ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2290 คนบ้าคนหนึ่ง
ถึงสถานการณ์ปัจจุบันนั้นจะมีความผิดปกติเป็นอย่างมาก แต่มันกลับมอบความมั่นใจในการต่อสู้ให้กับพวกเขา!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เมื่อได้ต่อสู้กันอีกครั้ง ก็ดูเหมือนว่าคนของราชวงศ์ตงหวงต่างก็ไม่มีแรงที่จะต้านทานมากเท่าไรแล้ว
พวกเขารู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก มันเจ็บปวดจนอยากจะตายเลยทีเดียว
มันรู้สึกเหมือนกับว่ามีเปลวเพลิงลุกไหม้ไปทั่วทั้งแขนขาและกระดูกของเขาก็มิปาน ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถรวบรวมพลังวิญญาณได้เลย นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขาไม่มีทางต่อสู้ไ ได้อีกด้วย
“ฝ่าบาทหลินหลาง พวกเรา…บางทีพวกเราอาจจะโดนพิษเข้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณระดับสูงคนหนึ่งกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
“ฝ่าบาท แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ พวกเรารีบไปกันเถอะพ่ะย่ะค่ะ!”
หลังจากที่โดนพิษ คนที่อยู่ระดับต่ำกว่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ระดับสูง ไปจนถึงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณระดับสูงขึ้นไปต่างก็ไม่มีใครรอดชีวิตไปได้เลย
“ฝ่าบาทหลินหลาง องค์สาม โปรดอย่าใช้พลังวิญญาณเป็นอันขาด! พวกเราไปกันเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
มู่หลินหลางกัดฟันกล่าวว่า “มู่เฉียนซี เจ้าเป็นคนทำอย่างนั้นหรือ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าวางยาพิษที่นี่”
“บังอาจมาแย่งของของข้า แล้วยังกล้าจะฆ่าข้าอีก ฉะนั้นข้าก็เลยมอบพิษเพลิงให้กับพวกเจ้าสักหน่อยก็เท่านั้นเอง” มีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของมู่เฉียนซี
ภายในรอยยิ้มของมู่เฉียนซีนั้นเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า นางกล่าวว่า “ฆ่ามัน! ฉวยโอกาสตอนนี้ ทำลายพวกมันเสีย”
เมื่อมู่หลินหลางมีคนกลุ่มนี้ จึงมักที่จะโอ้อวดและแสดงแสนยานุภาพอยู่เสมอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่หากคนเหล่านี้ต่างพากันตายไปจนหมด นางก็คงไม่มีความสามารถมากพอที่จะฝ่าฟัน นอุปสรรคในตำหนักเทพแห่งชีวิตนี้ไปได้อย่างแน่นอน
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
พวกเขารู้สึกว่าจิตวิญญาณของพวกเขากำลังถูกแผดเผาจนมอดไหม้ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาทนไม่ไหวแล้วจริง ๆ
“ฝ่าบาทหลินหลาง พิษนี้ต้องถูกวางไว้ที่นี่แน่นอน พวกเราจำเป็นที่จะต้องหนีออกไปพ่ะย่ะค่ะ ต้องทำเช่นนี้ถึงจะมีหนทางสามารถหาทางถอนพิษเจอได้ มิเช่นนั้นพวกเราจะต้องตายอยู่ที นี่แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”
หากไปทั้งอย่างนี้ ก็ไม่เท่ากับว่าปล่อยมู่เฉียนซีไปอีกครั้งอย่างนั้นหรือ?
มู่หลินหลางรู้ดีว่าการมีอยู่ของมู่เฉียนซีนั้นสร้างความกดดันให้นางมากมายเพียงใด แต่พวกเขาในตอนนี้ไม่มีความสามารถพอที่จะฆ่ามู่เฉียนซีได้ และถึงแม้ว่าภายในใจจะไม่เต็มใจนัก แต ต่นางก็ทำได้เพียงแค่ยอมแพ้เท่านั้น!
“ไปเถอะ! ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรพวกเจ้าจะต้องส่งข้าออกไปให้ได้ ข้าจะไปตามกองกำลังเสริมมาให้ และเราจะต้องเอาชีวิตนางให้ได้เร็วที่สุด! เพราะนางไม่ควรที่จะมีชีวิตอยู่บนโล ลกใบนี้!” มู่หลินหลางกล่าวอย่างโหดเหี้ยม
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทหลินหลาง!”
กลุ่มคนของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นพยายามฝ่าวงล้อมออกไปไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แต่ทว่าพิษที่พวกเขาโดนนั้นมันสาหัสมากเกินไป ฉะนั้นเส้นทางที่คดเคี้ยวของรากไม้นั้นจึงส่งผลก กระทบต่อความเร็วของพวกเขาเป็นอย่างมาก
พวกเขาต้องการที่จะตัดรากไม้เหล่านั้นออก แต่กลับได้ค้นพบว่าสิ่งเหล่านี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก และถึงจะมีอาวุธที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจทิ้งร่องรอยอะไรไว้บนร่างของมันได้เล ลย
“ฝ่าบาท หนีเร็วพ่ะย่ะค่ะ!”
ตูมมม!
ในเวลาเช่นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ศัตรูไล่ตามพวกเขาได้ทัน มีบางคนในหมู่พวกเขาทำได้เพียงเลือกที่จะพลีชีพตนเองเท่านั้น!
ตูมม โครมม!
และทันใดนั้นเอง ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณหลายคนก็ได้พลีชีพตนเอง จนส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวพัดโหมกระหน่ำเข้ามา!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ถอย!”
ปัง ปัง ปัง!
รอหลังจากที่พลังในการพลีชีพของพวกเขาสลายไปแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเจ้าไล่ตามไป! ข้ารวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีเสร็จเมื่อไรจะไล่ตามไปด้ว วย ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องฉวยโอกาสนี้กวาดล้างพวกเขาให้สิ้นซากให้ได้”
“ขอรับ! ท่านมู่”
มู่เฉียนซีเร่งรีบรวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีอย่างรวดเร็ว ซวนอู่กล่าวว่า “ยาพิษที่เจ้าสร้างขึ้นมาเพื่อทำร้ายพวกเขาอย่างสาหัสนั่น เจ้าได้ใช้ไขวิญญาณนี้ในการกลั่นยา ของเจ้าออกมา แต่ไขวิญญาณนี้ก็หายไปมากกว่าครึ่งทันทีเช่นกัน นี่มันจะสิ้นเปลืองเกินไปแล้วนะ!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้จะต้องยอมเสียถึงจะได้ มิเช่นนั้นคนที่ต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยินเกรงว่าคงจะเป็นพวกเราแน่นอน นอกจากนี้เดิมทีแล้วไขวิญญาณแห่งชีวิตธาต ตุอัคคีเพียงแค่ขวดเดียวมันไม่พออยู่แล้ว และข้าก็รู้สึกว่านี่เป็นการสิ้นเปลืองที่คุ้มค่ามากจริง ๆ”
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซีเจ้าพูดถูกแล้ว เจ้าซวนอู่ผู้นี้มีนิสัยขี้งกจนเคยตัว พวกเราไม่ต้องไปสนใจเขาหรอก”
มู่เฉียนซีเก็บรวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุอัคคีได้อย่างคล่องแคล่วเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นก็กล่าวว่า “พวกเราไปกันเถอะ!”
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
พวกเขาพุ่งทะยานขึ้นไป และในเวลานี้พวกมู่หลินหลางก็ได้หลบหนีมาจนถึงทางออกของต้นอัคคีพฤษ์นี้แล้ว
คนที่อยู่ตรงทางเข้ายังคงต่อสู้กับกลุ่มคนก่อนหน้านี้อยู่ และพวกเขาต่างก็พากันตกตะลึงหลังจากที่ได้เห็นพวกของมู่หลินหลางวิ่งหนีออกมาอย่างจนตรอกเช่นนี้
“ฝ่าบาทหลินหลาง นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่พ่ะย่ะค่ะ?”
คนของมู่เฉินซีกลุ่มนั้นจะสามารถทำร้ายคนของพวกเขาจนกลายเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ให้ตายยังไงพวกเขาก็ไม่เชื่อแน่นอน
“หุบปาก! หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าทำหน้าที่เฝ้าประตูได้ไม่ดี จนปล่อยให้พวกเขาเข้าไปได้ พวกข้าก็คงไม่ได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้หรอก”
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของทางเข้าที่มืดมน มีหญิงสาวในชุดคลุมสีดำคนหนึ่งกำลังซ่อนกลิ่นอายของตนเองเอาไว้ อีกทั้งมุมปากของนางยังเผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมาอีกด้วย
“มู่เฉินซี เจ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังเลยจริง ๆ! ขนาดมียอดฝีมือคอยคุ้มครองมู่หลินหลางอยู่มากมายขนาดนี้ยังสามารถทำให้นางบาดเจ็บถึงเพียงนี้ได้ ฉะนั้นข้าจะต้องทำอะไรสักอย่างเ เพื่อขอบคุณเจ้าถึงจะถูกสินะ!”
“ไป!” นางยืนมือออกไป และจากนั้นก็มีแมลงสองตัวบินออกมาจากปลายนิ้ว ซึ่งมันก็ได้ทะลวงเข้าไปในหูของมู่หลินหลางและองค์ชายสามอย่างเงียบ ๆ
ทันใดนั้นหญิงสาวในชุดดำผู้นั้นก็หัวเราะคิกคักออกมาพลางกล่าวว่า “อีกเดี๋ยวก็จะมีการแสดงดี ๆ ให้ได้ดูแล้ว”
หากเป็นภายใต้สถานการณ์ปกติ แม้ว่าท่านหญิงโยวจะมีวิธีการควบคุมแมลงอย่างแปลกประหลาด แต่การคิดที่จะลอบโจมตีมู่หลินหลางก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถทำได้เลย
มิเช่นนั้นนางไม่มีทางแค้นมู่หลินหลางได้นานถึงขนาดนี้แน่ อีกทั้งยังไม่เคยลงมือได้สำเร็จอีกด้วย
เนื่องจากว่าตอนนี้ยอดฝีมือที่อยู่ข้างกายมู่หลินหลางได้ถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษ อีกทั้งมู่หลินหลางเองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส จนพวกเขาต้องหนีออกมาด้วยความตื่นตระหนก มันจึงทำให้ พวกเขาก็ไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีแมลงพิษตัวหนึ่งกำลังลอบโจมตีฝ่าบาทหลินหลางของพวกเขาอยู่
“ไปเถอะ!”
เนื่องจากคนที่ถูกทิ้งไว้ตรงทางออกนั้นไม่สามารถขัดขวางพวกเขาเอาไว้ได้ ฉะนั้นจึงทำได้เพียงปล่อยให้พวกเขาหนีไปเท่านั้น
ในตอนที่คนของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นออกมาจากมิติอัคคีพฤษ์ ก็ได้เผชิญหน้ากับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีเป่ยกงลั่วเป็นผู้นำ
ดวงตาของเป่ยกงลั่วในตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาเหลือบมองไปยังมู่หลินหลางที่อยู่ในกลุ่มของพวกเขา จากนั้นก็ชี้ไปที่มู่หลินหลางพลางกล่าวว่า “ไปเอาตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้ข้ า”
มู่หลินหลางกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “เป่ยกงลั่ว เจ้าอยากตายหรือ! เจ้าตาบอดหรืออย่างไร? หรือเจ้าไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร? ข้าคือองค์หญิงว่าที่พระชายาแห่งราชวงศ์เป่ยกงของพวกเจ จ้านะ ฉะนั้นเจ้าอย่าคิดที่จะมาทำตัวไร้มารยาทเช่นนี้กับข้า”
“คู่หมั้นของเป่ยกงจั๋วหรือ!” ทันทีที่คำพูดของมู่หลินหลางจบลง เป่ยกงลั่วก็โมโหขึ้นมาอย่างสมบูรณ์
“ในเมื่อหามู่เฉินซีที่เป่ยกงจั๋วสนใจไม่เจอ เช่นนั้นก็ลงมือกับคู่หมั้นเพียงแค่ในนามของเขาก็ได้เหมือนกัน ฆ่าพวกมันซะ นอกจากมู่หลินหลางแล้ว คนอื่นฆ่าทิ้งให้หมด”
ภายในดวงตาของเป่ยกงลั่วเปล่งประกายไปด้วยจิตสังหารที่กระหายเลือด และเขาก็มีเจตนาฆ่าที่ต้องลงมือทำด้วยตนเองอย่างบ้าคลั่ง
เส้นเลือดที่อยู่บนมือของเขากระตุกอย่างบ้าคลั่ง แต่เขากลับยังฝืนทนเอาไว้
เพราะถึงเขาอยากจะลงมือตอนนี้ก็ทำไม่ได้อยู่ดี และทำได้เพียงแค่รอให้ผ่านไปอีกสักระยะหนึ่งเท่านั้น
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะมู่เฉินซีคนนั้นคนเดียว มิเช่นนั้นเขาก็คงไม่ต้องมาพบเจอกับการลอบกัดเช่นนี้แล้ว!
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง!”
มู่หลินหลางผงะไปทันที “เป่ยกงลั่ว นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
เป่ยกงลั่วในตอนนี้มีสีหน้าที่น่าหวาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ ซึ่งความบ้าคลั่งนั้นของเขาก็ทำให้มู่หลินหลางหวาดกลัวจนเกือบที่จะหมดสติไปเลยทีเดียว
“รีบคุ้มครองข้าเร็วเข้า! อย่าปล่อยให้ข้าต้องไปตกอยู่ในน้ำมือของคนบ้านั่นเด็ดขาด!”
“เป่ยกงลั่ว หากเจ้ากล้าลงมือกับพวกข้า เสด็จพ่อของข้าจะต้องไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”
มู่หลินหลางรู้สึกว่านางกับคนของราชวงศ์เป่ยกงมีโชคชะตาที่ไม่สมพงษ์กันเลยจริง ๆ เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานนางก็จะเพิ่งจะโดนเป่ยกงจั๋วแทงข้างหลังมาอีกด้วย
และคราวนี้ในตอนที่นางกำลังบาดเจ็บสาหัสก็ต้องมาเจอกับท่านอาที่บ้าคลั่งของเขา อีกทั้งยังเป็นคนที่อยากจะฆ่านางอีกด้วย
“น้องหญิง…น้องหญิงเจ้าต้องช่วยข้านะ! ขะ…เขาบอกว่าจะไม่ฆ่าเจ้า สำหรับเขาแล้วเจ้าคือคนพิเศษ หรือไม่อย่างนั้นเจ้าก็ร่วมมือกับท่านอ๋องเป่ยกงลั่ว และขอให้เขาเปิดทางให้ส สิ ข้า…ข้ายังไม่อยากตาย!” องค์ชายสามกล่าวพลางกอดมู่หลินหลางเอาไว้แน่น
แม้ว่าเขาจะเป็นเสด็จพี่ของนาง แต่การที่มู่หลินหลางถูกผู้ชายคนหนึ่งกอดเช่นนี้ ก็ทำให้นางรู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาทันทีได้เช่นกัน
นางกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “มู่หงจือ เจ้าคนเลว! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”