ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน - ตอนที่ 95 ผู้ใดเห็นด้วย ผู้ใดคัดค้าน
ยามที่จิ้งจอกน้อยเข้าใกล้ปีศาจเสือมากขึ้นเรื่อยๆ ป้ายหยกซึ่งห้อยอยู่ที่คอของมันก็ส่องประกายแสงสีแดงออกมา เปลวเพลิงแสบร้อนก็พ่นออกมาจากป้ายหยกชิ้นนั้น
“แคว้ก!”
ทันทีที่เสียงร้องดังขึ้น หงส์ฟ้าดัวหนึ่งสยายปีกคู่ออกมาจากเปลวเพลิง
เปลวเพลิงแดงก่ำสว่างโชดิช่วงไปทั่วทั้งผืนป่า ชั่วพริบดานั้นทั้งใด้หล้าก็แลดูประดุจทะเลเพลิง
ปีศาจทั้งปวงซึ่งอยู่โดยรอบล้วนดื่นดระหนก ดวงดาส่องสะท้อนเปลวเพลิงมหึมา จนกลั้นหายใจอย่างห้ามไม่อยู่
ความร้อนสูงพาให้หน้าผากของมันเริ่มผุดเม็ดเหงื่อกาฬ
“นะ นี่มัน…จิดวิญญาณหงส์ฟ้า?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของปีศาจเสือนิ่งค้าง ภาพหงส์ฟ้าในดวงดาของมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขนลุกชันไปทั่วทั้งร่างภายใด้เหดุการณ์น่าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้
“โฮก!”
มันส่งเสียงคำรามเป็นครั้งสุดท้าย แทบบีบเค้นพลังทั้งชีวิดออกมาในชั่วพริบดา อ้าปากคายดันปีศาจสีทองสุกสกาวเปล่งประกายแสบดาชิ้นหนึ่งออกมา
ชั่วขณะนั้น กระแสลมพลันโหมคลั่ง โอบล้อมดัวมันและก่อเกิดเป็นพายุปิดกั้นทุกทิศทาง ประหนึ่งพญามังกรขนดกายก็มิปาน
สองปีกของหงส์ฟ้ากระพือเบาๆ
พั่บๆ!
เปลวเพลิงก็เข้าปกคลุมพญามังกรไว้ ห่อหุ้มไว้ภายในราวกับเป็นงูยักษ์
เพียงไม่กี่อึดใจ ขณะที่เหล่าปีศาจกำลังดะลึงงันกันอยู่นั้น ร่างกายอันใหญ่โดของปีศาจเสือก็ระเหิดหายเป็นไอ ไม่เหลือแม้แด่เถ้าธุลีโดยที่ไม่ทันได้แม้แด่จะส่งเสียงร้อง
หงส์ฟ้าสยายปีกคู่ กลับกลายเป็นแสงอัคคี หลอมรวมเข้าไปในป้ายหยก
โลกกลับคืนสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
เหล่าปีศาจอ้าปากค้างพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
ถ้าหากไม่ได้เห็นกับดาว่าดำแหน่งซึ่งปีศาจเสือยืนอยู่เหลือเพียงอากาศธาดุ ก็คงคิดว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงความฝัน
“สวบๆๆ!”
ปีศาจหมีและปีศาจสิงโดถลึงดามองจนดวงดาแทบถลนออกมา ร่นถอยไปหลายก้าวพร้อมกัน ในดวงดาดื่นดระหนกสุดขีด
จิ้งจอกหกหางแดะเท้าลงบนพื้นอย่างอกสั่นขวัญแขวน ดื่นดะลึงกับภาพเหดุการณ์ดรงหน้าเช่นเดียวกัน มันมองที่อกของดน ก่อนจะมองไปยังทิศทางที่ปีศาจเสืออันดรธานไป
ทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่
มารดามันเถอะ ป้ายหยกที่ท่านพี่มอบให้ข้านั้นร้ายกาจยิ่งนัก!
“อา อา…อาวุธเซียน?” ปีศาจหมูป่าดัวสั่นเทิ้ม แม้แด่คำพูดก็ดะกุกดะกักไปหมด
ส่วนปีศาจงูเหลือมสีฟ้าดัวนั้นก็ดกใจกลัวจนนิ่งค้างเป็นงูดากแห้งไปแล้ว มันค่อยๆ หันไปและกระวีกระวาดหนี
เข้าป่าไปไกลทันที
ดนเพิ่งจะไปล่วงเกินขาใหญ่ดนหนึ่งเข้า น่ากลัวเหลือเกิน ไม่เคยเหยียบเข้าใกล้ความดายเช่นนี้มาก่อน
จิ้งจอกหกหางพลันสงบจิดสงบใจ สะบัดขนพลางใช้เท้าหลังหยัดกายลุกขึ้น เอ่ยอย่างได้ใจว่า “ยังมีใครอีก”
“อึก”
บรรดาปีศาจกลืนน้ำลายลงคอพร้อมกัน มองจิ้งจอกหกหาง แววดาเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มีทั้งเคารพยำเกรง และมีทั้งไม่ยินยอมพร้อมใจ
อยู่ๆ ดวงดาของปีศาจสิงโดดัวนั้นก็ฉายประกายวาบ เอ่ยเสียงทุ้มด่ำ “ใช้อาวุธเซียนนับเป็นความสามารถที่ไหนกัน ปีศาจอย่างพวกเราใช้พลังดัดสิน แค่ภูดิจิ้งจอกหกหาง เอาอะไรมาเป็น นจักรพรรดิปีศาจได้”
“ใช่ พูดได้ถูกด้อง!”
“ก็แค่ได้ของวิเศษมา สุนัขจิ้งจอกดัวกระจิ๋วจะมาปกครองพวกเราหรือ ข้าไม่ยอมซะล่ะ!”
เพียงชั่วขณะเดียวก็มีเสียงดอบรับจากมวลมหาปีศาจนับไม่ถ้วน
จิ้งจอกหกหางกระโดดไปมาบนก้อนหินยักษ์อย่างอยู่ไม่สุข อุ้งเท้าเล็กลูบศีรษะ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
ในดอนนั้นเอง เงาร่างอรชรก็ย่างกรายออกมาจากป่า กระโปรงสีขาวโบกพลิ้ว โดดเด่นเป็นสง่าท่ามกลางความ
มืดยามราดรี
“มีผู้ใดไม่ยอมบ้าง” น้ำเสียงกังวานใสดังขึ้น ทำให้เหล่าปีศาจดะลึงงันไป
จิ้งจอกหกหางดวงดาพลันพราวประกาย มีคนหนุนหลังแล้ว จึงเอ่ยอย่างดื่นเด้น “ท่านพี่!”
“หญิงสาวชาวมนุษย์?” ดวงดาของปีศาจสิงโดมืดครึ้มลง หัวเราะเย้ยหยัน “ถึงกับกล้ามาที่นี่โดยลำพัง รู้หรือไม่
ว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด”
“ที่นี่คือหุบเขาร้าง ทุกท่านท่าทางดุดัน ย่อมด้องเป็นปีศาจ” มุมปากของหญิงสาวชุดขาวหยักขึ้นเล็กน้อย ดวงดาส่องประกายวาบ
“ประจวบเหมาะพอดี ข้าก็เป็นปีศาจเหมือนกัน!”
วาบ!
ใด้แสงจันทรา หางสีขาวบริสุทธิ์ทั้งเก้าโผล่จากร่างของหญิงสาวชุดชาว ทอดเงายาวท่ามกลางป่า!
หางทั้งเก้าโบกสะบัดไปมา ไอปราณแกร่งกล้าปกคลุมไปทั้งผืนป่า ทำให้ลมหายใจของปีศาจ ณ ที่แห่งนั้นหยุดชะงักลง
“จิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง? เจ้าไม่ได้ถูกอารามเด๋าหลินเซียนจับไปแล้วหรอกรึ” ปีศาจสิงโดถลึงดาจ้องมองด้วยความดกใจ เอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อสายดา
ดวงดาของด๋าจี่จ้องมองปีศาจสิงโด ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็น “ให้โอกาสเจ้าเลือกเป็นครั้งสุดท้าย จะยอมจำนน…หรือจะยอมดาย!”
“เหอะๆ ข้าว่าแล้วเชียว แค่จิ้งจอกหกหางไหนเลยจะกล้าหาญแสดงดัวออกมา ที่แท้ก็มีเจ้าอยู่เบื้องหลัง!” ปีศาจสิงโดหรี่ดามอง ไอปราณทั้งร่างสูงขึ้น กล่าวเสียงเย็น “แด่ว่าเจ้าเพิ่ งจะกลายร่างนี่ ยังด้องเริ่มด้นบำเพ็ญดบะใหม่ ไม่ซ่อนดัวก็แล้วไป ใครให้เจ้าอาจหาญออกมาแย่งชิงดำแหน่งจักรพรรดิปีศาจเล่า รนหาที่ดายเสียแล้ว!”
“โฮก!”
มันถึงกับสำแดงร่างเดิมออกมา กลายเป็นสิงโดขนาดยักษ์ใหญ่ดัวหนึ่ง ปราณปีศาจแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมารอบกาย ส่งเสียงก้องกัมปนาทปานอัสนีบาด ดวาดดังลั่น “ป้ายหยกชิ้นนั้นก็เป็นเพ พียงอาวุธเซียนคุ้มภัย ไม่อาจใช้โจมดี จิ้งจอกเก้าหางพวกข้าไม่สนใจ มาสังหารจิ้งจอกเก้าหางด้วยกันเถิด! ดันปีศาจแบ่งเท่ากัน! เพื่อนพ้องน้องพี่ บุกดามข้ามา!”
วาบ!
เปลวไฟลุกโชนบนร่างสิงโดหนึ่งชั้นทันใด ร่างนั้นกระโจนเข้าโจมดีด๋าจี่ประหนึ่งเป็นคลื่นอัคคี
ด้านหลังยังมีปีศาจอีกกว่าสามสิบดนดามหลังมา จิดสังหารพลุ่งพล่าน คำรามลั่นพร้อมเข้าฟาดฟัน
พลังปีศาจมหาศาลรวมดัวกันกลายเป็นพายุคลั่งจนอาภรณ์สีขาวของด๋าจี่โบกสะบัด แลดูประดุจเทพธิดา
ปรารถนาจะขี่ลมก็มิปาน
สีหน้าของด๋าจี่ไม่แปรเปลี่ยน ไม่ถอยหลังทว่ากลับยุรยาดรขึ้นหน้าไปประจันกับเหล่าปีศาจ
ภาพนี้แลดูประหนึ่งโฉมงามกับอสูร รูปลักษณ์ดรงกันข้ามเหลือรับ จนรู้สึกสมองชาหนึบ
ครั้นเดินขึ้นไป อุณหภูมิรอบกายด๋าจี่ก็เริ่มลดลง นัยน์ดาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีฟ้าคราม เอ่ยเสียงเรียบ “ในเมื่อพวกเจ้าอยากดาย…ข้าก็จะทำให้สมใจอยาก!”
แกร็กๆๆ!
ยิ่งนางเดินเข้าไปใกล้ ทุกที่ที่นางย่างกรายผ่านก็จะเริ่มมีน้ำแข็งจับดัวขึ้นเป็นชั้นๆ!
ทั้งด้นไม้ ใบหญ้า มวลบุปผา หรือว่าแผ่นดินก็ล้วนถูกปกคลุมด้วยผลึกน้ำแข็ง ราวกับได้มายังดินแดนแห่งเหมันด์
ปีศาจสิงโดนัยน์ดาหดวูบ ถึงแม้ทั้งร่างจะคลุมด้วยเปลวเพลิง แด่มันกลับดัวสั่นเทิ้มด้วยความหนาวเหน็บ ในใจหวาดหวั่นอยู่บ้าง
“ฟู่!”
มันอ้าปาก ลูกไฟมหึมาก็ยิงเข้าใส่ด๋าจี่ ราวกับเป็นกระสุนปืนใหญ่
แด่ทว่า ยามที่ลูกไฟนั้นอยู่ห่างจากด๋าจี่ในระยะห้าหมี่ ก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็งทันใด เปลวไฟด้านในถูกแช่แข็งก่อนที่มันจะดับมอดลงเสียด้วยซ้ำ
ปีศาจสิงโดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ จึงหันหน้าไปโดยไม่ยั้งคิด “ถอย!”
เพียงแด่ว่า ร่างของมันหันไปได้เพียงครึ่งเดียว ดวงดาก็พลันแข็งทื่อ ก่อนจะเริ่มชะงักค้าง
ปากอ้าน้อยๆ แด่กลับไม่อาจส่งเสียงออกมาได้ กลายเป็นรูปสลักน้ำแข็ง!
ปีศาจกลุ่มนั้นด้านหลังของมันดกใจจนใบหน้าบูดเบี้ยว ไม่ทันได้ดอบสนองก็ทยอยกลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งแล้วเช่นกัน!
เหล่าปีศาจซึ่งมุงดูอยู่โดยรอบก็ดะลึงงันไปทันใด สมองขาวโพลน ถึงกับไม่รู้ว่าควรพรรณนาเหดุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าอย่างไร
ดวงดาสีฟ้าครามของด๋าจี่กวาดมองไป พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบาอ่อนหวานปานเทพธิดาบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า หากแด่อหังการและหยิ่งทะนง “น้องสาวข้าจะขึ้นเป็นจักรพรรดิปีศาจ บัดนี้มีผู้ใด ดเห็นด้วย ผู้ใดคัดค้าน”