ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2467 จื่อโยวประสบปัญหา
“เพียงแต่หากรอให้มันได้รับจิตวิญญาณมากขึ้นเรื่อย ๆ พลังแห่งความตายของที่นี่ก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ปกติแล้วสถานที่แห่งนี้ไม่มีอะไรให้พวกมันได้รับมากนัก แต่ทว่าตอนนี้ผู้ แข็งแกร่งของแดนนรกเกือบทั้งหมดได้มาที่นี่กันหมดแล้ว ซึ่งมันก็เพียงพอที่จะทำให้มันหลุดออกจากผนึกได้ หากเป็นเช่นนั้นจะต้องเกิดความวุ่นวายมากแน่” เสี่ยวหงกล่าวด้วยเสียงทุ้ มต่ำ
แผนการของอู๋หยานั้นมีความเชื่อมโยงกันจริง ๆ หรือเขากลัวว่าพวกคนของคุกนรกทั้งหกจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจิ่วเยี่ยและไม่สามารถตรึงจิ่วเยี่ยเอาไว้ได้ ดังนั้นถึงได้เตรียมใช้ประโยช ชน์จากสงครามใหญ่เพื่อมอบจิตวิญญาณแห่งความตายให้กับวิหคแห่งความตายของนรกอย่างเพียงพอ และช่วยมันทำลายผนึกออกมา
แผนการในครั้งนี้ของเขา คือต้องการฝังชีวิตและจิตวิญญาณของผู้แข็งแกร่งในแดนนรกส่วนใหญ่เอาไว้ที่นี่ ซึ่งคราวนี้อู๋หยาลงมือได้รุนแรงมากจริง ๆ
และการดำเนินการที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้ก็คือการออกไปจากกรงร้อยศึกแห่งนี้ทันที เพื่อไม่ให้ราชาวิหคแห่งความตายที่มีชื่อเสียงนั้นได้มีโอกาสกลืนกินจิตวิญญาณของใครก็ตาม
แต่นี่ไม่ใช่การมาท่องเที่ยวเยี่ยมชม ทว่ากำลังอยู่ในสงครามใหญ่ของแดนนรก ที่ใช่ว่าจะบอกว่าจบก็สามารถจบได้ทันที และนี่ก็ไม่ใช่การละเล่นของเด็ก ๆ ฉะนั้นศัตรูที่ไหนจะมาฟังนา างกัน
แม้ว่านางจะสามารถทำให้คนจากคุกโลหิตล่าถอยไปได้ แต่นั่นก็ต้องตามหาทุกคนให้เจอก่อนถึงจะทำได้!
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกกับจิ่วเยี่ยก่อน ให้จิ่วเยี่ยเตรียมตัวให้ดี”
เดิมทีคิดว่าก่อนที่จะเจอศัตรูที่สู้ไม่ได้จะหาประสบการณ์เพียงลำพังไปก่อน แต่ทว่าในสถานการณ์ที่ฉุกเฉินเช่นนี้ นางจะต้องไปอยู่ข้างกายจิ่วเยี่ยทันที
แต่สุ่ยจิงอิ๋งบอกกับนางว่าตอนนี้ไม่สามารถส่งนางไปได้ ช่างราวกับสถานการณ์ในตอนที่นางอยู่ในขุมนรกสีโลหิตอย่างไรอย่างนั้น
“นอกจากนี้ อู๋หยาก็ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อทำให้ทุกคนแยกออกจากกัน หรือก็คือไม่อนุญาตให้นางอยู่ข้างกายจิ่วเยี่ย ซึ่งอู๋หยาคงคิดคำนวนเรื่องทั้งหมดนี้เอาไว้แล้ว ในเมื่ อไม่สามารถส่งไปได้ เช่นนั้นก็หาต่อไปก็แล้วกัน อย่างไรเสียจิ่วเยี่ยก็อยู่ที่นี่อยู่ดี”
“พวกเราไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีพุ่งทะยานไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ระหว่างทางนางได้เห็นคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกจัดการไปแล้ว มีทั้งคนของคุกโลหิต และคนของคุกนรกอื่น ๆ ทั้งหกด้วย
ตูมมม โครมมม!
มีการต่อสู้ที่ดุเดือดอยู่ข้างหน้า และในการต่อสู้ของทั้งสองจะต้องมีฝ่ายหนึ่งที่เป็นคนของคุกโลหิตอย่างแน่นอน ฉะนั้นมู่เฉียนซีจึงเร่งความเร็วให้เร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ทันก่อนท ที่การต่อสู้ของพวกเขาจะสิ้นสุดลง
ทว่าในตอนที่มู่เฉียนซีมาถึง การต่อสู้นี้ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากว่ามันเป็นการถูกบดขยี้อยู่ฝ่ายเดียว และคนที่ถูกบดขยี้ก็เป็นคนจากคุกทมิฬกลุ่มหนึ่งนั่นเอง
ส่วนผู้ที่ต่อสู้กับคนของคุกทมิฬเหล่านั้นกลับมีเพียงคนเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นเพียงแค่หนุ่มน้อยคนหนึ่ง
หนุ่มน้อยคนนั้นก็ค้นพบแล้วเช่นกันว่ามีคนอีกคนหนึ่งได้มาในเขตการต่อสู้นี้แล้ว และในตอนที่เห็นคนที่มาถึงอย่างชัดเจนสีหน้าของเขาก็เผยท่าทางที่ปีติยินดีออกมา
เจ้านายมาแล้ว!
เมื่อมีเจ้านายเฝ้ามองดูอยู่ด้านข้าง การลงมือของเฉี่ยซื่อย่อมไร้ความปรานีมากขึ้น อีกทั้งยังต้องการที่จะทำให้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนุ่มน้อยผู้นี้จะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ คนจากคุกทมิฬเหล่านั้นต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกระอักเลือดออกมา ซึ่งพวกเขาก็รู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเขาล้วนไม่ใ ใช่คู่ต่อสู้ของหนุ่มน้อยคนนี้แน่นอน
“เป็นนาง!”
มู่เฉียนซีไม่ได้ลงมือ นางเพียงแค่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างเท่านั้น แต่ผลสุดท้ายกลับมีคนสังเกตเห็นนางอยู่ดี
เนื่องจากว่ามู่เฉียนซีในตอนแรกอยู่ข้างกายจิ่วเยี่ยมากเกินไปจึงทำให้ทุกคนต่างก็เห็นใบหน้าของนาง ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถจำนางได้ในทันทีนั่นเอง
“นางก็คือพระชายาของอ๋องจิ่วเยี่ย!”
ถึงพวกเขาจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหนุ่มน้อยผู้นี้ แต่พวกเขายังต้องกลัวที่จะสู้กับพระชายาของคุกโลหิตคนหนึ่งที่แม้แต่ระดับเจ้าครองดินแดนก็ยังไม่ถึงอีกอย่างนั้นหรือ?
มีคนต้องการที่จะลงมือกับมู่เฉียนซี แต่ทว่ากลับถูกเฉี่ยซื่อสังเกตเห็นเสียก่อน จึงทำให้ร่องรอยแห่งความโกรธเกรี้ยวปรากฏขึ้นมาในแววตาของเขาทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ร่างกายส่วนหนึ่งของเฉี่ยซื่อแปรเปลี่ยนเป็นร่างเดิม และขัดขวางคนที่พยายามจะโจมตีมู่เฉียนซีทั้งหมดเอาไว้ ซึ่งหลังจากที่มัดพวกเขาเอาไว้แล้ว ก็ฉีกออกอย่างฉับพลัน…
“อ๊ากกก!”
“เจ้า…เจ้าคือหนามโลหิตหรือ!”
“พระเจ้า!”
เฉี่ยซื่อจัดการคนเหล่านี้ทั้งหมดด้วยความรวดเร็วเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนกลับมาเป็นคนที่เรียบร้อยไร้พิษภัย และเดินมาหยุดอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “อิ อิ! นายท่าน เฉี่ยซื่อเป็นคนแรกที่หาท่านเจอสินะขอรับ!”
“อื้ม! ยอดเยี่ยมมาก”
และเป็นไปอย่างที่คาดไว้ นางได้ยินเสียงของนกร้องดังขึ้นมาอีกครั้ง และมู่เฉียนซีก็บดขยี้นกเหล่านั้นไปโดยตรง
เฉี่ยซื่อเองก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกตินี้เช่นกัน เขากล่าวว่า “นายท่าน เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือขอรับ?”
มู่เฉียนซีได้บอกเรื่องวิหคแห่งความตายของนรกให้กับเฉี่ยซื่อฟัง เฉี่ยซื่อกล่าวว่า “นายท่าน ข้าจะคุ้มครองท่านและส่งท่านออกไปจากที่นี่ทันที”
ตอนนี้เขาไม่สนใจเรื่องสงครามใหญ่อะไรนั่นอีกแล้ว เพราะเรื่องความปลอดภัยของเจ้านายนั้นสำคัญมากที่สุด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ได้ ข้าคิดว่าน่าจะหนีไปไม่ได้เช่นกัน”
ในเมื่ออู๋หยาเป็นคนวางแผนการเช่นนี้ออกมา แล้วเขาจะเหลือทางหนีไว้ให้นางอย่างนั้นหรือ? มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ภายในใจของเฉี่ยซื่อรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีบางอย่าง เขากล่าวว่า “ไม่มีทางหรอก!”
เฉี่ยซื่ออยากที่จะพุ่งออกไปจากกรงแห่งนี้ แต่สุดท้ายกลับคนพบว่ามีปราการป้องกันถึงห้าชั้นขวางเขาเอาไว้ เขาจึงกล่าวด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ไม่ได้จริง ๆ ด้วย!”
“ไม่ว่าจะมีอันตรายอะไรก็ตาม เฉี่ยซื่อก็จะปกป้องนายท่านเองขอรับ” เฉี่ยซื่อกล่าวอย่างหนักแน่น
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้เจอกับเฉี่ยซื่อแล้ว พวกเขาก็ได้เจอกับศัตรูและคนของตนเองมากมาย ซึ่งกองทัพก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นขอบเขตในการต่อสู้ย่อมกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ เช ช่นกัน
และในเวลานี้ตามสถานที่ต่าง ๆ ของกรงร้อยศึก ต่างก็เกิดการต่อสู้ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง จนมีคนตายจำนวนนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว
คนของเมืองหนามโลหิตอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ขนาดใหญ่ และได้กลายเป็นการมีอยู่ของสิ่งที่น่าหวาดกลัวมากที่สุดของคนจากคุกใหญ่ทั้งหกเหล่านั้น
“คนของเมืองหนามโลหิตทุกคนจะวิปลาสเกินไปแล้ว!”
“พืชกลายพันธุ์หรือ นี่พวกเขาไปเอาพืชกลายพันธุ์มากมายขนาดนี้มาจากที่ไหนกันแน่ คิดไม่ถึงเลยว่าพืชกลายพันธุ์ที่ดุร้ายเหล่านี้จะเชื่อฟังคำพูดของพวกเขา นี่พวกเขาทำมันได้อย่างไ ไรกัน?”
“ถอย! ถอยก่อน! รีบไปหากำลังเสริมเร็วเข้า”
กองกำลังผู้มากความสามารถของเมืองหนามโลหิตเข่นฆ่าคนไปทุกสารทิศ แต่พวกเขาเองก็มีเรื่องที่ทุกข์ใจเช่นกัน เหตุใดพวกเขาถึงไม่ได้ข่าวคราวของท่านเจ้าเมืองเลยล่ะ
หลังจากที่กลุ่มของมู่เฉียนซีกำจัดศัตรูได้แล้ว นางก็ทำการกำจัดวิหคแห่งนรกที่เข้ามาหาอาหารอย่างง่ายดาย แต่มีเพียงทางด้านของนางเท่านั้นที่ทำเช่นนี้ เพราะไม่มีคนอื่นที่รู้เร รื่องนี้เลยนั่นเอง
นางสัมผัสได้ว่าพลังแห่งความตายของกรงร้อยศึกเริ่มแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว และนางก็รู้ดีว่ามีคนจำนวนมากที่ตายไปแล้ว อีกทั้งก็ยังมีจิตวิญญาณของคนไม่น้อยที่ถูกวิหคน นรกแห่งความตายกลืนกินไปแล้ว
“เร่งให้เร็วขึ้นอีก!” วิหคนรกแห่งความตายที่นางสามารถกำจัดได้นั้นมีจำนวนจำกัด และที่กำจัดไปแล้วก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่วัน พลังแห่งความตายก็ทำให้คนที่ถูกขังอยู่ในกรงร้อยศึกเริ่มปรับตัวไม่ได้มากขึ้น มู่เฉียนซีจึงหยิบยาออกมาหลายขวดจากนั้นก็ส่งให้คนในกลุ่มของนางพลาง กล่าวว่า “ดื่มยาลงไปซะ มันจะช่วยให้ดีขึ้นบ้าง”
“ขอบพระทัยพระชายาขอรับ!” พวกเขากล่าวอย่างตื้นตันใจ
หลังจากนั้นก็มีกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งลอยมา มีกลุ่มคนที่อยู่ข้างหน้านั้นกำลังถูกไล่ล่า และร่างกายของพวกเขาก็เต็มไปด้วยบาดแผล
“พระชายา เป็นคนของคุกนรกของพวกเรา ไปช่วยหรือไม่ขอรับ?” มีคนกล่าวแนะนำ
หลังจากที่พวกเขาต่อสู้ไปด้วยกันกับพระชายา พวกเขาก็ได้รู้ว่าพระชายาไม่ได้อ่อนแอเหมือนอย่างในข่าวลือเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงมีความเชื่อมั่นเ เป็นอย่างมากและฟังคำสั่งทั้งหมดของพระชายาอย่างเชื่อฟัง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เป็นพวกเดียวกัน! ย่อมต้องออกโรงช่วยเหลืออยู่แล้ว!”
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
ร่างเงาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานออกไป และเมื่อคนของคุกโลหิตเหล่านั้นเห็นว่ามีคนออกมาช่วยเหลือ พวกเขาก็เผยสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา
“เป็นพวกเดียวกันกับพวกเรา!”
“มีคนมาช่วยแล้ว!”
พลันนั้นฝ่ายศัตรูก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไป “นั่นคือคนของคุกโลหิต พวกเราถอย!”
“ในเมื่อมาแล้ว เช่นนั้นทุกคนก็อยู่ต่อเถอะ!”
พวกเขากำจัดกองกำลังที่ไล่ตามมาเหล่านั้นอย่างง่ายดาย คนเหล่านี้มองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “พระชายา ใต้เท้าจื่อโยวกำลังตกอยู่ในอันตราย จำเป็นต้องไปช่วยเหลือขอรับ”
มู่เฉียนซีตะลึงงันไปทันที “จื่อโยวมีอันตราย เขาเผชิญหน้ากับอ๋องคนไหนอย่างนั้นหรือ?”