ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2316 ตามที่เจ้าต้องการ
มู่เฉียนซีไม่กล้าเป็นศัตรูกับคนที่มีความสามารถที่แตกต่างจากตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงยอมจำนนต่ออำนาจของจิ่วเยี่ย และนอนไปทันที!
ตอนนี้มู่เฉียนซีเริ่มง่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนจิ่วเยี่ยย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางนอนหลับอย่างไม่สบายแน่นอนอยู่แล้ว ฉะนั้นเขาจึงพลิกร่างของมู่เฉียนซีให้มานอนอยู่บนตัวของเขาแทน
เพียงแต่มู่เฉียนซีนอนอยู่บนร่างของเขาโดยที่ข้างในไม่ได้สวมอะไรเลยนอกจากเสื้อคลุมของเขา ซึ่งสำหรับจิ่วเยี่ยแล้วมันเป็นเรื่องที่ทำให้เขาคิดแน่นอนอยู่แล้ว
ขณะนี้สายลมของมิติแห่งชีวิตได้พัดผ่านไป แม้ว่าการต่อสู้ครั้งใหญ่นี้จะทำให้พื้นที่ในมิติแห่งชีวิตมีหลุมบ่ออยู่เต็มไปหมด แต่เมื่อร่างน้อย ๆ นั้นโยกไหวไปตามสายลม มิติแห่งชีวิตแห่งนี้ก็ได้ให้กำเนิดพลังแห่งชีวิตใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
และเมื่อเทียบกับพลังแห่งชีวิตที่กำเนิดออกมาจากความโกลาหลในรอบหมื่นปีนั้น มันก็ได้นำพลังแห่งชีวิตและความหวังมาให้ผู้คนมากขึ้นไปอีก
เพราะเมื่อถูกทำลายก็ต้องมีการสร้างเกิดขึ้นใหม่ และไม้เทพแห่งชีวิตเองก็มีวันที่จะต้องต้อนรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของมันเช่นกัน
มู่เฉียนซีไม่รู้ว่าตนเองนั้นนอนไปนานมากเท่าไรแล้ว แต่หลังจากที่นางตื่นขึ้นมาก็ค้นพบว่าตนเองนอนอยู่บนร่างของหวงจิ่วเยี่ยโดยที่ปกปิดร่างกายไว้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
ส่วนจิ่วเยี่ยในเวลานี้ยังไม่ได้หลับตาเลยแม้แต้น้อย และขณะนี้ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเขาก็จ้องมองมายังนางอย่างเร่าร้อน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อุ้มข้าไปอาบน้ำหน่อยสิ ข้าอยากเปลี่ยนเสื้อผ้าหน่อย!”
“นี่ซีกำลังทรมานข้าอย่างนั้นหรือ!”
“ใช่แล้ว! ข้ากำลังทรมานเจ้า แก้แค้นเจ้า ถึงเจ้าจะมีคำโต้แย้งก็ทนเอาไว้เถอะ เพราะตอนนี้ต้องฟังข้าเท่านั้น!” ตอนนี้มู่เฉียนซีนั่งอยู่บนตัวของจิ่วเยี่ยราวกับราชินีก็มิปาน
“จะให้เชื่อฟังซีก็ได้อยู่หรอก แต่ว่า…” ใบหน้าที่งดงามไม่เป็นสองรองใครของจิ่วเยี่ยเข้ามาใกล้เบื้องหน้าของมู่เฉียนซี หลังจากนั้นก็กล่าวถามขึ้นมาว่า
“ข้าอดทนมานานมากแล้ว สุดท้ายแล้วซีจะไม่มอบความหวานให้ข้าสักหน่อยหรือ?”
“อื้อ!”
หลังจากที่จิ่วเยี่ยจูบมาพอแล้ว เขาก็อุ้มมู่เฉียนซีไปล้างทำความสะอาด เพราะในมิติแห่งชีวิตนั้นมีน้ำพุอยู่ด้วยเช่นกัน
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะตื่นนอนแล้ว แต่นางก็ยังเกียจคร้านอยู่ดี ฉะนั้นจึงมอบทุกอย่างให้จิ่วเยี่ยเป็นคนจัดการ
นางไม่รู้ว่าวันเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว ที่นางไม่ได้ผ่อนคลายเลยแม้แต่อึดใจเดียว
และภายใต้การนวดอันแสนอ่อนโยนของจิ่วเยี่ย ทำให้มู่เฉียนซีเริ่มง่วงงุนขึ้นมาอีกครั้ง!
เนื่องจากบนร่างกายยังคงเหลือรอยแผลอยู่ มู่เฉียนซีจึงได้หยิบยาขวดหนึ่งส่งให้จิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “รู้สึกผิดที่ทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้หรือ?”
“อื้ม! ข้าผิดไปแล้ว ฉะนั้นหากคราวหน้าซีมีโอกาส ก็ทำเรื่องโหดร้ายกลับมาบ้างเถิด ทำตามที่เจ้าต้องการได้เลย!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “เชื่อเจ้าก็บ้าแล้ว หากข้าลงมือจริง ๆ เจ้าอาจจะทำให้ข้าลุกออกจากเตียงไม่ได้อีกน่ะสิ ข้ารู้ถึงกลอุบายอันดำมืดของเจ้าเป็นอย่างดี คิดว่าหมอปีศาจอย่างข้ามิรู้ความอย่างนั้นหรือไง!”
“อื้ม! ซีฉลาด และเฉียบแหลมมาก!” จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเอาอกเอาใจ
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็หลับไปอีกครั้ง และจิ่วเยี่ยก็เป็นคนทายาให้กับนาง ซึ่งมันก็ทำให้รอยแผลบนร่างกายจางลงมากเลยทีเดียว
แดนซวนเทียนกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง พลังแห่งความตายได้หายไปแล้ว และพลังอันน่าสะพรึงกลัวนั่นก็หายไปด้วยเช่นกัน จะมีก็เพียงตำหนักเทพแห่งชีวิตที่ยังคงลอยเคว้งอยู่เหนือปลายขอบมหาสมุทรแห่งนี้
ในเวลานี้พวกของจูเชว่ก็ได้มาถึงมหาสมุทรที่กว้างใหญ่แห่งนี้แล้ว หลังจากที่คลื่นพายุคราวนี้พัดผ่านมหาสมุทรใหญ่แห่งนี้เงียบสงบลงได้เสียที
เขากล่าวว่า “ทุกอย่างสงบลงแล้ว มันจบลงแล้วใช่หรือไม่ ซีซีก็คงจะไม่เป็นอะไรเหมือนกันสินะ ”
“ไปถึงที่นั่นก่อนค่อยว่ากันเถอะ!” พลังที่ระเบิดออกมาก่อนหน้านี้น่าสะพรึงกลัวมาก เขาจึงไม่กล้ายืนยันหรือปฎิเสธคำพูดของจูเชว่ในตอนนี้
เพราะหากปฏิเสธไปแล้วละก็ พวกเขาจะต้องสูญเสียความหวังทั้งหมดไปเป็นแน่
แต่หากยืนยัน ก็เกรงว่าเมื่อมีความหวังมากเกินไป ก็จะต้องผิดหวังมากเกินไปเช่นกัน
แต่ทันใดนั้นเองเมื่อไป๋หู่และเทียนจือมาถึงมหาสมุทรนั้นก็ได้รับรู้ข่าวบางอย่าง “บัดซบเอ้ย! คิดไม่ถึงว่าจะฉวยโอกาสนี้ลงมือกับพ่อบุญธรรมได้ ข้าจำเป็นต้องกลับไปทันที! อย่างไรเสียข้าก็ไม่ได้สนิทกับมู่เฉินซีผู้นั้นอยู่แล้ว แต่พวกเจ้าจะต้องพานางกลับไปให้ได้นะ”
“หากหาไม่เจอแล้วเกิดอะไรขึ้นกับพ่อบุญธรรม ข้าจะไปสู้จนกว่าจะพินาศไปพร้อมกับพวกเขาเป็นแน่!” ไป๋หู่กล่าวอย่างดุดัน
พวกของซวนอู่ จูเชว่และชิงหลงมาถึงสถานที่แห่งนั้น ในเวลาเช่นนี้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ และมีเพียงแต่พวกของซวนอู่เท่านั้นที่กล้ามาอย่างไม่กลัวตายเช่นนี้
ตำหนักเทพแห่งชีวิตยังคงมีลักษณะเช่นเดิม บริเวณโดยรอบเงียบสงบมาก และไม่ได้มีพลังแห่งชีวิตที่มหาศาลแต่อย่างใด
แต่ทว่า ถึงจะอาศัยความแข็งแกร่งของพวกเขา ก็ไม่สามารถผลักประตูให้เปิดออกได้
จูเชว่กล่าวว่า “เปิดประตูไม่ออก เข้าไปไม่ได้ พวกเราจะทำเช่นไรดี?”
ซวนอู่กล่าวว่า “รอเดี๋ยวก่อน! หากนางไม่เป็นอะไรแล้วละก็ นางจะต้องออกมาจากที่นี่แน่นอน พวกเรารอก่อนเถอะ!”
“ขอให้นางรีบออกมาโดยเร็วเถอะ!” ชิงหลงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ครั้งนี้มู่เฉียนซีได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว หลังจากที่นางดื่มยาไปหลายขวด มู่เฉียนซีก็ปัดมือแล้วกล่าวว่า “ชิงมู่ พวกเจ้าทั้งหมดจงออกมา เริ่มทำงานกันเถอะ”
มู่เฉียนซีเริ่มกลั่นยาต่อไป แต่ขณะที่กลั่นยาอยู่นั้นกลับรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก นางจึงได้สร้างภาชนะรดน้ำต้นไม้ออกมารดน้ำเป็นพิเศษหลายสิบอัน ซึ่งมันก็คือภาชนะที่เอาไว้บรรจุยาน้ำโดยเฉพาะ
และหลังจากที่นางนำใบไม้แห่งชีวิตทั้งหมดมากลั่นยาเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีก็กล่าวถามว่า “ซิงเฉิน นับตั้งแต่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายปรากฏตัวขึ้นมา มันผ่านมากี่วันแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“สิบวันขอรับ!”
จากนั้นมู่เฉียนซีก็นึกไปถึงตอนที่พลังแห่งความตายแผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้าวันนั้น สิบวันรึ! แย่แล้ว!
“จิ่วเยี่ย เจ้าเตรียมคนคอยเอายามารดให้ไม้เทพแห่งชีวิตที่นี่ที ขะ…ข้ายังมีเรื่องสำคัญที่จะต้องไปทำอีก”
ดูเหมือนจิ่วเยี่ยจะรู้ว่ามู่เฉียนซีต้องการที่จะทำอะไร เขากล่าวว่า “พวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะ!”
“เป๋ยโต่ว จัดคนที่มีความละเอียดรอบครอบคอยเฝ้าไม้เทพแห่งชีวิตอยู่ที่นี่ และคอยเอายามารดอยู่เป็นระยะด้วย”
“ขอรับ!”
อย่างที่รู้กันดีว่าหน้าที่รดยาให้กับไม้เทพแห่งชีวิตนายท่านเป็นคนทำด้วยตนเอง ไม่ว่าพวกเขาคนใดคนหนึ่งจะถูกเลือกก็นับว่าเป็นเกียรติสำหรับพวกเขาแล้ว ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดรู้สึกเสียเกียรติเลยแม้แต่น้อย
ตึงง!
ประตูแห่งชีวิตถูกเปิดออก จูเชว่มองไปยังคนที่เดินออกมาจากด้านในอย่างตะลึงงัน
“ซีซี! ซีซี!” จูเชว่ร้องตะโกนออกมา
“มู่เฉินซี!”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารู้แล้ว ต้องขอโทษด้วย ที่เสียเวลาไปนานมากเกินไป พวกเรารีบไป…”
เมื่อกล่าวมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของมู่เฉียนซีก็แหบพร่าขึ้นมาทันที “เขา…เขาน่าจะ…”
ภายในใจของมู่เฉียนซีรู้สึกหวาดกลัวอยู่ครู่หนึ่ง สิบวัน เป็นเวลาสิบวันแล้วที่พลังแห่งความตายได้แพร่กระจายออกไป แล้วร่างกายเช่นนั้นของพวกเขา จะสามารถต้านทานมันได้อย่างนั้นหรือ?
เนื่องจากพวกออกมาข้างนอกเป็นเวลานานแล้ว พวกของจูเชว่และซวนอู่เองก็เป็นกังวลมากเช่นกัน
จูเชว่พยักหน้าอย่างรุนแรงพลางกล่าวว่า “ท่านพ่อบุญธรรมเขายังไม่เป็นอะไร! ไม่เป็นอะไร! หลังจากที่พลังแห่งความตายปะทุออกมา พวกเราทั้งสามคนก็ใช้ใบไม้แห่งชีวิตที่มีอยู่ช่วยคงสภาพร่างกายขอพ่อบุญธรรมเอาไว้ เขายังสามารถทนได้ไหว ซีซีเจ้ารีบไป…”
“จิ่วเยี่ย เร็วเข้า”
จิ่วเยี่ยแหวกมิติโดยตรง จากนั้นก็อุ้มมู่เฉียนซีและหายตัวไปจากตรงนั้นทันที
หลังจากนั้นจูเชว่ก็เห็นว่ามีคนอีกสองสามคนออกมา และหนึ่งในนั้นมีเด็กน้อยน่ารักคนหนึ่งพกค้อนสีเหลืองทองอันใหญ่เอาไว้ด้วย เขากล่าวว่า “นายท่านไปแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็รีบตามไปกันเเถอะ!”
หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว ตำหนักเทพแห่งชีวิตก็หายไปจากเบื้องหน้าของพวกเขาทันที
“มิติแห่งชีวิตกลับไปยังความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขตอีกครั้งแล้ว แต่การอยู่ในสถานที่เช่นนั้นไม้เทพแห่งชีวิตน่าจะฟื้นฟูได้เร็วยิ่งขึ้น เพียงแต่เจ้าหนูนั่นไม่สามารถออกไปไหนได้อีกแล้ว และต้องถูกขังอยู่ข้างในนั้นเท่านั้น” เป๋ยโต่วกล่าว
“เขาอยู่ข้างในก็ดีแล้ว หากวันไหนที่นายหญิงอยากจะไปดูไม้เทพแห่งชีวิต เมื่อมีเขาอยู่ข้างในนายท่านก็จะสามารถหาตำแหน่งในพื้นที่ความว่างเปล่าได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นได้”
“ข้ารู้สึกว่านายหญิงไม่ไปดูจะดีกว่า มิเช่นนั้นนายท่านจะต้องหึงอีกเป็นแน่! อย่างไรเสียมันก็ไม่ใช่แค่ต้นไม้เท่านั้น! แต่เป็นศัตรูหัวใจต่างหาก”
“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก! ปล่อยให้เจ้าหนูนั้นอยู่เพียงลำพังสักสองสามปีก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอก”
“แต่ดูเหมือนว่านายหญิงจะลืมใต้เท้าจื่อโยวที่กำลังจะตายไปเลยนะ!” ซิงเฉินคุยกับเป๋ยโต่วเรื่องอนาคต
และหลังจากนั้นทั้งสี่คนก็แบกศพร่างหนึ่งไปด้วย ซึ่งมันก็คือร่างของจื่อโยวนั่นเอง!
จื่อโยวมีสภาพเหมือนศพมาหลายวันแล้ว ก่อนหน้านี้นายหญิงคิดแต่จะหาทางช่วยไม้เทพแห่งชีวิตที่กำลังจะหายไปให้กลับคืนมา จึงได้ทุ่มเทพลังและพลังจิตวิญญาณทั้งหมดไป ฉะนั้นจะมาสนใจคนผู้นี้ได้อย่างไรกัน?
ต่อมานายท่านก็บังคับให้พระชายาพักผ่อน หลังจากนั้นก็กลั่นยาอีกครั้ง และทันใดนั้นนางก็นึกถึงเรื่องที่เร่งด่วนขึ้นมาได้ จนรีบไปในที่สุด!
พระชายาไม่ทันนึกถึงใต้เท้าจื่อโยวก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่ดูเหมือนว่านายท่านก็จะลืมเขาไปเสียสนิทเลยเหมือนกันนี่สิ ใต้เท้านี่ช่างเป็นคนที่น่าสงสารจริง ๆ
.