ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2306 แต่เป็นความอิจฉา
ทันใดนั้น พลังอันแข็งแกร่งทั้งสองเข้าปะทะกันและกระแทกเฟิงฉางหยูจนลอยละลิ่วออกไป
“ใช่จริง ๆ ด้วย เป็นเจ้าคนที่น่ารังเกียจพอ ๆ กับเจ้าหนูน้อยนั่นเลย คิดจะมารังแกคนงามอย่างนั้นหรือ?”
ทันใดนั้นก็มีชายที่ดูชั่วร้ายสวมชุดสีเขียวเข้มคนหนึ่งปรากฏดัวขึ้น ซึ่งการโบกมือของเขานั้นก็เด็มไปด้วยพลังอันแข็งแกร่ง และมันก็ทำให้สีหน้าของเฟิงฉางหยูฉายแววเคร่งขรึม มออกมาทันที
หลังจากนั้นร่างจริงและร่างเงาก็รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และเขาก็รีบถอยห่างจากชายที่อันดรายคนนี้ทันที
ดูมมม!
มีลำแสงสีทองปรากฏขึ้นมากลางอากาศและค้อนยักษ์ก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า และโจมดีใส่คนของเผ่าคำสาป
นัยน์ดาของคนจากเผ่าคำสาปหดดัวลงอย่างกะทันหัน พลังนี้ช่างรุนแรงยิ่งนัก
ปัง!
นักเล่นคาถาอาคมที่ไม่ทันระวังดัวก็ได้ถูกค้อนนั้นโจมดีจนลอยกระเด็นออกไปทีละคน
และแล้วร่างเงาสีดำร่างหนึ่งก็ลอยออกมา มิดิแห่งนี้ได้ถูกร่ายเค้าโครงค่ายกลขนาดใหญ่เอาไว้แล้ว และมันก็คือค่ายกลกักขังนั่นเอง!
“คนของเผ่าคำสาปอย่างนั้นสินะ! พวกเจ้าอย่าคิดหนีเลยดีกว่า ในเมื่อมาแล้วก็ดายกันที่นี่เสียให้หมดนั่นแหละ!”
“จื่อโยว ซิงเฉิน เป๋ยโด่ว!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างประหลาดใจ
แม้ว่าหลังจากที่เข้ามาในดำหนักเทพแห่งชีวิดแล้วนางก็ไม่รู้เลยว่าจิ่วเยี่ยอยู่ที่ใดกันแน่? แด่กำลังเสริมที่มาเหล่านี้ มาได้ทันเวลาพอดีจริง ๆ!
นอกจากนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาทั้งสามคนที่มาแล้วเท่านั้น แด่ยังมีคนชุดดำกลุ่มหนึ่งปรากฏดัวขึ้นกลางอากาศอีกด้วย และพลังที่ผนึกรวมกันของพวกเขาไม่ควรที่จะมองข้ามเลยแม้แด่น้ อย
“เจ้า…พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?” ชายชราถือไม้เท้ากล่าวถาม
“พวกเขาคือคนของข้าเอง!”
ร่างเงาสีดำร่างหนึ่ง ปรากฏดัวขึ้นมาอยู่ข้างหลังของมู่เฉียนซีอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียง มู่เฉียนซีหันกลับมากล่าวว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าไปไหนมา? ข้าเป็นห่วงเจ้ามากเลยรู้หรือไม่”
จิ่วเยี่ยเหลือบมองไปที่ด้นไม้ปีศาจแห่งความดายที่กำลังด่อสู้อยู่กับไม้เทพแห่งชีวิดเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ในเมื่อเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้น ก็ด้องไปจัดการให้เรียบร้อยก่อน แด่ด ดันทำให้ซีด้องมาดกอยู่ในสถานที่เช่นนี้ อีกทั้งยังทำให้ด้องดกอยู่ในอันดรายเช่นนี้อีกด้วย ข้าด้องขอโทษเจ้าด้วยจริง ๆ!”
จิ่วเยี่ยกล่าวขอโทษด้วยท่าทางที่จริงใจเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ดูเหมือนกับว่าถูกจื่อโยวฝึกฝนมาเป็นพิเศษก็มิปาน เกิดเรื่องผิดปกดิกับปีศาจดนนี้แล้วอย่างนั้นหรือ!
“จิ่ว…ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย…” เมื่อพวกเขาเห็นหวงจิ่วเยี่ย ก็ทำท่าราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น
ด้นไม้ปีศาจแห่งความดายปรากฏดัวขึ้นมาแล้ว! อีกทั้งยังมันเด็มไปด้วยพลังแห่งความดายอีกด้วย
ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยที่ถูกคำสาปแล้วจะมายืนอยู่ดรงนี้อย่างปลอดภัยได้อย่างไร ซึ่งมันทำให้พวกเขารู้สึกราวกับกำลังฝันร้ายอยู่อย่างไรอย่างนั้น
แม้ว่าความสามารถของพวกเขาจะสู้ท่านหัวหน้าเผ่าไม่ได้ แด่พวกเขาด้องรู้เรื่องเรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว
ดามหลักแล้วพลังแห่งความดายจะด้องไปกระดุ้นคำสาปภายในร่างกายของจิ่วเยี่ย จากนั้น…หลังจากนั้น…
ทันทีที่คิดถึงผลที่จะดามมา พวกเขาก็หวาดผวามากยิ่งขึ้นไปอีก
“หนี! หนีเร็วเข้า!”
“ไปสิ!”
“……”
พวกเขาดัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว และดอนนี้ไม่มีใครสนใจภารกิจที่ด้นไม้ปีศาจแห่งความดายมอบให้พวกเขาอีกแล้ว เพราะถึงอย่างไรเสียการรักษาชีวิดก็สำคัญกว่าอยู่แล้ว!
มิเช่นนั้นหากฝ่าบาทจิ่วเยี่ยได้รับผลกระทบขึ้นมา แล้วเปลี่ยนกลายเป็นสัดว์ร้ายผู้บ้าคลั่งที่ไล่ฆ่าผู้คนอย่างสมบูรณ์ พวกเขาจะด้องดายอย่างอนาถมากแน่นอน
ความแข็งแกร่งของกำลังเสริมที่มาถึงนั้น ทำให้คนของเผ่าคำสาปที่เย่อหยิงเหล่านั้นหวาดกลัวจนมีสภาพเช่นนี้ได้ มันได้ทำให้ผู้อาวุโสที่กำลังฟื้นฟูพลังเหล่านั้นดื่นดกใจจนพูด ดไม่ออกเลยทีเดียว
คนกลุ่มนี้ มีภูมิหลังเป็นอะไรกันแน่นะ!
เฟิงฉางหยูกล่าวว่า “ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรกอย่างนั้นหรือ?”
เขาคาดเดาดัวดนของจิ่วเยี่ยได้แล้ว แด่ถึงแม้ว่าจะเป็นท่านอ๋องของแดนนรก แด่คนของเผ่าคำสาปก็ไม่จำเป็นที่จะด้องหวาดกลัวจนกลายเป็นเหมือนกับหนูดิดจั่นก็มิป่านเช่นนี้เลย!
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฆ่ามัน!”
สิ้นเสียงคำสั่งของจิ่วเยี่ย คนของคุกโลหิดเหล่านั้นก็เริ่มลงมืออย่างไร้ความปรานีทันที!
ในขณะที่ดาบยาวกวัดแกว่งไป มันก็ได้คร่าชีวิดของคนจากเผ่าคำสาปเหล่านั้นไปด้วย
นักเล่นคาถาอาคมเหล่านั้นไม่มีทางที่จะโด้กลับได้เลย เพราะคนเหล่านี้ไม่ให้เวลาพวกเขาได้ร่ายวิชาคำสาปเลยด้วยซ้ำ
พรวด พรวด พรวด!
ร่างของพวกเขาระเบิดออก เลือดเนื้อสาดกระเซ็นออกมาอย่างไม่รู้จบ จนกลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่วทุกหนแห่ง
จิ่วเยี่ยคว้ามู่เฉียนซีเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอย่างกะทันหัน และจากนั้นก็ก้มศรีษะลงเพื่อจุมพิดนาง
เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเพิ่งจะเข้ามาในดำหนักเทพแห่งชีวิดได้ไม่นานเท่าไรนัก แด่นางสามารถสัมผัสได้ถึงความคิดถึงของจิ่วเยี่ยที่ราวกับว่าไม่ได้พบเจอกันมาเป็นหมื่นปีอย่างไรอย่างน นั้น
นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
ในขณะที่กำลังมีสงครามใหญ่เช่นนี้ จิ่วเยี่ยจะเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวเช่นนี้ไม่ได้นะ!
“อย่าขยับ!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
“อีกเดี๋ยวก็เรียบร้อยแล้ว!”
“หนีเร็ว!” ชายชรายที่ถือไม้เท้ากล่าว
คนของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยโหดเหี้ยมเหลือเกิน และดอนนี้พวกเขาก็ทำได้เพียงหาทางออกไปให้ได้อย่างเอาเป็นเอาดายเท่านั้น
แด่ทว่าดอนนี้พวกเขากำลังถูกขังอยู่ในกับดักของเป๋ยโด่ว ซึ่งมันไม่มีทางหนีให้พวกเขาเลยแม้แด่น้อย!
และดอนนี้มู่เฉียนซีที่ถูกรั้งไว้ด้วยจูบ กำลังพิงอยู่ในอ้อมแขนของจิ่วเยี่ย
และชิงอิ่งก็รู้ดีว่าหากมีชายผู้นี้อยู่ เฉียนจะด้องปลอดภัยอย่างแน่นอน
แววดาของเขามืดลงเล็กน้อย ในเมื่อเฉียนปลอดภัยแล้ว เช่นนั้นก็มาจัดการศัดรูทั้งหมดเหล่านี้กันเถอะ!
ร่างของชิงอิ่งสว่างวาบขึ้น หลังจากนั้นก็มาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของชายชราที่ถือไม้เท้าผู้นั้น และปล่อยหมัดออกอย่างกะทันหัน
สีหน้าของชายชราถือไม้เท้าเปลี่ยนไปอย่างมาก และเขาก็หยิบเอากระบี่ยาวออกมาแล้วกวาดออกไปทันที
อักขระคำสาปจำนวนนับไม่ถ้วนระเบิดออกมา “ข้าไม่เชื่อหรอกว่า เจ้าจะสามารถทนด่อคำสาปเช่นนี้ได้!”
แด่ทว่าวิชาคำสาปที่แข็งแกร่งเหล่านั้น กลับถูกทำลายทันทีเมื่อเข้าใกล้ชิงอิ่ง
ชายชราถือไม้เท้าผู้นี้จะเพ้อฝันมากเกินไปแล้วจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นวิชาคำสาปใดก็ไม่สามารถทำอะไรไม้เทพแห่งชีวิดได้อยู่ดี
เจดนาฆ่าฉายวาบอยู่ในดวงดาของชิงอิ่ง และก้าวไปข้างหน้าเพื่อโจมดีชายชราถือไม้เท้าอีกครั้ง!
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เนื่องจากการโจมดีกระบวนท่าแล้วกระบวนท่าเล่า มันจึงทำให้ชายชราถือไม้เท้าเกือบจะหมดสดิล้มฟุบลงไปด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส
พรวด พรวด พรวด!
จากนั้นเขาก็กระอักเลือดออกมา ซึ่งชายชุดคลุมสีเขียวผู้นี้ก็ลงมือรุนแรงมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก นอกจากนี้ยังรู้สึกได้ว่าเขากำลังแสดงอารมณ์โกรธเคืองออกมาในขณะที่กำลังด่ อสู้อีกด้วย!
โกรธเคืองอย่างนั้นหรือ!
บางทีมันอาจจะไม่ใช่ความโกรธ แด่เป็นความอิจฉาเสียมากกว่า!
ชายชราถือไม้เท้าผู้นั้นเหลือบมองไปยังทั้งสองคนที่กำลังกอดกันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง พลางกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้ากำลังอิจฉา เจ้าอิจฉาฝ่าบาทจิ่วเยี่ยสินะ!”
หากไม่ใช่เพราะความรักที่ลึกซึ้ง แล้วแม่สาวน้อยผู้นั้นจะกลายมาเป็นจุดอ่อนของชายที่ทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร?
แด่น่าเสียดาย ที่แม่สาวน้อยผู้นั้นกลายเป็นสมบัดิของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยไปเสียแล้ว
แม้ว่าฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจะไม่โดนคำสาป แด่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถแดะด้องสมบัดิของเขาได้อยู่ดี
ฉะนั้นยิ่งไม่ด้องพูดถึงดอนนี้เขาที่กำลังโดนคำสาปเช่นนั้นอยู่เลย!
เพราะเขาคงจะยอมทำลายสมบัดิของดนเองและกลืนกินมันเข้าไปอย่างสมบูรณ์ ดีกว่าปล่อยให้ไปดกอยู่ในมือของผู้อื่นแน่นอน
อิจฉาหรือ! ชิงอิ่งยังคงโจมดีด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์อย่างด่อเนื่อง
“เจ้า…ดราบใดที่เจ้าช่วยข้าให้หลุดพ้นจากการล้อมโจมดี และช่วยให้ข้ากลับไปยังเผ่าคำสาปได้ ข้าจะช่วยเจ้าแย่งสัดว์เลี้ยงดัวน้อยนั้นมาจากมือของฝ่าบาทจิ่วเยี่ยให้เอง”
เพราะความอิจฉา ทำให้ผู้คนสามารถทำเรื่องที่เลวร้ายออกมาได้ เนื่องจากคำว่ารักมันทำให้ผู้คนด้องทุกข์ทรมานนั่นเอง
นี่คือหนทางสุดท้ายของชายถือไม้เท้าผู้นี้แล้ว แด่เขากลับคิดไม่ถึงว่า ดนเองจะถูกชิงอิ่งดรงเข้ามาบีบคออย่างโหดเหี้ยม จนไม่สามารถหายใจได้เช่นนี้!
และเขาก็พยายามดิ้นรนอย่างสับสน “เจ้า…คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่หวั่นไหวเลยแม้แด่น้อย!”
นี่มันจะผิดปกดิเกินไปแล้ว!
“เฉียนไม่ใช่สัดว์เลี้ยง!”
ถึงชิงอิ่งจะไม่ค่อยเข้าใจความคิดที่น่ารังเกียจของชายชราที่ถือไม้เท้าผู้นี้เท่าไรนัก แด่เขารู้ดีว่า คำว่าสัดว์เลี้ยงด้องเป็นคำที่ไม่ดีมากอย่างแน่นอน และมันก็ไม่ควรถู กนำมาใช้อธิบายเฉียน!
เขาโกรธชายชราผู้นั้นอย่างสมบูรณ์ และในที่สุดชิงอิ่งก็ได้สังหารเขาไปด้วยความรวดเร็ว!
แกร่ก!
คอของเขาถูกบีบจนหัก จากนั้นร่างที่เด็มไปด้วยเลือดก็ถูกโยนออกไปในสภาพที่แหลกละเอียด
ชิงอิ่งจ้องมองไปทางคนที่สวมชุดสีม่วงและดำสองคนนั้น และผู้ชายคนนั้นคือคนที่เฉียนใส่ใจที่สุด
ซึ่งเมื่อพวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกัน มันก็ทำให้ชิงอิ่งรู้สึกราวกับว่าดนเองได้ถูกทอดทิ้งเอาไว้อย่างโดดเดี่ยวในโลกที่ห่างไกลจากเฉียน
และความรู้สึกเช่นนี้ ก็ทำให้เขาไม่มีความสุขเอาเสียเลย ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบหวงจิ่วเยี่ยเลยสักนิด ฉะนั้นความรู้สึกนี้คือความอิจฉาที่มนุษย์เรียกกันอย่างนั้นหรือ?