ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2468 เจอกับสิ่งที่ไม่ถูกชะตา
“มีอ๋องคุกมืด อ๋องคุกวิญญาณและอ๋องคุกทมิฬ ทั้งสามอ๋องร่วมมือกันเพื่อจัดการใต้เท้าจื่อโยว มันเป็นเรื่องยากสำหรับใต้เท้าจื่อโยวที่จะสามารถเอาชนะศัตรูจำนวนมากเช่นนี้เพียงล ลำพังได้ อีกทั้งตอนนี้ใต้เท้าจื่อโยวยังได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนพวกข้าน้อยเองก็เจอกับการโจมตีที่แข็งแกร่งของอีกฝ่าย จนบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อยเช่นกัน ฉะนั้นพวกเราจึงมาหากำลั งเสริมอย่างไม่มีทางเลือก” คนผู้นี้กล่าวรายงานอย่างละเอียด
หากจื่อโยวเผชิญหน้ากับอ๋องถึงสองคนเพียงลำพัง คงไม่มีทางมีอันตรายมากเท่าไรนัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะโชคร้ายถึงขนาดเข้าไปพัวพันกับอ๋องทั้งสามคนเช่นนี้ ซึ่งนี่ถือได้ว่าอันต ตรายมากจริง ๆ
นางกล่าวว่า “รีบนำทางไปเร็วเข้า!”
ในเวลานี้บนยอดเขาที่รกร้างแห่งหนึ่ง ได้มีสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่มหึมาตัวหนึ่งปรากฏออกมาจากกลางอากาศ และกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวของมันก็ทำให้ผู้คนต้องสั่นสะท้านกันเลยทีเดี ยว
ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่โยวจีได้เห็นสภาพที่วิปลาสนี้ของจื่อโยว แต่ทว่ามันก็ยังคงทำให้รู้สึกตื่นตกใจมากได้อยู่ดี
ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
อ๋องคุกทมิฬกล่าวว่า “ใต้เท้าจื่อโยว เจ้านี่แข็งแกร่งจริง ๆ! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่ามีความสามารถระดับอ๋อง ที่เพียงพอจะปกครองคุกนรกได้ แต่ดันยอมจำนนต่ออ๋องจิ่วเยี่ยเสียอย่างนั้น เจ้าไม่รู้สึกว่าตนเองไร้ค่าเกินไปหน่อยอย่างนั้นหรือ?”
โดยรอบมีคนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีทั้งคนของคุกโลหิตและคนจากคุกนรกทั้งสาม และเนื่องจากคนของคุกนรกมีจำนวนน้อยกว่า จึงทำให้การบาดเจ็บล้มตายรุนแรงมากยิ่งกว่าเท่านั้นเอง
ดวงตาคู่นั้นของจื่อโยวเปลี่ยนเป็นอันตรายขึ้นมาทันที เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “อาศัยเพียงแค่เศษสวะอย่างพวกเจ้าทั้งสามคน คิดว่าจะฆ่าข้าได้หรือ!”
ปัง ปัง ปัง!
พายุพัดโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งอ๋องทั้งสามก็ตอบสนองกลับทันที และพวกเขาก็ได้ค้นพบว่าจื่อโยวนั้นรับมือได้ยากเพียงใด
ทว่าอ๋องแห่งคุกทมิฬกลับคลี่ยิ้มออกมา เขากล่าวว่า “ใต้เท้าจื่อโยว เจ้าคิดว่าคนที่จะมาจัดการเจ้ามีแค่พวกเราสามคนจริง ๆ อย่างนั้นหรือ? พวกเรายังมีผู้ช่วย…”
ยังมีผู้ช่วยอีกอย่างนั้นหรือ? จื่อโยวผงะไปครู่หนึ่ง!
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ค้นพบว่ามีผู้ช่วยอยู่ด้วย แต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าจิตวิญญาญของเขาถูกฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดที่ถูกฉีกกระชากนั้นทำให้เขาไม ม่สามารถคงสภาพร่างเดิมที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้ และทำได้เพียงกลายร่างเป็นมนุษย์เท่านั้น
ใบหน้าที่ชั่วร้ายของจื่อโยวเปลี่ยนเป็นขาวซีดขึ้นมาทันที จิตวิญญาณของเขากำลังสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด นี่มันคืออะไรกันแน่?
นัยน์ตาของเขาหดลงอย่างกะทันหัน นี่มันวิหคนรกแห่งความตาย!
เจ้าสิ่งนี้ไม่ถูกกับเขาแน่นอนอยู่แล้ว มันมาปรากฏตัวอยู่ที่กรงร้อยศึกได้อย่างไร?
กลอุบายของพวกเขาช่างมากมายเสียเหลือเกิน และเหตุผลที่เขาตกไปในหลุมพลางนี้ก็เป็นเพราะก่อนหน้านี้เขาทุ่มกำลังทั้งหมดไปจัดการอ๋องทั้งสามคนนั้น จนคิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเรื่องแ แบบนี้ขึ้น
เจ้าพวกนี้ต้องไม่รู้เรื่องเหล่านี้แน่นอนอยู่แล้ว เช่นนั้นวิหคนรกแห่งความตายนี้มาจากที่ไหนกันแน่ล่ะ
จื่อโยวรู้ดีว่าสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ราบรื่นเอาเสียเลย เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ และภายในแววตาของเขาก็ฉายแววที่อันตรายออกมา “ดีจริง ๆ!”
ตูมมม โครมมม!
แม้ว่าจะไม่สามารถกลายร่างเป็นร่างเดิมได้ ทว่าจื่อโยวก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวมากอยู่ดี แต่เพราะมีคู่ปรับของเขานั้นแอบลอบโจมตีอยู่ด้วย จึงทำให้เขาไม่มีเวลาพักหายใจเลย!
พรวด พรวด พรวด!
นอกจากจื่อโยวได้รับบาดเจ็บภายนอกแล้ว จิตวิญญาณของเขาก็ได้รับบาดเจ็บไม่หยุดหย่อยเช่นกัน และเพราะต้องการที่จะกลืนกินจิตวิญญาณของเขา เจ้าพวกวิหคนรกแห่งความตายเวรนี่จึงเปลี่ย ยนเป็นแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้ป้องกันยากขึ้นไปอีก
พรวด!
จื่อโยวกระอักเลือดออกมา
หลังจากนั้นก็มีร่องรอยแห่งความสุขฉายแววขึ้นมาในดวงตาของอ๋องไป๋กุ่ย “ใต้เท้าจื่อโยว นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าไม่สามารถต่อต้านพวกข้าได้อย่างสิ้นเชิง คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะมีวันนี้ ด้วย!”
“ต้องอาศัยกลอุบายตามคำแนะนำของคนอื่นถึงสามารถได้รับชัยชนะเล็กน้อยเช่นนี้ ขยะยังไงก็ยังคงเป็นขยะสินะ” จื่อโยวกล่าวอย่างดูถูก
ซึ่งพวกเขาทั้งสามก็ถูกทำให้เกรี้ยวกราดขึ้นทันที และการโจมตีหลังจากนั้นจึงรุนแรงมากขึ้นไปอีก
โยวจีกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ารู้สึกชื่นชอบรูปร่างหน้าตาของใต้เท้าจื่อโยวมากจริง ๆ หากตอนนี้เจ้าไม่ยินยอมทำลายตนเอง เช่นนั้นก็มาเป็นแขกของข้าเถอะ และข้าจะเจรจากับอ๋องทั้ งสองท่านนี้ ให้ไว้ชีวิตใต้เท้าจื่อโยวเอง”
จื่อโยวกล่าวด้วยความรังเกียจว่า “คนขี้เหร่นี่ไม่รู้จักเจียมตัวจริง ๆ สินะ เป็นแขกของเจ้าอย่างนั้นหรือ? เกรงว่าข้าจะทนไม่ไหวเอาน่ะสิ!”
ด้วยความที่จื่อโยวปากร้ายขนาดนี้ จึงได้ทำให้สีหน้าของโยวจีเปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที “ดีจริง ๆ! ใกล้จะตายอยู่แล้วยังจะกล้าปากดีเช่นนี้อีก เจ้ากล้ามากนะ”
“ข้ากล้าหรือไม่ คนงามในใจของข้าย่อมรู้ดี และแน่นอนว่านางแม่มดเฒ่าอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์จะได้รู้หรอก” จื่อโยวกล่าวพลางแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
ตูมมม!
มีเสียงดังกึกก้องออกมา และอาการบาดเจ็บของจื่อโยวก็เพิ่มมากขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว
“ใต้เท้าจื่อโยว!” เหล่าลูกน้องของคุกโลหิตเหล่านั้นเป็นห่วงเขาเป็นอย่างมาก
จื่อโยวคลี่ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา “คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะต้องมาตายก่อนที่เยี่ยจะรวมคุกโลหิตทั้งเจ็ดให้เป็นหนึ่งได้ มันช่างน่าขายหน้าจริง ๆ นี่ข้าจะต้องถูกดูหมิ่นไปจนตายเลย สินะ!”
และในเวลานี้ ก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่งรีบพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
จื่อโยวพลันสัมผัสได้ถึงพลังจิตวิญญาณที่คุ้นเคย ซึ่งพลังนั้นทั้งแข็งแกร่งและให้ความรู้สึกใกล้ชิดเป็นอย่างมาก และคนที่มาก็คือคนงามนั่นเอง
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีได้ปกคลุมพื้นที่แห่งนี้เอาไว้ และแน่นอนว่านางยังสัมผัสได้ว่าสถานการณ์ของจื่อโยวในเวลานี้แย่มากเพียงใด ซึ่งมันก็แย่ถึงขนาดที่จิตวิญญาณของเขาไม่ส สมบูรณ์เลยทีเดียว
เจ้าแห่งคุกนรกทั้งสามคนนี้ไม่มีความสามารถเช่นนี้แน่ และสิ่งอื่นที่มีความสามารถเช่นนี้ ก็คือวิหคนรกแห่งความตายนั่นเอง
“คิดไม่ถึงเลยว่าในตอนที่จื่อโยวยังไม่ตาย เจ้านกตัวนี้จะสามารถฉวยโอกาสกลืนกินจิตวิญญาณของจื่อโยว โดยที่จื่อโยวไม่ทันสังเกตเห็นได้ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” มู่เ เฉียนซีกล่าวถามเสี่ยวหง
เสี่ยวหงกล่าวตอบว่า “เนื่องจากในกรงร้อยศึกแห่งนี้มีคนบาดเจ็บล้มตายมากเพียงพอ จึงทำให้ราชาของพวกมันมีพลังที่แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และเจ้านายของพวกมันก็สามารถสร้างวิหคนรก แห่งความตายที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ออกมาได้ ดังนั้นวิหคนรกแห่งความตายที่แข็งแกร่งขึ้นนี้จึงสามารถกลืนกินจิตวิญญาณในขณะที่คนยังมีชีวิตอยู่ได้นั่นเอง”
และถึงแม้ว่าพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีจะสามารถจับวิหคนรกแห่งความตายตัวนั้นได้ แต่มันก็สามารถหลุดพ้นจากการคุมขังของจิตวิญญาณของนางไปได้อยู่ดี
มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย วิหคนรกแห่งความตายที่มีระดับสูงเช่นนี้รับมือได้ยากจริง ๆ
แต่นางกลับไม่รู้ว่า เจ้าพวกนี้ไม่ได้เปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งขึ้นธรรมดา แต่เป็นเพราะมันได้กลืนกินจิตวิญญาณของสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งอย่างจื่อโยว จึงทำให้พวกมันเปลี่ยนเป็นแข็งแกร ร่งมากขนาดนี้
นอกจากนี้ดูเหมือนว่ามันจะมีความฉลาดเหนือกว่าวิหคนรกแห่งความตายก่อนหน้านี้เสียอีก เพราะเมื่อมันรู้ว่ามู่เฉียนซีไม่ใช่คนที่จะยั่วยุได้ มันจึงหลบหลีกการโจมตีของมู่เฉียนซี และพ พยายามกลืนกินจิตวิญญาณของจื่อโยวอย่างสุดกำลัง
มันคิดว่า หากกลืนกินจิตวิญญาณของผู้ชายคนนี้ทั้งหมด มันจะต้องเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งมากกว่านี้แน่นอน หลังจากนั้นมันค่อยกลืนกินจิตวิญญาณของมนุษย์ผู้นี้อีกครั้ง
เนื่องจากว่าจิตวิญญาณของคนผู้นี้แข็งแกร่งมาก ฉะนั้นมันจะต้องอร่อยมากถึงมากที่สุดอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้ามาแล้ว เจ้ายังคิดที่จะกลืนกินจิตวิญญาณของจื่อโยวอีกอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถอะ!”
และเนื่องจากว่าไม่มีวิหคนรกแห่งความตายคอยลอบโจมตี จื่อโยวจึงรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ทว่าบาดแผลภายนอกยังคงสาหัสมากอยู่ดี ซึ่งเขาในตอนนี้ก็หมดเรี่ยวแรงแล้ว
อ๋องทั้งสามเหลือบมองไปที่กำลังเสริมของจื่อโยวเหล่านั้น ซึ่งจำนวนของกำลังเสริมนั้นมีเยอะมาก แต่สำหรับระดับของพวกเขาแล้ว คนที่ระดับต่ำกว่าอ๋องก็เป็นเพียงแค่มดปลวกเท่านั้น น ซึ่งพวกเขาล้วนไม่เห็นคนเหล่านั้นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
แต่ทว่าในเวลานี้อ๋องโยวจีของคุกมืดก็ได้เห็นคนที่นางเกลียดชังมากที่สุดคนหนึ่ง และนางก็จ้องเขม็งไปยังร่างสีม่วง ที่มีรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์แบบร่างนั้น จากนั้นก็กล่าวอย่า างเย็นชาว่า “คิดไม่ถึงเลยว่ากองกำลังที่มาช่วยเหลือจื่อโยว จะพานางมาด้วย! แม้จะรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ก็ยังจะกล้ามาอีกอย่างนั้นหรือ ช่างรนหาที่ตายนัก!”
อ๋องของคุกทมิฬกล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นพระชายาของอ๋องจิ่วเยี่ย ข้าเพียงแค่มารอจัดการใต้เท้าจื่อโยวเท่านั้น แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจะยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเ เช่นนี้!”
“ตอนนี้ใต้เท้าจื่อโยวสู้ไม่ได้อีกแล้ว ฉะนั้นข้าขอมอบให้เจ้าทั้งสองจัดการไปก็แล้วกัน รีบจัดการให้เร็วเข้าล่ะ ข้าจะไปจับนางสายน้อยผู้นั้นเอง” และโยวจีในตอนนี้ก็แทบรอที่ จะลงมือไม่ไหวอยู่แล้ว