ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2308 พาซีออกไป
เมื่อได้ยินคำพูดของจื่อโยว มือที่ถือเข็มยาเอาไว้ของมู่เฉียนซีก็สั่นเล็กน้อย!
นางนั่งลงข้าง ๆ จื่อโยวพลางกล่าวว่า “จื่อโยว เจ้าบอกข้ามาเถอะ ที่เจ้าทำตัวเจ้าชู้ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง อันที่จริงแล้วเจ้าทำเพียงเพราะต้องการปกปิดเท่านั้น แต่ความจริงแล้วเจ้ ามีความคิดแอบแฝงต่อจิ่วเยี่ยของข้าใช่หรือไม่?”
เข็มยาส่องแสงเย็นวาบขึ้นมาทันที ซึ่งสิ่งที่เห็นนี้ก็ทำให้จื่อโยวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหวาดกลัวเป็นอย่างมาก!
สภาพของเขาในตอนนี้คนงามสามารถทำให้เขาตายได้จริง ๆ!
“ไม่…ไม่มีแน่นอน คนงามข้าเป็นผู้บริสุทธิ์นะ! อันที่จริงแล้ว…ข้าชอบผู้หญิงต่างหาก!” จื่อโยวรีบกล่าวชี้แจง
เมื่อได้ยินคำพูดของจื่อโยว จิ่วเยี่ยก็ทำเพียงแค่มองมู่เฉียนซีอยู่ไกล ๆ เท่านั้นจริง ๆ และไม่ได้เข้ามาใกล้อีกเลย
มู่เฉียนซีในตอนนี้กำลังคิดหาทางว่าจะช่วยเหลือจื่อโยว จนไม่ทันได้สังเกตเห็นถึงความแปลกประหลาดของจิ่วเยี่ย ซึ่งหลังจากนั้นนางก็เริ่มลงมือทันที
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
นางฝังเข็ม และใส่ยาอย่างรวดเร็ว!
มู่เฉียนซีได้ใช้พลังแห่งชีวิตในการชำระล้างพลังแห่งความตาย และมันก็ทำให้ร่างของจื่อโยวมีชีวิตกลับมาใหม่อีกครั้ง
“คนงามยอดเยี่ยมจริง ๆ ขนาดเส้นทางแห่งชีวิตเจ้ายังสามารถเรียนรู้ได้เลย นอกจากนี้เจ้ายังสามารถใช้พลังแห่งชีวิตได้แล้วอีกด้วย” จื่อโยวกล่าวชมเชยมู่เฉียนซีพลางหัวเราะคิกคัก กไปด้วย
จิ่วเยี่ยในเวลานี้มาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของมู่เฉียนซีพร้อมทั้งกล่าวกับจื่อโยวว่า “พวกเจ้าสู้กับต้นไม้ปีศาจแห่งความตายไม่ไหวหรอก ฉะนั้นเจ้ารีบพาซีออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้เล ลย”
สีหน้าของจื่อโยวเปลี่ยนไม่มาก เขากล่าว “เยี่ย!”
“ถึงพวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ก็เกะกะอยู่ดี ฉะนั้นจงคุ้มครองซีให้ดีนี่คือภารกิจที่สำคัญที่สุดของพวกเจ้า หลังจากนี้ไม่ว่าผู้ใดที่คิดจะทำร้ายนาง พวกเจ้าก็จงอย่าได้ออมมือและปกป ป้องนางอย่างเต็มที่” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย แล้วมองไปทางจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “รวมไปถึงเจ้าด้วยหรือไม่? จิ่วเยี่ย!”
“ใช่แล้ว! รวมไปถึงข้าด้วย ซี!” จิ่วเยี่ยเข้าใกล้มู่เฉียนซี จากนั้นก็กล่าวพลางขบที่ติ่งหูของนางไปด้วย
และคาดว่านี่น่าจะเป็นการเข้าใกล้ครั้งสุดท้ายแล้ว มิเช่นนี้คงทนไม่ไหวแน่…
นัยน์ตาของมู่เฉียนซีหดลงอย่างกะทันหัน สภาพของจิ่วเยี่ยไม่เสถียรมาตั้งแต่ก่อนที่จะเปิดตำหนักเทพแห่งชีวิตแล้ว
และเมื่อเข้ามาในตำหนักเทพ นางก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของจิ่วเยี่ยกันแน่ แต่มันต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย นี่เจ้าคิดจะทำทุกวิถีทาง โดยไม่สนการปะทุของคำสาป เพื่อสู้กับต้นไม้ปีศาจแห่งความตายอย่างสุดชีวิตใช่หรือไม่?”
จิ่วเยี่ยไม่ตอบอะไรทั้งนั้น และหันไปกล่าวกับจื่อโยวว่า “พาซีออกไปซะ”
จิ่วเยี่ยทำเช่นนี้ออกมาแทนคำตอบ ซึ่งมันก็ถือได้ว่าเป็นการยอมรับไปโดยปริยายแล้ว
มู่เฉียนซีรู้ว่า หากไม่ใช่เพราะว่าจิ่วเยี่ยถูกบีบบังคับมาจนถึงจุดนี้ เขาก็ไม่มีทางเลือกที่จะทำเช่นนี้แน่นอน
แต่เขาในตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วอย่างนั้นหรือ?
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ นางก็ยิ่งจากไปไม่ได้
มู่เฉียนซีกล่าวกับจิ่วเยี่ยด้วยรอยยิ้มว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าก็รู้ ว่าข้าคือเจ้านายของดอกบัวหงเก้ากลีบแห่งผู้พิทักษ์นิรันดร์ หากข้าไม่อยากไป! เจ้าคิดว่าจื่อโยวจะพาข้าไปได ด้อย่างนั้นหรือ?”
“คนงาม…”
จื่อโยวก็อยากที่จะพามู่เฉียนซีไปตามคำสั่งของจิ่วเยี่ย แต่เขาก็รู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันย้ำแย่มากเพียงใด
ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายโผล่มาได้ผิดเวลาจริง ๆ! เห็นอยู่ว่าพวกของเยี่ยใกล้ที่จะหาไม้เทพแห่งชีวิตเจอแล้ว อีกทั้งยังรู้แล้วว่ากิเลนอยู่ที่ใด แต่สุดท้ายต้นไม้ปีศาจแห่งคว วามตายกลับสร้างกลลวงเช่นนี้ออกมา
มู่เฉียนซีหลบหลีกจื่อโยว และพุ่งตรงเข้าไปหาจิ่วเยี่ยทันที
นางรีบกระโจนเข้าไปหาหวงจิ่วเยี่ย จากนั้นก็กอดเขาเอาไว้แน่น
สำหรับอ้อมกอดของหญิงสาวที่ตนเองรัก ทำให้จิ่วเยี่ยทนที่จะผลักไสมู่เฉียนซีออกไปไม่ได้อยู่แล้ว และเมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มของมู่เฉียนซีมันก็ทำให้เขาก็ใจของเขา สั่นไหวขึ้นมาทันที
“จิ่วเยี่ย ข้าไม่มีทางไปแน่นอน!”
“สุ่ยจิงอิ๋ง!”
ลำแสงสีฟ้าอ่อนปกคลุมพวกเขาเอาไว้ ซึ่งมันก็ทำให้พวกของจื่อโยวหมดหนทางเข้าใกล้พวกเขาเลยแม้แต่คืบเดียว
นี่คือเกาะป้องกันของผู้พิทักษ์นิรันดร์ ซึ่งพวกเขาไม่มีทางทำลายได้อยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จื่อโยว พวกเจ้าต่างก็ได้รับบาดเจ็บกันไปหมดแล้ว จงรีบออกไปจากที่นี่เสียเถอะ! ในเมื่อจิ่วเยี่ยไม่ไป ข้าก็จะไม่ไปเช่นกัน”
“แม่คนงาม เยี่ยเขา…” จื่อโยวลังเลที่จะพูด
มู่เฉียนซีคว้าคอเสื้อของจิ่วเยี่ยเอาไว้พลางกล่าวว่า “มีเรื่องอะไรบ้าง ตอนนี้เจ้าจะบอกข้าได้หรือยัง? หรืออยากให้ข้าลงโทษเจ้าอย่างทารุณอย่างนั้นหรือ?”
มือที่เรียวบางนั้นลากผ่านไปบนต้นคอของจิ่วเยี่ย ซึ่งมันก็ทำให้ดวงตาของจิ่วเยี่ยลุกเป็นไฟขึ้นมาทันที
แย่แล้ว! จิ่วเยี่ยกำลังจะโกรธแล้ว
เดิมทีสภาพของเยี่ยของแย่มากอยู่แล้ว แต่คนงามก็ยังกล้าที่จะมายั่วยวนเช่นนี้อีก นี่มัน…มันเป็นการราดน้ำมันเข้าไปในไฟเลยนะ!
จิ่วเยี่ยหลับตาลง และพยายามระงับความกระสับกระส่ายของร่างกายสุดความสามารถ จากนั้นก็กอดมู่เฉียนซีเอาไว้แล้วนั่งลง
“ตกลง! ข้าจะเป็นคนอธิบายเอง!
มู่เฉียนซีเข้าไปพิงบนร่างกายของเขาพลางกล่าวว่า “ตกลง ข้ากำลังฟังอยู่!”
ภายใต้การคุ้มครองอันแข็งแกร่งของสุ่ยจิงอิ๋ง ไม่ว่าการต่อสู้ของต้นไม้ปีศาจแห่งความตายและไม้เทพแห่งชีวิตจะน่าสะพรึงกลัวมากเพียงใด พวกเขาก็ไม่รู้สึกถึงมันได้เลยแม้แต่น้อย
ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยได้เพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุข และเสียงที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดราวกับน้ำพุที่เย็นเยียบก็มิปานของจิ่วเยี่ยดังก้องเข้ามาในหูขอ องมู่เฉียนซี ซึ่งเขาก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดหลังจากที่พวกเขาเข้ามาในตำหนักเทพแห่งชีวิตในคราวนี้ให้นางฟัง
ตอนที่มู่เฉียนซีเข้ามาในตำหนักเทพแห่งชีวิต นางก็ได้เห็นไม้เทพแห่งชีวิตทันที
แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะเล่นตลกกับพวกเขาอย่างหนัก เพราะจิ่วเยี่ยกลับหลุดเข้าไปในมิติแห่งความตายแทน
อย่างที่รู้กันดีว่าภายในมิติแห่งความตายนั้นมีพลังแห่งความตายแข็งแกร่งมากเพียงใด ซึ่งพลังคำสาปก็เช่นเดียวกัน
ซึ่งพลังทั้งสองนั้นก็สะท้อนซึ่งกันและกัน เดิมทีพลังคำสาปนั้นก็ยากที่จะผนึกเอาไว้ได้อยู่แล้ว และตอนนี้กลับยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้นไปอีก
นอกจากนี้จิ่วเยี่ยยังถูกต้นไม้ปีศาจแห่งความตายค้นพบ และต้นไม้ปีศาจแห่งความตายนั้นก็สนใจเขาเป็นอย่างมาก ซึ่งความสนใจนั้นก็เหมือนกับที่มันสนใจจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาของนางเลย ย
ตอนที่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายที่ยังไม่สามารถปลดผนึกได้อย่างสมบูรณ์ไม่สามารถจับตัวจิ่วเยี่ยเอาไว้ได้ ฉะนั้นจิ่วเยี่ยจึงได้รีบออกมาจากมิติแห่งความตาย แต่ทว่าต้นไม้ปีศาจแห่ง ความตายก็ได้หลงเหลืองพลังแห่งความตายไว้บนร่างกายของเขาอย่างมากมายเลยทีเดียว
และด้วยสถานการณ์เช่นนั้นทำให้เขาไม่สามารถกลับไปอยู่เคียงข้างซีได้ และทำได้เพียงขังตนเองเอาไว้ที่แดนนรกเท่านั้น
เขาใช้ทุกวิถีทางเพื่อฝืนระงับพลังคำสาปนั้นไว้ให้ได้ระยะหนึ่ง และถึงแม้ว่าเขาจะใช้เวลามากเท่าไร ก็ไม่สามารถยืดเวลาอันสั้นนี้ให้ยาวนานกว่านี้ได้เลย
และเนื่องจากว่าพลังคำสาปนั้นถูกผลักดันด้วยความตาย จึงทำให้ระงับเอาไว้ไม่ไหวแล้ว
จิ่วเยี่ยยืนหยัดโดยอาศัยความหมกมุ่นอันน่ากลัวนี้ ถึงสามารถยืดเวลาออกมาได้ช่วงหนึ่ง นั่นเป็นเพราะเขาจำเป็นต้องกลับไป! ต้องมาหานางให้ได้!
ตอนต้นไม้แห่งความตายกำลังจะถือกำเนิดขึ้น มันก็สามารถต่อสู้กับไม้เทพแห่งชีวิตได้ทันทีที่มันเกิดมา และหากซียังคงอยู่ในมิติแห่งชีวิต นางก็จะต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน
และทันทีที่เขาระงับพลังคำสาปได้ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็ได้พาคนมาที่นี่ด้วยความเร็วสูงสุดทันที
เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ยังโชคดีที่ไม่สายเกินไป!
เมื่อมู่เฉียนซีได้ฟังแล้วก็ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง และทันใดนั้นอักขระคำสาปที่คุ้นเคยก็ระเบิดออกมาจากร่างกายของจิ่วเยี่ย และมู่เฉียนซียังค้นพบอีกว่าอักขระคำสาปบนตัวของเ เขานั้นมีพลังแห่งความตายที่รุนแรงเพิ่มเข้าไปอีก
นี่คือเรื่องดี ๆ ที่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายได้ทำเอาไว้ มู่เฉียนซีขบฟันด้วยเกลียดชังต้นไม้ปีศาจแห่งความตายต้นนี้
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยที่กำลังมองไปทางมู่เฉียนซีในตอนนี้ ได้เปลี่ยนกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งดูเหมือนกับว่าต้องการที่จะดูดกลืนพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีเข้าไป เ เพื่อกักขังนางเอาไว้ตลอดกาล และหลังจากนั้นก็ครอบครองมาเป็นของตัวเองเสีย
ตึงง!
จิ่วเยี่ยตรึงมู่เฉียนซีเอาไว้ จากนั้นก็จุมพิตลงไปอย่างรุนแรง
“ฟู่!” มู่เฉียนซีสูดหายใจเข้าอย่างเจ็บปวด แต่ความโหดร้ายของเขาก็ยังไม่หยุดลงอยู่ดี
แย่แล้ว!
“คนงาม พวกเรา…ต้องไปจริง ๆ แล้ว ข้า…ข้าสามารถหาสถานที่ที่ปลอดภัยให้เจ้าซ่อนตัวได้ ข้ารับปากเยี่ยเอาไว้แล้ว ข้าจะดูแลเจ้าให้ปลอดภัยเอง!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าไม่ไป!”
แคว่ก!
ในตอนที่เห็นว่าจิ่วเยี่ยไม่สามารถควบคุมตนเองได้อีกแล้ว ลำแสงสีฟ้าก็ได้โจมตีจนจิ่วเยี่ยลอยละลิ่วออกไปอย่างไม่แกรงใจเลยแม้แต่น้อย
ซึ่งมันก็ทำให้จิ่วเยี่ยก็หยุดพักอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง และสติของเขาก็กลับคืนสู่สภาวะปกติเล็กน้อย
“สุ่ยจิงอิ๋ง จื่อโยวดูแลนางให้ดี!”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลือบมองไปทางมู่เฉียนซีอีกเลย และจากนั้นเขาก็มุงหน้าตรงไปยังต้นไม้ปีศาจแห่งความตายต้นนั้นทันที!
ซึ่งนั่นก็เพราะเขากลัวว่าหากเห็นนางอีกครั้ง เขาอาจจะทนต่อความคิดที่กระตุ้นอยู่ภายในใจไม่ได้ จนพุ่งเข้าไป และต่อสู้กับผู้พิทักษ์นิรันดร์ให้รู้แล้วรู้รอด แทนที่เขาจะฉวย ยโอกาสเช่นนี้ไปจัดการต้นไม้ปีศาจแห่งชีวิตที่ควรถูกทำลายนั้นมากกว่า