ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2318 ขัดขวางการหนีตามกันไป
หลังจากที่มู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาแล้ว คนป่วยของนางก็ตื่นขึ้นมาพอดีเช่นกัน
เขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ จากนั้นก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “แม่หนูกลับมาแล้วสินะ เจ้าช่วยข้าไว้อีกแล้ว”
ในขณะที่เขากำลังจะหมดสติ เขากลับสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ข้างกายเขามาตลอด
กลิ่นอายที่คุ้นเคยนั้น ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความใกล้ชิดเป็นอย่างยิ่ง นางพยายามเป็นอย่างมากที่จะลากเขาออกมาจากเหวลึกแห่งความตาย นอกจากนี้นางยังมอบชีวิตใหม่ให้เขาอีกด้วย
มู่เฉียนซีผลักประตูเปิดออกแล้วเดินเข้ามา เขาพยักพลางกล่าวว่า “อื้ม! ข้ากลับมาแล้ว โชคดีที่ข้าไม่ได้กลับมาช้าเกินไป มิเช่นนั้นข้าต้องเสียใจไปตลอดชีวิตเป็นแน่”
มู่เฉียนซีเดินมาถึงข้างกายของเขา จากนั้นก็ตรวจดูร่างกายของเขา พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ข้าทำสำเร็จแล้ว”
“ได้ยินมาว่าเจ้าชอบดื่มชาอย่างนั้นหรือ จากนี้ไปเจ้าก็มาเดิมชากับข้าทุกวันเลยสิ!”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้หยิบโหลใบใหญ่ออกมามอบให้กับไป๋เจ๋อ และทันทีที่ไป๋เจ๋อเปิดโหลใบนั้นออก ก็ต้องตื่นตกใจเป็นอย่างมาก
สิ่งของที่บรรจุอยู่ภายในนั้นล้วนเป็นใบไม้แห่งชีวิตทั้งสิ้น ซึ่งมีอย่างน้อยก็หลายหมื่นใบเลยทีเดียว!
เห็นอยู่ว่าตอนที่อยู่ในมิติแห่งชีวิต นางได้รับแค่หนึ่งร้อยใบเท่านั้น และก่อนหน้านี้ก็ใช้ไปมากแล้วด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “นี่คือของที่ข้าเก็บมาได้!”
ใบไม้ส่วนใหญ่ได้ใช้ไปกับการรักษาไม้เทพแห่งชีวิตแล้ว แต่ทว่าไม้เทพแห่งชีวิตมีขนาดใหญ่ถึงเพียงนั้น ฉะนั้นของเหล่านี้เป็นเพียงเศษเหลือที่ไม่ได้ใช้ก็เท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าถอยไปหน่อยสิ! ตอนนี้ต้องยกระดับการรักษาไปอีกขั้นแล้ว ข้าจะทำให้เขากลับมาเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้โดยเร็วที่สุด”
ไป๋เจ๋อกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “พ่อบุญธรรม…พ่อบุญธรรมจะสามารถเดินได้เหมือนคนทั่วไปอย่างนั้นหรือ?”
“ไป๋เจ๋อ นี่เจ้ากำลังสงสัยข้าอยู่อย่างนั้นหรือ? ขอเพียงคนป่วยของข้าให้ความร่วมมืออย่างเชื่อฟัง การทำให้เขากลับมาเดินได้ปกติตามที่ต้องการ มันไม่ใช่ปัญหาเลย” มู่เฉียนซีเลิ กคิ้วกล่าว
“อื้ม! ข้าจะร่วมมืออย่างเชื่อฟังแน่นอน” คนป่วยตอบกลับอย่างเชื่อฟัง
คนป่วยคนนี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้มู่เฉียนซีจึงรักษาเขาด้วยยาน้ำทุกวัน และใช้พลังแห่งชีวิตในการฝังเข็มให้กับเขา หลังจากนั้นก็ยังให้เขาอาบด้วยยาน้ำอีกด้วย ย
หลังจากที่ใช้วิธีการต่าง ๆ มาหมดแล้ว เมื่อเวลาครึ่งเดือนผ่านพ้น มู่เฉียนซีก็ช่วยทำให้เขาลุกจากเตียงได้สำเร็จ
“วันนี้อากาศไม่เลวเลย ข้าประคองท่านออกไปเดินเล่นหน่อยดีกว่า!”
“อื้ม!” เขาพยักหน้ากล่าว
มู่เฉียนซีประคองเขาออกไปเดินเล่นข้างนอกรอบหนึ่ง และเขาก็เห็นว่ามีดวงตาที่เย็นยะเยือกกำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่
มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้เขาอารมณ์ดีมากจริง ๆ
นานมากแล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสการเดินด้วยขาทั้งสองข้างของเขา นอกจากนี้ข้างกายของเขายังมีคนที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดอยู่เป็นเพื่อนอีกด้วย
“ในระยะนี้ท่านจะไม่มีอันตรายถึงชีวิตใด ๆ หากพลังนั้นยังคงสงบอยู่เช่นนี้ ก็จะไม่มีสิ่งใดมาทำลายความสมดุลของพลังแห่งชีวิตทั้งห้านี้ได้! แต่ข้ายังไม่สามารถหาหนทางช่วยท่ านถอนคำสาปได้ ส่วนอาการบาดเจ็บที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของทางก็ทำได้เพียงให้พลังแห่งชีวิตค่อย ๆ ซึมซับเข้าไปรักษาทีละขั้นตอนเท่านั้น ขณะนี้พิษและคำสาปของท่านยังไม่สาม มารถจัดการได้ ส่วนพลังนั้น ข้าก็ยิ่งไม่สามารถจัดการได้เข้าไปใหญ่! ฉะนั้นจึงไม่มีหนทางทำให้ท่านกลับมาบำเพ็ญตบะได้” มู่เฉียนซีบอกกับเขา
ขนาดตอนนี้เขายังมีจิตใจที่แน่วแน่และสติปัญญามากถึงขนาดนี้ ฉะนั้นเขาจะต้องเคยเป็นผู้ที่แข็งแกร่งมากมาก่อนแน่นอน
แม้ว่าจะไม่สามารถบำเพ็ญตบะได้อย่างสมบูรณ์ แต่เขาก็ยังคงสามารถรักษาสภาพจิตใจไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่มีพลังในการควบคุมแผนการและวางยุทธศาสตร์ให้กับลูกน น้องได้ด้วย
เขาแข็งแกร่งมาก ถึงจะไม่มีความสามารถแต่ก็แข็งแกร่งมากอยู่ดี แต่ทว่าคนเช่นนี้ความจริงแล้วคงปรารถนาที่จะครอบครองพลังที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อที่จะสามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งที่ น่าเคารพนับถือของโลกนี้ได้แน่นอน!
“เพียงเท่านี้ก็เกินความคาดหมายของข้าไปมากแล้วจริง ๆ นะ! แม่หนูพยายามอย่างหนักมากพอแล้วล่ะ” เขากล่าวพร้อมคลี่ยิ้มบาง ๆ
“ท่านจะต้องดูแลตนเองให้ดี รอให้ท่านอาจารย์ของข้าตื่นขึ้นมาแล้ว ก็จะต้องมีหนทางแก้ไขเรื่องเหล่านี้แน่นอน อาจารย์ของข้าเป็นนักปรุงยาที่เก่งกาจที่สุดบนโลกนี้ อย่างไม่ม มีผู้ใดเทียบได้อยู่แล้ว!”
ในตอนที่แม่สาวน้อยผู้นี้กล่าวถึงอาจารย์ของตนเองแววตาของนางก็สดใสขึ้นมาทันที ซึ่งนางก็ดูชื่นชมและนับถือเขาเป็นอย่างมาก และตอนนี้เขาก็เห็นว่าสีหน้าของท่านอ๋องจิ่วเยี่ ยน่าเกลียดมากขึ้นไปอีก
อารมณ์ของเขาในตอนนี้ค่อนข้างคล้ายกับเขาเล็กน้อย และเขาก็กล่าวขึ้นมาว่า “ข้ารู้สึกอิจฉาอาจารย์คนนั้นของเจ้าจริง ๆ ที่เขาสามารถทำให้เจ้าเลื่อมใสถึงเพียงนี้ได้”
“ที่จริงแล้วข้าเองก็เลื่อมใสท่านเช่นกัน!”
“แม่หนูน้อย! หรือว่าที่หอหมอปีศาจจะมีเรื่องให้เจ้าต้องไปจัดการอีกแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“อัจฉริยะผู้มีความลึบลับยากแท้หยั่งถึง บอกได้เลยว่าคือเจ้านี่แหละ”
หลายวันมานี้มู่เฉียนซีไม่ได้กลับไปเลย และเรื่องทั้งหมดของหอหมอปีศาจ ไป๋เจ๋อก็ส่งมาที่นี่ทั้งหมด และเขาเองก็บังเอิญเห็นมันเข้าพอดี ไม่เพียงแต่ให้คำแนะนำต่าง ๆ แต่ยังจั ดการปัญหาให้นางไม่น้อยอีกด้วย
ความสามารถในการสร้างความมั่งคั่งในธุรกิจไปทั่วโลก เขาล้วนสามารถทำมันได้เป็นอย่างดี
และหากให้อยู่ในสนามรบ ก็จะต้องเป็นจอมทัพผู้มากความสามารถในการรบขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน
เรื่องที่มู่เฉียนซีกล่าวว่าเลื่อมใส นั่นไม่ใช่เรื่องโกหกเลย เพราะนางชื่นชมเขาจากใจจริง ๆ
จิ่วเยี่ยได้ถูกมู่เฉียนซีขังเอาไว้ข้างกาย และหลังจากที่จื่อโยวได้ถูกมู่เฉียนซีช่วยชีวิตเอาไว้แล้ว แม้ว่าอาการบาดเจ็บจะยังไม่หายดีทว่าก็ถูกโยนกลับไปเสียแล้ว และคราวนี้ เขาก็กลับมาด้วยความโกรธเคือง
“เยี่ย คนกลุ่มนั้นในแดนนรกเริ่มสร้างความวุ่นวายอีกแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะบอกว่าเจ้าตายแล้วในแดนนรก”
“ยังมีคนบอกอีกว่าเจ้าต่อสู้จนตายไปพร้อมกับต้นไม้ปีศาจแห่งความตายแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่มีทางไม่ปรากฏตัวเป็นเวลานานเช่นนี้หรอก”
“ข้ารู้ดีว่ามันยากที่จะจากสาวงามไปได้ เพียงแต่ข้าไม่อยากปล่อยให้พวกเขาสร้างข่าวลือเช่นนี้ต่อไป เจ้าอยากจะกลับไปจัดการพวกเขาสักหน่อยหรือไม่”
มู่เฉียนซีเดินเข้ามา จากนั้นก็มองไปทางพวกเขาแล้วกล่าวว่า “จิ่วเยี่ยจะไปไหน? ข้าก็จะไปด้วย แดนนรกที่เป็นอาณาเขตของเขาหรือ ข้าเองก็อยากที่จะไปดูอยู่พอดี”
ที่ช่วงนี้มู่เฉียนซีจัดการเรื่องต่าง ๆ ของหอหมอปีศาจ ความจริงแล้วเป็นเพราะนางวางแผนที่จะออกไปจากแดนซวนเทียน มู่หลินหลางยังไม่ตาย และยังรู้ตัวตนของนางแล้วด้วย นางจึงไ ไม่รู้ว่าหญิงบ้าผู้นั้นจะลงมือทำอะไรหอหมอปีศาจหรือไม่ ฉะนั้นนางย่อมต้องวางแผนทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบที่สุด
ตอนนี้ต่างก็จัดการไปได้เกือบเสร็จแล้ว นอกจากนี้ยังมีพวกของซวนอู่และพ่อบุญธรรมของพวกเขาคอยช่วยเหลือ ไม่ว่าจะไปที่ใด นางก็สามารถวางใจและจากไปได้แล้ว
“อะไรนะ? คนงามเจ้าอยากไปที่แดนนรกอย่างนั้นหรือ?” จื่อโยวกว่าอย่างตื่นตกใจ
“ใช่แล้ว! ตอนนี้ข้าไม่ใช่ทั้งจักรพรรดิแห่งภูตและไม่ใช่ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตแล้ว แต่เป็นถึงผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับห้า ข้าเลยคิดว่าจำ ำเป็นต้องไปหาประสบการณ์ที่แดนนรกสักครั้ง!” มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว
“ประการที่สอง ข้าต้องคอยเฝ้าจิ่วเยี่ย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาไปสู้จนตัวตายเพื่อหาดีกิเลนแห่งนรกในเหวนรกเพียงลำพังอีก ถึงการได้รับดีกินเลนจะเป็นเรื่องที่เร่งด่วน เพราะ อย่างไรก็ไม่รู้ว่าคำสาปนั้นจะถูกตรึงไว้ได้นานแค่ไหน แต่ข้าไม่มีทางปล่อยเขาให้ไปทำอะไรส่งเดชแน่นอน อีกอย่างพวกเจ้าก็ควบคุมเขาไม่ได้ มีเพียงข้าเท่านั้นที่ทำได้”
“ประการที่สาม ข้าอยากจะไปดูสถานที่ที่จิ่วเยี่ยเคยใช้ชีวิตมาก่อนหน้านี้ ไม่ได้หรือไง?”
จิ่วเยี่ยเองก็ไม่อยากแยกจากซีเช่นกัน โดยเฉพาะหลังจากที่คำสาประเบิดขึ้นครั้งนี้
“ที่นี่ก็จะเป็นอาณาเขตของซีด้วย ไม่ใช่เพียงแค่คุกโลหิตเท่านั้น แต่เป็นทั่วทั้งแดนนรกเลย” จิ่วเยี่ยกล่าวพลางมองไปทางมู่เฉียนซีอย่างลึกซึ้ง
จื่อโยวกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “โอ้! ในที่สุดเยี่ยก็มีความคิดที่จะพิชิตเขตปกครองแล้ว เจ้าจะพิชิตเขตแดนมามอบให้คนงามหรือไม่? คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะจบหลักสูตรแล้ว ขนาดเรื่อง งที่แสนชวนฝันเช่นนี้เจ้ายังสามารถคิดขึ้นมาได้ด้วย”
คุกโลหิตสำหรับเยี่ยนั้นเป็นเพียงที่อยู่ชั่วคราวเท่านั้น ดังนั้นแม้ว่าจะมีความสามารถที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่ก็รู้สึกว่าการปกครองทั่วทั้งแดนนรกก็เป็นเรื่องที่ลำบากเกินไปอย ยู่ดี
“การจัดการทั้งแดนนรกมันยากลำบากเกินไป! ข้าคิดว่าจะไปเปิดกิจการหอหมอปีศาจที่แดนนรกสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อื้ม! หากซีชอบ ก็ไปเปิดที่นั่นได้เลย อยากจะเปิดเท่าไรก็เปิดตามที่ต้องการได้เลย” จิ่วเยี่ยกล่าวกับมู่เฉียนซี แน่นอนความคิดที่จะพิชิตแดนนรกก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี
ทั้งหมดของแดนนรกล้วนเป็นของซี ดังนั้นจึงไม่มีคนกล้าทำเหมือนแดนซวนเทียน ที่มาลงมือกับหอหมอปีศาจของซีครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้ซียุ่งกับการจัดการเรื่องราวต่าง ๆ อยู่เสมอ อ
“อะไรนะ? เจ้าต้องการจะตามไอ้หนูนั่นไปยังคุกโลหิตอย่างนั้นหรือ! ไม่ได้! แค่ก แค่ก แค่ก...ข้า…ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะตายเลย! แม่หนูช่วยข้าด้วย!”
ทันทีที่ได้ยินว่าแม่นางมู่จะไปกับท่านอ๋องจิ่วเยี่ย ทุกคนก็ได้เห็นว่านายท่านผู้สูงศักดิ์ของพวกเขาโกรธเคืองเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นทักษะการแสดงขั้นเยี่ยมยอดของเขาก็ได้เริ่ม ขึ้น ซึ่งการแสดงของเขาก็สมจริงมากจนทำให้พวกเขาตกใจกลัวไปด้วยเลยทีเดียว