ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2287 ไม่สามารถเอาออกไปได้จริง ๆ
มิติอัคคีพฤษ์นั้นกว้างใหญ่มาก นอกจากมู่หลินหลางกับองค์ชายสามมู่หงจือแล้วพวกเขาก็ได้ส่งคนกลุ่มหนึ่งมาคอยเฝ้าอยู่ข้างนอก เพื่อจะได้ไม่ปล่อยให้คนอื่นสามารถเล็ดลอดเข้าไปภาย ยในได้อีก นอกจากนี้ยังพาผู้แข็งแกร่งกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปข้างในด้วย
มู่หลินหลางกล่าวว่า “ที่นี่มีพลังธาตุอัคคีที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ฉะนั้นจะต้องมีสมบัติที่มีพลังธาตุอัคคีอยู่แน่นอน! หากพวกเราสามารถเอามันมาได้แล้วละก็ บางทีอาจจะสาม มารถยกระดับขึ้นมาได้ นอกจากนี้ยังกลายเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังธาตุสามธาตุได้อีกด้วย”
ทันทีที่คิดถึงเรื่องที่มู่เฉินซีใช้พลังวิญญาณสามธาตุก่อนหน้านี้ มู่หลินหลางก็ขบฟันด้วยความเกลียดชังทันที ซึ่งนางก็ขบจนฟันเกือบหักออกมาเลยทีเดียว
ผู้บำเพ็ญภูตพลังวิญญาณธาตุสามธาตุวายุ อัคคี และวารี ซึ่งนางเองก็สามารถกลายเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังวิญญาณธาตุสามธาตุเช่นนั้นได้เหมือนกัน
ตราบใดที่ให้โอกาสที่แน่นอนกับนาง ให้สามารถหาสมบัติของพลังธาตุอัคคีเจอสักชิ้นก็ยังดี
องค์ชายสามกล่าวว่า “น้องหญิงเจ้าวางใจเถิด มันจะต้องเป็นไปตามความปรารถนาของเจ้าแน่นอน สมบัตินั้นจะต้องอยู่ข้างในนี้ มันไม่มีทางหลุดมือไปได้แน่”
ตูมมม!
ในเวลานี้เอง พวกเขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวที่ดังขึ้นมาจากภายนอก
มู่หลินหลางกล่าวว่า “ให้ตายเถอะ! เจ้าคนไม่ดูตาม้าตาเรือนี่คือผู้ใดกัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ามาถึงที่นี่ได้? คิดจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้าอย่างนั้นหรือ?”
สถานที่แห่งนี้มีความลึกลับเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะข้างกายของนางมีคนที่มีความสามารถมากมายแล้วละก็ คงไม่มีทางค้นพบที่นี่ได้อย่างง่ายดายแน่นอน
“น้องสาววางใจเถิด ความสามารถของยอดฝีมือที่เฝ้าอยู่ด้านนอกก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน และถึงแม้ว่าพวกเขาจะสามารถหาสถานที่แห่งนี้พบ แต่ก็อาจจะถูกเหล่าปรมาจารย์ทุกท่านฆ่าตาย จน นต้องฝังร่างเอาไว้ในทะเลเพลิงแห่งนี้ โดยไม่มีแม้กระทั่งซากศพเลยก็เป็นได้” องค์ชายสามกล่าวพลางยิ้มอย่างเย็นยะเยือก
“ที่พูดมาก็ถูก หาสมบัติต่อไปเถอะ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องตามหาให้เจอ”
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทหลินหลาง”
แต่ทว่าสถานการณ์ภายนอกกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้มากนัก เพราะยอดฝีมือของหอหมอปีศาจและสมาคมการค้าเฉินซีสามารถเปิดทางให้มู่เฉียนซีได้อย่างราบรื่น
“ท่านมู่ นายน้อยว่านซื่อ พวกท่านเข้าไปกันก่อนเถิดขอรับ ส่วนคนเหล่านี้ พวกข้าจะตรึงเอาไว้เองขอรับ!”
สีหน้าของเหล่าลูกสมุนที่เฝ้าประตูอยู่มืดมนลงทันที จากนั้นก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะเข้าไป เพื่อทำลายเรื่องดี ๆ ของฝ่าบาทหลินหลางได้เลย”
“ขวางพวกเขาเอาไว้ซะ!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ร่างเงาหลายร่างพุ่งทะยานออกมา ทว่าพวกเขาล้วนถูกขวางเอาไว้ และถึงพวกเขาอยากที่จะหยุดไม่ให้พวกของมู่เฉินซีเข้าไปมากเพียงใด แต่พวกเขาก็ไม่มีความสามารถพอแม้จะสู้สุดใจแล้วก ก็ตาม
สีหน้าของพวกเขามืดมนลงทันที คิดว่าเมื่อเข้าไปได้แล้วจะมีคุณสมบัติพอที่จะไปแย่งชิงสมบัติของฝ่าบาทหลินหลางได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ? อย่าหวังเลย!
ยอดฝีมือที่อยู่ข้างกายของฝ่าบาทหลินหลางทั้งแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก เจ้าพวกนี้ไม่มีทางสู้ได้อย่างแน่นอน
ซึ่งในตอนที่พวกเขาได้เผชิญหน้ากับฝ่าบาทหลินหลาง ก็คงจะต้องถึงคราวตายของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
สำหรับปัญหาที่ว่าจะจัดการกับมู่หลินหลางก่อนหรือว่าจะไปหาไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีก่อนนั้น แน่นอนว่ามู่เฉียนซีย่อมเลือกที่จะไปหาไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีก่อนอยู่แล้ว ว
พฤษาเพลิงต้นนี้เป็นพื้นที่ที่มีขนาดกว้างขวางมาก มู่เฉียนซีจึงกำลังครุ่นคิดว่าหากจะรวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิต มันต้องไม่ได้อยู่ด้านบนสุดของมัน แต่ต้องอยู่ด้านล่างสุดของ มันแน่นอน
“พวกเราไปหาที่รากของมันกันเถอะ!”
“ตกลง!”
และพวกของมู่เฉียนซีก็พากันเดินลงไปข้างล่าง เมื่อยิ่งเดินลึกลงไปข้างล่าง รากไม้สีแดงเพลิงต่าง ๆ ก็ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงเส้นทางก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อนมากขึ นเรื่อย ๆ ด้วยเช่นกัน
แต่ความคิดของมู่หลินหลางนั้นตรงกันข้ามกับมู่เฉียนซีอย่างสิ้นเชิง เพราะพวกเขาได้ตรงขึ้นไปค้นหายังจุดที่อยู่บนยอดสุดนั่นเอง
ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณที่มีพลังวิญญาณธาตุอัคคีขั้นสูงสุดที่อยู่ข้างกายนางรู้สึกว่าด้านบนนั้นมีพลังของธาตุอัคคีที่รุนแรงกว่ามาก และหาก กมีสมบัติ ก็ต้องเป็นด้านบนอย่างแน่นอน
แต่ทว่าชายชราผู้นี้ได้ตัดสินใจผิดพลาดเสียแล้ว เพราะหลังจากที่พวกเขาปีนป่ายขึ้นมายังจุดสูงด้วยความยากลำบาก นอกจากจะสามารถชมทิวทัศน์ของพื้นที่ที่เต็มไปด้วยทะเลเพลิงจากมุมสูง งได้แล้ว มันก็ไม่มีอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว
ชายชราผู้นั้นกล่าวอย่างละอายใจว่า “ฝ่าบาท ตาแก่อย่างข้าผิดพลาดเสียแล้ว ดูเหมือนว่าข้าจะทำให้ท่านต้องมาอย่างเสียเปล่า! หากว่าไม่ได้อยู่ข้างบนแล้วละก็ เช่นนั้นก็น่าจะอยู ข้างล่างเป็นแน่ ฉะนั้นพวกเรารีบลงไปกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
“ได้!” มู่หลินหลางกล่าวพลางพยักหน้าเล็กน้อย
ในตอนที่พวกเขาเพิ่งจะตรงลงไปด้านล่าง มู่เฉียนซีก็ได้ข้ามผ่านพื้นที่ที่คดเคี้ยวทั้งหลายของรากไม้เหล่านั้น เพื่อมาค้นหาไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีได้แล้ว
แท้ที่จริงแล้วส่วนลึกของรากนี้ มีแอ่งน้ำอยู่แห่งหนึ่ง และน้ำที่อยู่ในแอ่งก็ดูมีสีแดงก่ำเป็นอย่างมาก ซึ่งเมื่อมองจากระยะไกลก็เหมือนกับเปลวเพลิงอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเข้ามามองใกล้ ๆ แล้ว ก็จะพบว่ามันไม่ใช่ไฟ แต่เป็นเหมือนของเหลวเปลวเพลิงเสียมากกว่า
ที่อัคคีพฤษ์เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้ ที่แท้ก็เป็นเพราะว่าแหล่งกำเนิดพลังชีวิตทั้งหมดของมันคือไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีนั่นเอง
มันเติบโตอยู่ในมิติอัคคีพฤกษ์ ด้วยการใช้ไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีมาสร้างความชุ่มชื่นให้กับราก ซึ่งนี่ก็ทำให้มันเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งนั่นเอง
ซวนอู่กล่าวว่า “นี่ก็คือไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคี!”
“ใช่แล้ว ไปเก็บกันเถอะ!”
แต่ทว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งของที่เก็บได้ง่ายดายเช่นนั้น เมื่อมู่เฉียนซีและพรรคพวกลงมือ แม้ว่าจะเป็นจอมภูตพลังวิญญาณธาตุอัคคีอย่างไป๋เจ๋อและจูเชว่ ต่างก็ได้รับบาดเจ็บเพราะ ะเปลวเพลิงนี้เช่นกัน
“ฟู่!” พวกเขาอ้าปากค้างด้วยความตื่นตกใจ
“พลังธาตุอัคคีของไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีนี้จะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
มู่เฉียนซีโยนขี้ผึ้งไปให้พวกเขาคนละตลับพลางกล่าวว่า “รักษาแผลไฟลวกก่อนเถอะ รีบทากันเร็วเข้า! เรื่องการเก็บไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีมอบให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง”
จูเชว่กล่าวถามว่า “ซีซี เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บใช่หรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แม้ว่าพลังธาตุอัคคีจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งเกินไปกว่าเปลวเพลิงของข้าหรอก ข้าสามารถเก็บมันได้ เพียงแต่…”
เมื่อมู่เฉียนซีหมุนเวียนพลังวิญญาณก็จะไม่ได้รับอันตรายจากพลังธาตุอัคคีนี้ แต่ทว่าทันทีที่ใส่ไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีลงไปในขวดหยก ขวดหยกนั้นก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันท ที และไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีนี้ก็กลับลงสู่ที่เดิมอีกครั้ง
จูเชว่ผงะไปครู่หนึ่ง “เปลวเพลิงนี้ช่างรุนแรงเหลือเกิน แม้แต่ขวดยาก็ยังไม่สามารถบรรจุมันได้เลย”
“นี่เป็นขวดหยกที่ดีที่สุดของข้าแล้วล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าว
“เปลืองขวดหยกจริง ๆ เลย!” ซวนอู่กล่าวอย่างปวดใจเล็กน้อย
“หากไม่มีภาชนะที่สามารถบรรจุพวกมันได้แล้วละก็ เช่นนั้นก็คงจะต้องหาทางสร้างมันขึ้นมาแล้วล่ะ”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้หยิบเอาแร่หินที่ทนความร้อนทั้งหมดที่อยู่ในมิติออกมา นางกล่าวว่า “การหลอมขวดยาขึ้นมาไม่ใช่เรื่องยากหรอก พวกเจ้ารอก่อนแล้วกัน!”
“ซีซี ที่ข้ามีวัสดุหลอมอาวุธที่สามารถต้านทานพลังธาตุอัคคีได้นะ”
“ข้าเองก็มีเช่นกัน!”
เมื่อได้รู้ว่ามู่เฉียนซีต้องการสร้างภาชนะเพื่อมาบรรจุไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคี จูเชว่และไป๋เจ๋อก็ช่วยกันมอบแร่หินล้ำค่าบางส่วนให้ทันที
และก็มีเพียงซวนอู่เท่านั้นที่ยังไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และจมอยู่ในความสับสนไปชั่วขณะ ท้ายที่สุดเขาก็หยิบหยกหิมะน้ำแข็งออกมาชิ้นหนึ่งพลาง กล่าวว่า “ไอเย็นนี้สามารถผนึกพลังธาตุอัคคีได้ บางทีเจ้าอาจจะสามารถใช้มันได้”
หลังจากนั้น เขาก็กล่าวขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง “ข้ามีวัสดุในการหลอมอาวุธเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าข้าไม่เต็มใจยอมให้เจ้าใช้หรอกนะ”
มู่เฉียนซีค่อนข้างพอใจในวัสดุเหล่านี้เป็นอย่างมาก และหลังจากนั้นก็เริ่มใช้พลังวิญญาณธาตุอัคคีเพื่อหลอมอาวุธทันที
การหลอมขวดยานั้นไม่ได้ยาก และขอเพียงแค่ต้านทานการเผาไหม้และทนทานก็เพียงพอแล้ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติอะไรมากมายเลย
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มู่เฉียนซีหลอมขวดยาออกมาได้อย่างรวดเร็วมาก และนอกจากนี้นางจะยังสามารถหลอมขวดยาได้มากกว่าหนึ่งขวดในคราวเดียวอีกด้วย หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้ลองนำข ขวดยาขวดหนึ่งมาบรรจุไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีนี้ทันที
ถึงมันจะไม่กลายเป็นเถ้าถ่านภายในพริบตาเหมือนขวดยาก่อนหน้านี้ แต่มันก็ไม่ได้ดีไปมากกว่าเดิมสักเท่าไรนัก เพราะก้นของขวดนี้ได้กลายเป็นรูอย่างรวดเร็ว
ไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีเหล่านั้นไหลออกไปอีกแล้ว
ถึงจะสามารถหาเจ้าสิ่งนี้เจอ แต่กลับเอามันออกไปไม่ได้เสียอย่างนั้น!
ซวนอู่ปวดใจยิ่งนัก ที่ต้องมาสิ้นเปลืองวัสดุดี ๆ มากมายขนาดนี้
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มีอะไรให้ต้องปวดใจกัน นี่คือขวดหยกของข้า มันจะต้องขายได้ราคาดีจนคืนทุนให้เจ้าแน่นอน!”
“ไป๋เจ๋อ จูเชว่ พวกเจ้าก็เอาไปด้วยสิ!”
หลังจากที่มอบขวดที่เหลือออกไปแล้ว มู่เฉียนซีก็เอาแค่ครุ่นคิดว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
หรือว่าจะต้องเอาหม้อเทพนิรันดร์ออกมาบรรจุเจ้าพวกนี้อย่างนั้นหรือ มู่เฉียนซีมั่นใจว่าแม้ว่าพลังธาตุอัคคีนี้จะแข็งแกร่งมากขนาดไหน แต่ก็ไม่อาจทำร้ายร่างเดิมของนิรันดร์ได ด้อยู่ดี
แต่ถ้านิรันดร์รู้ว่านางเอาร่างเดิมของเขาไปทำเป็นถังเก็บยา คาดว่าเขาคงจะโมโหมากแน่นอน เพราะอย่างไรเสียมันก็เป็นการใช้คนไม่ถูกกับงานจริง ๆ นั่นแหละ
แล้วนางจะต้องทำเช่นไรกันแน่ถึงจะสร้างขวดยาที่สามารถบรรจุไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีนี้ได้กันล่ะ?