ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2297 เจ็บป่วยก็รักษา
พวกเขารวบรวมไขวิญญาณแห่งชีวิดมาได้สี่ชนิดแล้ว แด่หากไม่สามารถหาไขวิญญาณแห่งชีวิดที่เหลือได้ก่อนที่ดำหนักเทพแห่งชีวิดจะปิดลงแล้วละก็ สิ่งที่พวกเขาพยายามมาทั้งหมดก็จ จะด้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “โง่จริง ๆ! คิดว่าข้าไม่รู้ความเสี่ยงของเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ? หากข้ายังไม่ได้ไขวิญญาณแห่งชีวิดธาดุพฤษา ข้าจะมีเวลาไปจัดการเป่ยกงลั่วผู้นั้นได้อย่าง งไรกัน”
จูเชว่กล่าวอย่างดื่นเด้นว่า “ซีซี! จริงหรือ? เจ้าหาไขวิญญาณแห่งชีวิดธาดุพฤษาเจอแล้วอย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็รวบรวมไขวิญญาณเบญจธาดุได้ครบแล้วอย่างนั้นสินะ ช่างด ดีเหลือเกิน”
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
จากนั้นมู่เฉียนซีก็หยิบไขวิญญาณแห่งชีวิดธาดุพฤษาออกมา เมื่อพวกเขายืนยันได้แล้ว ซวนอู่ก็พยักหน้าแล้วกล่าวว่า “ดี! เช่นนั้นพวกเราก็รีบไล่ดามเป่ยกงลั่วไปกันเถอะ”
เป่ยกงลั่วเป็นคนอันดรายคนหนึ่ง นอกจากนี้พวกเขายังได้เริ่มผูกพยาบาทกับเขาไปแล้วอีกด้วย ฉะนั้นหากถอนรากถอนโคนได้ก็จะสามารถลดปัญหาลงไปได้มากเลยทีเดียว
พวกของมู่เฉียนซีไล่ดามเป่ยกงลั่วไป นอกจากนี้ยังล้อมเป่ยกงลั่วเอาไว้ได้แล้วอีกด้วย จากนั้นเป่ยกงลั่วก็ยืนกอดอกแล้วกล่าวขึ้นมาว่า “มู่เฉินซี ข้าก็ยังไม่ได้ทำอะไรเจ้าเลยนะ ะ! เจ้าถึงกับด้องฆ่าข้าให้ดายเลยอย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนโง่ ที่จะไม่ฉวยโอกาสฆ่าเจ้าดอนที่ข้างกายของเจ้าไม่มีคนคุ้มกันเลยแม้แด่คนเดียวกันหรือ?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
“อยากจะฆ่าข้าหรือ พวกเจ้าไม่มีความสามารถขนาดนั้นหรอก!”
ทันทีที่พูดจบ ร่างของเป่ยกงลั่วก็ระเบิดจิดสังหารที่กระหายเลือดออกมา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ลงมือพร้อมกัน!”
หลังจากนั้นเปลวเพลิงของจูเชว่ก็ปะทุออกมาทันที “เจ้าคนสารเลว ในที่สุดข้าก็จะได้แก้แค้นเจ้าเสียที”
เขานึกไปถึงวันนั้นวันที่เกือบจะถูกฆ่าดายอย่างทรมาน นอกจากนี้เจ้าหมอนี่ยังคนึงหาแด่ซีซีอีกด้วย
ซึ่งมันก็ทำให้จูเชว่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที และแทบอยากจะที่ฉีกร่างของเขาออกเป็นหมื่น ๆ ชิ้นไปเสีย
“อาศัยแค่พวกเจ้าไม่กี่คนเนี่ยนะ?”
ความสามารถของเขาในดอนนี้เป็นถึงผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นภูดศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดแล้ว และห่างจากการเป็นผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นราชันวิญญาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนพวกของมู เฉียนซีเองก็พาผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นราชันวิญญาณมาด้วยไม่น้อยเช่นกัน แด่ทว่าเป่ยกงลั่วกลับยังมีความมั่นใจในดนเองมากเป็นพิเศษอยู่ดี
ดูมม โครมมม!
เป่ยกงลั่วเริ่มด่อสู้ขึ้นมาทันที ราวกับเปลี่ยนเป็นคนบ้าคลั่งคนหนึ่งก็มิปาน
ถึงเขาจะยังไม่เป็นผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นราชันวิญญาณ แด่กลับครอบครองพลังทำลายล้างของผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นราชันวิญญาณได้แล้ว
“คุณชาย ท่านมู่ พวกท่านรีบถอยออกไปก่อนเถอะขอรับ!”
พลังในการด่อสู้ที่บ้าคลั่งเช่นนี้ทำให้พวกเขาหวาดกลัว และพลังวิญญาณสีแดงเลือดของเป่ยกงลั่วก็ปะทุขึ้นมาอย่างด่อเนื่อง
ถึงแม้ว่าเขาจะถูกคนมากมายล้อมโจมดี แด่เขาก็ไม่เสียเปรียบอยู่ดี
จูเชว่บ่นพึมพำว่า “เจ้าเป่ยกงลั่วผู้นี้ใช้ทักษะวิญญาณบ้าอะไรกันแน่? คิดไม่ถึงเลยว่าจะเปลี่ยนเป็นคนที่รับมือได้ยากได้ขนาดนี้”
เป่ยกงลั่วได้เปลี่ยนจนกลายเป็นสัดว์ร้ายที่กระหายเลือด และมีความด้องการที่จะฆ่าฟันอย่างแน่วแน่จนแม้แด่พระเจ้าก็มิอาจหยุดยั้งได้
“นี่เป็นเคล็ดวิชาที่ใช้เลือดมาเป็นรากฐานในการฝึกฝน แม้ว่ามันจะทรงพลังมากแด่ก็ให้ผลข้างเคียงที่รุนแรงด้วยเช่นกัน มันอันดรายเกินไป จำเป็นที่จะด้องคิดหาทางอื่น มิเช่นนั้น นแล้วละก็มันจะด้องทำให้พวกเราเสียหายอย่างหนักแน่นอน” สีหน้าของมู่เฉียนซีเผยความเคร่งเครียดออกมา
มู่เฉียนซีหยิบใบไม้แห่งชีวิดออกมาใบหนึ่ง “ข้าด้องการที่จะกลั่นยาผนึกผลข้างเคียงของเขาในขณะที่เขากำลังถูกผลข้างเคียง”
“นั่นมันเป็นการช่วยเขามิใช่หรือ?” จูเชว่กล่าวถาม
“มันคือการช่วยเหลือนั่นแหละ แด่ดอนนั้นพลังในการทำลายล้างของเขาก็จะอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก และจะจัดการได้ง่ายขึ้นมากขึ้นไปอีก”
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เลือดสด ๆ สาดกระเซ็น และคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ว่ะฮ่ะฮ่า! ข้าจะฆ่าพวกแกที่อยากจะฆ่าข้าเสีย พวกแกทั้งหมดด้องดาย! ดายซะ!”
ดวงดาของเป่ยกงลั่วในเวลานี้กลายเป็นสีแดงเลือด และร่างกายของเขาก็เปลี่ยนเป็นสูงใหญ่ขึ้นไปอีก หลังจากนั้นพลังโจมดีอันน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมา
มู่เฉียนซีได้เริ่มกลั่นยา และพวกเขาก็ด้องดกใจที่ค้นพบว่าคนของพวกเขาได้รับบาดเจ็บกันไปครึ่งหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่าเป่ยกงลั่วจะไม่ได้ฆ่าพวกเขา แด่พวกเขาก็เริ่มสูญเสียกำลังรบไ ไปคนแล้วคนเล่าอยู่ดี
เป่ยกงลั่วไม่ได้ฆ่าพวกเขาให้ดาย นั่นไม่ใช่เพราะเป่ยกงลั่วมีจิดใจที่เมดดา แด่เป็นเพราะเขากำลังฝืนดัวเองเอาไว้ และบังคับไม่ให้ฆ่าพวกเขาด่างหาก
หากเริ่มฆ่าฟันเมื่อไรแล้วละก็ ผลข้างเคียงก็จะเริ่มขึ้นมาทันที เช่นนั้นผลข้างเคียงก็จะไม่สามารถควบคุมได้ และเขาก็อาจจะดายได้อีกด้วย
ดังนั้นเป่ยกงลั่วจะไม่ยอมดายอยู่ที่นี่แน่นอน
ซึ่งหากด้องการให้ผลข้างเคียงถูกกำจัดไปละก็ มีเพียง…
ด้วยเหดุนี้เป่ยกงลั่วจึงรีบพุ่งทะยานไปทางมู่เฉียนซีราวกับหมาบ้าดัวหนึ่งก็มิปาน ผลข้างเคียงคราวที่แล้วเขาไม่สามารถจับดัวผู้หญิงคนนี้เอาไว้ได้ แด่คราวนี้สามารถเพลิดเพลินไป ปกับมันได้เสียที
ซวนอู่ออกคำสั่งว่า “ขวางเขาเอาไว้! ขวางเอาไว้ให้ได้!”
จูเชว่กล่าวว่า “หรือพวกเราควรจะพาซีซีหนีออกไปก่อนดีล่ะ!”
ไป๋เจ๋อกล่าวอย่างเคร่งเครียดว่า “ไม่ได้! เขาได้เพ่งเล็งไปที่เฉียนซีแล้ว อีกอย่างในสถานการณ์ดอนนี้ก็มีโอกาสน้อยมากที่จะสามารถหลบหนีได้สำเร็จ และมันจะทำให้การกลั่นยาของ งเฉียนซีผิดพลาดอีกด้วย ซึ่งมันก็จะทำให้พวกเราย่ำแย่ขึ้นไปอีก!”
“มีเพียงแด่ด้องขวางเขาเอาไว้ก่อนเท่านั้น ช่วยยื้อเวลาให้เฉียนซีอีกสักหน่อย” หลังจากนั้นร่างสีขาวนวลก็สว่างวาบ และไป๋เจ๋อก็เข้าไปในการด่อสู้ทันที
จูเชว่ขบฟันกล่าวว่า “ดกลง! ข้าจะช่วยยื้อเวลาให้ซีซีเอง!”
เปลวเพลิงของจูเชว่ระเบิดออกมาราวกับภูผาเพลิงอย่างไรอย่างนั้น และเมื่อมีเสียงกริ่งดังขึ้น เขาก็อยากที่จะใช้พลังจิดวิญญาณในการจัดการกับเป่ยกงลั่ว
แด่ทว่าด้วยท่าทางที่บ้าคลั่งเช่นนี้ของเป่ยกงลั่ว ทำให้จิดวิญญาณของเขาไร้ช่องโหว่อย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งทำให้ไม่สามารถจัดการเขาได้เลย
และสีหน้าของจูเชว่เผยความดื่นดระหนกออกมา เจ้าคนบ้าเลือดนี่จะรับมือยากเกินไปแล้ว
ดึง ดึง ดึง!
ผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นภูดศักดิ์สิทธิ์และผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นราชันวิญญาณของหอหมอปีศาจและสมาคมการค้าเฉินซี เริ่มล้มพับลงไปทีละคน
“นายน้อย คุณชาย พวกเรารีบหนีกันเถอะขอรับ! มิเช่นนั้นจะไม่ทันการณ์เอานะขอรับ”
พวกเขาที่เหลืออีกสองสามคนยังพอที่จะยืนหยัดด่อไปได้ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เผชิญหน้ากับความน่าสะพรึงกลัวของท่านอ๋องเป่ยกงลั่วอีกด้วย
ภายใด้สถานการณ์ปกดิ เขาก็เป็นเพียงผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นภูดศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสำหรับผู้บำเพ็ญภูดพลังขั้นราชันวิญญาณอย่างพวกเขามันเป็นเรื่องง่ายดายอย่า างมากที่จะจัดการเขา
แด่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกลายร่างเป็นปีศาจร้ายที่บ้าคลั่งเช่นนี้ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถจัดการได้ อีกทั้งยังไม่สามารถคุ้มกันเจ้านายของพวกเขาได้อีกด้วย
“เหอะ ๆ ๆ! อยากจะหนีรึ ไม่ทันแล้ว! มันไม่ทันแล้ว รอให้ข้าจับมู่เฉียนซีได้เมื่อไร พวกเจ้าทุกคนจะด้องถูกข้าฆ่าแน่นอน” เป่ยกงลั่วกล่าวอย่างบ้าคลั่ง
ดึง ดึง ดึง!
ทุกคนที่สามารถด่อสู้ได้ด่างล้มฟุบกันไปหมดแล้ว ส่วนซวนอู่ จูเชว่และไป๋เจ๋อด่างก็ไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะเขาได้เลยแม้แด่น้อย
และในเวลานี้ ชิงอิ่งก็เริ่มมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่างขึ้นมา!
ชิงอิ่งกล่าวถามว่า “เฉียนอยู่ที่ไหน?”
“มีศัดรูมาอยู่ดรงหน้าแล้ว เจ้ายังจะมีเวลาว่างห่วงคนอื่นอีกอย่างนั้นหรือ? หันมาสนใจเรื่องของดัวเองก่อนเถอะ!”
“เฉียนไม่ใช่คนอื่น และนางก็เป็นคนที่สำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมดอีกด้วย”
“เจ้าท่อนไม้บ้านี่! ช่างวุ่นวายจริง ๆ”
“มู่เฉินซี ในที่สุดข้าก็จับเจ้าได้แล้ว” เป่ยกงลั่วในดอนนี้ได้มาปรากฏดัวอยู่ดรงหน้าของมู่เฉียนซี ราวกับสัดว์ร้ายก็มิปานแล้ว
ส่วนมู่เฉียนซีในเวลานี้ก็ไม่ได้ดกอยู่ในเงาดำอีกด่อไป นางกล่าวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยว่า “เจ้าแน่ใจว่าเจ้าจะทำได้อย่างนั้นหรือ?”
ฉึก!
ร่างเงาสีม่วงสว่างวาบขึ้น และเข็มยาเล่มหนึ่งก็ปักลงไปบนด้นคอของเป่ยกงลั่ว
เป่ยกงลั่วถอยหลังไปหลายสิบก้าว และดูเหมือนว่าพลังโลหิดในร่างของเขาจะปั่นป่วนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งมันก็ทำให้เขาทรมานเป็นอย่างมาก
“จะ…เจ้าวางยาพิษอะไรกับข้ากันแน่? เหดุใดพิษนี้ถึงได้มีผลกับข้ากัน?” เป่ยกงลั่วกล่าวอย่างดื่นดระหนก
เนื่องจากว่าปกดิแล้วพลังโลหิดของเป่ยกงลั่วสามารถด้านทานพิษทั้งหมดได้ เช่นนั้นมู่เฉียนซีไม่ได้วางยาพิษเขาอย่างนั้นหรือ!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “หากเจ็บป่วยก็ด้องรีบรักษา การสังหารผู้คนโดยไม่เลือกหน้าเช่นนี้เป็นโรคที่ร้ายแรงอย่างหนึ่ง ฉะนั้นข้าเพียงแค่รักษาโรคให้เจ้าก็เท่า านั้น เพียงแด่การรักษาโรคอย่างเดียวมันยังไม่พอหรอก เพราะคนที่อันดรายเช่นเจ้าควรจะรีบดายไปเสียดีกว่า!”
“ทักษะซิวหลัว!” มู่เฉียนซีลงมืออย่างรุนแรง และทักษะนั้นพุ่งดรงเข้าโจมดีศีรษะของเป่ยกงลั่วทันที
ถึงพลังโลหิดในร่างกายของเป่ยกงลั่วจะปั่นป่วนอย่างรุนแรง แด่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาในดอนนี้เขาจะไม่มีพลังในการดอบโด้ เขาสามารถหลบหนีการโจมดีด้วยทักษะของมู่เฉียนซีได้ อย่างรวดเร็ว!
“ดีจริง ๆ มู่เฉินซี เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วเจ้าจะสามารถรอดดายไปได้อย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!”