ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2315 รอยยิ้มที่งดงาม
มู่เฉียนซีเก็บรวบรวมใบไม้ของไม้เทพแห่งชีวิตอย่างบ้าคลั่ง ถึงไม้เทพแห่งชีวิตจะโวยวายขึ้นมา นางก็ยังคงสงบและเก็บมันต่อไปอยู่ดี
“ข้าโกร๋นแล้วเจ้ามีความสุขอย่างนั้นหรือ? หากเจ้าชอบใบไม้แห่งชีวิตเจ้าก็เอาเถอะ! เอาไปเลย! ถือว่าข้าให้เจ้าก็แล้วกัน แม้แต่หัวใจเขาก็ยอมให้เจ้า ข้าก็จะเอาใบไม้ให้เจ้าด้วยก็แล้วกัน เจ้าจะได้ไม่ค คิดว่าข้าขี้งกเกินไป”
เดิมทีแล้ว เมื่อไม้เทพแห่งชีวิตพูดจบก็อยากที่จะค่อย ๆ หายไป
แต่ผลสุดท้ายมู่เฉียนซีกลับเอาแต่คิดถึงใบไม้ของมัน จึงทำให้มันทนความโดดเดี่ยวไม่ไหวแล้วพูดขึ้นมาอีกครั้ง
ก่อนที่มันจะเหี่ยวเฉาและหายไปอย่างสมบูรณ์ การรับรู้ของมันก็เริ่มอ่อนแอลงเล็กน้อย
ไม้เทพแห่งชีวิตพูดขึ้นมาอย่างเจื้อยแจ้วว่า “เดิมทีแล้ว! ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะตายด้วยน้ำมือของต้นไม้ปีศาจแห่งความตายไปแล้ว ตอนนี้เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้วก็รู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน แต่วิธีการตายแบ บบนี้ในตอนนี้ ตอนที่ชิงอิ่งสามารถตายไปเพื่อปกป้องคนสำคัญที่สุดของตนเองได้ มันดีกว่าก่อนหน้านี้มากเลย!”
“ฉะนั้นมู่เฉียนซี เจ้าอย่าได้เสียใจเกินไปนักเลย เจ้าเก็บรวบรวมใบไม้ไว้เป็นที่ระลึกเกินความจำเป็นแล้ว! เมื่อข้าหายไปแล้วใบไม้เหล่านี้จะสูญเสียพลังชีวิตไปอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเพียงใบไม้ธรรมดาเ เท่านั้น และเจ้าก็จะไม่มีทางกลั่นไขวิญญาณแห่งชีวิตธาตุพฤษาออกมาได้อีก”
มู่เฉียนซีได้ยินที่เขาพูดไปด้วย และเก็บรวบรวมใบไม้แห่งชีวิตไว้จนเต็มหม้อยาไปด้วย
หลังจากนั้นเปลวเพลิงก็ลุกไหม้ขึ้นมาอย่างกะทันหัน มู่เฉียนซีได้เริ่มนำเอาใบไม้เหล่านี้มากลั่นยาน้ำแล้ว
“เจ้าจะต้องอดทนเอาไว้ ยังไม่ถึงนาทีสุดท้ายไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็จะยอมแพ้ไม่ได้ เจ้าได้ยินหรือไม่!”
และหลังจากนั้น มู่เฉียนซีก็เริ่มกลั่นยาขึ้นมาทันที
ไม้เทพแห่งชีวิตนั้นไม่คุ้นเคยกับวิธีการกลั่นยาของมนุษย์ แต่มันกลับรู้สึกได้ถึงความทุ่มเทอย่างรุนแรงที่มาจากมู่เฉียนซี
ความจริงแล้วมันยอมแพ้กับตนเองไปแล้ว แต่นางยังไม่คิดจะยอมแพ้ นางต้องการที่จะใช้ใบไม้ที่ร่วงโรยของมัน และใช้พลังแห่งชีวิตที่ยังเหลืออยู่นั้น เพื่อพยายามเป็นครั้งสุดท้าย!
แต่ทว่ามันไร้ประโยชน์จริง ๆ!
แต่เดี๋ยวก่อน…
มันรู้สึกว่าตอนที่มู่เฉียนซีกำลังกลั่นยา นางได้ผสานพลังแห่งชีวิตเข้าไปด้วยอย่างไม่ได้ตั้งใจ และพลังแห่งชีวิตที่อยู่บนร่างของนางก็มีอย่างไม่สิ้นสุดอีกด้วย
อันที่จริงแล้วตอนที่ชิงอิ่งต่อสู้กับหวงจิ่วเยี่ย เขาได้มอบพลังแห่งชีวิตไว้ให้นางด้วย
นางสามารถรองรับพลังและการฝึกฝนทั้งหมดนั้นได้ และพลังแห่งชีวิตเองก็ทำได้เช่นเดียวกัน
นี่เป็นเพราะว่านางคือดวงวิญญาณแห่งโชคชะตาอย่างนั้นสินะ!
มู่เฉียนซีได้กลั่นยาน้ำชนิดหนึ่งออกมา ซึ่งมันก็มีอยู่เต็มหมอยาเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ข้ารบกวนให้เจ้าเอายาน้ำเหล่านี้ไปรดที่ต้นไม้เทพแห่งชีวิตหน่อยได้หรือไม่?”
“ตกลง ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”
จิ่วเยี่ยควบคุมยาน้ำเหล่านั้น จากนั้นก็รดมันลงไปบนลำต้นของต้นไม้เทพแห่งชีวิต
ไม้เทพแห่งชีวิตส่งเสียงร้องตะโกนออกมาว่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มันคัน มันคันมากจริง ๆ มู่เฉียนซีเจ้าสิ่งนี้คืออะไรอย่างนั้นหรือ!”
“เจ้าคิดจะทรมานข้าที่กำลังจะตายด้วยสิ่งนี้อย่างนั้นหรือ เจ้านี่ช่างชั่วร้ายเหลือเกิน! มันคันมากเลยนะ”
“……”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเช่นกัน นี่คือยาที่เอาไว้ซ่อมแซมพืชชนิดหนึ่งที่ข้าค้นคว้าขึ้นมาใหม่ หากเจ้ารู้สึกได้ว่ามันคัน เช่นนั้นก็แสดงว่ามันใช้ได้ผล และถ้ามีปฏิกิริยา าอะไรเจ้าก็บอกข้ามาด้วย ข้าจะได้ปรับปรุงมันให้ดีขึ้น เพื่อที่จะทำให้มันได้ผลดีมากยิ่งขึ้นไปอีก”
ชิงมู่ อู่ชิงและหลุนหุยแห่งความตายต่างกลับมาแล้ว และหลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ควบคุมมันทั้งสามในเวลาเดียวกัน ซึ่งนางก็เริ่มกลั่นยาที่เอาไว้ซ่อมแซมพืชอีกครั้ง
สมุนไพรวิญญาณอื่น ๆ ถูกโยนลงไปบนพื้นอย่างต่อเนื่อง และมู่เฉียนซีได้นำเอาสมุนไพรวิญญาณที่มีประโยชน์มากมายเหล่านั้นใส่ลงไปในหม้อยา ซึ่งยาน้ำก็ถูกกลั่นออกมาจนเต็มหม้อยาขนาดใหญ่ทั้งสามใบอย่างร รวดเร็ว
“จิ่วเยี่ย ทำต่อไป!”
ซิงเฉินเองก็กำลังทำงานอยู่เช่นกัน เขารวบรวมใบไม้แห่งชีวิตทั้งหมดและใส่ลงไปในหม้อยา
โชคดีที่พวกเขามีหม้อยาอยู่มากมายจนพอที่จะรองรับพวกมันทั้งหมดไว้ได้!
มู่เฉียนซีควบคุมหม้อยาจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมกันเพื่อกลั่นยา เพราะนางรู้ว่าต้นไม้แห่งชีวิตทนต่อไปได้ไม่นานเท่าไรแล้ว ฉะนั้นจึงต้องรวดเร็ว เร็วกว่านี้!
พวกของซิงเฉินรู้สึกว่า ไม้เทพแห่งชีวิตกำลังจะตาย และเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่แม้แต่เทพเจ้าก็ไม่อาจขัดขวางได้
ด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่นายหญิงของพวกเขาจะช่วยไม้เทพแห่งชีวิตได้ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
แต่ในเมื่อเป็นความต้องการของนายหญิง พวกเขาก็ย่อมต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถอยู่แล้ว
ทางด้านของมู่เฉียนซีรับผิดชอบในการกลั่นยา จิ่วเยี่ยรับผิดชอบในการรดน้ำ ส่วนคนอื่นก็มีหน้าที่ในการไปรวบรวมใบไม้แห่งชีวิต
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม นางก็ไม่สามารถขัดขวางการเหี่ยวเฉาของต้นไม้แห่งชีวิตได้อยู่ดี
ร่างขนาดใหญ่ของมันไม่สามารถหยุดการหดตัวได้ และยังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอนนี้ขนาดของลำต้นของมันมีความสูงเท่ากับมู่เฉียนซีเท่านั้นเอง
“อย่าเสียใจ ไม่ต้องเสียใจไปหรอก นี่คือสิ่งที่เขาอยากจะพูด! จำเอาไว้ล่ะ จำไว้…”
และต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ก็ได้หายสาบสูญไปแล้ว!
ไม้เทพแห่งชีวิต จะหายไปเช่นนี้อย่างนั้นหรือ? หายไปแล้วหรือ?
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มัน…มันยังมีชีวิตอยู่…”
สีหน้าที่ตึงเครียดอยู่ตลอดของมู่เฉียนซี เวลานี้ดวงตาคู่นั้นพลันสดใสขึ้นมาแล้ว
มู่เฉียนซีเดินเข้าไป ในจุดที่ไม้เทพแห่งชีวิตหายไปก่อนหน้านี้ จากนั้นนางก็เห็นต้นหญ้าขนาดเล็กเท่าเส้นผมต้นหนึ่ง
มันเล็กมาก จนแม้แต่พวกของซิงเฉินต่างก็ไม่มีผู้ใดมองเห็น
ซิงเฉินกล่าวว่า “นะ…นี่คือไม้เทพแห่งชีวิต มันไม่ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะยังมีชีวิตอยู่”
มุมปากของจิ่วเยี่ยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ซียอดเยี่ยมมากจริง ๆ ที่สามารถกลั่นยาน้ำที่ใช้กับมันได้ผลด้วย ด้วยเส้นทางแห่งชีวิตของซีทำให้ต้นกำเนิดพลังแห่งชีวิตของมันรวมตัวขึ้นมาใหม่ แ และกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง เราคงต้องให้เวลากับมันสักหน่อย มันถึงจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างสมบูรณ์”
ดวงตาของพวกซิงเฉินเบิกกว้าง นะ…นี่มันน่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว!
นี่คือซีของเขา เป็นคนที่สามารถทำในเรื่องที่ยากจะเชื่อได้ อีกทั้งยังสร้างปาฏิหาริย์เช่นนี้ได้อีกด้วย!
แม้ว่าไม้เทพแห่งชีวิตจะมีโอกาสที่จะรักษาชีวิตรอดเอาไว้ได้ แต่มู่เฉียนซีก็ยังไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้มันจะกลายเป็นต้นไม้ที่ไม่มีจิตสำนึก หรือจะสามารถฟื้นฟูจิตสำนึกของไม้เทพแห่งชีวิตขึ้นมาได้หรือไ ไม่
แต่คำพูดของจิ่วเยี่ยทำให้นางประหลาดใจเป็นอย่างมาก ซึ่งนางก็เชื่อคำพูดของเขา!
อย่างไรเสียไม้เทพแห่งชีวิตก็คือไม้เทพแห่งชีวิต เพียงแค่มันมีขนาดเล็กลงเท่านั้นเอง
รอให้มันเติบโตขึ้นมา จนมันสามารถครอบครองพลังได้อีกครั้ง ชิงอิ่งก็จะปลอดภัยเช่นกัน
เวลานี้ใบหน้าที่ซีดเผือดของมู่เฉียนซีเผยรอยยิ้มออกมา ราวกับว่าเมฆดำทั้งหมดได้ถูกพัดจนสลายหายไป จากนั้นก็เผยแสงแดดที่สว่างไสวที่สุดออกมา และมันก็ทำให้หัวใจของจิ่วเยี่ยเต้นระรัวขึ้นมากะทันหั น
ดั่งคำที่ไม้เทพแห่งชีวิตได้กล่าวเอาไว้ เขาเองก็ไม่อยากทำให้นางต้องเสียใจเช่นกัน
เนื่องจากว่ารอยยิ้มของซีนั้น ช่างงดงามเหลือเกิน งดงามจนทำให้เขาเคลิบเคลิ้มไปเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีกอดจิ่วเยี่ยเอาไว้ด้วยความดีอกดีใจพลางกล่าวว่า “ดีเหลือเกิน ข้าทำได้แล้ว ข้าทำได้แล้วจริง ๆ”
นางยังมีใบไม้แห่งชีวิตเหลืออยู่อีกมาก และมู่เฉียนซีก็ไม่ทิ้งให้มันต้องเสียเปล่าอยู่แล้ว หลังจากนั้นนางจึงไปกลั่นยาอีกชนิดหนึ่งออกมา ซึ่งมันเป็นยาที่นางกลั่นขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้สร้างความเส สถียรให้กับต้นกำเนิดพลังแห่งชีวิตของไม้เทพแห่งชีวิตโดยเฉพาะ
นางผสมผสานการกลั่นยาเข้ากับเส้นทางแห่งชีวิต ซึ่งนางก็เริ่มที่จะกลั่นมันออกมาได้คล่องแคล่วมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เพราะนางรู้ดีว่ายาที่กลั่นออกมาเช่นนี้ มันให้ผลที่ดีกับไม้เทพแห่งชีวิตมากกว่ า
ใบไม้แห่งชีวิตทั้งหมดที่ร่วงโรยลง ได้ถูกมู่เฉียนซีกลับรวบรวมขึ้นมา และนางก็กลั่นยาจนเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว
ความจริงแล้วจิ่วเยี่ยรู้สึกเป็นห่วงนางมาก เขากล่าวว่า “สถานการณ์ของไม้เทพแห่งชีวิตในเวลานี้มีความเสถียรแล้ว ซีจำเป็นต้องพักผ่อน เจ้าพักผ่อนหน่อยเถอะ!”
ไม้เทพแห่งชีวิตยังไม่ได้ตายไปอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นถึงแม้ว่าใบไม้เหล่านี้จะร่วงโรยไปจนหมดแล้ว แต่พลังแห่งชีวิตก็ยังคงไม่หายไป ฉะนั้นถึงจะผ่านไปอีกวันก็ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว
“ข้ายังสามารถกลั่น…” ในขณะที่มู่เฉียนซีพูดอยู่นั้น เปลือกตาของนางก็เริ่มสั่นไหวเล็กน้อยแล้ว
จิ่วเยี่ยในเวลานี้ทำได้เพียงฝืนให้มู่เฉียนซีล้มลงไปเท่านั้น จากนั้นก็ตรึงมู่เฉียนซีเอาไว้บนหญ้า จากนั้นก็ขบหูของนางพลางกล่าวว่า “นอนซะ! หากเจ้าไม่นอนข้าก็มีวิธีทำให้เจ้าเหนื่อยจนหลับไปได้เ เช่นกัน”
พวกของซิงเฉินรีบร้อนหนีไปออกไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่อยากดูสิ่งที่ผิดจริยธรรมนะ! นายท่านนี่ช่างรุนแรงจริง ๆ เลย!