานลิงโลดขึ้นมา “ข้าควรจะเดาออกแต่แรกแล้วว่าเจ้านี่สั่งการด้วยเสียงได้! ทีนี้ก็ดีละ ไม่เพียงใช้เป็นตู้เย็นได้ แต่ยังใช้เป็นเครื่องปรับอากาศได้ด้วย ไม่เลวๆ”
เขาจึงรีบนำตู้เย็นไปวางบนภูเขาจำลองข้างลำธารในทันที
เอ่ยว่า “ลดอุณหภูมิลงหน่อย”
ฟู่ๆๆ
ไอเย็นระลอกหนึ่งพ่นออกมา น้ำในลำธารรอบข้างถูกแช่แข็ง ค่อยๆ เปลี่ยนสถานะเป็นน้ำแข็ง
หลินมู่เฟิงและอีกสองคนมองดูเจ้าผลึกธาตุน้ำแข็งซึ่งกำลังทุ่มเทแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ ลอบบริภาษในใจพร้อมกัน ‘ไอ้ขี้ประจบ!’
ก่อนหน้านี้ทรงพลังน่าเกรงขาม ครั้นมาอยู่ข้างกายปรมาจารย์ก็รีบแสร้งทำเป็นปกติ ไร้เดียงสาซะไม่มี แหวะ!
“ประมาณนี้แหละ” หลี่เนี่ยนฝานมองตู้เย็นอย่างพึงพอใจยิ่งกว่าสิ่งใด ก่อนจะพูดกับหลินมู่เฟิงว่า “ลำบากผู้เฒ่าหลินแล้ว”
“เรื่องเล็กน้อย คุณชายหลี่เกรงใจแล้ว” หลินมู่เฟิงรีบตอบ
เขาตื่นเต้นอยู่ในใจ ดูแล้วคุณชายหลี่จะพออกพอใจกับผลงานของตนนะ ทำได้ดีมาก จุดสูงสุดของชีวิตอยู่ไม่ไกลแล้ว!
“จริงสิ กล่องใบนี้เดิมทีเป็นของที่ใช้แล้วทิ้งน่ะ ท่านไม่ต้องคืนข้าหรอก อย่างไรเสียก็ไม่ได้มีประโยชน์แล้ว” หลี่เนี่ยนฝานโยนกล่องอาหารทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจแม้แต ต่น้อย
หลินมู่เฟิงและคนอื่นๆ ก็พลันลมหายใจหนักหน่วง ดวงตาเบิกกว้าง จับจ้องไปยังกล่องอาหารใบนั้นไม่วางตา ราวกับได้สูญเสียความสามารถในการขบคิดไปฉับพลัน
ไม่เอาแล้ว?
ใช้แล้วทิ้ง?
นี่เป็นถึงของล้ำค่าประเมินราคาไม่ได้เชียวนะ เรียกได้ว่าเป็นของวิเศษชั้นเลิศที่ใช้เก็บสมบัติล้ำค่าได้ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งรึ?
ช่าง…ฟุ่มเฟือยเกินจินตนาการเสียจริง
โลกของผู้ยิ่งใหญ่เขาทำกันแบบนี้หรือ
หลินมู่เฟิงหัวใจเต้นระส่ำ ขบกรามแน่น รีบไปแอบเก็บกล่องอาหารซึ่งถูกโยนทิ้งขว้างขึ้นมา
ขยะชิ้นนี้ข้าขอก็แล้วกัน!
“เอ่อ…คุณชายหลี่” หลินมู่เฟิงปรับอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยแนะนำ “สองท่านนี้เป็นเพื่อนของข้า เขามีนามว่าซุนเชียนซาน อีกคนหนึ่งผู้คนขนานนามว่านักพรตเทียนเหยี่ยน มีฝีมือในการ เดินหมากอยู่บ้าง”
ซุนเชียนซานและนักพรตเทียนเหยี่ยนลุกขึ้นพูดพร้อมกัน “คำนับคุณชายหลี่”
“อ้อ? เดินหมากได้?”
หลี่เนี่ยนฝานดวงตาพราวประกายทันใด มองไปยังนักพรตเทียนเหยี่ยน และพบว่าเขาแต่งกายตามแบบฉบับของอารยชนจริงๆ
จึงนึกคันไม้คันมือขึ้นมา “เช่นนั้นตอนนี้พวกเรามาลองกันหน่อยไหม”
กว่าจะได้ ในที่สุดก็มีคนมาเดินหมากด้วยแล้ว ทีนี้เขาจะเล่นให้หนำใจเลย
นักพรตเทียนเหยี่ยนย่อมยินดียิ่ง ปลื้มปริ่มขึ้นมาทันใด รีบพูดขึ้นว่า “ตั้งใจเช่นนั้นพอดี เทียนเหยี่ยนไม่เก่งกาจ”
ดูท่าทางน่าตื่นเต้น เป็นไปได้มากว่าเขาจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบหมากล้อมเหมือนกัน งานนี้สนุกแน่
หลี่เนี่ยนฝานคาดหวังเต็มที่ นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับนักพรตเทียนเหยี่ยน จัดแจงวางกระดานหมากทันใด
หลี่เนี่ยนฝานยกมือขึ้นประสาน “ท่านเป็นแขก ใช้หมากสีขาวเริ่มเดินก่อนเถิด”
นักพรตเทียนเหยี่ยนรู้ดีว่าตนยังห่างไกลกับการเป็นคู่ต่อสู้ของปรมาจารย์ ฉะนั้นจึงไม่ได้อ่อนข้อ หยิบหมากสีขาวขึ้นมา มองไปยังกระดานหมาก…