ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2314 ความปรารถนาของชิงอิ่ง
ในตอนที่จิ่วเยี่ยเพิ่งจะกลืนกินอาหารอันเลิศรสเข้าไป พลังทั้งสองที่อยู่ภายในร่างกายของเขาก็เคลื่อนไหวขึ้นมาอีกครั้ง
คิดไม่ถึงเลยว่าพลังหยินและหยาง ที่เป็นพลังขั้วดีและชั่วทั้งสองพลังนี้จะสามารถผนึกพลังต้นกำเนิดคำสาปแห่งความมืดเอาไว้ได้อย่างแน่นหนา
ถึงต้นกำเนิดคำสาปแห่งความมืดนั้นจะไม่ยินยอมและคิดที่จะต่อต้าน แต่ผลสุดท้ายก็ถูกพลังทั้งสองนี้ผนึกเอาไว้ได้ในที่สุด นอกจากนี้มันยังสร้างรูปแบบของผนึก ที่ทำให้มันไม่สามารถพลิกสถานการณ์ในตอนนี้ได้อีกด้วย
อักขระคำสาปที่อยู่บนตัวของจิ่วเยี่ยได้หายไปอย่างสมบูรณ์ เมื่อดวงตาที่สดใสของเขาฟื้นคืนกลับมา มู่เฉียนซีก็ผงะไปเล็กน้อย
“จิ่วเยี่ย…”
ท่ามกลางความสิ้นหวัง กลับมีความหวังใหม่ขึ้นมาแล้ว
“ซี!” จิ่วเยี่ยช้อนมู่เฉียนซีขึ้นมาในอ้อมแขนของเขาอย่างระมัดระวังและทะนุถนอมเป็นอย่างมาก
ทันใดนั้น ลูกบอลแสงแห่งชีวิตก็แตกสลายออกมาอย่างสมบูรณ์
ทั้งชิงอิ่งและไม้เทพแห่งชีวิตต่างก็ร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง ทันทีที่พวกเขาเห็นว่าเฉียนไม่เป็นอะไร และหวงจิ่วเยี่ยก็ไม่เป็นอะไรเช่นกัน ในที่สุดพวกเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! นี่ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเลยจริง ๆ! ที่นี้เจ้าก็วางใจได้แล้วสินะ!”
ชิงอิ่งจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “เฉียน...”
นัตน์ตาของมู่เฉียนซีหดลงอย่างกะทันหัน และนางก็เห็นร่างของชิงอิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโปร่งแสงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว นางจึงรีบพุ่งทะยานเข้าไปหาเขาอย่างรีบร้อน
ขณะนั้นจิ่วเยี่ยก็เอาเสื้อตัวนอกของเขาไปคลุมนางเอาไว้อย่างรีบร้อน จากนั้นก็พานางไปยังใต้ต้นไม้แห่งชีวิต
และทันทีที่มู่เฉียนซีลงมาถึงพื้น นางก็รีบพุ่งไปยังเบื้องหน้าของชิงอิ่งด้วยความรวดเร็ว
ชิงอิ่งที่เพิ่งจะระเบิดพลังเช่นนั้นออกมา จำเป็นต้องชดใช้อย่างหนักหน่วงแน่นอนอยู่แล้ว
“เฉียน!” ชิงอิ่งจ้องมองไปทางมู่เฉียนซี และเขาได้แต่มองนางอย่างเงียบงัน
“ชิงอิ่ง พลังของเจ้าถูกผลาญไปจนหมดแล้ว ข้ามียาน้ำนี่แล้วก็มียาลูกกลอนด้วย ข้าให้เจ้าหมดเลย ทั้งหมดนี่เป็นยาที่เจ้าเคยกินก่อนหน้านี้ ผลของมันดีมาก...”
มู่เฉียนซีได้นำเอายาน้ำและยาลูกกลอนทั้งหมดที่ชิงอิ่งสามารถกินได้ออกมาจากมิติ “เจ้ารีบกินเข้าสิ หากต้องการเยอะกว่านี้ก็ไม่เป็นไร ข้าจะกลั่นให้เจ้าอีก ข้าทำได้…”
แต่ทว่าตอนนี้ชิงอิ่งกลับไม่กินสิ่งของเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “ข้าจะป้อนเจ้าเอง!”
“เฉียน การที่สามารถมาปรากฏตัวอยู่เคียงข้าเจ้าได้ หรือแม้แต่ตอนที่ข้าต้องหายไปก็ยังสามารถปกป้องเจ้าได้ เพียงเท่านี้ข้าก็พึงพอใจมากแล้ว และนี่ก็เป็นเรื่องที่ข้าพึงพอใจมากที่สุดตั้งแต่เกิดมาบนโลกใบนี้อีกด้วย”
มู่เฉียนซีไม่ทันได้ป้อนยาให้กับเขา เพราะทันทีที่ชิงอิ่งพูดประโยคนี้จบ ร่างของเขาก็โปร่งใสขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็กลายเป็นแสงเล็ก ๆ สีเขียวอ่อน และหายไปต่อหน้าต่อตาของมู่เฉียนซี
ภายในลำแสงสีเขียวอ่อนนั้นมีสิ่งของที่มีรูปทรงคล้ายกับผลไม้ลูกกลม ๆ ลอยอยู่ลูกหนึ่ง และไม้เทพแห่งชีวิตก็ส่งกระแสจิตกล่าวขึ้นมาว่า “นี่คือหัวใจของไม้เทพแห่งชีวิตที่เจ้าต้องการ เขาหายไปแล้ว แต่กลับเหลือมันเอาไว้ รีบเอามันไปเสียเถอะ! ไม่ใช่ว่าเจ้าตามหามันมาตลอดอย่างนั้นหรือ?”
มู่เฉียนซียืนมือออกไปประคองหัวใจของไม้เทพแห่งชีวิตนั้นเอาไว้
และตอนนี้ไม้เทพแห่งชีวิตก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้เป็นเพราะนางรู้ว่ามันคือหัวใจของชิงอิ่ง ตอนหลังนางเลยไม่ต้องการมิใช่หรือ?
ผลสุดท้ายพอเขาหายไปแล้ว นางก็เกิดอยากได้มันขึ้นมาแล้วอย่างนั้นหรืออย่างไร?
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ชิงอิ่งคือหุ่นเชิดที่ไม้เทพแห่งชีวิตสร้างออกมา แม้ว่าตอนนี้ร่างของเขาจะหายไป แต่หัวใจของเขายังอยู่ ทะ…ท่านสามารถทำให้เขามีชีวิตกลับมาได้หรือไม่?”
ไม้เทพแห่งชีวิตผงะไปเล็กน้อย ที่นางรับหัวใจนี้เอาไว้เพราะอยากจะช่วยชิงอิ่งอย่างนั้นหรือ
“เป็นไปไม่ได้หรอก หัวใจดวงนี้ไม่ใช่ต้นกำเนิดพลังของเขา แต่ต้นกำเนิดคืออารมณ์ของเขา ตอนนี้ข้าไม่สามารถสร้างข้าอีกคนหนึ่งออกมาได้แล้ว เพราะอะไรน่ะหรือ! เพราะข้าก็กำลังจะตายเช่นกัน เขาตายไปแล้ว ฉะนั้นข้าจะสามารถมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร?” ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น
“ไม่ได้! เจ้าคือไม้เทพแห่งชีวิต เจ้าจะต้องมีหนทางทำให้ตนเองมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างแน่นอน เจ้าเพียงแค่เบื่อหน่ายโลกนี้มากเกินไปจนไม่คิดที่จะหาทางมีชีวิตอยู่เท่านั้นเอง” มู่เฉียนซีรีบกล่าวอย่างรวดเร็ว
ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าการต่อสู้กับเจ้าหมอนั่นมันง่ายนักหรือไงกัน! แม้แต่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายยังจัดการไม่ได้ ข้าเองก็จัดการไม่ได้เช่นกัน เพื่อที่ต้องการจะจัดการเขา ข้าได้ผลาญพลังต้นกำเนิดแห่งชีวิตไปจนหมดสิ้นแล้ว ไม่มีหนทางใดอีกแล้ว”
“ข้าไม่ได้อยากตายเสียหน่อย! ในช่วงเวลาสุดท้ายข้าก็รู้สึกว่าวิธีคิดที่อยากจะยอมแพ้และพลีชีพตนเองเพราะเบื่อหน่ายโลกใบนี้นั้น เป็นอะไรที่ไร้เดียงสามากเกินไป ข้ายังอยากที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อเฝ้ามองดูโลกนี้ให้ดี ข้าอยากที่จะสร้างคนที่เหมือนเขาอีกคนเพื่อไปดูโลกแห่งนี้ และเมื่อค้นพบวิธีข้าก็จะเปลี่ยนตัวกับเขาและข้าก็จะสามารถออกไปท่องโลกกว้างแห่งนี้ด้วยตนเองได้!”
“หากเจ้าตายไป ชิงอิ่งก็ไม่มีทางมีชีวิตกลับมาได้แล้วน่ะสิ!” ความเศร้าเสียใจเผยออกมาบนใบหน้าของมู่เฉียนซี และความเสียใจนี้ก็ทำให้นางไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกแล้ว
“เป็นความผิดของข้าเอง!” จิ่วเยี่ยปาดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาของมู่เฉียนซี จากนั้นก็กล่าวพลางจุมพิตนาง
มันปวดใจมากเหลือเกิน เพราะเขาสามารถสะท้อนความเจ็บปวดของซีได้ ซึ่งมันก็ทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบเป็นระลอก
“เช่นนั้นเจ้าจะต้องใช้หัวใจของไม้เทพแห่งชีวิตได้แน่นอน! เจ้าจะต้องใช้มันลบล้างคำสาปที่อยู่บนตัวของเขาได้แน่ ต้องทำเช่นนี้เจ้าถึงจะปลอดภัย นี่คือเรื่องที่เจ้าเด็กโง่นั้นบอกเอาไว้ หากเจ้ายังลังเล และชักช้าจนไม่ยอมรีบถอนคำสาปนั้นเสียที คราวหน้าที่คำสาประเบิดออกมาก็จะไม่มีเจ้าเด็กโง่ที่ไหนที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้องเจ้าอีกแล้วนะ” ไม้เทพแห่งชีวิตกล่าวกับมู่เฉียนซี
หลังจากนั้นเขาก็กล่าวกับจิ่วเยี่ยว่า “แต่มันก็ถือว่าเป็นโชคดีสำหรับเจ้า และถือว่าต้นไม้ปีศาจแห่งความตายก็ได้ทำเรื่องดีเอาไว้เช่นกัน เขาได้มอบต้นกำเนิดพลังแห่งความตายให้กับเจ้า เมื่อมันผนวกเข้ากับพลังของข้าทำให้มันสามารถสร้างรูปแบบที่ผนึกพลังอันมืดมิดนั้นได้”
“แต่ร่างกายของเจ้าที่สามารถกลืนกินพลังแห่งความตายได้อย่างง่ายดาย กลับไม่สามารถผสานเข้ากับพลังแห่งชีวิตได้ ซึ่งมันไม่เหมือนกับเฉียน เพราะนางได้เรียนรู้เส้นทางแห่งชีวิตแล้ว แต่เมื่อใช้ยาของนางก็จะทำให้เจ้าสามารถผสานเข้ากับพลังแห่งชีวิตได้ พลังทั้งสองอย่าง พลังแห่งความตายและพลังแห่งชีวิตบวกกับการควบคุมสติและจิตวิญญาณของเจ้ามันก็จะสามารถสร้างรูปแบบของผนึกที่มั่นคงได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถผนึกพลังต้นกำเนิดคำสาปแห่งความมืดได้ชั่วขณะหนึ่งแล้ว”
“เจ้ามีพลังต้นกำเนิดแห่งความตาย และพลังแห่งความตายก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ข้ากำลังจะหายไป ซึ่งพลังแห่งชีวิตจะค่อย ๆ อ่อนแอลงไปด้วย และมันก็จะหายสาปสูญไปในไม่ช้า ซึ่งหากความสมดุลนี้ถูกทำลายไป เช่นนั้นพลังแห่งคำสาปนั้นก็จะสามารถปะทุขึ้นมาได้อีก ฉะนั้นพวกเจ้าจำเป็นที่จะต้องเร่งมือกันหน่อย เจ้าสิ่งนี้ยื้อเวลาไว้ได้ไม่นานนักหรอก”
“นอกจากนี้ ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้ารังแกนางด้วย จงดูแลนางให้ดีอย่าให้มีผู้ใดมาทำร้ายนางได้ นี่คือความปรารถนาของเจ้าเด็กโง่นั่น”
ทันทีที่คำพูดของไม้เทพแห่งชีวิตจบลง ใบไม้ก็ร่วงลงมาจากกลางอากาศราวกับห่าฝนก็มิปานทันที
ไม้เทพแห่งชีวิตกำลังจะตายแล้ว ใบไม้ของมันร่วงโรยลงมาก่อน หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เหี่ยวเฉาลง และสุดท้ายก็ตายไปในที่สุด!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงที่แหบพร่าว่า “ข้า…ข้ายังไม่ได้เก็บใบไม้ทั้งหมดของเจ้าเลย แต่เจ้ากลับปล่อยให้ใบไม้ร่วงลงมาด้วยตัวเองแล้วหรือ เจ้า…”
ทันใดนั้นดวงตาของมู่เฉียนซีก็เบิกกว้างขึ้น ใบไม้…
ใบไม้ไง!
ใบไม้แห่งชีวิตร่วงโรยลงมาจากบนไม้เทพแห่งชีวิต แต่มันก็ยังคงมีพลังแห่งชีวิตหลงเหลืออยู่
มู่เฉียนซีไม่อยากที่จะให้ไม้เทพแห่งชีวิตต้องตาย และไม่อยากที่จะไม่ได้เจอชิงอิ่งอีก ฉะนั้นภายในใจของนางก็มีความคิดที่กล้าหาญมากอยู่อย่างหนึ่ง!
“ชิงมู่ อู่ชิง หลุนหุยจงออกมา! ไปเก็บรวบรวมใบไม้แห่งชีวิตนั้นซะ!”
หลังจากนั้น มู่เฉียนซีก็ได้นำหม้อเทพนิรันดร์ออกมา และกล่าวกับจิ่วเยี่ยว่า “รวบรวมใบไม้แห่งชีวิตให้ข้าหน่อย!”
จิ่วเยี่ยเหลือบมองไปทางพวกของซิงเฉินพลางกล่าวว่า “พวกเจ้ามัวยืนทำอะไรอยู่? ยังไม่รีบลงมือกันอีก!”
พวกของซิงเฉินและเป๋ยโต่วยังไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเขาทนที่จะปิดตาของตนเองไม่ไหวแล้ว
มู่เฉียนซีรีบเข้าไปเก็บใบไม้แห่งชีวิตอย่างรีบร้อน โดยที่ตอนนี้นางสวมเพียงแค่เสื้อคลุมของจิ่วเยี่ยและไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกแล้ว
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หากพวกเจ้ากล้ามองส่งเดช ข้าจะถือว่าพวกเจ้าไม่ต้องการดวงตาคู่นั้นอีกแล้ว”
“นายท่าน โปรดวางใจ พวกเราไม่มีทางมองสิ่งที่ไม่ควรมองอยู่แล้วขอรับ” ซิงเฉินกล่าวด้วยเหงือที่แตกพลักออกมา
เมื่อพวกเขาเริ่มปฏิบัติการเก็บใบไม้แห่งชีวิตครั้งใหญ่นี้แล้ว ไม้เทพแห่งชีวิตก็กล่าวขึ้นมาว่า “มู่เฉียนซี เจ้านี่ช่างโหดร้ายเหลือเกิน! ข้าจะตายอยู่แล้ว แม้แต่ใบไม้ที่ร่วงโรยของข้าเจ้ายังไม่ละเว้นเลยหรือ”
“บ้าเอ้ย!” เมื่อได้ยินเสียงของไม้เทพแห่งชีวิต ซิงเฉินก็ถูกทำให้ตกใจเป็นอย่างมากทันที
.
.