ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2300 หัวใจของชิงอิ่ง
ทั่วทั้งตำหนักเทพแห่งชีวิตได้ถูกต้นไม้ปีศาจแห่งความตายโจมตีหมดแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงได้วิ่งหนีไปยังสถานที่ที่มีพลังแห่งชีวิตมากที่สุด
มันต้องใช่แน่นอน!
มู่เฉียนซีเร่งความเร็วมากขึ้นไปอีก นางรีบตรงไปยังสถานที่ที่มีพลังแห่งชีวิตที่แข็งแกร่งมากที่สุด และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการไล่ตามของเข็มปีศาจแห่งความตาย มู่เฉียนซีก็โต ต้กลับอย่างกระตือรือร้น!
“เพลิงนภาพิฆาต!”
“มังกรวารีจงบังเกิด!”
“……”
แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเข็มปีศาจแห่งความตายจำนวนมหาศาลเช่นนี้ อย่าว่าแต่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับห้าเลย แม้แต่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ระดับสู ง หากอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีใบไม้แห่งชีวิตก็สามารถถูกสังหารได้ภายในพริบตาเดียวเช่นกัน
และการที่มู่เฉียนซียืนหยัดได้นานถึงเพียงนี้ แน่นอนว่าเป็นเพราะนางได้เรียนรู้เส้นทางแห่งชีวิตมาแล้วนั่นเอง
นอกจากนี้เปลวเพลิงของกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณนั้นแข็งแกร่งมาก อีกทั้งพลังธาตุวารีและพลังธาตุวายุที่บริสุทธิ์ ก็ทำให้นางสามารถเอาชนะและทำลายล้างปีศาจแห่งความตายนั้น ได้ง่ายดายกว่าคนอื่น
ปัง ปัง ปัง!
ตูมมมม โครมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นในทุกที่ที่มู่เฉียนซีผ่านไป แม้ว่าจะโซซัดโซเซไปตลอดทั้งเส้นทาง แต่นางก็สังเกตเห็นว่าได้เข้าไปใกล้เป้าหมายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ถึงแล้ว!
มู่เฉียนซีได้มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง ข้างหน้านั้นมีพลังแห่งชีวิตสีเขียวอ่อนอยู่ด้วย ซึ่งมันก็ทรงพลังเป็นอย่างมาก!
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
มีร่างเงาสองสามร่างพุ่งทะยานเข้ามา และเมื่อเห็นว่ามีสาวน้อยคนหนึ่งอยู่ข้างหน้าสีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสอย่างพวกเขาก็ฉายแววประหลาดใจขึ้นมาทันที
“แม่นางน้อยผู้นี้ดูเหมือนกับมู่เฉินซีคนนั้นเลยมิใช่หรือ?”
“ใช่! ต้องเป็นนางไม่ผิดแน่ ตอนนั้นนางก็คือคนที่รวบรวมดวงดาวแห่งชีวิตได้มากที่สุด”
คิดไม่ถึงเลยว่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับห้าคนหนึ่งจะอดทนมาจนถึงที่นี่ได้ อีกทั้งยังไม่ถูกเข็มปีศาจแห่งความตายนั่นฆ่าตายอีกด้วย ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขารู้สึ กแปลกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ความสามารถของผู้อาวุโสเหล่านี้แข็งแกร่งมาก และพวกเขาส่วนใหญ่ก็มีความสามารถเป็นถึงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นราชันวิญญาณขั้นสูงกันทั้งนั้น
คนเหล่านี้นอกจากจะมีคนจากราชวงศ์ตงหวงและราชวงศ์เป่ยกงแล้ว บางคนยังเป็นผู้อาวุโสจากสำนักระดับสี่ดาวครึ่งและเป็นผู้บำเพ็ญอิสระที่แข็งแกร่งอีกด้วย
“แม่สาวน้อย เจ้ามีชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ก็ถือได้ว่ามีความสามารถมากแล้ว! แต่เจ้ายังเด็กนัก ฉะนั้นจงรีบออกไปเสียเถิด! ภัยพิบัติกำลังจะมาถึงแล้ว คนแก่ตายยากอย่างพวกเราจะเสี่ยงช ชีวิตเพื่อหาโอกาสในการอยู่รอดของแดนซวนเทียนเอง”
“แม่สาวน้อย พรสวรรค์ของเจ้านั้นยอดเยี่ยมมาก มันคงน่าเสียดายมากจริง ๆ หากต้องมาเกิดเรื่องกับเจ้าที่นี่”
ผู้อาวุโสเหล่านี้รีบเร่งมาที่นี่ด้วยความคิดที่พร้อมจะเสี่ยงทุกสิ่งทุกอย่าง และการโน้มน้าวให้นางออกไปนั้นก็ไม่ใช่เพราะดูถูกนาง แต่เป็นเพราะพยายามจะดูแลคนที่เป็นอัจฉริยะมา ากกว่า
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ขอบคุณความหวังดีของผู้อาวุโสทุกท่านมาก แต่ในเมื่อข้ามาถึงที่นี่แล้ว ข้าก็จำเป็นที่จะต้องเข้าไปพบกับไม้เทพแห่งชีวิตเสียหน่อย”
เมื่อพูดจบ มู่เฉียนซีก็ตรงเข้าไปในม่านแสงนั้นทันที ซึ่งทำให้ผู้อาวุโสเหล่านั้นขวางนางเอาไว้ไม่ทัน
และในตอนที่มู่เฉียนซีพุ่งทะยานเข้าไป นางก็รู้สึกราวกับชนเข้ากับกำแพงอย่างจัง
แต่นี่ไม่ใช่กำแพง เพราะมู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคย และเมื่อเงยหน้ามองก็ได้เห็นเข้ากับใบหน้าอันแสนงดงามจนตื่นตะลึงของชิงอิ่ง และท่าทางที่สุขุมราวกับภาพวาด พู่กันจีนก็มิปาน
เขากล่าวออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “เฉียน!”
มู่เฉียนซีคว้าชิงอิ่งเอาไว้แล้วกล่าวว่า “ชิงอิ่ง ข้าหาเจ้าเจอแล้ว เจ้าไม้เทพแห่งชีวิตนั่นไม่ได้รังแกเจ้าใช่หรือไม่?”
“เฮ้! ข้ากำลังพูดกับเจ้าอยู่นะแม่สาวน้อย!” ผู้อาวุโสสองสามคนเหล่านั้นรีบไล่ตามเข้ามาอย่างรีบร้อน จากนั้นก็เห็นมู่เฉียนซียืนอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง
ความงดงามของเขานั้นราวกับงานฝีมือที่ถูกคนสลักเสลาขึ้นมาอย่างประณีต ซึ่งนี่ย่อมเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เจอกับผู้ชายที่งดงามมากถึงเพียงนี้ตั้งแต่มีชีวิตอยู่มาหลายปี
“ข้าคิดว่าพวกเราเร็วมากแล้วนะ คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่เร็วยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก”
“เจ้าหนู เจ้าสนิทกับแม่สาวน้อยนี้มากอย่างนั้นสินะ! รีบโน้มน้าวให้แม่สาวน้อยนี่ออกไปเร็วเข้าเถอะ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่จะอยู่นาน ๆ ได้หรอกนะ”
“……”
ปัง ปัง ปัง!
และในเวลานี้ ก็มีเสียงดังสนั่นมาจากภายนอก
เห็นได้ชัดว่ากลิ่นอายแห่งความตายกำลังแผ่กระจายเข้ามาข้างในนี้ นอกจากนี้อันตรายก็กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้อีกด้วย
ชิงอิ่งคว้ามู่เฉียนซีเอาไว้และพุ่งทะยานไปข้างหน้า ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ข้างหน้านั้นงดงามเป็นอย่างยิ่ง และนี่ก็คือไม้เทพแห่งชีวิต
“เจ้าหนูนี่เหตุใดถึงได้มีนิสัยเหมือนแม่สาวน้อยเช่นนี้ ทำไมถึงไม่เชื่อฟังเอาเสียเลย!”
ผู้อาวุโสเหล่านี้ได้แต่บ่นพึมพำ ผลปรากฏว่าทันทีที่เห็นไม้เทพแห่งชีวิตพวกเขาก็ตื่นตะลึงเป็นอย่างมาก และพวกเขาก็ต้องคุกเข่าลงด้วยความตื่นเต้นทันที
“นี่คือไม้เทพแห่งชีวิตอย่างนั้นหรือ!”
“โชคดีจริง ๆ ที่ในชีวิตนี้ได้เห็นไม้เทพแห่งชีวิต ข้า…ถึงตายก็ไม่เสียดายแล้ว”
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนูนั่นและแม่สาวน้อยผู้นั้นจะเข้าไปใกล้ที่ตั้งของไม้เทพแห่งชีวิตเช่นนี้ นี่ไม่กลัวว่าจะทำให้นายท่านไม้เทพแห่งชีวิตต้องขุ่นเคืองอย่างนั้นหรือ จะทำให้ นายท่านไม้เทพแห่งชีวิตโกรธหรืออย่างไร?”
แม้ว่าไม้เทพแห่งชีวิตจะเป็นเพียงต้นไม้ต้นหนึ่ง แต่ทว่าแท้จริงแล้วมันคือไม้เทพที่ก่อตัวมาจากพลังแห่งชีวิตเมื่อครั้งกำเนิดโลกเป็นครั้งแรก
มันมีชีวิตมานานมากเหลือเกิน และมีอายุที่แก่กว่าบรรพบุรุษของมนุษย์อย่างพวกเขาเสียอีก ฉะนั้นมันจะขุ่นเคืองลูกหลานได้อย่างไร!
ทว่าพวกเขาไม่เพียงแต่จะเข้าใกล้เท่านั้น แต่ยังเดินไปถึงใต้ต้นไม้แล้วอีกด้วย
มู่เฉียนซีตบลงไปที่ลำต้นพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม้เทพแห่งชีวิต ข้าหาเจ้าเจอแล้ว”
“เจ้าดีใจมากเลยหรือ? หรือเพราะเจ้ารู้สึกว่าจะได้รับหัวใจของไม้เทพแห่งชีวิตแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ที่ตอนนี้ข้าดีใจเพราะได้เจอชิงอิ่งแล้ว นอกจากนี้ยังได้เห็นเจ้าแล้วอีกด้วย อย่างไรเสียเจ้าก็เป็นถึงต้นกำเนิดแห่งชีวิต เป็นไม้เทพที่ศักดิ์สิทธิ์มาก” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยร รอยยิ้ม
ตูมมม โครมมม!
ทั้งพื้นดินสั่นสะเทือนขึ้นมาทันที เนื่องจากร่างแยกของต้นไม้ปีศาจแห่งความตายที่อยู่ในตำหนักเทพแห่งชีวิตแผ่กระจายกลิ่นอายแห่งความตายออกมาเป็นจำนวนมาก จึงทำให้มิติแห่งความต ตายและมิติแห่งชีวิตปะทะเข้าด้วยกัน
“แม้ว่าคำพูดของเจ้าจะไพเราะมากเพียงใด ข้าก็ไม่มีทางหลงกลคำพูดที่แสนหวานของมนุษย์เช่นเจ้า แล้วมอบสิ่งที่เจ้าต้องการให้เจ้าได้หรอก” ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าวกับมู่เฉียนซี
“หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม้เทพแห่งชีวิตมีหัวใจจริง ๆ อย่างนั้นสินะ” มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง
เดิมทีนางไม่ได้มีความหวังอะไรเลย เพราะไม้เทพจะไปมีหัวใจได้อย่างไรกัน? และนางก็รู้สึกว่าคัมภีร์หมื่นคำสาปกำลังหลอกนางอยู่
ในเวลานี้ ชิงอิ่งคว้ามือของมู่เฉียนซีเอาไว้จากนั้นก็วางมือของนางไว้บนหัวใจของเขาพลางกล่าวว่า “เฉียน เขาไม่มี แต่ข้ามี! เอามันออกมา เพราะมันคือของเจ้า”
มือของมู่เฉียนซีสั่นเทา นางดึงมือออกมาด้วยสีหน้าที่ขาวซีดเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปทางชิงอิ่งอย่างตื่นตะลึงแล้วกล่าวว่า “ชิงอิ่ง นี่เจ้ากำลังพูดเรื่องไรกัน?”
น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย “ขะ…ข้าต้องการจะถอนคำสาป สิ่งที่ต้องการคือหัวใจของไม้เทพแห่งชีวิต ข้าเองก็รู้ดี ว่าเดิมทีแล้วไม้เทพนั้นไม่มีหัวใจ สิ่งนี้มันไม่มีอยู่ จริง! เจ้าเป็นเพียงหุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้น แล้วจะให้ข้าเอาหัวใจของเจ้าไปทำไม?”
“ในเมื่อไม่ต้องการ เช่นนั้นก็เอานางออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!” และไม้เทพแห่งชีวิตก็กล่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ครืนนนนน!
มิติแห่งชีวิตสั่นสะเทือนมากขึ้นเรื่อย ๆ ชิงอิ่งเข้าไปใกล้มู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “เฉียน มันเหมือนกัน! หัวใจของข้า มันมีประโยชน์แน่นอน!”
“จะ…เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว…” มู่เฉียนซีจ้องเขม็งไปที่เขาพลางขบริมฝีปากแน่น
และริมฝีปากบางนั้นก็แทบจะมีเลือดไหลออกมาได้อยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้ชิงอิ่งปวดใจยิ่งนัก
เขาก้มศีรษะลงพลางกล่าวว่า “เฉียน เป็นความผิดของข้าเอง เรื่องเช่นนี้ไม่ควรที่จะให้เฉียนต้องมาลงมือด้วยตนเองเลยด้วยซ้ำ ข้าจะทำให้เอง!”
“เจ้าจะบ้าหรือ!” ไม้เทพแห่งชีวิตคำรามออกมา
ชิงอิ่งลงมือทำจริง ๆ เขาทิ้งรอยแผลไว้บนหน้าอกด้วยปลายนิ้วของเขา
ร่างกายของเขาแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันยากมากที่คนอื่นจะทำร้ายเขาได้ แต่หากตนเองต้องการที่จะทำร้ายตนเองกลับเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากเช่นกัน
มู่เฉียนซีดึงมือของเขาเอาไว้ เพื่อต้องการที่จะขัดขวาง และสมองของนางในตอนนี้ก็รู้สึกสับสนไปหมดแล้ว
แต่ชิงอิ่งนั้นดื้อดึงเป็นอย่างมาก ปากแผลบนหน้าอกเริ่มเปิดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และจากนั้นมู่เฉียนซีก็พุ่งตรงเข้าไปคว้าแขนของเขาเอาไว้พร้อมทั้งกัดลงไปอย่างรุนแรง
ถึงชิงอิ่งจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่เขากลับกลัวว่ามันจะไปกระแทกฟันของมู่เฉียนซีเข้า “เฉียน ปล่อยเดี๋ยวนี้!”
“ข้าบอกให้เจ้าหยุด ให้หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ได้ยินอย่างนั้นหรือ? ชิงอิ่งเจ้าเคยเชื่อฟังข้ามาตลอด นี่เจ้ากำลังจะทำเป็นหูทวนลมกับคำสั่งของข้าอย่างนั้นหรือ?” มู่เฉียนซีตะโกนใส ส่ชิงอิ่งด้วยเสียงอันดังก้อง และน้ำตาก็ปรากฏขึ้นมาบนดวงตาคู่นั้นของนางอย่างไม่อาจควบคุมได้