ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2304 เงาของท่านแม่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ฆ่าพวกเขาซะ พวกเขาจะได้ไม่มาเกะกะอีก!” คนของเผ่าคำสาปแสยะยิ้มกล่าว
ยอดฝีมือของแดนซวนเทียนเหล่านี้ กำลังเผชิญกับวิกฤติที่แท้จริงแล้ว!
ปัง ปัง ปัง!
ไม่ว่าจะเป็นร่างเดิมหรือร่างเงาของชายชุดดำต่างก็ถูกชิงอิ่งทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสไปหมดแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ชิงอิ่ง พวกเราไปทางนั้นกันเถอะ พวกเราไปช่วยผู้อาวุโสเหล่านั้นกัน”
“อื้ม!” ชิงอิ่งพยักหน้ากล่าว
ในเมื่อคนของเผ่าคำสาปเริ่มใช้วิชาคำสาป ผู้อาวุโสเหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาอีกต่อไป และจำเป็นต้องรีบเข้าไปช่วยพวกเขาทันที
ความน่าสะพรึงกลัวของคำสาปนั้น ทำให้ใบหน้าของคนที่อยู่ร่วมแดนซวนเทียนเหล่านั้นน่าขยะแขยงยิ่งขึ้นไปอีก และก็ทำให้ผู้อาวุโสที่มีคุณธรรมอย่างแน่วแน่ไร้พลังไปในทันที
นายท่านไม้เทพแห่งชีวิต พวกเรานั้นไร้ประโยชน์ แม้แต่คนเหล่านี้ก็ไม่สามารถจัดการได้ อีกทั้งยังช่วยเหลือท่านไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!
ทว่าในตอนที่คำสาปกำลังจะระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ ทันใดนั้นก็มีร่างเงาสีเขียวและร่างเงาสีม่วงร่างหนึ่งก็แวบผ่านไปอย่างกะทันหัน ชุดสีเขียวนั้นพุ่งทะยานเข้าไปในกองกำลังของ งอีกฝ่ายราวกับไม่กลัวตายอย่างไรอย่างนั้น!
ตูมม!
จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น
และมู่เฉียนซีที่ยืนอยู่ข้างหลัง ก็ได้ระเบิดพลังคำสาปออกมา จากนั้นก็กล่าวอย่างเย็นชาว่า “ทำลาย!”
พลังคำสาปของมู่เฉียนซีได้ปกคลุมคำสาปของเผ่าคำสาปเหล่านี้ จากนั้นก็ทำลายวิชาคำสาปของพวกเขาไปจนหมดสิ้น ซึ่งก็ทำให้ผู้อาวุโสเหล่านี้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันที
พวกเขาต่างตะลึงงันกันไปครู่หนึ่ง วิชาคำสาปถูกทำลายไปแล้ว แม่สาวน้อยผู้นี้เป็นคนทำอย่างนั้นหรือ?
ในตอนแรกที่เข้ามายังมิติแห่งชีวิต พวกเขายังกังวลอยู่ว่าแม่นางน้อยผู้นี้อาจจะต้องตายเพราะขาดความสามารถอยู่เลย
ทว่าตอนนี้พวกเขาเต็มไปด้วยรอยแผล แต่นางกลับยังคงไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
และในขณะที่ชีวิตกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย ก็คิดไม่ถึงว่านางจะทำลายคำสาปของเผ่าคำสาป และช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากอันตรายได้
มู่เฉียนซีโยนขวดยาลูกกลอนสองสามขวดให้กับผู้อาวุโสทุกท่านพลางกล่าวว่า “ผู้อาวุโส เจ้าพวกคนชั่วร้ายอย่างเผ่าคำสาปเหล่านี้ รวมไปถึงเจ้าพวกกากเดนของเผ่ามนุษย์ยังต้องการให้พว วกท่านเป็นคนจัดการอยู่ พวกท่านต้องยืนหยัดเอาไว้ให้ได้! ส่วนการทำลายวิชาคำสาป มอบให้เป็นหน้าที่ของเด็กรุ่นหลังอย่างข้าเถอะ! จากนี้พวกท่านไม่ต้องกังวลเรื่องคำสาปของศัต ตรูอีกแล้ว”
ในสถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้ พวกเขาไม่ทันมีเวลาคิดว่าเพราะเหตุใดแม่สาวน้อยที่ไม่ใช่คนของเผ่าคำสาปผู้นี้ ถึงสามารถทำลายคำสาปของเผ่าคำสาปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้
พวกเขารู้เพียงแค่ว่า แม่สาวน้อยผู้นี้อยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเขาก็เพียงพอแล้ว
“ตกลง! ข้าจะสู้กับเจ้าพวกนี้อย่างเต็มที่จนลมหายใจสุดท้ายแน่นอน!”
ยาลูกกลอนนั้นออกฤทธิ์ดีมาก และเมื่อพลังวิญญาณของพวกเขากลับมาอีกครั้ง พวกเขาก็พุ่งทะยานไปยังกองกำลังของฝ่ายศัตรูทันที
คนของเผ่าคำสาปเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน “แม่สาวน้อยคนนั้น…”
คำสาปของพวกเขาถูกทำลายไปในพริบตาเดียวเท่านั้น ซึ่งความเร็วเช่นนี้ก็อยู่เหนือจินตนาการของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
“แม่สาวน้อย เจ้าคือคนของเผ่าคำสาปที่ได้หายออกไปจากเผ่าของพวกเราอย่างนั้นหรือ! เพราะตอนนี้นายท่านต้นไม้ปีศาจแห่งความตายสามารถคลายผนึกได้แล้ว ซึ่งหลังจากนี้เผ่าคำสาปของ พวกเราจะต้องยกระดับขึ้นอย่างแน่นอน และแม้แต่เผ่าวิญญาณกับเผ่าเทพก็จะต้องยอมจำนนต่อเผ่าคำสาปของพวกเราแน่ อีกอย่างข้าชื่นชอบในพรสวรรค์ของเจ้าด้วย ขอเพียงแค่ตอนนี้เจ้าเ เชื่อฟัง ข้าก็จะไม่เอาเรื่องที่เด็กน้อยอย่างเจ้าทำผิดพลาดไปด้วยความไม่รู้ก่อนหน้านี้ด้วย”
คนที่เอ่ยปากก็คือชายชราที่ถือไม้เท้าผู้นั้น เขารู้ว่าความสามารถของเด็กสาวผู้นี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด และถึงแม้ว่านางจะยังเด็กมากอย่างเห็นได้ชัด แต่นางสามารถเปิดประตู แห่งชีวิตได้ อีกทั้งนางยังสามารถทำลายวิชาคำสาปของพวกเขาได้อีกด้วย
เผ่าคำสาปของพวกเขาไม่ได้มีอัจฉริยะเช่นนี้ปรากฏมานับหมื่นปีแล้ว และไม่ว่าจะใช่คนต่ำชั้นหรือไม่ก็ตาม เขาก็มีความกระตือรือร้นที่จะควบคุมนางให้ได้อยู่ดี
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยว่า “เผ่าคำสาปรึ ข้าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเผ่าคำสาปของพวกเจ้าเลยแม้แต่น้อย! คิดว่าข้าเป็นคนในเผ่าของพวกเจ้าเพราะวิชาคำสาปที่ยอดเยี่ยม ของข้าหรือ ทุกคนในเผ่าคำสาปอย่างพวกเจ้าช่างหน้าไม่อายเลยจริง ๆ!”
“โอหังนัก!” เขากล่าวกับมู่เฉียนซีอย่างโกรธเคือง
“เจ้าช่างรนหาที่ตายจริง ๆ!” และสิ่งที่แลกมากับเสียงคำรามของเขาก็คือการโจมตีของชิงอิ่ง
ชิงอิ่งเข้าใกล้ชายชราถือไม้เท้าผู้นั้นด้วยความเร็วสูงสุด จากนั้นก็โจมตีอย่างโหดเหี้ยม!
ชายชราที่ถือไม้เท้าก็โต้กลับอย่างบ้าคลั่งเช่นกัน แต่ทว่าวิชาคำสาปที่ไร้ข้อผิดพลาดของเขากลับไม่มีผลต่อชายในชุดคลุมเขียวผู้นี้เลยแม้แต่น้อย
“อ๊ากกกกก! เจ้าคือสิ่งใดกันแน่ คิดไม่ถึงเลยว่าคำสาปของข้าจะใช้กับเจ้าไม่ได้ผลเช่นนี้!”
แน่นอนว่ามันต้องไร้ผลอยู่แล้ว นั่นก็เพราะชิงอิ่งคือไม้เทพแห่งชีวิต ที่แม้แต่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายผู้เป็นบรรพบุรุษที่ใช้พลังแห่งความตายยังไม่สามารถใช้พลังแห่งความตายทำ ำร้ายเขาได้ตามอำเภอใจเลย ฉะนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกสวะอย่างเผ่าคำสาปเหล่านี้เลย
พลังแห่งชีวิตบนร่างกายของชิงอิ่ง สามารถผนึกวิชาคำสาปของเผ่าคำสาปเอาไว้ได้พอดี
ในตอนนี้พวกเขารู้สึกปวดหัวมากจริง ๆ อีกทั้งภายในใจยังรู้สึกโกรธมากอีกด้วย
มู่เฉียนซีร่ายวิชาคำสาปภายใต้การคุ้มครองของเหล่าผู้อาวุโสทุกท่าน นอกจากนี้พวกเขายังไม่หวาดกลัววิชาคำสาปอีกต่อไป และยังต่อสู้กับคนของเผ่าคำสาปรวมไปถึงเจ้าพวกคนทรยศเหล่าน นั้นอย่างเต็มที่อีกด้วย
ในขณะนี้คนของเผ่าคำสาปตะโกนร้องออกมาว่า “ฆ่านางเด็กน้อยตัวเกะกะนั่นเสีย!”
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับห้าที่อ่อนแอจนไม่ควรค่าให้เอ่ยถึงคนหนี่งจะมีความสามารถด้านวิชาคำสาปที่ทรงพลังมากเช่นนี้ได้ อีกทั้งยังใจก กล้าบ้าบิ่นจนมาทำลายเรื่องดี ๆ ของพวกเขาอีกด้วย
“ฆ่านางซะ!”
“คุ้มครองแม่สาวน้อยผู้นั้นให้ดี อย่าให้นางเป็นอะไรไปเด็ดขาด”
เหล่าผู้อาวุโสเหล่านี้พยายามปกป้องมู่เฉียนซีอย่างเต็มที่ แต่ทว่าวิธีการลงมือของคนจากเผ่าคำสาปและคนทรยศนั้นโหดเหี้ยมมากเกินไป และไม่ว่าพวกเขาจะปกป้องดีมากเพียงใดแต่ภายใน การต่อสู้ที่ชุลมุนเช่นนี้ก็ยังมีช่วงที่ประมาทเลินเล่อบ้างอยู่ดี
และร่างเงานั้น ก็ฉวยโอกาสที่ประมาทเลินเล่อนั้นเข้าใกล้มู่เฉียนซี
เมื่ออันตรายที่คุ้นเคยกำลังใกล้เข้ามา มู่เฉียนซีก็รู้ว่าเจ้าหมอนั่นได้ฟื้นพลังกลับมาแล้ว และคิดที่จะลอบโจมตีนางอีกครั้ง
วิธีการลอบโจมตีเหมือนกับตอนที่ช่วยมู่หลินหลางก่อนหน้านี้ทุกประการ แต่ด้วยความสามารถของมู่เฉียนซีจึงไม่สามารถหลบเงาสังหารของตระกูลเฟิงได้พ้นอย่างสิ้นเชิง
แต่ทว่าในตอนนี้เอง ก็มีร่างเงาสีเขียวร่างหนึ่งพุ่งผ่านมา และเขาก็ได้คว้ามีดในมือของเงานั้นไว้โดยตรง!
ปัง!
ชิงอิ่งปล่อยหมัดโจมตีออกไป และร่างเงานั้นก็เปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและหายไปต่อหน้าต่อตาของเขา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เนื่องจากชิงอิ่งปกป้องมู่เฉียนซี จึงทำให้นางไม่ถูกร่างเงานั้นฆ่าตาย และในตอนนี้ชายชราที่ถือไม้เท้าก็หัวเราะขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“เจ้าแข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังมีพลังแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์เหมือนกับไม้เทพแห่งชีวิตอีกด้วย ซึ่งเกรงว่านอกจากนายท่านต้นไม้ปีศาจแห่งความตายแล้ว คงไม่มีผู้ใดสามารถสังหารเจ้าได้ เป็นแน่ แต่ทว่าตอนนี้เจ้าได้เปิดเผยจุดอ่อนของตนเองเสียแล้ว! หากผู้ที่แข็งแกร่งเปิดเผยจุดอ่อนของตนเอง เช่นนั้นก็จะอ่อนแอลงเช่นเดียวกัน!”
จุดอ่อนของเขา คงมีเพียงนางสาวน้อยผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับห้าคนนี้เท่านั้น ซึ่งมันก็สามารถจัดการได้ง่ายดายมาก
ชายชราถือไม้เท้ากล่าวว่า “พวกเจ้า จงไปจัดการเจ้าพวกขยะของแดนซวนเทียนเหล่านั้นเสีย ไปตรึงพวกมันเอาไว้ให้ข้า!”
“คนในเผ่าของข้า จะจัดการพวกเขาทั้งสองคน นอกจากนี้ยังมีเจ้าคนใช้เงานั่นอีก”
นับตั้งแต่แรกมาจนถึงตอนนี้ พวกเราก็ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าหมอนั่นมีชื่อว่าอะไรกันแน่
คนผู้นั้นเดินออกมาจากความมืดมิด จากนั้นก็กล่าวกับคนของเผ่าคำสาปว่า “ท่านนักเล่นคาถาอาคมทุกท่าน ข้ามีชื่อว่าเฟิงฉางหยูขอรับ”
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย “ที่แท้เป่ยกงลั่วก็คิดถูกแล้ว เจ้าก็คือเฟิงฉางหยู ที่เป็นน้องชายของผู้นำตระกูลเฟิง เป็นอาห้าของเฟิงอวิ๋นซิว หลังจากที่ตระกูลเฟิงถูกทำลาย นอกจากเ เฟิงอวิ๋นซิวแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ด้วย”
มุมปากของเฟิงฉางหยูยกยิ้มเย็นชาขณะจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี “ไม่ว่าจะเป็นน้องชายของผู้นำตระกูลเฟิง หรืออาห้าของอัจฉริยะเฟิงอวิ๋นซิว ข้าไม่ชอบชื่อเรียกเหล่านั้นเลยสักนิด! แต่ชื่อที่ข้าชอบมากกว่าก็คือ เงาขององค์หญิงพระชายาต่างหาก!”
“หลังจากที่มู่เฟิงอวิ๋นหายตัวไป และพระชายาองค์รัชทายาทกลับไปยังแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็มีคนที่รู้เรื่องเช่นนี้อยู่ไม่มากแล้วล่ะ!” แววตาของเฟิงฉางหยูอ่อนลงเล็กน้อย
นัยน์ตาของมู่เฉียนซีหดลงอย่างกะทันหัน คิดไม่ถึงว่า…
คิดไม่ถึงเลยว่าเฟิงฉางหยูจะเป็นเงาของท่านแม่จริง ๆ!