ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2322 ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต
ในเมื่อซีเอ๋อร์ไม่อยู่ เขาย่อมต้องปกป้องสิ่งของของนางอยู่แล้ว และทำให้นางไม่ต้องมาคอยห่วงหน้าพะวงหลัง ฉะนั้นแม้แต่คนของราชวงศ์ตงหวงก็อย่าหวังว่าจะมาทำลายได้เลย
ชิงหลงผงะไปครู่หนึ่ง เหตุใดทันทีที่อารองของมู่เฉินซีมาถึง พ่อบุญธรรมถึงได้เปลี่ยนคำเรียกนางเช่นนี้
ก่อนหน้านี้พ่อบุญธรรมยังเรียกนางว่าแม่หนูหรือแม่นางน้อยอยู่เลย แม้ว่าจะใจดีกับมู่เฉินซีจนน่าแปลกใจ แต่ก็เหมือนว่ายังขาดอะไรบางอย่างอยู่ดี
พอวันนี้มาเปลี่ยนคำเรียกเช่นนี้ เขาก็รู้สึกว่าพ่อบุญธรรมจะใกล้ชิดกับมู่เฉินซีมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
คำสั่งเช่นนี้ของพ่อบุญธรรม ดูเหมือนว่าแม้จะต้องเปิดเผยความสามารถของพวกเขาและถึงต้องสู้กับคนของราชวงศ์ตงหวงให้ถึงที่สุด ก็จะต้องปกป้องหอหมอปีศาจให้ได้!
นี่ไม่เหมือนวิธีการของพ่อบุญธรรมเลย แต่ทว่าชิงหลงก็ไม่อาจพูดมากเกินไปได้ เขาจึงกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ขอรับ! พ่อบุญธรรม”
เพียงแต่ยังไม่ทันที่ชิงหลงจะส่งการลงไป ก็มีข่าวอีกข่าวหนึ่งถูกส่งมาก่อน
“ท่านพ่อบุญธรรม ตอนนี้ทางด้านของหอหมอปีศาจมีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นขอรับ!” ขิงหลงกล่าวกับมู่เฟิงอวิ๋น
“สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ยอดฝีมือระดับแนวหน้าของแดนซวนเทียนลงมือขัดขวางคนของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นเร็วกว่าพวกเราอีกขอรับ พวกเขาได้กล่าวว่า มู่เฉินซีของหอหมอปีศาจเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือชีว วิตของพวกเขาเอาไว้ ผู้ใดกล้ามาแตะต้องหอหมอปีศาจ ก็เท่ากับว่าตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกเขา” ชิงหลงกล่าวตอบ
เหล่าคนเหล่านั้นมียอดฝีมือขั้นสูงสุดอยู่มากมาย ทั้งยังเป็นคนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือในแดนซวนเทียนอีกด้วย
แม้ว่าคนของราชวงศ์ตงหวงจะเป็นกองกำลังระดับห้า ก็ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับพวกเขาตัวต่อตัวอยู่ดี
หากพวกเขาโกรธเคืองขึ้นมา ถึงแม้จะไม่สามารถทำลายราชวงศ์ตงหวงได้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้คนของราชวงศ์ตงหวงได้รับบาดเจ็บสาหัสได้เช่นกัน
เมื่อราชวงศ์ตงหวงได้รับข่าวนี้ก็ตะลึงงันไปเช่นกัน “ช่างพูดจาไร้สาระจริง ๆ! มู่เฉินซีมีความสามารถระดับไหน? แล้วเจ้าพวกตาแก่เหล่านั้นมีความสามารถระดับไหน? เป็นผู้มีพระคุณช่ว วยชีวิตหรือ มู่เฉินซีมีความสามารถที่จะช่วยพวกเขาได้หรืออย่างไรกัน?”
“แต่ทว่าการที่ผู้เฒ่าตายยากเหล่านั้นออกโรงปกป้องหอหมอปีศาจอย่างแน่วแน่เช่นนั้น ที่จริงแล้วจะมีเหตุผลอะไรไปได้กันล่ะ?” คนสนิทของจักรพรรดิตงหวงเหล่านั้นก็รู้สึกประหลาดใจม มากเช่นกัน
“ฝ่าบาท ยังมีอีกเรื่องหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ! ผู้อาวุโสเหล่านั้นไม่พอใจมากที่จักรพรรดิตงหวงของพวกเรานิ่งเฉยตอนที่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายปรากฏตัวออกมา” มีคนกล่าว
“ตาเฒ่ากลุ่มนี้ช่างเป็นพวกชอบกินหัวไชเท้าแล้วยังจะมาพะวงอีก ในเวลาเช่นนั้นไม่รู้จักปกป้องตนเองหรือว่าจะให้คนของราชวงศ์ตงหวงของพวกข้าไปตายอย่างนั้นหรือ? อย่างไรเสียพว วกเขาก็อยู่ไม่ไกลจากความตายอยู่แล้ว แล้วยังจะชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นอีก ที่สำคัญข้าก็ไม่อยากตายเร็วเกินไปด้วย!” จักรพรรดิตงหวงกล่าวอย่างหงุดหงิด
แต่ทว่าการปรากฏตัวของต้นไม้ปีศาจแห่งความตาย มันคือการทำลายล้างคนทั่วทั้งแดนซวนเทียน มันใช่เรื่องที่จะเข้าไปยุ่งได้ที่ไหนกัน?
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสองกองกำลังใหญ่ระดับห้าที่โดดเด่นที่สุดในแดนซวนเทียน การที่ผู้มีอำนาจเป็นเช่นนี้ ก็มิแปลกใจเลยที่หอคอยตงหวงจะกล่าวไว้ว่า ชะตากรรมของราชวงศ์ตงห หวงใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
ถึงจักรพรรดิตงหวงจะไม่รู้ แต่ทันทีที่มู่เฟิงอวิ๋นได้รับข่าวนี้ และสำหรับเหตุผลที่ผู้อาวุโสเหล่านี้ลงมือนั้นชัดเจนมากอยู่แล้ว
เขากล่าวว่า “ผู้อาวุโสเหล่านั้นจะต้องไปตำหนักเทพแห่งชีวิตมาเช่นกันแน่นอน และคงจะเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยสินะ”
“ในเมื่อมีพวกเขาออกโรง พ่อบุญธรรม พวกเราก็คงไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความสามารถแล้วใช่ไหมขอรับ เพราะเพียงเท่านี้หอหมอปีศาจน่าจะปลอดภัยแล้ว” ชิงหลงกล่าว
อย่างไรเสียการเปิดเผยความสามารถของพวกเขาในตอนนี้ ก็ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก และมันก็อาจจะทำให้พ่อบุญธรรมตกอยู่ในอันตรายด้วย
แต่เขากลับพบว่าพ่อบุญธรรมของพวกเขาไม่พอใจเท่าไรนัก และมู่เฟิงอวิ๋นก็ต้องไม่พอใจแน่นอนอยู่แล้ว
มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำบางเรื่องเพื่อชดเชยให้ลูกสาวได้ แต่ผลปรากฏว่าลูกสาวของเขาแข็งแกร่งมากเกินไป ซึ่งมันก็ทำให้เขาไม่มีโอกาสเช่นนั้นเลย
เมื่อผู้อาวุโสที่มีความสามารถที่แข็งแกร่งต้องการจะปกป้องหอหมอปีศาจ จนทำให้หลังจากนั้นราชวงศ์ตงหวงได้สูญเสียคนบางส่วนไป สุดท้ายแล้วมันก็ให้จักรพรรดิตงหวงไม่กล้าที่จะทำอะ ะไรหุนหันพลันแล่นอีกเลย
เหล่าผู้เฒ่าเหล่านี้จริงจังมาก! และมันก็ไม่ใช่แค่คำพูดเท่านั้นอีกด้วย
ทั่วทั้งแดนซวนเทียนในตอนนี้ต่างก็พากันตกตะลึง พวกเขาต่างก็รู้ดีอยู่แล้วว่าหอหมอปีศาจมีภูมิหลังที่ลึกซึ้งเพียงใด นอกจากจะมีนักปรุงยาขั้นเทวะถึงสองคนแล้ว ยังมียอดฝีม มือลึกลับอีกจำนวนนับไม่ถ้วนที่คอยดูแลอยู่ด้วย บวกกับการร่วมมือของสมาคมการค้าเฉินซี ก็ยิ่งทำให้เจริญรุ่งเรืองดุจดั่งพระอาทิตย์กลางท้องฟ้ามากขึ้นไปอีก
แต่ใครจะรู้เล่าว่า ตอนนี้กลับยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว
ยอดฝีมือขั้นสูงสุดที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของแดนซวนเทียนจำนวนนับไม่ถ้วนทยอยออกมาปกป้องหอหมอปีศาจอย่างต่อเนื่อง อย่าว่าแต่ราชวงศ์ตงหวงเลย ถึงแม้ว่าจะมีราชวงศ์เป่ยกงเพิ่ม มเข้ามาด้วย ก็ไม่ง่ายเลยที่จะทำลายหอหมอปีศาจได้
“มันจะต้องเป็นเพราะนักปรุงยาขั้นเทวะแน่นอน ถึงเหล่านักปรุงยาจะมีสายสัมพันธ์กับผู้ที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่ข้าสาบานได้เลยว่า หมอปีศาจเป็นนักปรุงยาที่มีสายสัมพันธ์ที่ แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยเจอมาเลย”
“นั่นน่ะสิ! ผู้ที่สามารถเชิญคนมากมายมาได้ภายในพริบตาเดียวเช่นนี้ ไม่มีนักปรุงยาในแดนซวนเทียนคนใดสามารถทำถึงขนาดนี้ได้หรอก!”
แต่ทว่า ผู้อาวุโสเหล่านี้ไม่ใช่คนที่หมอปีศาจเชิญมา เพราะหมอปีศาจในเวลานี้ไม่ได้อยู่ในแดนซวนเทียนแล้ว
นอกจากนี้ตอนที่อยู่ในตำหนักเทพแห่งชีวิตผู้อาวุโสเหล่านี้ก็เป็นคนติดตามมู่เฉียนซีไปจัดการกับผู้แข็งแกร่งของเผ่าคำสาปเหล่านั้น หลังจากที่พวกเขาออกจากตำหนักเทพแห่งชีวิตก็ ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก โชคดีที่มียาที่มู่เฉียนซีมอบให้มาจึงไม่เกิดปัญหาร้ายแรงขึ้น
และในตอนที่ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวนั้นออกมา พวกเขาต่างก็กลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก ด้วยความที่เกรงว่ามันจะเป็นวันที่แดนซวนเทียนจะถูกทำลาย
หลังจากที่ต้องประสบกับการต่อสู้ที่มืดฟ้ามัวดินมาแล้ว ต้นไม้ปีศาจแห่งความตายก็ได้พ่ายแพ้ และแดนซวนเทียนของพวกเขาก็ก้าวผ่านบททดสอบที่ยากลำบากนี้ออกมาได้
ซึ่งแน่นอนว่าคนที่สามารถเอาชนะต้นไม้ปีศาจแห่งความตายได้ย่อมไม่มีทางอัจฉริยะตัวน้อยอย่างมู่เฉินซีผู้นั้นอยู่แล้ว แต่น่าจะเป็นท่านอ๋องจิ่วเยี่ยของแดนนรกที่น่าสะพรึงกลัวผู นั้นต่างหาก
พวกเขารู้ดีว่า หากไม่ใช่เพราะมู่เฉินซี ชายที่โหดเหี้ยมผู้นั้นคงไม่มีทางมาสนใจความเป็นความตายของคนนับหมื่นในแดนซวนเทียนเป็นแน่
พวกเขาทั้งหมดจึงเลือกที่จะตั้งตัวเป็นศัตรูของราชวงศ์ตงหวงเพื่อต้องการจะปกป้องหอหมอปีศาจ เพราะมู่เฉินซีไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตพวกเขาเท่านั้น แต่มู่เฉินซีและคนข้างกายของนางไ ได้ช่วยคนทั้งแดนซวนเทียนไว้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย
อย่างไรเสียกองกำลังระดับห้าอย่างราชวงศ์ตงหวงก็ได้ทำให้ผู้คนผิดหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลงมือทำลายคนเช่นนี้ได้ ฉะนั้นจะให้พวกเขาทนดูต่อไปได้อย่างไรกัน
เหตุผลที่พวกเขาไม่ได้ป่าวประกาศให้คนอื่นรู้ว่าผู้ที่แก้ไขวิกฤติการณ์ของแดนซวนเทียนในครั้งนี้เป็นผลงานของมู่เฉินซี นั่นก็เป็นเพราะว่าพวกเขาไม่อยากทำให้มู่เฉินซีเติบโตข ขึ้นมามีชื่เสียงจนต้องกลายเป็นเป้าโจมตี ดังนั้นเขาจึงได้พูดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“แต่แก่ที่ดื้อรั้นเหล่านั้น ช่างน่ารังเกียจนัก! นี่คิดจะมาทำลายความตั้งใจของพวกเราอย่างนั้นหรือ!” จักรพรรดิตงหวงกล่าวขึ้นมาอย่างโกรธเคือง
ในเวลานี้ มีคนมารายงานว่า “ฝ่าบาท ฝ่าบาทหลินหลางฟื้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“หลินหลางฟื้นแล้ว ดีเหลือเกิน!” จักรพรรดิตงหวงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ถึงหลินหลางจะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่นางกลับถูกผนึกความทรงไว้ตั้งแต่หลังจากที่เข้าไปในพฤษาอัคคีและปะทะเข้ากับมู่เฉียนซีมาจนถึงตอนที่เฟิงฉางหยูได้ช่วยเหลือนางเอาไว้
และนางก็ได้ลืมไปแล้วว่ามู่เฉินซีก็คือมู่เฉียนซี แต่ความเกลียดชังที่นางมีต่อมู่เฉียนซียังคงหลงเหลืออยู่โดยไม่อาจที่จะลืมเลือนไปได้
มู่หลินหลางคว้าแขนจักรพรรดิตงหวงเอาไว้พลางกล่าวว่า “เสด็จพ่อ เสด็จพ่อ พระองค์จะต้องฆ่ามู่เฉินซีให้ได้นะเพคะ ต้องฆ่านางให้ได้! เราจะปล่อยให้มู่เฉินซี มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ ได้ ไม่อาจปล่อยไว้ได้…เพราะว่านาง…”
เนื่องจากหัวสมองที่ขาวโพลน จึงทำให้มู่หลินหลางไม่สามารถพูดเหตุผลออกมาได้
หลังจากที่วิกฤติของต้นไม้ปีศาจแห่งความตายได้รับการแก้ไขแล้ว เขาก็ได้รู้เรื่องมากมายของมู่เฉินซีมาจากเฟิงฉางหยูแล้ว
มู่เฉินซีมีพรสวรรค์ในการฝึกฝนปีศาจที่แข็งแกร่ง และตอนที่อยู่ในตำหนักเทพแห่งชีวิตนางก็เกือบที่จะฆ่าลูกสาวของเขานับครั้งไม่ถ้วน เขาจึงวางแผนที่จะทำลายหอหมอปีศาจ เพื่อที่จ จะบีบบังคับให้บอกที่ซ่อนตัวของมู่เฉินซีและจะได้ส่งคนไปฆ่านางเสีย
แต่เนื่องจากระหว่างทางตาแก่ตายเหล่านั้นกลับปรากฏตัวขึ้น จึงทำให้แผนการของเขาไม่อาจทำให้เป็นจริงได้ และตอนนี้เขาก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกสาวเขาได้อีกด้วย
จักรพรรดิตงหวงกล่าวว่า “หลินหลาง เจ้า…เจ้าพักผ่อนก่อนเถอะ! รักษาตนเองให้หายดีก่อนนั้นสำคัญกว่า จงทำใจให้สงบลงก่อนเถอะ”
มู่หลินหลางรู้สึกสับสนเล็กน้อย เพราะเหตุใดเสด็จพ่อถึงได้ไม่สั่งให้คนไปแก้แค้นแทนนางทันทีกันล่ะ
แต่ทว่านางก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา เพราะหมดสติไปเป็นเวลานาน และร่างกายเองก็ได้รับความเสียหายอย่างมาก จนนางเหนื่อยล้ามากทีเดียว
อย่างไรก็ตามหลังจากที่รู้ว่ามู่หลินหลางตื่นขึ้นมาแล้ว ก็มีหญิงสาวที่มืดมนคนหนึ่งในราชวงศ์เป่ยกงได้เผยรอยยิ้มออกมา
“มู่หลินหลาง ขอแสดงความยินดีด้วยที่เจ้ายังไม่ตาย ในเมื่อเจ้าตื่นขึ้นมาแล้ว เช่นนั้นข้าจะส่งของขวัญชิ้นใหญ่ให้เจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน”