ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2320 ลูกสาวของเขา
“แค่ก แค่ก แค่ก!” สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดเผือดขึ้นมาทันที และทันใดนั้น เขาก็นึกเรื่องราวมากมายขึ้นมาได้
ทั้งสัญชาตญาณและความรู้สึกที่ไม่อาจควบคุมได้ทั้งหมดนั้นก็มีคำอธิบายแล้ว แต่ทว่า…
“พ่อบุญธรรม!” ชิงหลงถูกทำให้ตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก ซึ่งเขารู้สึกว่าพ่อบุญธรรมเหมือนจะได้รับแรงกระตุ้นที่รุนแรงอย่างไรอย่างนั้นเลย
น้ำเสียงที่แหบพร่าดังขึ้นมาว่า “ถอยไป ทุกคนถอยไปให้หมด…”
ทุกคนต่างเป็นกังวลมาก แต่ก็ทำให้เพียงแค่ถอยไปอย่างจนปัญญาเท่านั้น
แต่การปล่อยให้นายท่านที่ไม่มีพลังในการต่อสู้เลยแม้แต่นิดเดียวเผชิญหน้ากับผู้ชายที่มีพลังในการต่อสู้อย่างเหลือล้นผู้นี้ มันอันตรายมากเกินไปแล้ว ซึ่งพวกเขาก็ไม่วางใจเลย แม้แต่น้อย
แต่เมื่อพวกเขาเห็นสายตาที่ไม่อาจฝ่าฝืนได้ของเจ้านายของพวกเขา ชิงหลงก็กล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “ขอรับ พ่อบุญธรรม!”
ดูเหมือนว่าพ่อบุญธรรมจะรู้จักกับอารองของมู่เฉินซี นอกจากนี้ยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาอีกด้วย มิเช่นนั้นวันนี้พ่อบุญธรรมก็คงไม่มีทางทำเรื่องผิดพลาดเช่นนี้แน่
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
และพวกเขาทั้งหมดต่างก็ถอยห่างออกไปไกล!
มู่เฟิงหลิงจ้องมองไปยังชายที่อยู่เบื้องหน้าเขาผู้นี้ ซึ่งเดิมทีแล้วเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาของตนเองเลย
เขาคิดว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เรื่องโกหกเท่านั้น มันเป็นเรื่องโกหก…
มีเสียงถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “ตามข้ามาสิ!”
เขาค่อย ๆ เดินตามไปจนถึงเรือนหลัก เพราะทุกย่างก้าวเป็นไปอย่างเชื่องช้าจึงทำให้มู่เฟิงหลิงอยากที่จะเข้าไปประคองและพาไปยังจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุด แต่เขาก็ไม่ได้ทำเช่ นนั้นอยู่ดี
เมื่อเห็นแผ่นหลังที่แข็งแกร่งและเย่อหยิ่งของเขา มู่เฟิงหลิงก็รู้แล้วว่า เขาไม่สามารถทำได้!
เขาเข้าใจชายผู้นี้เป็นอย่างดี ทั้งยังเข้าใจลักษณะนิสัยของเขาอีกด้วย!
และเขาก็เดินเข้าไปจนถึงในเรือนหลักอย่างเงียบสงบ จากนั้นก็นั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง
มุมปากของเขาคลี่ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา “ที่แท้ข้าก็เจอซีเอ๋อร์มานานแล้วนี่เอง ข้าคงไม่รู้เลยหากน้องรองไม่ปรากฏตัวออกมา ด้วยร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ ทั้งยังมีความสามารถ เท่ากับศูนย์อย่างข้า คิดไม่ถึงเลยว่าแม้แต่สายตาก็ยังแย่ลงตามไปด้วย น้องรองเจ้าว่าซีเอ๋อร์จะผิดหวังมากหรือไม่ที่มีพ่อเช่นข้า”
มีเพียงสวรรค์ที่รู้ว่าข่าวนี้ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวมากเพียงใด แต่เขาจำเป็นต้องควบคุมให้ตนเองสงบลง…
“พี่ใหญ่…” มู่เฟิงหลิงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เขาเคยคิดว่า หากได้เจอพี่ใหญ่เขาแล้ว ก็มีเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับเขามากมายเลยทีเดียว
แต่ทว่า ในเวลานี้ดูเหมือนว่าเสียงของเขาได้ถูกปิดกั้นเอาไว้ก็มิปาน
คนผู้นี้คือญาติสนิทร่วมสายเลือดเดียวกันกับเขา คือพี่ชายแท้ ๆ ของเขา เมื่อได้เห็นร่างกายที่เป็นเช่นนี้ของเขาแล้ว เขาก็รู้ได้เลยว่าหลายปีมานี้พี่ชายต้องเผชิญหน้ากับ บอะไรบ้าง?
น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นแหบพร่า และไม่ว่าหัวใจจะเข็งแกร่งแค่ไหนแต่ตอนนี้ก็ถูกฉีกกระชากซ้ำ ๆ จนแดงฉานไปด้วยเลือดอยู่ดี
ซึ่งพี่ชายคนนี้ก็เปรียบเสมือพ่อและพี่ชายของเขาเลยก็ว่าได้!
“ซีเอ๋อร์ล่ะ? ไม่ใช่ว่านางอยู่ที่นี่ด้วยกันกับพี่ใหญ่อย่างนั้นหรือ?” มู่เฟิงหลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น
มู่เฟิงอวิ๋นส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมกล่าวพลางยิ้มอย่างขมขื่นเช่นกันว่า “ก่อนหน้านี้ไม่นาน ซีเอ๋อร์ได้ตามท่านอ๋องจิ่วเยี่ยไปยังแดนนรกแล้ว นางได้ทิ้งพ่ออย่างข้าที่แม้แต่นา างก็ยังไม่รู้จักไปแล้ว! แต่มันก็สมควรแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะจำลูกสาวของตนเองไม่ได้เช่นนี้”
มู่เฟิงหลิงตื่นตกใจเป็นอย่างมาก “อะไรนะ? คิดไม่ถึงเลยว่าซีเอ๋อร์จะถูกเจ้าเด็กเหลือขอนั่นลักพาตัวไปแล้ว ไม่ได้ ข้าจะไปพาซีเอ๋อร์กลับมา”
ด้วยเหตุนี้มู่เฟิงหลิงจึงอยากที่จะพุ่งไปยังแดนนรกเพื่อตามตัวนางกลับมา!
“เฟิงหลิง นั่งลงก่อน!” มู่เฟิงอวิ๋นกล่าว
“พี่ใหญ่…พี่ใหญ่ท่านก็คิดถึงซีเอ๋อร์มากเหมือนกันนี่นา!”
การแปลงโฉมของซีเอ๋อร์นั้นสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานะที่พิเศษของนาง ย่อมไม่สามารถปล่อยให้ผู้อื่นล่วงรู้ถึงตัวตนของนางได้ และถึงจะเป็นพี่ใหญ่เองก็เช่นกัน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่านางกับพี่ใหญ่อยู่ด้วยกันมาหลายวันขนาดนี้ กลับไม่ค้นพบตัวตนของกันและกัน
ถึงตอนนี้พี่ใหญ่จะดูเหมือนสงบเป็นอย่างมาก แต่เขารู้ดีว่าพี่ใหญ่ในตอนนี้จะต้องทั้งจิตตกและเสียใจอย่างมากเป็นแน่ เขาจึงอยากให้ซีเอ๋อร์ได้รู้ทันที แทนที่จะปล่อยให้เจ้าหนู นั่นลักพาตัวซีเอ๋อร์ไปเช่นนี้
ความมืดมิดฉายวาบอยู่ภายในดวงตาของมู่เฟิงอวิ๋นเช่นกัน ทำไมเขาจะไม่คิดเช่นนั้นกันล่ะ?
ที่แท้ลูกสาวของตนเองคอยเฝ้าอยู่ข้างกายมาโดยตลอด ช่วยรักษาอาการป่วยให้เขา พูดคุยและเล่นหมากรุกกับเขา อีกทั้งยังร่ําเรียนกับเขา เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ ควา ามรู้สึกที่เคยเป็นความว่างเปล่าที่อยู่ภายในใจของมู่เฟิงอวิ๋นมานานหลายปีก็ได้ถูกเติมเต็มเสียที
แม้ว่าเขาจะชื่นชอบนางมาตั้งแต่แรก แต่ก็ควบคุมความรู้สึกของตนเองเอาไว้ และเฝ้าบอกตนเองว่าซีเอ๋อร์นั้นคือคนที่สำคัญที่สุดภายในใจของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ทุ่มเทความรู้สึก กทั้งหมดลงไปที่นาง
แต่ในเมื่อตอนนี้รู้แล้วว่านางคือซีเอ๋อร์ มู่เฟิงอวิ๋นกลับรู้สึกว่าตนเองนั้นช่างน่าอับอายเหลือเกิน
นอกจากนี้ก็คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะปล่อยให้หวงจิ่วเยี่ยมาแย่งชิงตัวลูกสาวของตนเองไปต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ เขาในตอนนี้โกรธจนขบฟันแน่น และอยากที่จะพุ่งไปยังแดนนรกเพื่อต่อสู้ กับท่านอ๋องจิ่วเยี่ยผู้นั้นสักสามร้อยรอบเลยจริง ๆ
แต่เพื่อไม่ให้เป็นการทรยศต่อการเอาใจใส่ของซีเอ๋อร์ เขาจึงไม่สามารถทำให้ร่างกายของตนเองทรุดลงเพราะความเกรี้ยวกราดได้ และทำได้เพียงระงับอารมณ์ทุกประเภทเอาไว้เท่านั้น
“สถานการณ์ของท่านอ๋องจิ่วเยี่ย เฟิงหลิงเจ้ามีความเข้าใจมากน้อยเพียงใด?” มู่เฟิงอวิ๋นกล่าวเปลี่ยนหัวขอสนทนา
“ข้ารู้ไม่มากนักหรอก แต่ว่าเจ้าหมอนั่น…”
ในเมื่อพี่ใหญ่ต้องการฟัง ฉะนั้นมู่เฟิงหลิงจึงเล่าเรื่องที่เขารู้ทั้งหมดให้มู่เฟิงอวิ๋นฟัง
ความสามารถของหวงจิ่วเยี่ยสูงมาก นอกจากนี้ยังมีกองกำลังที่ทรงพลังของคุกโลหิตที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย อีกทั้งรูปร่างหน้าตาก็ยังไม่มีผู้ใดเทียบ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับซีเอ อ๋อร์ และมู่เฟิงหลิงก็จำเป็นที่จะต้องยอมรับในความโดดเด่นเหล่านี้จริง ๆ!
ถึงคนผู้นี้จะอันตรายมาก ทว่าเขาก็ทนไม่ได้ที่จะต้องแยกจากสมบัติอันแสนล้ำค่าของพวกเขาจริง ๆ และแน่นอนว่าเขาไม่มีความสุขเป็นอย่างมากที่ต้องมานั่งเฝ้ามองซีเอ๋อร์ถูกคนผู้ นั้นแย่งชิงไป
หลังจากที่มู่เฟิงอวิ๋นได้ฟังคำพูดเหล่านี้แล้ว เขาก็แน่ใจขึ้นมาเล็กน้อย
หัวใจของลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาได้มอบให้กับท่านอ๋องจิ่วเยี่ยไปแล้ว เขาไม่ได้อยู่ข้างกายซีเอ๋อร์ จึงทำให้ถูกคนอื่นแย่งชิงไปเช่นนี้
มู่เฟิงหลิงกล่าวว่า “พี่ใหญ่ เป็นเพราะข้าไม่ดีเอง! หากข้าไม่ยืนกรานที่จะออกมาตามหาท่านตั้งแต่แรก จนไม่ได้อยู่ข้างกายของซีเอ๋อร์ บางทีซีเอ๋อร์อาจจะไม่ได้เจอกับเจ้าหมอนั นก็เป็นได้”
ภายในใจของมู่เฟิงอวิ๋นทั้งขนขื่นและจนปัญญา “มีบางพรหมลิขิต ที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถหยุดยั้งมันได้”
“พี่ใหญ่ แล้วร่างกายของท่าน?” มู่เฟิงหลิงกล่าว
ในตอนแรกที่พวกเขาหนีไปยังดินแดนทั้งสี่ทิศ พี่ใหญ่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียความสามารถในการบำเพ็ญตบะทั้งหมดที่จะปกป้องพวกเขาไป แต่ว่ามันก็ไม่ได้เปลี่ยนจนเป็นถึงขนาดนี
มู่เฟิงอวิ๋นกล่าวว่า “ราชวงศ์ตงหวง แดนศักดิ์สิทธิ์ เผ่าคำสาป นอกจากนี้เทพเจ้าองค์นั้นล้วนไม่อยากให้ข้ามีชีวิตอยู่ ที่ข้าสามารถฝืนทนมาจนถึงตอนนี้ และสามารถพบกับซีเอ๋อร์ไ ได้ ก็ถือว่าข้าโชคดีมากแล้ว ทักษะการแพทย์ของซีเอ๋อร์ยอดเยี่ยมมาก ทั้งยังได้รับสมบัติมากมายมาจากตำหนักเทพแห่งชีวิตอีกด้วย ซึ่งชีวิตของข้าในตอนนี้ก็ถูกซีเอ๋อร์รักษาเอาไ ไว้ได้ชั่วคราว เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก”
มู่เฟิงหลิงย่อมภูมิใจในทักษะการแพทย์ของมู่เฉียนซีอยู่แล้ว เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อื้ม! ทักษะทางการแพทย์ของซีเอ๋อร์นั้นยอดเยี่ยมมากจริง ๆ!”
“ไม่ได้การ! ข้าจะต้องไปแดนนรกด้วยตนเองสักครั้ง ข้าจำเป็นที่จะต้องไปบอกซีเอ๋อร์…”
“อย่าไป!”
“พี่ใหญ่ ทำไมเล่าขอรับ? ท่านรู้ใช่ไหมว่าซีเอ๋อร์พยายามหาหนทางตามหาท่านในแดนซวนเทียนมากเพียงใด แม้ว่าแดนนรกจะอันตราย แต่ด้วยความสามารถของข้าในตอนนี้หากจะไปที่นั่นก็ไ ไม่เป็นอะไรหรอก”
“ข้ารู้ดี!”
ในตอนที่เขารู้ว่าเป็นลูกสาวของเขา เขาก็รู้ได้แล้ว
เพราะที่มาของชื่อมู่เฉินซีนั้น ไม่ใช่ว่าเป็นชื่อของชิงเฉินและซีเอ๋อร์รวมเข้าด้วยกันอย่างนั้นหรือ?
นางกลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของราชวงศ์ตงหวง และไม่ว่าจะอยู่ในราชวงศ์ตงหวงด้วยบทบาทไหน ต่างก็ต้องรู้จักชื่อนี้แน่นอน
แต่เขากลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย เพราะตอนที่เขาออกมาจากดินแดนทั้งสี่ทิศ เขาก็ไม่แน่ใจว่าซีเอ๋อร์จะมาที่แดนซวนเทียนด้วยเช่นกัน
เนื่องจากว่าดินแดนทั้งสี่ทิศขาดแคลนพลังวิญญาณ เขาจึงไม่คิดว่าซีเอ๋อร์จะสามารถฝึกฝนและเข้ามาในแดนซวนเทียนได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่ปีเท่านี้ได้
ซึ่งเขารู้จักเหล่าเด็กน้อยที่เขาสั่งสอนเป็นอย่างดี และเพื่อที่นางจะได้รับความเชื่อใจจากคนทั้งหกคน นางจะต้องใช้ความพยายามอย่างหนักมากแน่นอน