ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2624 บุกไปถึงที่
มู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงเริ่มลงมืออย่างที่กล่าวไว้ โดยไม่มีความคลุมเครือเลยแม้แต่น้อย พวกเขามุ่งตรงไปยังเมืองหลวงอี้ที่เป็นที่อยู่ของโยวเยี่ยอี้ด้วยความรวดเร็วและเฉียบขาด
เมืองหลวงอี้เป็นเมืองที่หรูหรามากเมืองหนึ่ง หลังจากที่โยวเยี่ยอี้เสียตำแหน่งเจ้าเมืองไปแล้ว องค์จักรพรรดิราชันย์วิญญาณได้มอบเมืองที่มั่งคั่งที่สุดเมืองหนึ่งในเขตแดนอวู่ซ ซวงให้กับโยวเยี่ยอี้เพื่อเป็นการชดเชย
สามารถกล่าวได้ว่าโยวเยี่ยอี้ที่อยู่ในเมืองอี้นั้นใช้เงินไปอย่างสุรุ่ยสุร่าย พวกเขาเพลิดเพลินกับงานรื่นเริงทุกค่ำคืน ทั้งยังอิสระและไร้ข้อผูกมัดใด ๆ อีกด้วย
“ล้มเหลวอย่างนั้นหรือ ส่งคนไปมากมายขนาดนั้นยังล้มเหลวอีกหรือ?” โยวเยี่ยอี้กล่าว
“ฝ่าบาทอี้ ปฏิบัติการของพวกเราล้มเหลวหลายครั้งแล้ว ดูเหมือนว่าคราวนี้ข้างกายของฝ่าบาทอวู่ซวงจะมียอดฝีมืออยู่จริง ๆ ข้าคิดว่าพวกเราควรจะตรวจสอบยอดฝีมือผู้นั้นก่อนว่าคือใคร รแล้วค่อยลงมืออีกครั้ง เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาได้ขอรับ” ลูกน้องของโยวเยี่ยอี้กล่าวอย่างระมัดระวัง
“ยอดฝีมืออย่างนั้นหรือ เขาจะสามารถเชิญยอดฝีมือมาได้อย่างไร เขาไม่มีคนคอยหนุนหลัง และไม่มีทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนั้น ยอดฝีมือที่ทำงานให้เขาแค่ครั้งสองครั้งก็น่าจะถึงขีดจำกัด ดแล้ว ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวเขาหรอก!”
ความมั่งคั่งของเมืองหลวงอี้ ทำให้มู่เฉียนซียิ่งฮึกเหิมมากขึ้นอีก หากไม่ได้ถลกเนื้อหนังของโยวเยี่ยอี้ออกมาสักชิ้น นางก็ไม่ใช่คนสกุลมู่แล้ว
“ฝ่าบาทอวู่ซวง พวกเราควรทำเช่นไรต่อไปดีขอรับ” มีคนกล่าวถาม
“แน่นอนว่า ก็ต้องตรงเข้าไปฆ่ามันให้หมดน่ะสิ!” แววตาของมู่เฉียนซีฉายแววเย็นยะเยือกออกมา และพลังแห่งกาลเวลาก็ห่อหุ้มนางเอาไว้ ซึ่งมันก็ทำให้กลิ่นอายของมู่เฉียนซีกลายเป็นแข็ง งแกร่งขึ้นมาทันที
จากคนที่ไม่มีพลังบำเพ็ญเลยแม้แต่น้อย กลายมาเป็นผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับเก้าขั้นสูงสุด ซึ่งในแดนวิญญาณความสามารถเช่นนี้เทียบเท่ากับระดับราชาวิญญาณระดับเก้าขั นสูงสุด
ตูมมมม!
มู่เฉียนซีบุกเข้าไปในเมืองด้วยความรวดเร็ว และก็มุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมือง ซึ่งเป็นที่อยู่ของโยวเยี่ยอี้ในทันที
เฟี้ยว เฟี้ยว เฟี้ยว!
คนที่มาที่นี่ล้วนเป็นคนสนิทที่อยู่ข้างกายมู่อวู่ซวง ซึ่งพวกเขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าฝ่าบาทอวู่ซวงของพวกเขาเชื่อฟังคำสั่งของฝ่าบาทน้อยเฉียนซี ดังนั้นทั้งหมดจึงได้ติดตามนางไปในท ทันที
ทันใดนั้นก็มีคนมากมายบุกเข้ามาในเมืองอี้ โดยที่ไม่ปฏิบัติตามกฎการเข้าเมือง ซึ่งมันก็ทำให้เหล่าองครักษ์ของเมืองอี้ต่างตะลึงงัน “พวกเจ้าเป็นใครกัน จะมาทำอะไรที่เมืองอี้กั นแน่”
หลังจากนั้นก็เสียงที่หยิ่งผยองของสาวน้อยคนหนึ่งดังออกมาจากที่ไกล ๆ นางกล่าวว่า “มาทำอะไรที่เมืองอี้อย่างนั้นหรือ? พวกเรายังแสดงออกมาไม่ชัดเจนอีกหรืออย่างไรกัน แน่นอนว่าท ที่พวกข้ามาที่เมืองอี้ ก็เพื่อเอาชนะฝ่าบาทอี้ของพวกเจ้าอย่างไรล่ะ!”
เมื่อทุกคนได้ยินประโยคนี้ต่างก็อ้าปากค้างด้วยความตื่นตกใจ แม่สาวน้อยผู้นี้พูดอะไรกัน เอาชนะฝ่าบาทอี้หรือ นางกล่าวคำเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร
“ขวางพวกเขาเอาไว้!” องครักษ์ของเมืองอี้กล่าวอย่างรีบร้อน
ตูมมม โครมมม!
หลังจากนั้นไม่นาน มู่เฉียนซีก็สามารถเข้าไปถึงจวนเจ้าเมืองได้อย่างราบรื่น
มุมปากของมู่เฉียนซียกโค้งขึ้น และนางก็สั่งการไปว่า “ระเบิดมัน! ระเบิดมันให้แรง ๆ เลย เริ่มจากประตูใหญ่! และอย่าหยุดระเบิดจนกว่าจวนเจ้าเมืองจะกลายเป็นกองขยะ!”
ก่อนหน้านี้โยวเยี่ยอี้เคยจัดการกับจวนเจ้าเมืองอวู่ซวงอย่างไร เช่นนั้นนางก็จะจ่ายคืนให้เป็นสิบเท่า เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้โยวเยี่ยอี้คิดว่าอาเล็กที่ไม่มีคนคอยสนับสนุนของน นางจะสามารถรังแกได้ง่าย ๆ อีก!
การที่มู่เฉียนซีบุกเข้ามาสร้างความวุ่นวายจนใหญ่โตเช่นนี้ ย่อมต้องดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ในจวนเจ้าเมืองอยู่แล้ว ทันใดนั้นก็มีร่างจำนวนนับไม่ถ้วนปรากฏออกมา “จวนเจ้าเมืองขอ องเมืองหลวงอี้ ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะสามารถกำเริบเสิบสานได้ จงฆ่าพวกมันซะ”
ทันใดนั้นร่างสีขาวร่างหนึ่งก็พุ่งทะยานออกมา คนผู้นั้นคือชายหนุ่มที่งดงามราวกับหยกก็มิปาน นอกจากนี้พลังของเขายังเย็นยะเยือกเป็นอย่างยิ่งอีกด้วย “บอกให้โยวเยี่ยอี้ออกมา อาศัยแค่พวกเจ้าหยุดฝ่าบาทของพวกเราไม่ได้หรอก”
“เป็นฝ่าบาทอวู่ซวงหรือ!”
“มหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสาม คิดไม่ถึงเลยว่าฝ่าบาทอวู่ซวงจะบรรลุระดับมหาจักรพรรดิวิญญาณได้แล้ว”
“รีบไปรายงายฝ่าบาทอี้เร็วเข้า!”
ตูมมม โครมมม!
คนที่ต่อสู้กับมู่อวู่ซวงเหล่านั้น ต่างล้มระเนระนาดเป็นหน้ากอง
คนที่อยู่ที่นี่ไม่มีความสามารถพอจะขัดขวางพวกเขาเอาไว้ได้อย่างสิ้นเชิง ทันใดมู่เฉียนซีและมู่อวู่ซวงก็เข้าไปในจวนเจ้าเมืองของเมืองอี้ที่เหมือนกับดินแดนร้างผู้คนก็มิปาน จากนั้ นพวกเขาก็เริ่มทำลายล้างครั้งยิ่งใหญ่!
ปังงง!
ในขณะที่โยวเยี่ยอี้กำลังสนุกสนานอยู่นั้น ก็มีเสียงดังกึกก้องจนสั่นสะเทือนไปทั่ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ใครกันกล้ามาสร้างความวุ่นวายในเมืองของข้า!”
“ฝ่าบาทอี้ ฝ่าบาทอี้ตอนนี้ฝ่าบาทอวู่ซวงพาคนบุกเข้ามาแล้วขอรับ” มีคนรีบมารายงานเขาอย่างรีบร้อน
โยวเยี่ยอี้กล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่กลับมาจากเขตต้องห้ามของแดนวิญญาณ ฝ่าบาทอวู่ซวงจะเปลี่ยนเป็นคนที่หุนหันพลันแล่นเช่นนี้ ข้ายังไม่ทันจับแม่สาวงามตัวน้อยนั้นมาทรมา าน เขาก็โกรธจนบุกมาถึงที่เช่นนี้ ช่างยอดเยี่ยมมากจริง ๆ!”
“จงถ่ายทอดคำสั่งของข้า ให้ยอดฝีมือที่อยู่ใต้บัญชาของข้าทุกคนมาให้หมด มู่อวู่ซวงบุกมาฆ่าข้าถึงที่เพื่อตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้า ฉะนั้นข้าจึงตอบโต้กลับอย่างถูกต้อง หากตอนนั้น พลาดสังหารเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ เช่นนั้นก็จะถือว่าเขารนหาที่ตายด้วยตนเอง”
ในตอนที่โยวเยี่ยอี้กำลังจะเดินออกไป เขาได้หันกลับมากล่าวกับสาวงามของเขาว่า “คนงาม รอให้ข้าฆ่าโยวเยี่ยอวู่ซวง และทำให้เขตแดนอวู่ซวงเปลี่ยนกลับมาเป็นเขตแดนอี้ของข้าก่อน ข้าจะมาอยู่เป็นเพื่อนพวกเจ้าอีกครั้ง และร่วมเฉลิมฉลองไปกับพวกเจ้า”
สาวงามเหล่านั้นคลี่ยิ้มพลางกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “เช่นนั้นข้าน้อยจะรอให้ฝ่าบาทได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กลับมา เมื่อถึงตอนนั้นพวกข้าจะได้เรียกท่านว่าท่านเจ้าเมืองอีกครั้ง”
ความมั่นใจในตนเองของโยวเยี่ยอี้ปะทุขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ในที่สุดกองกำลังของทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากันในสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ของเมืองหลวงอี้
ในตอนที่โยวเยี่ยอี้เผชิญหน้ากับมู่อวู่ซวง โยวเยี่ยอี้ก็ได้กล่าวว่า “โยวเยี่ยอวู่ซวง เดิมทีข้าคิดว่าถึงเจ้าจะไม่มีความสามารถอะไร แต่เจ้าก็ยังมีสมองอยู่บ้าง! ทว่าตอนนี้เจ้ามัน นไม่มีแม้แต่สมองเลยด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าจะรนหาที่ตายด้วยการบุกมาที่เมืองหลวงอี้ของข้า แม้ข้าไม่อยากฆ่าเจ้า แต่มันก็คงจะทำไม่ได้แล้ว!”
มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างเย็นชาว่า “โยวเยี่ยอี้ เจ้าส่งนักฆ่ามาฆ่าข้าหลายครั้ง! ทำลายจวนเจ้าเมืองของข้า นอกจากนี้ยังคิดจะทำร้ายซีเอ๋อร์ของข้า ความอดทนของข้ามู่อวู่ซวงก็มีขีดจำกัด เช่นกัน วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้อย่างสาสม”
ทันทีที่ลูกตาของโยวเยี่ยอี้กลอกไป สายตาของเขาก็ไปตกอยู่ที่ร่างของสาวน้อยผู้งดงามที่สวมชุดสีม่วงคนหนึ่ง รูปร่างหน้าตาของแม่สาวน้อยผู้นี้สามารถเทียบกับสาวงามอันดับหนึ่ง ที่อยู่ข้างกายเขาได้เลย
และสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ในร่างกายของแม่สาวน้อยผู้นี้ไม่มีพลังวิญญาณไหลเวียนอยู่เลย คิดไม่ถึงเลยว่ามู่อวู่ซวงจะสนใจหญิงสาวแบบนี้
“ช่างเป็นสตรีที่งดงามจริง ๆ! โยวเยี่ยอวู่ซวง รอหลังจากที่ข้าจัดการเจ้าได้เมื่อไร ข้าจะรับสาวงามนี้…”
ตูมมม!
ก่อนที่โยวเยี่ยอี้จะกล่าวจบ อากาศก็ถูกฉีกออกด้วยพลังที่บ้าคลั่ง และตอนนี้มู่อวู่ซวงก็เริ่มลงมือแล้ว
โยวเยี่ยอี้กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าจะเป็นที่รักของเจ้าจริง ๆ สินะ! ได้ยินว่าเจ้าบรรลุเป็นมหาจักรพรรดิวิญญาณแล้ว ซึ่งมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ เช่นนั้นข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง!”
ปังง!
นี่เป็นการเผชิญหน้ากันครั้งแรก แบบสู้ตัวต่อตัว ซึ่งมันก็ทำให้สีหน้าของโยวเยี่ยอี้เปลี่ยนไปทันที เขาถูกโจมตีจนกระเด็นออกไป และกระแทกเข้ากับภูเขาจำลองที่อยู่ไม่ไกลมากนัก
ปัง ปัง ปัง!
ภูเขาจำลองลูกนั้นแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ จนเศษหินปลิวว่อนไปทั่วทุกที่ ทุกคนกล่าวด้วยความตกใจว่า “ฝ่าบาทอี้ ฝ่าบาทอี้ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ขอรับ!”
พวกเขาทั้งหมดรู้สึกเหลือเชื่อจริง ๆ ฝ่าบาทอี้ของพวกเขาเป็นถึงมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสี่เชียวนะ! แต่ฝ่าบาทอวู่ซวงเพิ่งจะกลายเป็นมหาจักรพรรดิวิญญาณระดับสามได้เพียงไม่นานเท่านั้ น คิดไม่ถึงเลยว่าเพียงกระบวนท่าเดียวเขาก็สามารถโจมตีโยวเยี่ยอี้จนกระเด็นได้แล้ว
โยวเยี่ยอี้กล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะดูถูกเจ้ามากเกินไปสินะ ต่อจากนี้ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว”
“โจมตี! ลงมือจัดการคนที่โยวเยี่ยอวู่ซวงพามาด้วยทั้งหมด ยกเว้นแม่สาวงามตัวน้อยผู้นั้นไว้ ส่วนคนอื่น ๆ อย่าปล่อยให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว จงฆ่าพวกมันให้หมด!” โยวเยี่ยอี้ ออกคำสั่ง
ตูมมม!
ทันใดนั้นทั้งสองฝ่ายก็ต่อสู้กันทันที และมู่เฉียนซีที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีพลังและจัดการง่ายที่สุดก็หายไปต่อหน้าต่อตาพวกเขาอย่างกะทันหัน ด้วยความเร็วที่รวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง
“เพลิงนภาพิฆาต!” และมู่เฉียนซีก็เหวี่ยงกระบี่ออกไปอย่างฉับพลัน