บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1076: กระดานหมากดุจโลกหล้า เพียงหนึ่งดาบก็ปราบได้
- Home
- บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
- ตอนที่ 1076: กระดานหมากดุจโลกหล้า เพียงหนึ่งดาบก็ปราบได้
ตอนที่ 1076: กระดานหมากดุจโลกหล้า เพียงหนึ่งดาบก็ปราบได้
“หืม คนแซ่ซูผู้นี้คิดเข้ามาในภาพศึกรวมดาราหรือ?”
เมื่อเห็นการกระทำของซูอี้จากไกล ๆ ผู้เฒ่าอิน ชายวัยกลางคนชุดดำก็อดประหลาดใจมิได้
แล้วทันใดนั้น เขาก็หัวเราะหึ “ส่งตัวเองมาตายแท้ ๆ”
จักรพรรดิปีศาจสนแดงหรี่ตาลงเอ่ยเตือน “ก่อนหน้านี้ เขาทำลายค่ายกลปีศาจสวรรค์หลอมนภาได้อย่างสบาย ๆ ต่อหน้าดาบเขา ตัวตนในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำยังไม่ใช่ศัตรู สหายเต๋าไม่ควรเลินเล่อไป”
ผู้เฒ่าอินอดกล่าวยิ้ม ๆ ไม่ได้ “สหายเต๋าไม่รู้อันใดเลย ภาพศึกรวมดารานี้คือสมบัติลับชิ้นหนึ่งของโรงวาดฤทัยที่ผู้ก่อตั้งสำนักข้าวาดมันขึ้นมาเอง และบรรจุกฎแปรวิญญาณสูงสุดซึ่งทำลายทุกชีวิตอย่างไม่อาจคาดเดา”
เขากล่าวด้วยสายตาเปี่ยมความเย่อหยิ่งภาคภูมิ “พวกครุฑในภาพศึกรวมดารานี้ ไม่เพียงสามารถหลอมรวมวิถีเต๋าของตนเองให้สอดคล้องกัน ยังยืมกฎแปรวิญญาณจากสมบัตินี้ได้ด้วย!”
“กล่าวให้กระชับก็คือ ต่อให้เปลี่ยนเป็นตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำเช่นสหายเต๋าก็แพ้อยู่ดี”
จักรพรรดิปีศาจสนแดงสูดหายใจเฮือกและทอดถอนใจ “ไม่น่าเล่าสหายเต๋าจึงมั่นใจนัก ที่แท้ก็มีสมบัตินี้จากผู้ก่อตั้งอยู่!”
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นซูอี้พุ่งเข้ามา พวกครุฑในภาพศึกรวมดาราเองก็แปลกใจเช่นกัน
คนแซ่ซูผู้นี้ หลังทำลายค่ายกลปีศาจสวรรค์หลอมนภาไปแล้ว ยังแผลงฤทธิ์ต่อได้อยู่หรือ?
“เฮอะ ข้าเพิ่งเคยเห็นผู้ที่ทำร้ายตนเองเยี่ยงนี้ ต่างอันใดกับแมงเม่าบินเข้ากองไฟ?”
บางคนกล่าวเย้ย
“คนแซ่ซูผู้นี้ไม่เหมือนกาลก่อนอีกต่อไป… แต่ก็ยังคงเย่อหยิ่งไม่เปลี่ยน…”
ครุฑแปลกใจเล็กน้อย
และยามนี้ ซูอี้ก็เข้ามายัง ‘โลกแห่งกระดานหมากรุก’ แล้ว!
ยามนี้ ในที่สุดทุกคนก็เชื่อได้ว่าคนแซ่ซูผู้นี้ไม่กลัวตายโดยแท้จริง หาไม่ ใครเล่าจะโง่พอโยนตัวเองติดกับ?
“งั้นก็สงเคราะห์ส่งเขาไปโลกหน้าหน่อยแล้วกัน!”
ครุฑออกคำสั่งดังลั่น
ตู้ม!
ในโลกแห่งกระดานหมากรุก เปลวเพลิงหมุนวนพันเกี่ยวกับแสงวิถี
ครุฑลงมือโจมตีคนแรก ร่างของเขาทะยานพุ่ง มือเกร็งดุจกรงเล็บคมกริบ คว้าเข้าที่หัวของซูอี้
ฉัวะ!
กฎแปรวิญญาณในมือของเขาเรื่อเรืองดุจหมอก
ยิ่งกว่านั้น วิถีเต๋าของเขายังกลมกลืนสมบูรณ์แบบไปกับพลังของภาพศึกรวมดารา ดังนั้นพลังที่เขาสามารถควบคุมได้จึงพุ่งสูงเกินหยั่ง!
ยามนี้ เมื่อสัมผัสถึงความแข็งแกร่งของตนเองที่พุ่งทะยาน หัวใจของครุฑก็สั่นไหวและรู้สึกทะเยอทะยานขึ้นมา
“หากสักวัน ข้าสามารถทำความเข้าใจและควบคุมอำนาจเช่นนี้ได้อย่างแท้จริง แทนที่จะยืมมาใช้ชั่วประเดี๋ยว ข้าไม่สามารถยกนภาครามขึ้นถล่มสู่หล้าได้หรือ?”
หัวใจของครุฑร้อนผ่าว อารมณ์พลุ่งพล่านในอก
ในสายตาของเขา การโจมตีนี้ฆ่าซูอี้ได้แน่นอน!
เพราะความมั่นใจนี้ มองไปทั่วโลกกว้าง ไม่มีผู้ใดหยุดการโจมตีของกฎแปรวิญญาณได้เลย เว้นเสียแต่ตัวตนบรรพกาลในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำเหล่านั้น!
ตู้ม!!!
เกิดเสียงดังสนั่นลั่นชวนหูดับ
กรงเล็บครุฑพังทลายราวกระดาษเปื่อย ร่างของเขาถูกดีดกระเด็น กระดูกแทบป่นแหลก โลหิตเกือบพุ่งกระอัก
สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนทันที “เป็นไปได้เช่นไร!?”
นั่นคือกฎแปรวิญญาณนะ!
กฎสวรรค์แห่งภูมิดาราจากโรงวาดฤทัย!
ยิ่งกว่านั้น ที่นี่ยังอยู่ภายในภาพศึกรวมดารา ความสามารถของเขาหลอมเป็นหนึ่งกับสมบัตินี้ เขาไปประมือกับตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำยังได้ด้วยซ้ำ
ใครเล่าจะคิดว่าสงครามเพิ่งเริ่ม หนึ่งสะบัดแขนเสื้อก็ดีดเขาปลิวได้แล้ว!
ภาพนี้ยังทำให้จักรพรรดิปีศาจตนอื่น ๆ เช่นกระทิงเขียวตาถลน ไม่อยากเชื่อโดยถ้วนทั่วเช่นกัน ไฉน… จึงเป็นเช่นนี้ไปได้?!
ห่างออกไปไกลลิบ ผู้เฒ่าอินผู้ทำเพียงมองการต่อสู้เฉย ๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทั้งคู่ต่างผงะเช่นกัน
“ข้าจะจัดการกับสัตว์ร้ายเช่นเจ้าทีหลัง”
ในโลกแห่งกระดานหมากรุก ซูอี้เหลือบมองครุฑพลางไหวร่างทะยานไปเบื้องหน้า
“ตาย!”
จักรพรรดิปีศาจจิ้งจอกผีลงมือโจมตี
ในมือของเขามีดาบยาวใบแคบอันควบแน่นขึ้นจากกฎแปรวิญญาณ เขากระโดดฟันใส่ซูอี้อย่างดุเดือด
เหมือนเช่นครุฑ วิถีเต๋าของเขาเองก็ทะยานสูงเกินคณานับจากพลังของภาพศึกรวมดารา
ทว่าซูอี้ไม่แม้แต่จะมอง แล้วฟันดาบเงากระจ่างสวนขึ้นไป
ดาบยาวใบแคบอันควบแน่นขึ้นจากกฎแปรวิญญาณระเบิดออก ทว่าดาบนั้นยังคงป่นการป้องกันของจักรพรรดิปีศาจจิ้งจอกผีอย่างไม่ได้แผ่วแรง แยกร่างของเขาเป็นสองเสี่ยงจากล่างขึ้นบน
ภายใต้การระเบิดของภาวะดาบอันร้ายกาจนั้น จักรพรรดิปีศาจจิ้งจอกผีผู้ถูกผ่าครึ่งและจิตวิญญาณของเขาล้วนแหลกสลายเป็นธุลี ดับสูญสมบูรณ์!
ภาพการสังหารอย่างไร้ปรานีทำให้จักรพรรดิปีศาจตนอื่น ๆ ล้วนเปลี่ยนสีหน้า ตระหนักแล้วว่าท่าไม่ดี
ใบหน้างามของจักรพรรดิผีเสื้อดาวตกถอดสี กระซิบกับตนเอง “ดูเหมือนอำนาจกฎแปรวิญญาณในภาพศึกรวมดารานี้จะหยุดคนแซ่ซูผู้นี้ไม่ได้นะ!”
“ลงมือด้วยกันเถอะ!”
ปีศาจเฒ่าบางตนตะโกน
จักรพรรดิปีศาจทั้งหลายผู้กระจัดกระจายบนกระดานหมากรุกต่างกัดฟันโจมตีอย่างบ้าดีเดือด
จักรพรรดิปีศาจผสานแปรผู้ดูเหมือนชายชราเรียกหอกศึกออกมาทะลวงสวรรค์ อำนาจหนักหน่วง
จักรพรรดิผีเสื้อดาวตกผู้รายล้อมด้วยพิรุณบุปผาโบกสะบัดแส้ยาวสีเงิน
นอกจากนั้น ทั้งจักรพรรดิปีศาจเพลิงขจี จักรพรรดิปีศาจวาตะกุมภี จักรพรรดิปีศาจเงินและคนอื่น ๆ ต่างใช้สารพัดสมบัติ ออกเคล็ดวิชาต่าง ๆ นานาเข้าโจมตีจากทุกสารทิศ
ตู้ม!
เลือกผู้ใดมาสักคนล้วนมีที่มาเหนือธรรมดา พอจะทำให้ผู้ฝึกตนนับไม่ถ้วนในโลกหล้าศิโรราบ
ส่วนวิถีเต๋าของพวกเขา ผู้ที่อ่อนแอที่สุดอยู่ในขั้นกลางขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำ และผู้ที่แข็งแกร่งหน่อยก็อยู่ในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำขั้นสมบูรณ์แบบมาแสนนาน
ยามนี้พวกเขาร่วมมือโจมตี จินตนาการได้ไม่ยากถึงความน่ากลัวของอำนาจนี้!
เมื่อเผชิญหน้า ซูอี้ไม่ได้หลบเลี่ยง เขาผู้คิดอ่านฉับไวลงมือเต็มกำลังทันที
เพราะในศึกเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องปรานี
“เปิด!”
แขนเสื้อสะบัดพลิ้ว ดาบเงากระจ่างแผ่ปราณทะลักไหลดุจคลื่นยักษ์ถล่มพสุธาออกมากะทันหัน
เมื่อปราณดาบอันคมกริบไร้ใดเทียบเคลื่อนผ่าน สารพัดสมบัติเคล็ดวิชาล้วนพังทลาย ถูกคมดาบพัดกระเด็นพร้อมเสียงกรีดหวีดหวิว
กระทั่งร่างของเหล่าปีศาจเฒ่าที่ล้อมเข้ามายังถูกผลักเซถอยไป!
อำนาจหนึ่งปราณดาบนี้ทำลายวงล้อมลงทันที!
“สมควรตายนัก!!!”
“แย่ล่ะ!”
“ไฉนจึงเป็นเช่นนี้ได้?”
สารพัดเสียงอุทานดังสนั่นโลกแห่งกระดานหมากรุก
ปีศาจเฒ่าเหล่านั้นล้วนตะลึงงัน
พวกเขาวางแผนและรวบรวมขุมกำลังต่อสู้สูงสุดในหุบเขาแสนปีศาจอย่างพิถีพิถัน ยืมพลังและกฎแปรวิญญาณจากภาพศึกรวมดารา คิดว่าจะสามารถสังหารแม้แต่ตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำได้โดยง่าย
ทว่าเมื่อเกิดศึกขึ้นจริง การประมาณของพวกเขาก็พังไม่เป็นท่า!
“ภาพนี้ ไม่เหมือนยามที่อาจารย์ข้าทำลายค่ายกลปีศาจสวรรค์หลอมนภาหรือ? ปีศาจเฒ่าเหล่านี้ต่างเปี่ยมความมั่นใจเหิมเกริม แต่เมื่อเกิดสงครามกลับกลัวหัวหด!”
ไกลออกไป เย่ลั่วกล่าวขึ้นยิ้ม ๆ
“สถานการณ์ไม่ดีแล้ว!”
ยามนี้ ในที่สุดผู้เฒ่าอินก็เปลี่ยนสีหน้า กล่าวขึ้นอย่างแปลกใจ “เจ้าคนแซ่ซูผู้นี้ดูไร้ความกลัวกฎแปรวิญญาณโดยสิ้นเชิง!”
จักรพรรดิปีศาจสนแดงพึมพำ “หาก… อีกฝ่ายเป็นร่างเวียนวัฏของปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินจริง ไม่ว่าเรื่องเหลือเชื่อใด ๆ จะเกิด ก็เข้าใจได้ง่ายแล้ว…”
ขณะที่ทั้งสองสนทนา ซูอี้ได้เริ่มละเลงเลือดบนโลกแห่งกระดานหมากรุก!
อันที่จริง หลังจากฝ่าวงล้อมได้ ซูอี้ก็ไม่ได้ยั้งมือและโจมตีตอบโต้ทันที
ร่างสูงของเขาอ้อยอิ่งท่ามกลางแสงพร่างพราว ดาบเงากระจ่างฟาดฟันไม่ยั้ง ส่งวจีดาบเปี่ยมอารมณ์กระจ่างกังวาน
ปราณดาบอันไร้ที่เปรียบสานทับ ราวจะก่อกวนกระแสโลกหล้าแห่งกระดานหมากรุก!
หนึ่งชั่วดีดนิ้ว
จักรพรรดิปีศาจเพลิงขจีกรีดร้องแหลม ถูกปราณดาบพร่างพรายดุจพิรุณสังหารสิ้น
สองชั่วดีดนิ้ว
สามชั่วดีดนิ้ว
จักรพรรดิปีศาจผสานแปรและสองยอดฝีมือในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำถูกสังหารพร้อมเพรียง ทั้งสามต่างถูกดาบเดียวกันกวาดร่างตั้งแต่เอวลงไปสะบั้น โลหิตทะลักย้อมสุญญะ
ในสนามรบ อำนาจของซูอี้แข็งแกร่งเสียจนครอบงำสนามรบโดยสมบูรณ์แบบ หนึ่งดาบสังหารจักรพรรดิปีศาจได้อย่างเฉียบคม
ฆ่าฟันทำลาย เชือดไก่ผ่าสุนัข ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่านั้น!
สี่ชั่วดีดนิ้ว
จักรพรรดิปีศาจเงินผู้กลัวหัวหดถูกดาบแทงขณะร้องขอความเมตตา ร่างและวิญญาณล้วนถูกทำลายสิ้น
และขณะที่ดีดนิ้วครั้งที่ห้า ปีศาจเฒ่าเยี่ยงครุฑ จักรพรรดิปีศาจกระทิงเขียว จักรพรรดิผีเสื้อดาวตก จักรพรรดิปีศาจบรรพตทมิฬและคนอื่น ๆ ล้วนตกตะลึง!
พวกเขาไม่กล้าลังเลอีกต่อไป ต่างฝ่ายต่างเผ่นออกไปนอกโลกแห่งกระดานหมากรุกเป็นครั้งแรก
เป็นเช่นเย่ลั่วกล่าว ในคราแรก จักรพรรดิปีศาจเหล่านี้ล้วนโอหังเหิมเกริมราวมั่นใจเหลือแสนว่าชนะแน่
ทว่ายามนี้ หลังสงครามเริ่มเพียงอึดใจ ห้าในเก้าจักรพรรดิปีศาจปลิดปลิว กระทั่งยอดฝีมือในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำใต้บัญชาของพวกตนยังตายอนาถยิ่งกว่าหลายเท่า
นับแต่ต้นจนจบ ไร้ผู้ใดควรค่าเป็นศัตรู!
ในสายตาของเย่ลั่วและหวังจัวฝู่ ศึกนี้ไม่ต่างจากการเข่นฆ่าฝ่ายเดียว!
กระทั่งเย่ลั่วยังไม่คาดว่าอาจารย์ผู้เวียนวัฏกลับมาของเขา แม้จะมีการฝึกฝนในขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำขั้นปลาย จะแข็งแกร่งได้จนไม่น่าเชื่อเพียงนี้
ควรค่าจดจำว่าจักรพรรดิปีศาจเหล่านี้ล้วนแข็งแกร่งและอยู่มาแสนนาน
ทว่ายามนี้ พวกเขากลับถูกสังหารราวหั่นผักผ่าแตง!
การสังหารศัตรูยับเยินเช่นนี้ทำให้หัวใจของเย่ลั่วสั่นสะท้าน ตะลึงค้างกับที่
เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้กำลังจะหนี ซูอี้ก็ยิ้มเยาะ “จะหนีได้หรือ?”
เสียงยังไม่ทันสร่าง เขาพลันกระทืบเท้าลงกับพื้นกระดานหมากรุกพร้อมปักดาบเงากระจ่างในมือลง
เขากดมือขวาลงที่ด้ามดาบ ฝ่ามือออกแรงกด
ตู้ม!
โลกแห่งกระดานหมากรุกพลันสั่นสะเทือนเลือนลั่น พลังวิถีดาบลึกล้ำไร้ประมาณระเบิดออก และกฎแปรวิญญาณในโลกแห่งกระดานหมากรุกนี้ก็ถูกสยบสมบูรณ์
ยามนั้นดูราวหนึ่งดาบสยบโลกหล้า
ส่วนพวกครุฑในโลกแห่งนี้ ร่างของพวกเขาล้วนยืนนิ่ง ถูกแรงกดดันอันเกินคาดเดาถาโถมใส่!
………………..