ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2289 คือมู่เฉียนซี
“ฝ่าบาท!” มู่หลินหลางได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของผู้ติดตามเหล่านั้นซีดเผือดขึ้นมาทันที
“มู่เฉินซี เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“บัดซบเอ๊ย! บังอาจมาทำร้ายฝ่าบาทได้อย่างไร!”
“……”
ยอดฝีมือของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นได้ระเบิดพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา และพวกเขาแต่ละคนก็พุ่งทะยานใส่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอย่างดุดัน เพราะต้องการจะเข้าไปช่วยเหลือฝ่าบาทหลินหล ลางของพวกเขา
มู่เฉียนซีเพิกเฉยต่อเสียงคำรามอย่างโกรธเคืองของพวกเขา นางไม่มีความคิดที่จะออมมือเลยแม้แต่น้อย และหลังจากนั้นนางก็โจมตีอย่างรวดเร็วฉับไวอีกครั้ง
แขนของมู่เฉียนซียกสูงขึ้น และพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุดนั้นก็พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่มู่หลินหลางอย่างรุนแรง
ทันใดนั้น มู่หลินหลางก็รู้สึกว่าเลือดภายในร่างกายของนางกำลังจะไหลย้อนกลับ
“ทักษะซิวหลัว!” ทันใดนั้นทักษะของการทำลายล้างนี้ได้ประทับลงมา โดยมู่หลินหลางก็พยายามใช้ทุกวิถีทางในการป้องกันมัน!
ปังง!
ร่างของนางลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศ และหลังจากนั้นก็พุ่งชนเข้ากับลำต้นของต้นอัคคีพฤษ์ทันที
พรวด!
ลำต้นของต้นอัคคีพฤษ์แข็งแกร่งกว่าที่มู่หลินหลางเคยจินตนาการเอาไว้มากนัก และนางก็รู้สึกราวกับว่าทั้งแขนขาและอวัยวะภายในร่างกายของนางกำลังแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จากนั้นนาง งก็กระอักเลือดออกมา
“ฝ่าบาท…” ผู้แข็งแกร่งของราชวงศ์ตงหวงรีบร้อนจะเข้าไปช่วยเหลือมู่หลินหลาง เป็นผลให้คนของหอหมอปีศาจและสมาคมการค้าเฉินซีต้องทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสกัดกั้นพวกเขาเอาไว้
ซวนอู่กล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “พวกเราจำเป็นที่จะต้องถอยกันแล้ว มิเช่นนั้นคนที่ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสคงจะเป็นพวกเราแทนแน่”
องค์ชายสามถูกจูเชว่ทุบตีจนน่าเวทนา และแขนข้างหนึ่งของเขาก็ถูกเผาไหม้ไปหมดแล้ว
ในตอนนี้เขาก็ได้รับการช่วยเหลือ จูเชว่ก็ถูกผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงของฝ่ายตรงข้ามโจมตีจนได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
พรวด พรวด พรวด!
มู่หลินหลางยังคงกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง นางกล่าวว่า “จะต้องแก้แค้นให้ข้าให้ได้! แก้แค้น!”
“ฝ่าบาทหลินหลางโปรดวางใจ คนที่ทำร้ายท่าน พวกข้าไม่มีทางปล่อยมันไปแน่นอน”
“ฆ่ามัน!”
พวกเขาต้องการที่จะล่าถอย แต่เนื่องจากว่ามู่เฉียนซียังไม่ได้รับไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีในปริมาณที่เพียงพอ จึงทำให้นางไม่อยากที่จะยอมแพ้และจากไปเช่นนี้
นางหยิบขวดยาออกมาขวดหนึ่งจากนั้นก็มอบให้กับซวนอู่ ไป๋เจ๋อและจูเชว่พลางส่งกระแสจิตไปหาพวกเขา “ให้ทุกคนกินยาลูกกลอนนี้เข้าไป เร็ว…”
ภายในนี้มีรากไม้อยู่หนาแน่น และพื้นที่ภายในก็อยู่ในสภาพที่เกือบจะปิดสนิท เรียกได้ว่ามันเป็นสถานที่ที่ดีในการวางยาพิษเลยทีเดียว?
มีผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณเยอะกว่าพวกเขาแล้วยังไงล่ะ? หากโดนยาพิษ ก็ทำให้พลังของพวกเขาอ่อนแอลงได้เช่นกัน เมื่อถึงตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าใครกันแน่ที่จะต้องทุ กข์ทรมาน?
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
คนของทางฝั่งมู่เฉียนซีแต่ละคนถูกยอดฝีมือของราชวงศ์ตงหวงทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส และหลังจากที่ทุกคนกินยาลูกกลอนเข้าไปแล้ว ทันใดนั้นนางก็หยิบกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออ อกมา
เมื่อมู่หลินหลางได้เห็นกระบี่ที่คุ้นตาเล่มนี้ก็ผงะไปทันที พลันนั้นนัยน์ตาของนางก็หดลงอย่างกระทันหัน ก่อนจะร้องคำรามออกมาว่า “กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ กระบี่มังกรเพ พลิงพิฆาตวิญญาณของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ จะ…คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะคือมู่เฉียนซีจริง ๆ”
“กรี๊ดดดด! ให้ตายเถอะ เจ้ากล้าดียังไงถึงมาที่แดนซวนเทียนเช่นนี้!”
“ฆ่ามู่เฉียนซีซะ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ต้องฆ่านาง…ฆ่านางซะ…”
ในตอนที่มู่เฉียนซีหยิบกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมา นางก็ไม่คิดที่จะปิดบังตัวตนต่อหน้ามู่หลินหลางอีกต่อไปแล้ว และในตอนที่มู่หลินหลางได้รู้ถึงตัวตนของมู่เฉียนซี นาง ก็ได้กลายเป็นคนบ้าไปในทันที
ที่แท้คนสองคนที่นางเกลียดที่สุด และคนสองคนที่นางอิจฉาที่สุด ก็เป็นคนคนเดียวกันนี่เอง!
พวกจูเชว่ก็ผงะไปเช่นกัน พวกเขารู้มาตลอดว่ากระบี่นี้ไม่ธรรมดา แต่คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะเป็นกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ในตำนานเล่มนั้น
เมื่อพวกเขาเห็นท่าทางที่บ้าคลั่งของมู่หลินหลาง ก็ยิ่งยืนยันได้แล้วว่าจะต้องเป็นกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณไม่ผิดแน่นอน
ซวนอู่กล่าวว่า “มู่เฉียนซีเป็นชื่อจริงของนางอย่างนั้นหรือ? มู่หลินหลางบ้าคลั่งถึงขนาดนั้น ดูเหมือนว่าจะเกลียดชังนางมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก ก่อนหน้านี้นางเคยไปยั่วยุอะไรม มู่หลินหลางมากันแน่”
ซวนอู่เองก็เดาออกแล้วว่า เหตุใดมู่เฉินซีจึงไม่ค่อยได้ใช้กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณเล่มนั้น แม้ว่าในการแข่งขันใหญ่ของราชวงศ์ตงหวง นางจะต้องตกอยู่ในอันตรายท่ามกลางวงล้อ อมของศัตรู ทว่านางก็เลือกที่จะไม่ใช้มัน เพราะแท้จริงแล้วนางกลัวมู่หลินหลางจำสถานะของตนเองได้นี่เอง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มังกรเพลิง มอบให้เป็นหน้าที่ของเจ้าแล้ว!”
มู่เฉียนซีเหวี่ยงกระบี่มังกรเพลิงออกไป จากนั้นมังกรเพลิงสีแดงก่ำก็พุ่งทะยานออกมาจากกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณ
มันควบคุมไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีส่วนหนึ่ง และทำให้ไขวิญญาณแห่งชีวิตเหล่านั้นพุ่งเข้าโจมตีคนของราชวงศ์ตงหวงอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “มู่หลินหลาง ในที่สุดเจ้าก็บ้าไปแล้ว! กระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณไม่มีทางเป็นของเจ้า และเจ้าก็ไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังว วิญญาณธาตุสามธาตุได้ด้วย นอกจากนี้สถานะและตำแหน่งของเจ้าในตอนนี้ก็ไม่ใช่ของของเจ้า สักวันหนึ่งมันจะเหลือเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น”
“มู่เฉียนซี เจ้าอย่าพูดจาไร้สาระไปหน่อยเลย อย่างไรเสียวันนี้เจ้าก็จะต้องตาย! กลอุบายเล็กน้อยเหล่านี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถขัดขวางยอดฝีมือของราชวงศ์ตงหวงได้อย่างนั้นหรือ ?” มู่หลินหลางกัดฟันกล่าว
พรวด พรวด พรวด!
ไขวิญญาณแห่งชีวิตนั้นเต็มไปด้วยพลังธาตุอัคคีอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งมันก็ทำให้การโจมตีของมังกรเพลิงเปลี่ยนเป็นเข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก และจากนั้นมันก็ตรงเข้าไปโจมตีกับ คนของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นทันที
แม้ว่าพลังในการต่อสู้ของมังกรเพลิงจะเทียบพิฆาตวิญญาณไม่ได้ แต่ทว่าความสามารถในการควบคุมธาตุอัคคีของเขาก็ถือได้ว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว
ความสามารถของคนจากราชวงศ์ตงหวงเองก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน และพวกเขาก็สามารถสกัดกั้นไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็ว
คนของหอหมอปีศาจและสมาคมการค้าเฉินซีเหล่านั้นกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “ความสามารถของพวกเขาแข็งแกร่งมากเกินไปแล้ว ข้าคุ้มกันพวกท่านถอยออกไปก่อนดีกว่า!”
“ข้าจะพยายามพลีชีพอย่างเต็มที่ เพื่อให้ทุกท่านมีเวลาที่จะหลบหนีไปได้”
ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจปล่อยให้เกิดอันตรายกับคุณชายทั้งสามและแม่นางมู่ได้ และทุกคนก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเขาสามารถหนีไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งการกระโจนใส่คนของราชวงศ์ ตงหวงเหล่านั้น ก็ถือว่าเป็นความคิดที่รนหาที่ตายอย่างสมบูรณ์!
“นายน้อย ไปเถอะขอรับ!”
“ท่านมู่ รีบไปกันเถอะขอรับ!”
“คุณชาย…”
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
เมื่อเห็นว่าคนของหอหมอปีศาจและสมาคมการค้าเฉินซีเริ่มอ่อนแอมากขึ้นเรื่อย ๆ มู่หลินหลางก็แสยะยิ้มพลางกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เพราะว่าเจ้าเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ นั่น น ข้าจึงไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้ แต่ตอนนี้เจ้าดันวิ่งโร่มาถึงราชวงศ์ตงหวงเสียอย่างนั้น อีกทั้งยังมาท้าทายข้า และตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้าอีก! คราวนี้ข้าจะตัดเส้นเอ็นและถลก กหนังของเจ้า หลังจากนั้นก็ทำให้เจ้าไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดอีกต่อไป”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “มู่หลินหลาง ขนาดใบหน้าตอนนี้ของเจ้ายังบิดเบี้ยวเพียงนี้ แล้วภายในใจของเจ้าจะหวาดกลัวจนบิดเบี้ยวมากแค่ไหนกันนะ!”
“น่าขัน คิดว่าข้ามู่หลินหลางจะกลัวเจ้าหรือ ฆ่านางซะ…เร็วเข้า!”
มู่เฉียนซีคือลูกสาวของมู่เฟิงอวิ๋น นางเป็นลูกสาวขององค์รัชทายาทเฟิงอวิ๋นผู้นั้น
นอกจากนี้มู่เฉียนซียังเป็นคนที่ได้รับมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อีกด้วย และด้วยพรสวรรค์ขั้นสูงสุดของมู่เฉียนซี จึงทำให้ทุกครั้งที่ปะทะกับมู่เฉียนซีในราชวงศ์ตงหวง มู่เฉียน นซีจะอยู่เหนือกว่านางเสมอ
การมีตัวตนอยู่ของมู่เฉินซีก่อนหน้านี้ทำให้นางรู้สึกแค่ว่าคนผู้นี้คือคู่ต่อสู้ที่นางเกลียดชัง แต่นางก็ยังมีราชวงศ์ตงหวงคอยหนุนหลัง อีกทั้งยังมีเสร็จพ่อที่คอยสนับสนุ นอย่างเต็มที่ ซึ่งถึงแม้ว่ามู่เฉินซีจะมีพรสวรรค์มากเพียงใดก็ไม่อาจที่จะประสบความสำเร็จได้!
แต่หลังจากที่ได้รู้ว่ามู่เฉินซีก็คือมู่เฉียนซี มันก็ทำให้มู่หลินหลางรู้สึกว่าการมีอยู่ของมู่เฉียนซี จะมาพรากทุกสิ่งทุกอย่างของนางไป ซึ่งรวมไปถึงความภาคภูมิใจทั้งหมดของนาง ด้วย
ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงจำเป็นที่จะต้องตาย และนางก็ไม่อยากที่จะให้มู่เฉียนซีมีชีวิตอยู่เลยแม้แต่อึดใจเดียว
องค์ชายสามกล่าวอย่างประหลาดใจว่า “น้องหญิง เจ้าทำอะไรผิดพลาดอย่างนั้นหรือ? แล้ว…แล้วมู่เฉินซีคืออะไร มู่เฉียนซีคือใครกันแน่?”
“มู่เฉียนซีนางคือ…”
ปัง ปัง ปัง!
มู่หลินหลางยังไม่ทันได้พูดออกมา นางก็ต้องหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างกะทันหัน เมื่อเห็นคนของนางถูกคู่ต่อสู้ที่อ่อนแอเหล่านั้นโจมตีจนลอยละลิ่วออกไปแล้ว
และมันก็ทำให้มู่หลินหลางผงะไปครู่หนึ่งทันที ความสามารถของเจ้าพวกเศษเดนเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรกัน
ส่วนคนของหอหมอปีศาจและสมาคมการค้าเฉินซีเองก็ตกตะลึงมากเช่นกัน เพราะพวกเขาคิดไม่ถึงว่าการโจมตีของพวกเขาจะทรงพลังมากถึงเพียงนี้?