novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

นางสนมแพทย์อัจฉริยะ - บทที่ 90 ใช้อำนาจกดขี่

  1. Home
  2. นางสนมแพทย์อัจฉริยะ
  3. บทที่ 90 ใช้อำนาจกดขี่
Prev
Next

บทที่ 90 ใช้อำนาจกดขี่
เฟิ่งชิงเฉินครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ แต่นางก็คิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรในการหาหลักฐานให้ตนเองพ้นผิด
แม้ว่าวิธีการของอีกฝ่ายจะค่อนข้างหยาบ อีกทั้งหลักฐานพยานก็ไม่ละเอียดอ่อน แต่ก็ทำให้นางไม่อาจจะกล่าววาจาใดออกมาได้ เนื่องจาก ผู้เสียหายคือองค์หญิง
เรื่องเกี่ยวกับราชวงศ์ล้วนไม่เป็นเรื่องเล็ก และเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยขององค์หญิง ต่อให้ต้องฆ่าแพะรับบาปนับพันคนก็คงจะไม่ปล่อยวางผู้ใดไป
หลังจากคิดอยู่เนิ่นนานในที่สุดเฟิ่งชิงเฉินก็ทำได้เพียงกล่าวออกมาตามความจริงว่า “เสด็จอาเก้า ใต้เท้า องค์หญิงและชิงเฉินเปรียบเสมือนฟ้ากับดิน ชิงเฉินจะไม่รู้ได้อย่างไร กล้าหรือที่จะไปต่อสู้กับท้องฟ้าและลอบสังหารองค์หญิง ชิงเฉินกับองค์หญิงไม่มีความอาฆาตแค้นใดต่อกัน ชิงเฉินไม่มีเหตุผลใดที่จะฆ่าองค์หญิง”
“อีกอย่าง จวนเฟิ่งยากจนเพียงไรทุกคนล้วนรู้ดี จะเอาทองมากมายถึงหนึ่งพันตำลึงมาจากที่ใด”
“หากว่าการลอบสังหารครั้งนี้ชิงเฉินเป็นคนบงการ แล้วเหตุใดคันธนูนั้นท้ายที่สุดแล้วจึงยิงมาที่ข้า ทุกคนที่อยู่ในสถานการณ์นั้นล้วนเห็น ซุนซิ่วต้องการจะช่วยข้า จนกระทั่งปัจจุบันเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้”
“ท้ายที่สุด สถานที่แห่งนั้นคือเรือนแยกของพระราชวัง ไม่ใช่ปากประตูจวนเฟิ่งเสียหน่อย หากชิงเฉินมีอำนาจพอที่จะจัดให้คนเข้าไปในเรือนแยกแห่งนั้นละก็คงไม่ต้องดำเนินมาถึงวันนี้”
สายตาของนางมองไปทางองค์หญิงอันผิง ดูเหมือนต้องการจะเปิดโปง
ไม่ว่าเพราะเหตุใดที่เสด็จอาเก้าเข้ามาช่วยเหลือนางเอาไว้ในครั้งนี้ แต่เสด็จอาเก้าได้เดินทางมาแล้วจริงๆ นางไม่อยากจะพลาดโอกาสนี้อีก เสด็จอาเก้าเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถพานางออกไปจากที่นี่ได้
หากประสบความสำเร็จนางจะสามารถเดินทางออกจากองครักษ์เสื้อโลหิตแห่งนี้ได้
แต่หากพ่ายแพ้ นางก็จะต้องอยู่ในที่แห่งนี้ตลอดไป และกลายเป็นเสี่ยวจื้อคนต่อไปที่ต้องตกนรกทั้งเป็น
เมื่อได้ยินเฟิ่งชิงเฉินเอ่ยแก้ตัวเช่นนั้น ลู่เส้าหลินก็พยักหน้าพูดว่า “ที่แม่นางเฟิ่งกล่าวมาก็มีเหตุมีผล”
ขณะที่ลู่เส้าหลินกล่าวอยู่นั้นก็ได้เหลือบตาไปมองดูตงหลิงจิ่ว พบว่าดวงตาของตงหลิงจิ่วคู่นั้นยังคงเย็นเยือกไม่มีความรู้สึกใด ลู่เส้าหลินไม่แน่ใจว่าตงหลิงจิ่วคิดอย่างไรอยู่ หลังจากที่เช็ดเหงื่อจนสิ้นแล้ว จึงได้ตะโกนไปทางเฉียนจิ้นว่า”เจ้าใจกล้ายิ่งนักเฉียนจิ้น กล้าดีอย่างไรใส่ร้ายเฟิ่งซิ่ว เจ้ายังไม่รีบยอมรับสารภาพมาอีกว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นผู้บงการ”
“ใต้เท้าขอรับ ข้าน้อยถูกบงการโดยเฟิ่งซิ่วจริงๆ ข้าน้อยมีพยาน ในตอนนั้นเฟิ่งซิ่วได้ให้มีดเล็กๆ รูปร่างประหลาดแก่ข้าน้อยมาเล่มหนึ่ง มีดเล่มนั้นเป็นพยานได้ถึงตัวตนของเฟิ่งซิ่ว” เฉียนจิ้นใช้ศีรษะโขกพื้นแล้วกล่าวถึงอีกเรื่องหนึ่งออกมา
มีด?
แย่แล้ว คงจะเป็นมีดผ่าตัดที่นางทำหายในครั้งก่อน
มิน่าเล่าถึงได้กล่าวว่าทั้งพยานหลักฐานพร้อมครบ ครบเสียจริงด้วย
เฟิ่งชิงเฉินหน้าถอดสี แววตาของนางเผยถึงความเศร้าโศกออกมา
แต่ในดวงตาขององค์หญิงอันผิงกลับเต็มไปด้วยความชื่นใจ
มองดูแล้ว มีเล่มเล็กนั้นเป็นของเฟิ่งชิงเฉินจริงๆ ตอนที่คนผู้นั้นนำมีดมาให้นางเดิมทีนางยังสงสัยอยู่บ้าง คาดไม่ถึงว่า……
เจ้าหน้าที่ยื่นมีดเล็กเล่มนั้นที่เฉียนจิ้นกล่าวออกมา
“เฟิ่งซิ่ว เจ้าดูสิว่าของสิ่งนี้เป็นของเจ้าหรือไม่” ลู่เส้าหลินกล่าวพลางขยิบตาให้นาง
เฟิ่งชิงเฉินฟังออกว่าจากน้ำเสียงของเขาว่าต้องการให้นางปฏิเสธ
ปฏิเสธหรือ ปฏิเสธได้อย่างไร มีดผ่าตัดเช่นนี้ทั้งเก้ารัฐอันยิ่งใหญ่ นอกจากนางแล้วไม่มีผู้ใดอีกที่มีมัน นางไม่อาจปฏิเสธได้เลย เพราะหากตรวจสอบขึ้นมาอย่างจริงจัง ท้ายที่สุดแล้วถ้าพบว่าเป็นของนางก็ยากที่จะหนีความผิด
ในขณะที่เฟิ่งชิงเฉินกำลังจะยอมรับนั้น ตงหลิงจิ่วก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า ใช่จงบอกว่าใช่ ถ้าไม่ใช่จงบอกว่าไม่ใช่ ผู้ใดที่โกหกข้ามักไม่มีจุดจบที่ดีนัก”
อย่าว่าแต่เดิมทีเฟิ่งชิงเฉินก็ไม่มีความตั้งใจจะปฏิเสธ บัดนี้ต่อให้นางมีความคิดนั้นก็คงจำเป็นจะต้องละทิ้งความคิดลง
เฟิ่งชิงเฉินพยักหน้ากล่าวว่า “ทูลเสด็จอาเก้าและใต้เท้า มีดเล่มนี้เป็นของเฟิ่งชิงเฉินจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะเฟิ่งชิงเฉินนำไปให้เฉียนจิ้น เหตุใดข้าจึงต้องนำมีดเช่นนี้ไปให้ผู้อื่นเล่า มีดเล็กเช่นนี้ไม่สามารถฆ่าใครได้ อีกอย่างหนึ่งหากว่าข้าต้องการจะฆ่าผู้ใด เหตุใดจึงบอกชื่อจริงออกไป อีกทั้งทิ้งหลักฐานมัดตัวเองเอาไว้ การทำเช่นนี้ไม่ได้เท่ากับว่าต้องการให้คนอื่นมาจับเอาหรือ”
“บางทีอาจเพราะเจ้ามันเจ้าเล่ห์ ต้องการที่จะทำให้คนอื่นสับสนและใช้โอกาสนี้สลัดความผิดให้พ้นตัว เฟิ่งชิงเฉิน เจ้าเฉลียวฉลาดเสมอ” องค์หญิงอันผิงพบว่าตงหลิงจิ่วไม่ได้กล่าวสิ่งใดเพื่อเข้าข้างเฟิ่งชิงเฉิน นางจึงพูดแทรกขึ้นมาประโยคหนึ่งต้องการดูปฏิกิริยาของตงหลิงจิ่ว
เมื่อกล่าวจบหน้าก็มองไปทางข้างหน้าแล้วคารวะตงหลิงจิ่วกล่าวว่า “เสด็จอาเพคะ อันผิงขออภัยที่ไร้มารยาท”
“อืม!” ตงหลิงจิ่วตอบรับเพียงเบาๆ และไม่ได้ตำหนินาง
องค์หญิงอันผิงใบหน้ายิ้มแย้มคารวะและถอยหลังจากมา
ลู่เส้าหลินปวดหัวเหลือเกิน องค์หญิงอันผิงกำลังข่มขู่เขา
ช่างลำบากใจยิ่งนัก ไม่รู้จะทำอย่างไรและไม่อาจละทิ้งหน้าที่นี้ได้
ลู่เส้าหลินจึงทำได้เพียงเดินหน้าเอ่ยถามเฉียนจิ้นต่อไปว่าได้พบหน้ากับเฟิ่งชิงเฉินเมื่อไหร่ ที่ใด และสนทนากันเรื่องใดบ้าง อีกทั้งเข้าไปในเรือนแยกของพระราชวังได้อย่างไร
เฉียนจิ้นตอบได้ทุกคำถามอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เฟิ่งชิงเฉินเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายหนึ่งต้องการจะใส่ร้ายตน แต่เฉียนจิ้นกลับกล่าวได้อย่างมีเหตุมีผลนอกจากที่นางจะเอ่ยคัดค้านด้วยวาจาแล้ว นางก็ไม่มีหลักฐานอื่นใดอีกเลย
หลังจากการสืบสวนสอบสวน หลักฐานทุกอย่างล้วนส่งผลเสียต่อรูปคดีของเฟิ่งชิงเฉิน เซียนจิ้นกัดเฟิ่งชิงเฉินเอาไว้ไม่ปล่อย ส่วนตงหลิงจิ่วก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ ดูเหมือนเขาจะไม่เข้ามาขัดขวางการสืบคดีของใต้เท้าลู่จริงๆ
หลังจากเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง สิ่งใดที่ควรถามก็ถามจนหมดสิ้น ลู่เส้าหลินจึงได้นามคำให้การของทั้งสองฝ่ายยื่นไปตรงหน้าตงหลิงจิ่ว
ลู่เส้าหลินจึงทำได้เพียงเดินหน้าเอ่ยถามเฉียนจิ้นต่อไปว่าได้พบหน้ากับเฟิ่งชิงเฉินเมื่อไหร่ ที่ใด และสนทนากันเรื่องใดบ้าง อีกทั้งเข้าไปในเรือนแยกของพระราชวังได้อย่างไร
“เชิญเสด็จอาเก้าอ่านดูพ่ะย่ะค่ะ”
เฉียนจิ้นให้คำยืนกรานว่าเฟิ่งชิงเฉินคือผู้ที่จ้างวานให้เขาลอบสังหารองค์หญิง อีกทั้งมีหลักฐานเป็นมีดผ่าตัดกับทองจำนวนหนึ่งพันตำลึง
เฟิ่งชิงเฉินไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่สามารถหาหลักฐานใดมายืนยันตนเองได้
คดีนี้ไม่อาจตัดสินได้อย่างยุติธรรม
ตงหลิงจิ่วไม่ได้อ่านคำให้การตรงหน้า เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย “ใต้เท้าลู่ องครักษ์เสื้อโลหิตสืบสวนสอบสวนเช่นนี้หรือ?”
ท่ามกลางประโยคเมื่อครู่เผยถึงความไม่พอใจขึ้น
“พ่ะ พ่ะย่ะค่ะ”
แน่นอนว่าไม่ใช่ การสืบคดีขององครักษ์เสื้อโลหิตหากว่าอ่อนโยนเช่นนี้ก็คงไม่เรียกว่าองครักษ์เสื้อโลหิตเป็นแน่ เพียงแต่ลู่เส้าหลินไม่รู้แน่ชัดถึงความต้องการของตงหลิงจิ่วจึงไม่กล้ากล่าวสิ่งใดออกมา
“ข้าไม่รู้เลยเสียจริงว่าวิธีการในการสืบคดีขององครักษ์เสื้อโลหิตจะอ่อนโยนถึงเพียงนี้ ตามปกติแล้วหากองครักษ์เสื้อโลหิตสืบสวนคดีเช่นนี้ แล้วเครื่องลงโทษเหล่านั้นจะตั้งไว้ให้ผู้คนตกใจเล่นหรือ?” ตงหลิงจิ่วชี้ไปยังบนแท่นลงโทษอุปกรณ์ทั้งห้าบุปผาแปดสำนัก ยังคงมีกลิ่นคาวเลือดและดูเยือกเย็น
“ตุ้บ……” ลู่เส้าหลินสูดลมหายใจเข้า คุกเข่าลงไปเพราะขาอ่อน “เสด็จอาเก้า โปรดอภัยด้วย กระหม่อมผิดไปแล้ว”
“ใต้เท้าลู่ ตามปกติแล้วท่านพิจารณาคดีอย่างไร ในวันนี้ก็ควรทำตามนั้น อย่าได้เป็นเพราะข้าอยู่ที่แห่งนี้ด้วยจึงได้ผิดต่อกฎขององครักษ์เสื้อโลหิต หากว่าฝ่าบาทรู้เข้าคงจะโทษข้า” เสด็จอาเก้ากล่าวออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
ประโยคที่ดูเป็นธรรมชาติเช่นนี้กลับทำให้ลู่เส้าหลินเหงื่อท่วมกาย
เสด็จอาเก้ากำลังตักเตือนเขาว่าองครักษ์เสื้อโลหิตทำงานให้แก่ฮ่องเต้ ไม่ใช่ฮองเฮา
ฟู่…… ที่จริงแล้วลู่เส้าหลินก็เข้าใจเหตุผลนี้ดี แต่อีกฝ่ายหนึ่งคือภรรยาหลวงของเจ้านาย เป็นแม่ของแผ่นดิน อีกอย่างคดีนี้ทั้งหลักฐานและพยานดูไม่ส่งผลดีต่อเฟิ่งชิงเฉินนัก จะให้เขาพลิกคดีได้อย่างไรเล่า
ในใจของลู่เส้าหลินยากแค้นเหลือเกิน ในการที่เสด็จอาเก้าปรากฏตัวขึ้นเช่นนี้ ลู่เส้าหลินได้แต่ทำสีหน้าขมขื่นแล้วทูลว่า “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะทำการสืบสวนสอบสวนคดีใหม่ เพียงแต่ว่า…… การสืบคดีขององครักษ์เสื้อโลหิตนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เกรงว่าจะทำให้เสด็จอาเก้าและองค์หญิงอันผิงต้องตกใจ”
เขากำลังป้องกันตนเองอยู่ แน่นอนว่าลู่เส้าหลินต้องการจะให้ทั้งสองคนเดินทางจากไป เช่นนั้นเขาก็จะได้ทำการได้สะดวกขึ้น
“ไม่เป็นไร ในวันนี้ข้าอยากจะเห็นเหลือเกินว่าวิธีอันนองเลือดขององครักษ์เสื้อโลหิตเป็นเช่นไร อย่าให้ข้าต้องผิดหวังเล่า”
องค์หญิงอันผิงครุ่นคิดแล้วหัวเราะว่า “หากมีเสด็จอาเก้าอยู่ที่นี่ อันผิงก็ไม่กลัว”
เมื่อกล่าวจบนางก็เดินไปข้างหน้าเพื่อกระชับระยะห่างระหว่างตนและตงหลิงจิ่ว นางใช้โอกาสนี้ในการบอกกับลู่เส้าหลินว่านางคือหลานสาวของเสด็จอาเก้า ต่อให้เสด็จอาเก้าจะช่วยผู้ใด ก็ควรที่จะช่วยหลานสาวเช่นนาง
“พ่ะย่ะค่ะ” ลู่เส้าหลินลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางสั่นเทา ในใจขมขื่นยิ่งนัก ขมขื่นรองจากเรื่องที่เขาทำไม่ได้
เมื่อมองดูเฟิ่งชิงเฉินและเฉียนจิ้นที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าเสด็จอาเก้า ลู่เส้าหลินก็ทำสีหน้าบิดเบี้ยว เขาไม่รู้ว่าควรจะจับใครมาลงโทษดี?

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 90 ใช้อำนาจกดขี่"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

เขยที่โดนทิ้ง (แท้จริงแล้วเป็นประธานบริษัท!?)
เขยที่โดนทิ้ง (แท้จริงแล้วเป็นประธานบริษัท!?)
July 14, 2024
5f76d6e2YY9iaSCQ
ลิขิตรัก ย้อนรอยแค้น
March 17, 2022
จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活]
จอมมารแค่อยากเป็นคนดี [反派少爷只想过佛系生活]
January 8, 2023
1
ฉันนี่แหละคือซูเปอร์สตาร์ I’m really a superstar
December 20, 2020
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF