ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2326 คนงามรสเลิศ
เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่มู่เฉียนซีครอบครองมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์เหล่านี้แล้ว ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยก็คิดที่จะมอบมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ชิ้นอื่น ๆ ให้นางอีกด้วย
หากเขาสามารถหาได้พบ ย่อมไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปอย่างแน่นอน
มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ จะต้องเป็นสินสอดที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
หากคนอื่นได้รู้ถึงความคิดที่อยู่ภายในใจของท่านอ๋องจิ่วเยี่ยจะต้องอยากจะกระอักเลือดเป็นแน่
คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะใช้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาเป็นสินสอด ท่านอ๋องจิ่วเยี่ย นี่ท่านยังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่?
มู่เฉียนซีก็ตะลึงงันไปเช่นกัน ดูท่าแล้วจิ่วเยี่ยจะมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการรวบรวมมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ทั้งหมดให้ได้
ถึงพวกเขาต้องคิดหาทางนำหอคอยนิรันดร์มาให้ได้ แต่หากเป็นมายานิรันดร์ที่ประสาทเล็กน้อยคงต้องหาทางเลี่ยงแล้วล่ะ!
ส่วนการดำรงอยู่ของอาภรณ์ปักษานิรันดร์และตรวนนิรันดร์ดูเหมือนว่าจะมีโอกาสน้อยมาก นางไม่รู้แม้กระทั่งรูปลักษณ์และความสามารถของพวกเขาเลยด้วยซ้ำ
จิ่วเยี่ยมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ซี ในเมื่อเจ้ามาแล้ว! เจ้าอยากจะไปลองดูหรือไม่?”
“เอาสิ! ข้ารู้สึกสงสัยมากว่าน้ำพุทั้งหมดเหล่านี้จะทำงานอย่างไร เพราะแค่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้รับประโยชน์มากมายแล้ว หากเข้าไปฝึกฝนข้างใน เกรงว่าความเร็วในการฝึกฝนคงจะสามารถ พุ่งทะยานขึ้นมาได้อย่างแน่นอน” มู่เฉียนซีอยากลองทำดูเป็นอย่างมาก
ในตอนที่นางเตรียมพร้อมที่จะกระโจนออกจากอ้อมแขนของจิ่วเยี่ยเพื่อออกไปลองใช้น้ำพุ ผลกลับปรากฏว่านางถูกจิ่วเยี่ยกอดแน่นยิ่งขึ้นไปอีก
“หากใส่เสื้อผ้าเช่นนี้ลงไปแช่อยู่ในน้ำ ซีจะต้องไม่สบายตัวเป็นแน่!”
ทันทีที่พูดจบ ก็มีเสียงดัง แคว่กก! อยู่สองสามครั้ง และหลังจากนั้นเสื้อผ้าของมู่เฉียนซีก็หายไปจนหมดสิ้น
ตอนนี้นาง…ตอนนี้นางที่กำลังเปลือยเปล่าได้ถูกจิ่วเยี่ยอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขน
นางรู้ว่าต้องถอดเสื้อผ้าอยู่แล้ว! แต่มันก็ไม่ใช่ว่าต้องถอดแบบนี้ นางไม่ได้จะให้เขามาถอดให้เสียหน่อย! และมุมปากของมู่เฉียนซีก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย
นางไม่รู้ว่าเสื้อผ้าของจิ่วเยี่ยหายไปตั้งแต่เมื่อใด และตอนนี้เขาก็ถามขึ้นมาว่า “เจ้าอยากจะไปที่ไหนก่อนดี?”
“น้ำพุแห่งมิติ!”
“ดีเลย…”
พรวด!
ทั้งสองคนลงไปในน้ำพุแห่งมิติ ซึ่งพลังแห่งมิติที่อยู่ภายในน้ำพุนี้ก็อบอุ่นเป็นอย่างมาก และมันก็ทำให้มู่เฉียนซีสามารถดูดซับมันเข้าไปได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว
แต่…แต่ทว่าท่านอ๋องจิ่วเยี่ยผู้งดงามอย่างมิมีผู้ใดเทียบได้คนนี้ กลับกอดนางเอาไว้แน่นโดยไม่คิดที่จะปล่อยมือเลยแม้แต่เดียว
ในเมื่อมีความงดงามมาอยู่เบื้องหน้า แล้วจะให้นางดูดซับพลังแห่งมิติที่นางไม่เชี่ยวชาญได้ดียิ่งขึ้นได้อย่างไรกัน!
มู่เฉียนซีผลักหน้าอกของเขาพลางกล่าวว่า “จิ่วเยี่ยเหตุใดเจ้าถึงไม่ไปฝึกฝนที่น้ำพุแห่งความมืดล่ะ! เจ้ามาทำอะไรที่นี่กัน?”
มู่เฉียนซีเตรียมที่จะไล่เขาออกไป แต่จิ่วเยี่ยกลับกล่าวว่า “พลังของน้ำพุแห่งความมืดนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับข้า ข้าคอยเฝ้าเจ้าอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”
รูปร่างที่สมบูรณ์แบบของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า และผิวพรรณที่ขาวราวกับเครื่องเคลือบลายครามสีขาวก็มิปานนี้ ได้ทำให้ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของท่านอ๋องจิ่วเยี่ยเปลี่ยนเป็นอันตรายข ขึ้นมาหลายส่วนในทันที
“เช่นนั้นข้าจะกำหนดเวลาให้เจ้าสักระยะ หากซีมีความก้าวหน้า ข้าก็จะให้เจ้าจัดการด้วยตนเอง แต่ถ้าซีไม่สามารถก้าวหน้าได้ ถึงตอนนั้นข้าจะมาจัดการให้เจ้าด้วยตนเอง!” จิ่วเยี่ยกล่า าวพลางงับติ่งหูของมู่เฉียนซีอย่างอ่อนโยน
มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย “เจ้า…อื้อ…”
ถึงมู่เฉียนซีต้องการจะปฏิเสธ แต่การเดิมพันกับคนที่หน้าเนื้อใจเสืออย่างเจ้าหมอนี่ มู่เฉียนซีก็รู้สึกว่าขาดทุนมากเลยจริง ๆ
หากรู้แต่แรกว่าจิ่วเยี่ยจะเดิมพันเช่นนี้ นางน่าจะเลือกพลังธาตุทั้งสามชนิดนั้นดีกว่า
แต่เรื่องที่จิ่วเยี่ยพูดขึ้นมานั้น เขาไม่อยากให้มู่เฉียนซีปฏิเสธเลย
ริมฝีปากที่สมบูรณ์แบบนั้นลอบโจมตีเจ้ามา และมันก้ได้จับริมฝีปากของมู่เฉียนซีเอาไว้โดยตรง
ในระหว่างที่พวกเขากำลังพัวพันกัน อุณหภูมิของน้ำพุที่อยู่ภายในก็เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งร่างของทั้งสองก็แนบชิดกันมากยิ่งขึ้นไปอีก
ละอองน้ำกระจายตัวออกไป และด้วยสภาพแวดล้อมที่งดงามของบริเวณโดยรอบสามารถจนทำให้คนลืมหายใจ ซึ่งการจุมพิตของผู้งดงามทั้งสองก็ทำให้ผู้คนสามารถเคลิบเคลิ้มได้เลยทีเดียว
ไม่ว่าจะพัวพันกันมานานแค่ไหนพวกเขาก็ยังไม่ยอมแยกออกจากกัน และไม่ว่าจูบนี้จะลึกซึ้งยาวนานเพียงใด ก็ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่เพียงพออยู่ดี
เปลวเพลิงในดวงตาของจิ่วเยี่ยเริ่มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และอุณหภูมิที่กำลังแผดเผานั้นก็ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกว่าตนเองกำลังจะสุกอยู่แล้ว
จูบนี้ ดูเหมือนว่ามันจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ แต่มู่เฉียนซีไม่ใช่คนที่วิปลาสเหมือนอย่างจิ่วเยี่ย นางจึงยังต้องการที่จะหายใจอยู่ เข้าใจไหม?
นางหยิกจิ่วเยี่ยด้วยความโมโห และเพื่อให้เขาคลายริมฝีปากออก นางก็เกือบที่จะฝังเข็มเขาอยู่แล้ว
และในที่สุดจิ่วเยี่ยก็ยอมปล่อยมู่เฉียนซีไป ดวงตาคู่นั้นก็จ้องมองที่นางอย่างลึกซึ้งพลางกล่าวว่า “หรือว่า ซีกลัวข้าอย่างนั้นหรือ”
“ก็กลัวน่ะสิ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ในตอนที่ซีกำลังฝึกฝนพลังแห่งชีวิตบางส่วนก็จะล้นทะลักออกมา และหากข้าอยู่ข้างกายซีก็จะสามารถผสานพลังแห่งชีวิตของเจ้า เพื่อสร้างสมดุลกับพลังแห่งความตาย และมันทำให้ผน นึกที่ไม่ค่อยเสถียรแข็งแกร่งขึ้นได้อีกด้วย”
จิ่วเยี่ยดึงมู่เฉียนซีให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน “ฉะนั้นซีต้องคุ้นเคยกับการที่มีข้าอยู่ข้างกายเจ้าได้แล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แน่ใจนะว่าเจ้าไม่ได้หลอกลวงข้า?”
หากมันสามารถทำให้จิ่วเยี่ยได้ประโยชน์ และสามารถทำให้คำสาปสงบลงได้ มู่เฉียนซีย่อมไม่ฝืนขับไล่จิ่วเยี่ยออกไปอยู่แล้ว
และนี่ก็ถือว่าเป็นการตั้งใจฝึกฝนและเรียนรู้ที่จะต้านทานชายผู้ทรงเสน่ห์คนนี้มิใช่หรือ? ฉะนั้นนางจะต้องทำมันได้แน่นอนอยู่แล้ว
“ไม่!” จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยเสียงที่แหบแห้ง
“เช่นนั้นก็ดี!” นางกล่าวอย่างประนีประนอม
ผลปรากฏว่าภายในระยะเวลาที่กำหนด การฝึกฝนอยู่ในน้ำพุแห่งมิติของมู่เฉียนซีไม่คืบหน้ามากเท่าไรนัก และหลังจากนั้นนางก็ถูกจิ่วเยี่ยพาตัวไป
สถานที่ต่อไปที่พวกเขามาถึงก็คือทะเลสาบขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ภายในทะเลสาบแห่งนั้นมีไอเย็นแผ่กระจายออกมา และมันก็ทำให้มู่เฉียนซีตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเย็น จนทำให้ต้องซุกตั วเข้าไปในอ้อมแขนของจิ่วเยี่ยมากขึ้นไปอีก
จิ่วเยี่ยโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหน้าของนางพลางกล่าวว่า “ซี รออีกเดี๋ยวก็จะไม่หนาวแล้วล่ะ”
ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้รู้แล้วว่าที่จิ่วเยี่ยบอกว่าจะไม่หนาวอีกต่อไปมันเป็นเช่นไร นั่นก็เป็นเพราะว่าหลังจากนั้นนางก็สัมผัสได้แต่ความร้อน และทั้งตัวของนางก็ร้อนราวกับภ ภูเขาไฟอย่างไรอย่างนั้น
น้ำพุเย็นนี้ช่างน่าทึ่งมากจริงๆ แม้ว่าบนร่างกายจะมีรอยแผล แต่ก็สามารถหายไปได้อย่างรวดเร็ว
และด้วยความที่อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของของจิ่วเยี่ย ทำให้เขาอยากที่จะทิ้งร่องรอยเอาไว้บนผิวที่ขาวเนียนราวกับหยกนี้จริง ๆ
แต่ทุกครั้งที่คำสาปของเขาระเบิดออกมา และทิ้งรอยแผลไว้บนร่างกายของนางกลับทำให้เขายิ่งปวดใจ ดังนั้นเขาจึงได้สร้างบ่อน้ำพุเย็นแห่งการรักษาเอาไว้ด้วย
การสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาใช้ความพยายามไม่น้อยเลย นอกจากนี้การสร้างบ่อน้ำพุเย็นนี้ออกมาก็ต้องใช้สมบัติล้ำค่าของสวรรค์นับไม่ถ้วน ซึ่งมันก็ได้กลายมาเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งการ รรักษาที่ผู้อื่นใฝ่ฝัน แต่สำหรับท่านอ๋องจิ่วเยี่ยแล้ว ก็ทำไปเพื่อหวังผลของมันเท่านั้นเอง!
เนื่องจากมู่เฉียนซีไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ในวันรุ่งขึ้นนางจึงได้เลือกบ่อน้ำพุวารี และภายใต้การควบคุมของพลังธาตุวารี ทำให้มู่เฉียนซีสามารถโต้กลับได้
สีหน้าของมู่เฉียนซีเผยความภาคภูมิใจออกมา นางคลี่ยิ้มมองไปทางจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “เยี่ยคนงามของข้า วันนี้เจ้าเป็นของข้าแล้ว”
ถึงจะเห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเป็นหลุมพลางแต่ก็ยังกระโดดลงไป และถึงแม้ว่าหลังจากนี้มู่เฉียนซีจะต้องขาดทุนแต่ก็ยังคงกล่าวพลางฝืนยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่ดี “คนงามของข้าช่างดูเลิศร รสเสียจริง ๆ!”
จิ่วเยี่ยกล่าวตอบว่า “ซีของข้าเองก็เช่นกัน!”
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็เลือกบ่อน้ำพุอัคคี และมันก็เป็นเหมือนกัน…
ในสถานที่ที่งดงามราวกับแดนสวรรค์แห่งนี้ มู่เฉียนซีฝึกฝนและหลับนอนอยู่ที่นี่เป็นเวลาเก้าคืน จากนั้นก็ช่วยจิ่วเยี่ยในการระงับคำสาปเอาไว้อีกด้วย แต่จื่อโยวที่อยู่ในพระร ราชวังกำลังจะกระอักออกมาเป็นเลือดอยู่แล้ว
เขาจะอธิบายกับคนอื่นได้อย่างไร ว่านายท่านของพวกเขากำลังยุ่งอยู่กับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ กับพระชายาจนไม่ว่าง ฉะนั้นจงอย่ามาสร้างเรื่องกันล่ะ!
พลังธาตุทั้งสี่ของมู่เฉียนซีมั่นคงดีแล้ว อีกทั้งผนึกของจิ่วเยี่ยก็แข็งแกร่งขึ้นบ้างแล้วอีกด้วย
แม้ว่ามันจะยอดเยี่ยมมาก แต่ก็ไม่สามารถอยู่ที่นี่ไปตลอดได้ และมู่เฉียนซีก็ยังไม่ลืมเป้าหมายในการมาคุกโลหิตคราวนี้ด้วย
ประการแรก ที่แดนนรกทั้งอันตรายและโหดร้ายมาก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ดีในการมาหาประสบการณ์และยกระดับการฝึกฝนของนาง
ประการที่สอง ทักษะการปรุงยาของแดนนรกไม่ได้รับการพัฒนาเลย จึงทำให้การทำกิจการการค้ายิ่งวุ่นวายมากขึ้นไปอีก ฉะนั้นนางจึงอยากที่จะเปิดกิจการหอหมอปีศาจในแดนนรกเพื่อดึงดูด ดเงิน และกลายเป็นผู้สนับสนุนที่มั่งคั่งมากที่สุดของท่านอ๋องจิ่วเยี่ย
ประการที่สาม นางต้องการมาค้นหาหอคอยนิรันดร์ และคิดหาหนทางที่จะใช้จัดการกิเลนแห่งเหวนรก เพราะอย่างไรเสียดีกินเลนก็เป็นวัตถุดิบสุดท้ายที่ใช้ในการถอนคำสาปแห่งความมืดแล ล้ว
เส้นผมสีดำขลับของทั้งสองคนพันกันอยู่ในน้ำ มู่เฉียนซีกวาดผ่านไปบนผิวน้ำและคว้าเส้นผมสีดำขลับเหล่านั้นมาเล่น “ข้าอยากจะไปดูเมืองเทพสังหาร สุดท้ายเจ้าก็พาตัวข้ามาที่นี ตอนนี้เจ้าก็กินข้าจนอิ่มแล้ว ฉะนั้นมันถึงเวลาที่เจ้าควรจะพาข้าไปดูแล้วมิใช่หรือ?”