ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2327 เขาอยากสังหารเทพ
แต่ทว่าจิ่วเยี่ยในตอนนี้ดูท่าทางเหมือนกับว่าจะยังไม่หนำใจอย่างสิ้นเชิง เขาจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวอย่างเกียจคร้านว่า “ข้ายังกินไม่อิ่มเลย หนทางยังอีกยาวไกลนัก!”
“อื้อ…”
ระลอกน้ำแผ่กระจายออกมา เส้นผมเล็กละเอียดพัวพันเข้าด้วยกัน ราวกับกำลังเริงระบำอยู่ในน้ำอย่างไรอย่างนั้น
การรับปากเรื่องของมู่เฉียนซี จิ่วเยี่ยย่อมสามารถทำได้อยู่แล้ว ดังนั้นหลังจากที่ออกไปจากหุบเขาลั่วซีแห่งนี้แล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังเมืองเทพสังหารทันที
ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยมักจะสวมหน้ากากอยู่เสมอ และน้อยคนนักที่จะได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา แต่ทว่าด้วยกลิ่นอายที่น่าสะพรึงตอนปรากฏตัวออกมาที่เมืองเทพสังหารนั้น ก็ทำให้ ผู้คนค่อนข้างหวาดกลัว และถอนห่างออกไปจากเขาไปไกลเลยทีเดียว
แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของจิ่วเยี่ยจะงดงามยิ่งกว่าภูตสวรรค์ ก็ไม่มีคนกล้าเหลือบมองเขาแม้แต่นิดเดียวอยู่ดี
ผู้ที่แข็งแกร่งผู้นี้พวกเขาไม่สามารถยั่วยุได้เลย!
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “จิ่วเยี่ย เจ้าเก็บกลิ่นอายหน่อยเถอะ เจ้าดูสิทำคนอื่นกลัวไปหมดแล้ว”
และเมื่อจิ่วเยี่ยจะเก็บกลิ่นอายไป เขากลับต้องมาเสียใจภายหลัง
เพราะถึงเขาจะเก็บกลิ่นอายไปแล้วก็ยังไม่มีคนกล้ามองเขาอยู่ดี แต่กลับมีคนแอบมองซีของเขาแทน
แม้ว่าจะอยู่ในคุกโลหิตแต่รูปร่างหน้าตาของมู่เฉียนซี ก็เกรงว่าจะไม่มีผู้ใดเทียบได้เช่นกัน
เมื่อเห็นว่าจิ่วเยี่ยที่ก่อนหน้านี้ได้ระงับกลิ่นอายไปแล้วกลับระเบิดพลังที่น่าสะพรึงกลัวออกมาอีกครั้ง มู่เฉียนซีก็ทำได้เพียงลากจิ่วเยี่ยไปหาสถานที่เพื่อปลอมตัว
คนเหล่านี้ไม่รู้เลยว่าคนที่พวกเขาแอบมองก็คือพระชายาที่เพิ่งมาเยี่ยมเยือนแดนนรกของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าพวกเขาเกือบที่จะทำให้ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยที่ถูกคร รอบงำด้วยความหึงหวงปฏิบัติการสังหารหมู่เสียแล้ว
หลังจากที่มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยปลอมตัวเสร็จแล้ว ก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้างอย่างเห็นได้ชัด และพวกเขาทั้งสองคนเดินเล่นอยู่ในเมืองที่ตกแต่งเป็นสีโทนแดงเข้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายข ของความมืดที่รุนแรง
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย เหตุใดเมืองนี้ถึงได้มีชื่อเรียกว่าเมืองเทพสังหารล่ะ?”
“นั่นก็เป็นเพราะว่าก่อนที่ข้าจะได้พบกับซี เรื่องที่ข้าอยากทำมากที่สุด นั่นก็คือการสังหารเทพ!” จิ่วเยี่ยกล่าวตอบ
มู่เฉียนซีหันหน้ามามองจิ่วเยี่ยแล้วกล่าวว่า “เช่นนั้นหลังจากนั้นล่ะ!”
เมื่อดวงตาของพวกเขาสบกัน จิ่วเยี่ยก็มองลึกเข้าไปในดวงตาของมู่เฉียนซี มุมปากของเขายกโค้งขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นจิ่วเยี่ยก็กล่าวกับนางว่า “หลังจากนั้นเรื่องที่ข้าอยากท ทำมากที่สุด นั่นก็คือแต่งงานกับเจ้า ทำให้เจ้ากลายมาเป็นผู้หญิงของข้า”
หัวใจของมู่เฉียนซีเต้นโครมคราม ในเมืองที่เป็นของเขา ชายที่อยู่ตรงหน้านางผู้นี้บอกกับนางว่า เรื่องที่เขาอยากทำมากที่สุดก็คือการขอนางแต่งงาน
เมื่อเทียบกับการขอนางแต่งงาน เรื่องการสังหารเทพได้กลายเป็นเรื่องที่เล็กน้อยไปเลย
มู่เฉียนซีจับมือของจิ่วเยี่ยเอาไว้ และนิ้วมือทั้งสิบก็ประสานกันไว้จนแน่น
มู่เฉียนซีกล่าวกับจิ่วเยี่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นท่านอ๋องจิ่วเยี่ย ท่านก็พยายามขอข้าแต่งงานให้ได้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องสังหารเทพ แน่นอนว่าพวกเราจะร่วมต่อสู้สังหารเขาไปด ด้วยกัน!”
ทันทีที่มือของจิ่วเยี่ยออกแรง เขาก็ได้ดึงมู่เฉียนซีเข้ามาในอ้อมแขน จากนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยพล่างกล่าวว่า “อื้ม! ทำมันด้วยกันเถอะ!”
กิจการการค้าในแดนนรกไม่ค่อยพัฒนาเท่าไรนัก ร้านค้าไม่น้อยไม่ทำธุรกิจ เนื่องจากพวกเขารู้สึกว่าแทนที่จะทำธุรกิจไม่สู้ไปหาสัตว์อสูรมาฝึกฝนเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งดีกว่า
แม้ว่ากิจการค้าขายจะไม่พัฒนา แต่มู่เฉียนซีก็ค้นพบว่าร้านค้าที่เปิดเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่ามากมาย
แม้ว่าจะเป็นสิ่งของที่นำมาขายตามแผงลอยข้างถนนต่างก็สามารถนำไปประมูลที่แดนซวนเทียนได้ในราคาที่สูงมากแล้ว
มีสมบัติอยู่ทั่วทุกหนแห่งในแดนนรก ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่จิ่วเยี่ยจะไม่สนใจสิ่งของในแดนซวนเทียนเลย
มู่เฉียนซีเริ่มกวาดล้างครั้งใหญ่ และนางก็ไม่เหตุผลที่จะปล่อยสิ่งของที่ตนเองชอบทั้งหมดไป
ส่วนจิ่วเยี่ย! แน่นอนว่าทำหน้าที่เพียงแค่จ่ายเงินก็พอแล้ว
ช่วยไม่ได้ ถึงนางจะอยู่ในดินแดนทั้งสี่ทิศหรือแดนซวนเทียนจะมีเงินมากมายเพียงใด แต่พอมาถึงที่แดนนรกแห่งนี้กลับดูเหมือนว่าไม่มีเงินเลย
สกุลเงินที่ใช้กันทั่วไปในแดนนรกคือผลึกสีดำแห่งความมืด และผลึกสีดำแห่งความมืดก็แบ่งออกเป็นสามระดับ มีระดับบน กลางและล่าง
ระดับของนรกก็คือนับจากเหวลึกที่อยู่ชั้นที่ลึกที่สุดของระดับชั้นทั้งหมด ซึ่งมันก็แตกต่างจากแดนเทพที่นับชั้นที่อยู่บนที่สุดราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว
พลังธาตุแห่งความมืดที่อยู่ที่นี่แพร่กระจายไปทั่ว ไม่ว่าคนที่ก่อนจะมายังแดนนรกจะฝึกฝนพลังอะไรมา เมื่อมาถึงที่นี่แล้วคนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะฝึกฝนพลังแห่งความมืดกันทั้งนั้ น
เนื่องจากการฝึกฝนพลังแห่งความมืดสามารถยกระดับได้เร็วมากที่สุด ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผลึกสีดำแห่งความมืดถึงกลายเป็นสิ่งของที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั่นเอง
มู่เฉียนซีเห็นสถานที่ที่มีการค้าขายที่คับคั่งมากที่สุดแล้ว ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมีผู้คนเข้าออกมากกว่าสถานที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด และมู่เฉียนซีที่อยากรู้อย่างเห็นก็ดึงจิ่วเยี่ ยเดินไปทางนั้นทันที
และที่ป้ายบนประตูเขียนว่า ตรอกร้อยเดิมพัน
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “ซีอยากจะเข้าไปอย่างนั้นหรือ?”
“ข้ารู้สึกว่าตนเองยากจนมาก จึงอยากจะเข้าไปหาทางเพิ่มเงินทุนสักหน่อย” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
“เงิน ข้าก็มีนะ!” จิ่วเยี่ยกล่าว
“แต่ข้าก็อยากที่จะหาเงินด้วยตนเองบ้าง! เข้าไปดูกันเถอะ!”
หลังจากที่เข้าไปแล้ว มู่เฉียนซีก็เห็นประตูทั้งหมดสี่บาน
ประตูบานแรกเขียนว่า ห้องเดิมพันผนึก
ประตูบานที่สองเขียนว่า ห้องเดิมพันสัตว์อสูร
ในประตูบานที่สามเขียนว่า ห้องเดิมพันต่อสู้
ประตูบานที่สี่เขียนว่า ห้องเดิมพันทั่วไป
มู่เฉียนซีชี้ไปที่ประตูบานแรกพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นเราเริ่มจากประตูบานแรกกันก่อน ไปห้องเดิมพันผนึกกันเถอะ!”
ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลับเห็นมิติที่มีขนาดกว้างขวางเป็นอย่างมาก
สมแล้วที่เป็นแดนนรก คิดไม่ถึงว่าตรอกพนันแห่งหนึ่งจะสามารถเปิดมิติออกมาได้หลายแห่งเช่นนี้ ซึ่งร้านค้าเล็ก ๆ ทั้งหมดในแดนซวนเทียนไม่สามารถทำเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน
อย่างไรเสียเดิมทีแล้วจอมภูตพลังวิญญาณธาตุมิติก็ไม่ได้มีอยู่ในแดนซวนเทียนอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จิ่วเยี่ย เจ้ารู้กฏของที่นี่หรือไม่?”
จิ่วเยี่ยส่ายหน้าปฎิเสธ แม้ว่าคุกโลหิตทั้งหมดจะเป็นของเขา แต่เรื่องที่เขาสนใจกลับไม่ได้มีมากมายเท่าไรนัก
และตรอกพนันเล็ก ๆ แห่งหนึ่งเช่นนี้ เขาย่อมไม่เห็นมันอยู่ในสายตาอยู่แล้ว
“แม่นางน้อย เจ้ากับคนที่อยู่ข้างกายเจ้ามาที่นี่เป็นครั้งแรกอย่างนั้นสินะ! คิดไม่ถึงเลยว่าในฐานะที่เป็นผู้ชายของเมืองเทพสังหารจะไม่เคยเข้ามาในตรอกร้อยเดิมพันแห่งนี้มาก่ อน นี่มันช่างเหลือเชื่อเกินไปแล้ว เจ้านี่ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน!” ชายที่ถือพัดและแสร้งทำตัวสง่างามคนหนึ่ง กล่าวพลางเดินเข้ามาถึงข้างกายของมู่เฉียนซีอย่างกะทันหัน
ไร้เดียงสาเหลือเกินอย่างนั้นหรือ! เมื่อได้ฟังคำนี้แล้ว มุมปากของมู่เฉียนซีก็กระตุกขึ้นมาเล็กน้อย หากเจ้าหมอนี่รู้ว่าชายผู้ที่เขาบอกว่าไร้เดียงสาคือท่านอ๋องจิ่วเยี่ยที แค่ได้ยินชื่อก็น่าสะพรึงกลัวของแดนนรกของพวกเขาแล้วละก็ คาดว่าคงอยากที่จะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเป็นแน่!
เพียงแต่!
เมื่อมู่เฉียนซีมองไปทางจิ่วเยี่ย สิ่งที่เจ้าหมอนั่นพูดก็ไม่ได้ผิดเลย เพราะอย่างแรกคือจิ่วเยี่ยไม่เล่นพนัน อย่างที่สอง ดูเหมือนว่าจิ่วเยี่ยก็ไม่ใช่คนที่ชอบเดินเตร็ดเตร่ต ตากลมไปจนถึงแหล่งกามารมณ์เหล่านั้นด้วย ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ก็ทำให้เขาดูไร้เดียงสาอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว
“ท่านสามารถบอกกฏของที่นี่ให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
คนผู้นี้กล่าวว่า “นั่นมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว คนของแดนนรกต่างรู้กันทั้งนั้น เพราะคนส่วนใหญ่ก็เข้ามาฝึกฝนพลังแห่งความมืดกันทั้งสิ้น ฉะนั้นจึงไม่มีผู้ใดเปลืองแรงไปฝึกฝนพลั งธาตุอื่นกันหรอก อย่างไรเสียมันก็เป็นการฝึกฝนที่รวดเร็วที่สุดแล้ว!”
“คนที่อยู่ในแดนนรกหากไม่ฝึกฝนโดยเร็วก็จะอ่อนแอกว่าผู้อื่น และอาจทำให้ตายโดยไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ผลึกสีดำแห่งความมืดนั้นก็มีอยู่ทั่วทุกแห่งในคุกทั้งเจ็ด นอกจากนี้มันยังม มีอยู่ในคุกและภายในความว่างเปล่าของมิติแห่งนรกอีกด้วย ซึ่งก็มีผนึกมากมายอยู่ในภายในมิติที่ว่างเปล่านี้ด้วย แต่ในเมื่อพอมีบ้าง พวกเขาจึงได้นำเอาส่วนหนึ่งออกมาวางเดิมพั น เพื่อให้ทุกคนได้ลองเสี่ยงโชค!”
“แต่หากในผนึกสีดำไม่มีผลึกสีดำแห่งความมืด เช่นนั้นก็คงจะขาดทุนจนอยากจะกระอักเลือดเลยทีเดียว แต่ถ้าหากภายในผลึกสีดำแห่งความมืดมีคุณภาพค่อนข้างดี เช่นนั้นก็ถือว่าได้กำ ำไรไม่น้อยเลย และหากได้รับสินค้าที่มีคุณภาพสูง ผลึกสีดำแห่งความมืดระดับสูงก็จะสามารถทำกำไรไให้ด้อย่างมากมายแน่นอน”
หลังจากที่ฟังคนผู้นี้อธิบายแล้ว มู่เฉียนซีก็เข้าใจกฏมากขึ้นแล้ว เพราะการเดิมพันผนึกนี้คล้ายกับการพนันสมัยใหม่เลย
เพียงแต่การเดิมพันสมัยใหม่จะใช้หยก แต่สถานที่แห่งนี้ใช้เป็นผลึกสีดำแห่งความมืด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะไปลองสักหน่อย”
คนผู้นั้นกล่าวว่า “น้องชาย การเดิมพันด้วยผนึกนั้นติดง่ายมากมาก ฉะนั้นเจ้าควรดูแม่ตุ๊กตาตัวน้อยของเจ้าเอาไว้ให้ดีล่ะ! เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องล้มละลายไปเสียก่อน”