ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2294 ฝันร้ายอันน่าสะพรึงกลัว
มู่หลินหลางอยากจะพ่นเลือดใส่เขาให้ตายไปเลยจริง ๆ ที่เขาทำเมื่อกี้นี้เรียกว่าไม่สนใจอย่างนั้นหรือ?
และเป่ยกงลั่วก็กล่าวอีกว่า “เดิมทีแล้วข้าเตรียมตัวที่จะไปหามู่เฉินซี แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะหาที่อยู่ของนางเจอ แล้วเจ้าก็ดันโผล่ออกมาเสียก่อน ข้าจึงได้เลือกจับเจ้า ากับองค์ชายสามมาแทน”
มู่เฉียนซี เป็นเพราะนางอีกแล้ว นี่นางถูกมู่เฉียนซีทำให้เดือดร้อน จนต้องกลายมาเป็นแพะรับบาปอีกแล้วอย่างนั้นหรือ?
จูเชว่กระซิบกล่าวว่า “ให้ตายเถอะ ซีซี! คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหมอนั่นจะเพ่งเล็งเจ้าอยู่ ข้าอยากจะสับร่างของเขาออกเป็นหมื่น ๆ ชิ้นจริง ๆ เลย”
เป่ยกงลั่วหยิบเครื่องมือออกมาแล้วกล่าวว่า “องค์หญิงหลินหลาง เจ้าว่าข้าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะ?”
“ไม่…ไม่เอา ปล่อยข้าไปเถอะ! ขะ…ข้าจะให้เสด็จพ่อช่วยท่านแย่งชิงบัลลังก์ของราชวงศ์เป่ยกงดีหรือไม่?”
“บัลลังก์หรือ นี่คิดว่าข้าชอบมันจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“ข้าสามารถตอบรับคำขอของท่านได้ทุกอย่าง ท่านโปรดปล่อยข้าไปเถิดเจ้าค่ะ”
“แต่ว่า…ข้าอยากที่จะทรมานเจ้า”
เป่ยกงลั่วเป็นคนบ้าคนหนึ่ง และถึงแม้มู่หลินหลางจะพยายามเสนอเงื่อนไข แต่มันกลับไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
เขาลงมือกับมู่หลินหลางอย่างโหดร้าย อีกทั้งยังใช้วิธีที่โหดเหี้ยมต่าง ๆ นานา ซึ่งมันก็ทำให้เป่ยกงโยวที่เฝ้าดูอยู่สั่นสะท้านไปทั้งตัว
ในตอนที่มู่หลินหลางกำลังจะจบเห่นั้น ก็มีร่างเงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏตัวออกมา เขาได้ตรงเข้าไปช่วยมู่หลินหลางที่กำลังย่ำแย่ถึงขีดสุด อีกทั้งยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเ เดียวมาจากมือของเป่ยกงลั่ว!
เขาได้เอาเสื้อคลุมตัวหนึ่งมาปกปิดร่างกายของมู่หลินหลางและอุ้มนางขึ้นมา หลังจากนั้นมู่หลินหลางก็ร้องไห้โฮขึ้นมาทันที “ฮือออ! ท่านเฟิง ในที่สุดท่านก็มาแล้ว! ฮืออออ...”
“ฆ่าเป่ยกงลั่วซะ ฆ่ามันมันเดี๋ยวนี้! ข้าอยากจะหันศพของมันออกเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเสียจริง ๆ สับให้เละแล้วเอาไปเป็นอาหารสุนัขเสีย!”
หลังจากนั้นข้างหลังของเป่ยกงลั่วก็มีร่างเงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา และปลดปล่อยกระบวนท่าที่รุนแรงใส่เป่ยกงลั่ว
เป่ยกงลั่วรีบหลบหลีกอย่างรีบร้อน จากนั้นก็กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “คิดไม่ถึงเลยว่า ตระกูลเฟิงยังมีคนที่มีชีวิตเหลืออยู่อีก! หากข้าเดาไม่ผิดแล้วละก็ เจ้าน่าจะเป็นน้องชายข ของผู้นำตระกูลเฟิง เฟิงฉางหยูอย่างนั้นสินะ!”
เนื่องจากการโจมตีที่รุนแรงอย่างต่อเนื่องของเงาดำ ทำให้เป่ยกงลั่วรู้ว่าเมื่อคนผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นมาเขาก็จะไม่มีทางทรมานมู่หลินหลางได้อีกต่อไปแล้ว
แต่การปล่อยให้มู่หลินหลางมีชีวิตต่อไป พร้อมกับรอยด่างพร้อยเช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการทรมานนางยิ่งกว่าความตายเสียอีก
แต่ตอนนี้เขาต้องการจะไปแล้ว!
แต่เงาดำนั้นจะยอมปล่อยเขาไปได้อย่างไร เป่ยกงลั่วแอบขบฟันตัวเองแน่น “เจ้าพวกนั้นไปตายอยู่ที่ไหนกันแน่นะ?”
มันไม่ง่ายเลยกว่าที่เขาจะจัดการผลข้างเคียงนั้นได้ และดูเหมือนคราวนี้เป่ยกงลั่วก็จะต้องชดใช้อย่างหนักอีกครั้งเช่นกัน
เขาโยนของสิ่งหนึ่งออกไป และทันใดนั้นหมอกสีแดงเลือดก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว
ทันใดนั้นเป่ยกงลั่วก็กระอักเลือดออกมา และรีบพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แยกกันลงมือ พวกเจ้าไปไล่ตามเป่ยกงลั่ว ส่วนข้าจะพาคนไปจัดการมู่หลินหลางและคนชุดดำผู้นั้นเอง”
“เช่นนั้นซีซี เจ้าก็ระวังตัวด้วย!”
จูเชว่และซวนอู่เป็นผู้ไล่ตามเป่ยกงลั่วไป ซึ่งเขาจะต้องสังหารคนบ้าผู้นั้นให้ได้
ฟิ้ว!
เข็มยาของมู่เฉียนซีลอยออกไป และคนของนางก็เข้าไปล้อมเงาดำนั้นเอาไว้
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเราเจอกันอีกแล้วนะ ส่งนางมาให้ข้าซะ”
เงาดำกล่าวว่า “ไม่มีทางหรอก!”
“เช่นนั้น ก็มีแต่ต้องจัดการเจ้าไปพร้อมกันแล้วล่ะ ลงมือได้!”
ตูมมม โครมมม!
เขาสามารถร่วมมือกับร่างเงาของเขาได้ดีเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะถูกพวกเขาล้อมโจมตี แต่คนชุดดำผู้นั้นก็ยังคงโต้ตอบได้อย่างง่ายดาย
ร่างกายของมู่หลินหลางในตอนนี้เย็นยะเยือกมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาควรจะกังวลที่สุดต่างหาก
“ท่านเฟิง มู่เฉินซีก็คือมู่เฉียนซี เป็น…เป็นมู่เฟิง…”
พรวด พรวด พรวด!
คำพูดของนางยังไม่ทันพูดจบ นางก็เริ่มกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง และร่างของนางก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำขึ้นมาทันที
“หลินหลาง!”
สีหน้าของเขามืดมนลงทันที และทันใดนั้นร่างเงาก็แยกตัวออกมาอีกร่างหนึ่ง ซึ่งมันก็ได้พุ่งทะยานเข้าใส่พวกของมู่เฉียนซีโดยตรง!
นี่เป็นครั้งแรกที่มู่เฉียนซีได้เห็นร่างเงาของตระกูลเฟิงถูกแยกออกมามาสองร่างเช่นนี้ และทันใดนั้นร่างแยกของมันก็ระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน ซึ่งเงาขนาดใหญ่ก็ได้ปกคลุมไปทั่วท ทั้งท้องฟ้าเลยทีเดียว
“คราวนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไปอีกครั้ง มู่เฉินซี!”
เขาจำเป็นที่จะต้องพามู่หลินหลางออกไปเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บโดยเร็ว มิเช่นนั้นนางอาจจะต้องตายเข้าจริง ๆ ก็เป็นได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้น เขาก็คงต้องฆ่าแม่สาวน้อยผู้นี้จ จริง ๆ แน่นอน
ในตอนที่ร่างเงาสีดำได้สลายหายไป ไป๋เจ๋อก็กล่าวว่า “เฉียนซี เจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เป็นอะไร เพราะพลังในการพลีชีพของร่างเงานั้นไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันก็เหมาะที่จะใช้ในการกำบังขณะล่าถอยได้เป็นอย่างดี ซึ่งทักษะวิญญาณของตระกูลเฟิงเป็นสิ่งที่ไม่สา ามารถดูถูกได้จริง ๆ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ในเมื่อเขาสามารถใช้วิธีเช่นนี้ได้ ฉะนั้นสิ่งที่เป่ยกงลั่วได้พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นเรื่องจริงแล้วล่ะ เขาก็คือเฟิงฉางหยู เป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลเฟิง และยั งเป็นอาห้าของเฟิงอวิ๋นซิวอีกด้วย ซึ่งในตอนแรกก็มีคนได้เห็นศพของเขาอย่างชัดเจนแล้วเช่นกัน ทว่าตอนนี้เขาไม่เพียงแต่จะยังมีชีวิตอยู่ แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นคนคุ้ม มครองมู่หลินหลางอีกด้วย” โม่ซวนกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกเขาว่า “คนผู้นั้นรับมือได้ยากมากจริง ๆ ซึ่งมันก็ไม่เหมาะที่จะต่อสู้ด้วย! ฉะนั้นพวกเราไล่ตามพวกของซวนอู่ไปก่อนเถอะ จะได้จัดการเป่ยกงลั่วผู้นั้นก่ อน”
“ตกลง”
มู่เฉียนซีและพรรคพวกพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไล่ล่าเป่ยกงลั่ว
และในเวลานี้เงาดำร่างหนึ่งก็ได้พามู่หลินหลางที่กำลังหายใจรวยรินเข้าไปในมิติที่มืดมนแห่งหนึ่ง ซึ่งกลิ่นอายของที่นี่มันช่างตรงกันข้ามกับกลิ่นอายของตำหนักเทพแห่งชีวิตอย ย่างสิ้นเชิง
เขากล่าวว่า “ร่างหลักของข้าได้ติดตามนายท่านทุกท่านมาถึงมิติแห่งความตายนี้ เนื่องจากร่างเงาได้ถูกไม้เทพแห่งชีวิตเตะออกไป จึงทำให้ข้าไม่สามารถปกป้องอยู่ข้างกายฝ่าบาทหลิ นหลางได้ และผลสุดท้ายก็ทำให้นางต้องมาพบเจอกับเรื่องที่โหดเหี้ยมทารุณไร้มนุษยธรรมเช่นนี้!”
“นายท่านทุกท่าน ข้านั้นมีความผิด! แต่ทุกท่านได้โปรดช่วยเหลือฝ่าบาทหลินหลางด้วยเถิดขอรับ พระองค์จะตายไม่ได้เด็ดขาด” ร่างเงากล่าวกับคนของเผ่าคำสาปเหล่านั้น
ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของมู่หลินหลางน่าขยะแขยงยิ่งนัก และคนของเผ่าคำสาปเหล่านี้ก็รังเกียจมากเช่นกัน
แต่มีคนกล่าวขึ้นมาว่า “อย่างไรเสียนางก็เป็นคนที่จักรพรรดิตงหวงหวงแหน พวกเราช่วยนางเถอะ!”
“เช่นนั้นก็ต้องขอบพระคุณนายท่านทุกท่านแล้ว”
คนของเผ่าคำสาปได้ใช้สมบัติมากมายไปกับมู่หลินหลาง นอกจากนี้พวกเขายังใช้แม้กระทั่งคำสาปอีกด้วย และในที่สุดพวกเขาก็สามารถรักษาชีวิตของนางเอาไว้ได้
ชายในชุดคลุมดำได้พันผ้าพันแผลให้นาง แม้บาดแผลจะน่าขยะแขยงเพียงใด มันก็ถูกยอมรับได้ทั้งหมดเมื่อได้เห็นใบหน้าของนาง
แม้ว่าใบหน้าของมู่หลินหลางจะถูกเผาไหม้ไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ตาม!
“กรี๊ดดด! ไม่เอา…”
“เป่ยกงลั่ว เจ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“……”
แม้ว่าจะสามารถรักษาชีวิตของนางเอาไว้ได้ แต่ก็ดูเหมือนว่ามู่หลินหลางกำลังตกอยู่ในฝันร้ายอย่างเห็นได้ชัด
และเรื่องที่นางถูกเป่ยกงลั่วทรมานเหล่านั้น แม้ว่าจะตกอยู่ในห้วงนิทราแต่ความทรงจำของนางกลับยังคงชัดเจน
และเขาก็ค่อนข้างกลัวว่าในตอนที่มู่หลินหลางตื่นขึ้นมาแล้วนางจะรับไม่ได้ จนเสียสติหรือไม่ก็อาจจะกลายเป็นคนวิกลจริตไปเลยก็เป็นได้!
เขามองไปทางคนของเผ่าคำสาปพลางกล่าวว่า “สามารถผนึกความทรงจำของฝ่าบาทได้หรือไม่ขอรับ เรื่องเหล่านั้น หากให้ฝ่าบาทลืมมันเสียได้น่าจะดีกว่า! หากนางลืมได้ละก็ นางก็จะยั งคงเป็นหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ราวกับหงส์บนสวรรค์ชั้นเก้าก็มิปานเช่นเดิม”
“การปิดผนึกความทรงจำช่วงเวลาหนึ่ง สำหรับคนของเผ่าคำสาปอย่างพวกเราไม่ใช่เรื่องยากเลย และมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น”
คนของเผ่าคำสาปโบกมือ หลังจากนั้นความทรงจำของมู่หลินหลางก็ถูกผนึกเอาไว้ และตอนนี้มู่หลินหลางก็หลับได้อย่างสงบมากขึ้นแล้ว
พวกเขากล่าวกับชายชุดคลุมดำว่า “คนของราชวงศ์ตงหวงที่พวกเจ้าส่งมาตายกันไปหมดแล้ว และข้าเองก็ไม่เคยคาดหวังว่าจะให้พวกเขามาช่วยเหลือเช่นกัน! แต่ทว่าความสามารถของเจ้าค่อน นข้างดีเลยทีเดียว ฉะนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่างหนึ่ง! ซึ่งนั่นก็คือ นำต้นไม้ปีศาจแห่งความมืดนี้ไปปลูกภายในตำหนักเทพแห่งชีวิตเสีย!”