ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา - ตอนที่ 37 ชั่วลัดนิ้วมือ ศัตรูแข็งแกร่งก็ถูกกระบี่บินจากขี้เถ้ากำจัดไป
- Home
- ท้าลิขิตพลิกโชคชะตา
- ตอนที่ 37 ชั่วลัดนิ้วมือ ศัตรูแข็งแกร่งก็ถูกกระบี่บินจากขี้เถ้ากำจัดไป
ในเวลาปกติ ไม่ว่าถังซานสือลิ่วจะเย่อหยิ่งภาคภูมิเพียงไร ก็ไม่มีทางเอ่ยถ้อยคำเช่นนี้กับนักพรตหญิงชราเป็นแน่ เพระสถานะของนางนั้นสูงยิ่ง แม้แต่ประมุขผู้เฒ่าตระกูลถัง ถึงจะไม่ต้องแสดงความเคารพต่อนางแต่ก็ต้องรู้สึกเกรงขามอยู่บ้าง แต่ทว่า ถังซานสือลิ่วก็ยังตะโกนด่าออกไปอย่างไม่ลังเล เพราะเขาหวังว่าจะกระตุ้นความโกรธของนักพรตหญิงชราและหันเหความสนใจของนางได้ เพราะเขาในตอนนี้ทั้งตื่นกลัวและโมโหโกรธา และเป็นเพราะเซวียนหยวนผ้อได้ทำสิ่งที่เกินกว่าการคาดคิดของทุกคน ยกกระบี่ในมือขึ้น
ผู้เยาว์เผ่าหมีนี้เปี่ยมไปด้วยกำลังจนต้องกินอาหารวันละหกมื้อ ต่อยต้นไม้ไม่หยุดทุกวี่วัน มีวิธีต่อสู้เป็นของตัวเอง เขาเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดในสำนักฝึกหลวง วิธีการต่อสู้ก็ต่างไปจากเฉินฉางเซิงและพวก เขาไม่เคยใช้ความคิด หลังจากถูกดูหมิ่นความต้องการต่อสู้ก็พุ่งขึ้นเพราะต้องการจะลบล้างสิ่งนี้ไป ต่อให้ต้องจ่ายด้วยชีวิตก็ตาม
ทว่ากระบี่ของเขาจะฟันถูกนักพรตหญิงชราได้อย่างไรกัน เขาจะเอาชนะนางได้อย่างไร หากยึดตามมาตรฐานของมนุษย์ เซวียนหยวนผ้อนั้นอยู่ขั้นทะลวงอเวจี แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างบาดแผลให้แก่นักพรตหญิงชรา กระบี่เหล็กที่หนักอึ้งเป็นเสมือนกิ่งไม้เปราะบาง ชะงักค้างอยู่กลางสายลมที่พัดผ่านจากทะเลสาบ ไม่อาจที่จะฟันลงได้
สายตานักพรตหญิงชราจับจ้องไปที่กระบี่ ดูเหมือนจะจดจำที่มาของมันได้ ต้องขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจ กระนั้นก็ตาม นางไม่คิดจะแสดงความเมตตา รัศมีเย็นเยียบของการดับสิ้นได้ควบคุมร่างกายและห้วงแห่งจิตของเซวียนหยวนผ้อ ในชั่วขณะต่อมา นางจะฉีกเขาเป็นผุยผงด้วยคลื่นอันรุนแรง ตราบใดที่นางต้องการ เซวียนหยวนผ้อก็ต้องตาย
เฉินฉางเซิง เจ๋อซิ่ว ซูม่ออวี๋และถังซานสือลิ่วเป็นเฉกลูกศรสี่ดอก พุ่งข้ามทะเลสาบมา แต่ต่อให้เอาชีวิตเข้าแลก ก็ดูเหมือนจะไม่อาจแก้ไขสถานการณ์ได้ พวกเขาดูเหมือนจะทำได้แค่เบิกตามองดูเซวียนหยวนผ้อตกตายไปต่อหน้าต่อตา จะมีใครสามารถเปลื่อนเรื่องเช่นนี้ได้
บางทีอาจจะมี
เฉินฉางเซิงยังมีวิธีสุดท้ายอยู่ เขาเตรียมที่จะใช้ของวิเศษช่วยชีวิตโดยไม่ลังเล
ซูม่ออวี๋ก็เตรียมพร้อมเช่นกัน ถังซานสือลิ่วก็พร้อมแล้ว
พวกเขาต่างก็เตรียมพร้อมแสดงสมบัติวิเศษที่เก็บเอาไว้ หวังให้เป็นที่พึ่งสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเซวียนหยวนผ้อ
ในตอนนี้เองที่มีบางอย่างเกินจินตนาการของทุกคนได้บังเกิดขึ้น
กระบี่ในมือของเซวียนหยวนผ้อถูกขวางค้างอยู่กลางสายลมหนาว ไม่อาจกดลงได้อีกแม้แต่เพียงน้อย แต่มันก็ยังนำสายลมเล็กน้อยมาด้วย แม้ว่าจะเป็นเพียงสายลมที่แผ่วเบายิ่งนักก็ตาม
สายลมอ่อนโยนนี้ไร้กำลังที่จะตัดทำลายความแน่นิ่งของทะเลสาบอันหนาวเย็น ไร้กำลังที่จะทำให้แส้ของนักพรตหญิงชราสั่นสะเทือนแม้แต่เพียงเส้นเดียว ไม่อาจกวาดหิมะแต่กลับปัดฝุ่นผงขึ้นมา
เซวียนหยวนผ้อยืนอยู่กลางซากปรักหักพัง เท้าเหยียบอยู่บนจุดที่เคยเป็นเตาไฟ ขี้เถ้าจากเตาไฟปลิวฟุ้งรอบกายเขา
บ้างเป็นขี้เถ้าที่เหลือจากการเผาไม้ฟืน บ้างก็เป็นขี้เถ้าจากการเผากระดาษแผ่นหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เซวียนหยวนผ้อได้ใช้กระบี่เขี่ยขี้เถ้ากระดาษพวกนี้ ในตอนนี้ ขี้เถ้านี้ถูกสายลมจากกระบี่พัดขึ้น
ริมทะเลสาบยามค่ำคืนมืดสนิท แต่ขี้เถ้านี้แผ่สีแดงออกมา กลายเป็นว่านั่นคือเปลวไฟที่ซ่อนอยู่ในขี้เถ้า
ลมนี้พัดขี้เถ้าขึ้นมา ประกายไฟก็เต้นรำก่อตัวเป็นกระบี่กลางอากาศ
กระบี่ที่ก่อขึ้นจากประกายไฟฟาดลงในมุมเดียวกับกระบี่ของเซวียนหยวนผ้อ ส่งเสียงดังเมื่อฟันลงไป
ฉั่ว! อากาศริมทะเลสาบของสำนักฝึกหลวงเหมือนจะถูกกระบี่นี้ตัดขาด
นัยน์ตาของนักพรตหญิงชราหดลงในทันใด นางสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างชัดเจน
หลังจากก้าวเข้าสู่เขตแดนเทพศักดิ์สิทธิ์ นางก็แทบไม่เคยพบกับความรู้สึกเช่นนี้เพราะมีน้อยคนนักในต้าลู่ที่จะข่มขู่นางได้
เกิดอะไรขึ้นกันนี่ กระบี่ไร้ตัวตนที่เกิดขึ้นจากประกายไฟนี่มาจากไหนกัน ไฉนนางถึงได้รู้สึกกลัวขึ้นมา
ความคิดมากมายนับไม่ถ้วนผุดขึ้นในห้วงแห่งจิตด้วยความเร็วเหนือจินตนาการราวกับประกายไฟยามที่นางคิดคำนวณ
ทว่ากระบี่ประกายไฟนี้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก่อนนางจะทันคิดคำนวณสำเร็จเสร็จสิ้น กระบี่ก็มาถึงแล้ว!
นักพรตหญิงชราไม่มีเวลาให้คิด แส้ปัดที่เหน็บอยู่ด้านข้างลอยขึ้นโดยไม่มีลมแม้แต่น้อยและตกลงในมือของนาง จากนั้นก็สะบัดเข้าใส่กระบี่ประกายไฟ!
แส้ปัดนี้เป็นประดุจกิ่งหลิวนับพันนับหมื่น แต่ละเส้นอ่อนนุ่ม พลุ่งพล่านดังเกลียวคลื่น!
นี่คือทะเลสีเขียวครามไร้ขอบเขต แต่ก็ขาดซึ่งพลังชีวิต บรรจุไว้แต่กลิ่นอายของการดับสิ้น!
นางไม่รู้ว่าใครกันที่ทำให้เกิดกระบี่ประกายไฟขึ้นอย่างฉับพลันเช่นนี้ ทว่านางรู้สึกได้ถึงอันตรายอย่างชัดเจน ดังนั้นนางจึงใช้วิชาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ของนางออกมา!
แซ่ปัดนำมาซึ่งเกลียวคลื่นจำนวนนับไม่ถ้วนที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งการดับสิ้นและฟาดเข้าใส่กระบี่ประกายไฟ
เมื่อเทียบกับคลื่นปั่นป่วนที่กวาดข้ามโลก กระบี่ไร้ตัวตนที่ก่อขึ้นจากประกายไฟดูเหมือนจะเล็กยิ่งนัก เปราะบางยิ่งนัก แล้วจะป้องกันเกลียวคลื่นนี้ได้อย่างไรกัน กระบี่ประกายไฟอยู่ตรงหน้าเซวียนหยวนผ้อ หากดับลง ร่างกายและวิญญาณของเซวียนหยวนผ้อก็คงไม่อาจหนีรอด ถูกกลืนกินไปเช่นกัน
แต่กระนั้นเมื่อกระบี่เล็กจ้อยเปราะบางนี้ปะทะเข้ากับเกลียวคลื่นนับหมื่นที่ถาโถมเข้ามาจากแส้ปัด ไม่เพียงแต่กระบี่ไม่ดับลง แต่กลับลุกโชนขึ้นอย่างฉับพลัน! สำนักฝึกหลวงถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ต้นไม้ไม่ว่าไกลใกล้ต่างก็เหมือนกับลุกไหม้ขึ้นมา!
กระบี่นี้ยืมกำลังจากไฟ และเริ่มโบยบินด้วยตัวเอง กลายเป็นกระบี่เพลิงยาวเจ็ดฉื่อ แผ่ไอพลังปราณที่แข็งแกร่งน่าตระหนกขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรี
คลื่นที่สูงใหญ่ปานภูเขา ก็ตัดมันเสีย! มหาสมุทรแห่งการดับสูญที่เงียบงัน ก็สับมันทิ้ง!
ตัดสิ้นทุกสรรพสิ่ง!
กระบี่เพลิงตัดหมื่นเกลียวคลื่นเสียงดังกระหึ่ม ตัดผ่านแส้ปัดนับเส้นไม่ถ้วน ฟันเข้าใส่นักพรตหญิงชรา!
สีหน้าตกใจฉายขึ้นบนใบหน้านักพรตหญิงชราอย่างฉับพลัน นางรีบถอยไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างหวาดกลัว
ส่วนหนึ่งของกำแพงซึ่งพังทลายลงอย่างเงียบงันก่อนหน้านี้ เปิดเผยอยู่ตรงหน้านางที่กำลังหนีอย่างเร่งร้อน
ท้องฟ้ายามราตรีดังก้องไปด้วยเสียงมิติฉีกขาด กระบี่เพลิงใหญ่ยักษ์ยังคงฟันเข้าใส่นักพรตหญิงชราที่กำลังหนี
เส้นด้ายจำนวนนับไม่ถ้วนของแส้ปัดที่ถูกตัดขาดปลิดปลิวไปในความมืดมิด
ร้านอาหารบ้านเรือนที่อยู่เลยกำแพงสำนักฝึกหลวงถล่มลงด้วยเสียงดังกึกก้อง นักพรตหญิงชราหนีไปหลายร้อยจั้ง ไปจนถึงริมแม่น้ำลั่วกว่าจะยืนหยัดขึ้นมาได้
คลื่นสูงใหญ่ที่เกิดจากแส้ปัดของนางถูกทำลายลงทั้งหมด แม่น้ำลั่วที่เงียบสงบก่อเกิดคลื่นใหญ่นับไม่ถ้วน คลื่นสีขาวยกตัวขึ้นลง!
นักพรตหญิงชราจ้องมองไปที่กระบี่เพลิงที่ไล่ตามฟาดฟันใส่นาง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังขา นางตะโกนเสียงแหลม “เพลงกระบี่เผานภากระบวนท่าที่สาม!”
เพิ่งตอนนี้เองที่นางตระหนักได้ถึงที่มาของกระบี่นี้!
กระบี่ประกายไฟที่ไร้ตัวตนที่เล็กและเปราะบางก่อเกิดจากขี้เถ้าในห้องครัวที่ลุกไหม้ขึ้นมาอย่างต่อต้านสายลม จากนั้นก็ระเบิดพลังที่ยากจะจินตนาการได้ออกมา
แส้ปัดของนาง กลิ่นอายแห่งความดับสูญของนาง ทะเลสีเขียวครามไร้สิ้นสุดของนาง ได้อัดเต็มไปทั้งโลกแต่กระนั้นก็ยังไม่อาจจะเทียบกับกระบี่นี้ได้ เพราะอะไร
เพียงแค่ประกายไฟเดียวสามารถเผาไหม้ทุ้งหญ้าให้กลายเป็นเถ้า ทั้งยังเผาผลาญสวรรค์ได้อีกด้วย!
เป็นธรรมดาที่กระบี่นี้จะเป็นเพลงกระบี่เผานภากระบวนท่าที่สามของซูหลี!
เมื่อนางส่งเสียงร้องออกมา เพลงกระบี่เผานภาก็มาถึงริมน้ำของแม่น้ำลั่ว
แม่น้ำลั่วในความมืดไม่ได้มีความสงบอีกต่อไป เกล็ดหิมะร่วงลงจากท้องฟ้าได้ระเหยหายไป กลายเป็นไอน้ำนับไม่ถ้วนเพราะเจตจำนงกระบี่
ในหมอกหนามีเสียงดังจนแผ่นดินสะเทือนเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับเสียงโหยหวนและตื่นตระหนกของนักพรตหญิงชรา
หมอกนั้นสลายไปอย่างฉับพลัน ฝุ่นผงขจรขจาย แนวเขื่อนกันคลื่นยาวสามลี้ของแม่น้ำลั่วพังทลายลง
นักพรตหญิงชรายืนอยู่ในน้ำตื้นใต้เขื่อนกันคลื่น ถือแส้ปัดไว้ในมือ แขนเสื้อข้างขวาขาดหายไปหมดเผยให้เห็นผิวขาวดุจหยก ผมสีดำยุ่งเหยิง ร่างกายเต็มไปด้วยรอยเปื้อน แส้ปัดเหลือเพียงด้ามกับด้ายไม่กี่เส้น อยู่ในสภาพน่าอนาถเช่นเดียวกับนาง
……