ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2466 วิหคแห่งความตาย
ผู้หญิงเหล่านั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี และพูดคุยไปพลางคลี่รอยยิ้มอย่างชั่วร้าย
แววตาของพวกนางมองผ่านไปยังใบหน้าที่งดงามอย่างไร้ที่ติ และความอิจฉาอย่างบ้าคลั่งก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของแต่ละคน
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยท่าทางที่เฉยเมยว่า “คำพูดไร้สาระของพวกเจ้าจะมากเกินไปแล้ว! หากต้องการจะลงมือก็ลงมือมาเถอะ พวกเจ้าคิดว่าข้าจะกลัวพวกเจ้าหรือไงกัน?”
“พรูดด! เจ้าคิดว่าตอนนี้อ๋องจิ่วเยี่ยปกป้องอยู่ข้างกายของเจ้าอย่างนั้นหรือ? คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าทำตัวจองหองกับพวกเราพี่น้องเช่นนี้” หญิงสาวจากคุกมืดเหล่านั้นกล่าวด้วยรอยย ยิ้มที่เหยียดหยาม
สาวน้อยผู้นี้อ่อนแอเหลือเกิน เมื่อไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของท่านอ๋องจิ่วเยี่ย นางก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น และแม้แต่ระดับเจ้าครองดินแดนก็สามารถฆ่านางได้แล ล้ว!
เพราะคนจากคุกนรกทั้งเจ็ดต่างก็รู้ดีว่า คู่หมั้นของท่านอ๋องแห่งคุกนรก เป็นเพียงแม่นางน้อยอายุสิบกว่าปีที่มีระดับไม่ถึงเจ้าครองดินแดนเลยด้วยซ้ำ
“พี่น้องทั้งหลาย ลงมือเถอะ แสดงให้นางเด็กน้อยจองหองผู้นี้ได้ดู! แต่ต้องออมมือสักหน่อย อย่าทำให้นางถึงตายล่ะ อ๋องจิ่วเยี่ยถึงขนาดพานางมายังสนามรบได้ แสดงว่าเขารักนางเป็ นพิเศษ! ไม่แน่ว่านางอาจจะมีประโยชน์ในอนาคตก็ได้”
ทันใดนั้นหญิงสาวสองสามคนเหล่านี้ก็ลงมือโจมตีมู่เฉียนซีอย่างกะทันหัน แต่ผลปรากฏว่ามู่เฉียนซีกลับสามารถหลบหลีกได้อย่างสงบ
“มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพมิติอย่างนั้นหรือ?” ความเร็วของนางผิดปกติเป็นอย่างมาก
“หญิงสาวที่ได้รับความโปรดปรานจากท่านอ๋องจิ่วเยี่ย จะต้องมีสมบัติไม่น้อยแน่นอนอยู่แล้ว”
มีความโลภปรากฏขึ้นมาในสายตาของพวกนาง จากนั้นก็พุ่งตัวเพื่อไปคว้ามู่เฉียนซีเอาไว้ทันที
พลังแห่งนรกอันเย็นยะเยือกพลันโหมกระหน่ำไปทั่ว มู่เฉียนซีจึงนำกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณออกมาและโจมตีใส่พวกนางทันที
“เพลิงนภาพิฆาต!”
คนที่มู่เฉียนซีเจอกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นเจ้าครองดินแดนระดับล่างกันทั้งนั้น และมีเพียงส่วนน้อยที่จะมีระดับเพียงเจ้าครองดินแดนระดับสูง
เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับพลังธาตุอัคคีที่รุนแรงของมู่เฉียนซี พวกนางก็คิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะไม่สามารถต้านทานกระบวนท่านี้ได้
ตูมมม โครมมม!
หญิงสาวจากคุกมืดเหล่านั้นล้วนผงะไปทันที เป็นไปได้อย่างไร? แข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
คนที่ยังไม่ถึงระดับเจ้าครองดินแดนจะมีความสามารถที่แข็งแกร่งขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรือ? ทุกคนโดนหลอกเข้าให้แล้ว
“ลงมือโจมตีเต็มกำลัง ไม่จำเป็นต้องออมมือแล้ว!”
“เจ้าค่ะ!”
ปัง ปัง ปัง!
สายลมที่อยู่ในอากาศร้องคำรามอย่างรุนแรง และอีกฝ่ายก็พุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง
มู่เฉียนซีหมุนเวียนพลังวิญญาณ จากนั้นก็ระเบิดทักษะวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมา ไม่เพียงแต่ใช้พลังธาตุอัคคีเท่านั้น แต่ยังใช้พลังธาตุวายุและธาตุวารีอีกด้วย!
การโจมตีของนางทำให้คนคาดไม่ถึงจริง ๆ และความเร็วของนางยังคาดเดาได้ยากอีกด้วย
หลังจากที่ต่อสู้กันหลายสิบรอบหญิงสาวเหล่านั้นก็มีสภาพสะบักสะบอมราวกับคนบ้าก็มิปาน แต่ทว่ามู่เฉียนซีกลับยังคงสง่างามเหมือนเดิม
และเวลานี้คนระดับเจ้าครองดินแดนของคุกมืดเหล่านั้นก็ได้รู้แล้วว่ามู่เฉียนซีไม่ใช่คนที่จะจัดการได้ง่ายดายเช่นนั้น พลังในการต่อสู้และพลังจิตวิญญาณของนางที่แสดงออกมาไม่สอดคล้ องกับระดับอย่างสิ้นเชิง ซึ่งคนที่ติดกับดักนี้ก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต
“โจมตี!”
พวกนางตั้งขบวนในการต่อสู้ จากนั้นก็ผนวกจิตวิญญาณในการต่อสู้ แต่ทว่าหลังจากนั้นพวกนางก็ถูกโจมตีจนล่าถอยออกไปทีละคนอย่างรวดเร็ว
“เจ้าคิดว่าแค่นี้ก็จะเอาชนะพวกเราได้แล้วอย่างนั้นหรือ? ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ว่าไม่มีทางเสียหรอก”
คิดไม่ถึงเลยว่าในบรรดาพวกนางคนที่มีความสามารถแข็งแกร่งจะเรียกสัตว์พันธสัญญาของพวกนางออกมา แต่ถึงจะเห็นสัตว์อสูรที่ดุร้าย แต่ท่าทางของมู่เฉียนซีก็ยังคงเฉยเมยมากอยู่ดี
“เดิมทีข้าคิดว่าพวกเจ้าอ่อนแอมากจนข้าไม่จำเป็นต้องเรียกคู่หูของข้าออกมาช่วยเหลือ! แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะทนไม่ไหวกันแล้วสินะ” มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มเล็กน้อย
สัตว์พันธสัญญาของพวกนาง ไม่มีประโยชน์เลยอย่างนั้นหรือ?
ในตอนที่พวกของอู๋ตี้ปรากฏตัวออกมา คนจากคุกมืดเหล่านั้นเผยสีหน้าที่เหลือเชื่อออกมา “เป็นไปได้อย่างไร?”
การปรากฏตัวของพวกมันทั้งสามตัว ทำให้เหล่าสัตว์อสูรของอีกฝ่ายแสดงท่าทางที่หวาดกลัวออกมา และมู่เฉียนซีก็เริ่มโจมตีพวกนางทันที
การลอบโจมตีด้วยเข็มยาที่ไร้เสียง และวิธีการต่อสู้อีกมากมายของมู่เฉียนซีที่หยิบออกมาใช้ ทำให้คนเหล่านี้ดูไม่ทันอย่างสิ้นเชิง
พรวด พรวด พรวด!
หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นเจ้าครองดินแดนระดับล่างหรือเจ้าครองดินแดนระดับสูงล้วนกระอักเลือดและลอยกระเด็นออกไปทันทีเหมือนกันหมด
พวกนางพ่ายแพ้อย่างยับเยิน แต่ทว่าพวกนางกลับค้นพบเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างหนึ่ง นั่นก็คือตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้การโจมตีของพวกนางล้วนไม่สามารถทำอันตรายอะไรต่อมู่เฉียนซีได้ เลย
นั่นเป็นเพราะว่ามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพป้องกันที่แข็งแกร่งอย่างนั้นหรือ? ให้ตายเถอะ!
“ไว้ชีวิตพวกเราด้วย!” ตอนนี้พวกนางพ่ายแพ้ และไม่มีพลังในการต่อสู้เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
และตอนนี้ พวกนางก็ทำได้เพียงร้องขอความเมตตาจากสาวน้อยที่พวกนางดูถูกไปก่อนหน้านี้ เพื่อหาโอกาสในการมีชีวิตรอดต่อไปแม้เพียงน้อยนิดก็ตาม
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะลืมไปแล้วสินะ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งสงคราม แล้วพวกเจ้าคิดว่าข้าในฐานะคนของคุกโลหิต จะปล่อยกำลังพลของศัตรูไปอย่า างนั้นหรือ?”
สงครามนั้นโหดร้ายและไร้ความปรานี ซึ่งการร้องขอความเมตตาของพวกนางก็เป็นเพียงแค่เรื่องตลกเท่านั้น
เลือดสด ๆ สาดกระเซ็นไปทั่ว หลังจากนั้นพวกนางก็ต้องเผชิญหน้ากับความตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และพวกนางก็เอาแต่เกลียดตนเองว่าเพราะเหตุใดตอนที่เจอกับหญิงที่ชั่วร้ายผู้นี้ถึง งได้ไม่หนีไป แต่กลับเลือกที่จะต่อสู้กับนางเช่นนี้
ทันทีที่พวกนางล้มฟุบลงไป มู่เฉียนซีก็ได้ยินเสียงร้องของนกที่คุ้นเคยเสียงหนึ่ง
เสียงร้องเช่นนี้นางเคยได้ยินตอนที่พวกนางกำลังเข้ามาในกรงร้อยศึกแห่งนี้ เช่นนั้นเสียงนี้คือเสียงของอะไรกันแน่นะ?
เนื่องจากว่ามันไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงทำได้เพียงใช้พลังจิตวิญญาณในการสังเกตการณ์เท่านั้น และหลังจากที่ใช้พลังจิตวิญญาณเคลื่อนไหวไปโดยรอบแล้ว ถึงได้รู้ ว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่?
เป็นฝูงนก พวกมันเป็นนกสีเทาเข้มฝูงหนึ่ง
นกฝูงนี้กำลังจิกจิตวิญญาณของคนที่ถูกมู่เฉียนซีฆ่าเหล่านั้นออกมา ซึ่งคนเหล่านี้ก็ไม่สามารถต่อต้านได้จนในที่สุดก็ถูกนกประหลาดเหล่านี้กลืนกินจิตวิญญาณไป
ซึ่งนี่ก็ทำให้มู่เฉียนซีผงะไปครู่หนึ่ง นี่มันตัวอะไรกันแน่เนี่ย?
เสี่ยวหงกล่าวว่า “มันคือวิหคนรกแห่งความตาย และจิตวิญญาณเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นอาหารชนิดหนึ่งของสัตว์ร้ายอีกด้วย ซึ่งพวกมันก็คือฝูงสัตว์ร้ายเจ้าถิ่น อีกทั้งมันก็บูชาเพียงราช ชาวิหคนรกแห่งความตายที่ทรงพลังมากเท่านั้นอีกด้วย”
“ให้ตายเถอะ! เจ้าคนโง่เง่าพวกนั้นไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดแล้วยังเลือกสถานที่เช่นนี้มาเป็นสถานที่ในการสู้รบอีกอย่างนั้นหรือ นี่มันไม่เท่ากับว่านำอาหารมาให้วิหคนรกแห่งความตา ายถึงที่หรืออย่างไรกัน”
แม้ว่าเสี่ยวหงจะขี้เกียจ แต่มันก็เคยได้ยินเกี่ยวกับสัตว์ร้ายชนิดนี้มาก่อน นอกจากนี้มันยังเคยได้ยินประวัติอันฉาวโฉ่ที่เกี่ยวกับสัตว์ร้ายชนิดนี้อีกด้วย ซึ่งเจ้าพวกนี้ก็รับมื อได้ยากจริง ๆ!
ท่าทีที่เคร่งขรึมปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมู่เฉียนซีทันที นางตระหนักได้ตั้งแต่แรกแล้วว่ากลิ่นอายแห่งความตายของสถานที่แห่งนี้มันอันตรายเกินไป และแม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะไม่มีพืช ชกลายพันธุ์หรือสัตว์อสูรที่อันตรายอะไรก็ตาม แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะมีเจ้าสิ่งนี้อยู่ ซึ่งเจ้าสิ่งนี้ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เสี่ยวหง ในเมื่อเจ้ารู้จักพวกมัน แล้วเจ้ารู้ด้วยหรือไม่ว่าจะจัดการพวกมันได้อย่างไร?”
“สำหรับเจ้านายแล้วนั่นเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก ท่านสามารถทำลายมันได้ด้วยการใช้พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งของท่านแค่นั้นเอง เพราะพวกมันเป็นเพียงลูกกระจ๊อกเท่านั้น”
“เช่นนั้นข้าจะลองดู” พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีระเบิดออกมา และเมื่อวิหคนรกแห่งความตายสัมผัสได้ถึงอันตราย มันก็เตรียมที่จะหนีไปทันที
แต่ผลปรากฏว่าทางหนีของพวกมันมีสิ่งกีดขวางบางอย่างขวางเอาไว้ จึงทำให้ไม่สามารถพุ่งออกไปได้ และความสามารถของอีกฝ่ายก็อยู่เหนือพวกมันอย่างสมบูรณ์อีกด้วย
มู่เฉียนซีบดขยี้พวกมันอย่างง่ายดาย และหลังจากนั้นพวกมันก็สลายหายไปในอากาศทันที
บนใบหน้าของมู่เฉียนซีเผยท่าทีที่เคร่งขรึมออกมา “เรื่องที่คนจากคุกนรกทั้งหกเลือกสถานที่แห่งนี้ทำสงครามใหญ่ พวกเขาจะต้องไม่รู้ว่าสัตว์ร้ายของที่นี่อันตรายเพียงใดเป็นแน่ แล ละข้าก็สงสัยว่าอู๋หยาตั้งใจที่จะเลือกสถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องที่คนอื่นไม่รู้ว่าภายในสถานที่แห่งนี้อันตรายมากขนาดไหน ก็น่าจะเป็นแผนการที่ร่างทรงอย่างเขาคำน นวนออกมาไว้แล้ว”
เสี่ยวหงกล่าวว่า “ราชาวิหคนรกแห่งความตายตัวนั้นจะต้องถูกอะไรบางอย่างผนึกเอาไว้เป็นแน่ มิเช่นนั้นคนส่วนใหญ่ที่เข้ามาข้างในนี้น่าจะถูกมันฆ่าตายในทันที เพราะจิตวิญญาณคืออาหา ารของมัน อย่างไรเสียความสามารถของเจ้าหมอนี่ก็ถือได้ว่าไม่เลวเลย เพราะตอนนี้มันเพียงแค่ส่งลูกกระจ๊อกของมันออกมาเพื่อรวบรวมจิตวิญญาณของคนที่ถูกฆ่า และไม่มีแม้แต่พลังที่จะเริ มโจมตีเลยด้วยซ้ำ”