novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1098: ซูเสวียนจวินต้องตาย

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1098: ซูเสวียนจวินต้องตาย
Prev
Next

ตอนที่ 1098: ซูเสวียนจวินต้องตาย

หลังจากเงียบไปชั่วขณะ ซูอี้ก็เอ่ยถาม “ความสงสัยนี้ควรมีที่มา ไฉนเจ้าจึงคาดเดาว่าชิงถังมาจากส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาวเล่า?”

เมิ่งเทียนอิ่นกล่าวโดยไม่ลังเล “ผู้ฝึกตนในมหาแดนดินแทบไม่รู้อันใดเกี่ยวกับจักรวาลพร่างดาวเลย แต่ชิงถังนั้นต่างออกไป ไม่เพียงนางจะรู้จักลัทธิทางช้างเผือกของเรา แต่ยังพอเข้าใจการกระจายอำนาจในส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาวด้วย กระทั่ง…”

หลังลังเลเล็กน้อย เมิ่งเทียนอิ่นก็กล่าวว่า “ในกาลก่อน ชิงถังยังกล่าวเป็นครั้งคราวถึงเจ้าลัทธิ และเรียกเจ้าลัทธิเราตรง ๆ ว่า… เป็น…”

ท้ายที่สุด เมิ่งเทียนอิ่นก็ดูจะมาถึงเรื่องต้องห้าม ไม่กล้ากล่าววาจาใดออกมาอีก

ซูอี้เคาะที่วางแขนบนเก้าอี้หวายพลางกล่าว “ชาวประมง?”

ร่างของเมิ่งเทียนอิ่นชะงักค้างอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเปลี่ยนแปร “เหตุใดสหายเต๋าจึงรู้สมญานี้?”

กระทั่งในส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว ยังมีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าเจ้าลัทธิทางช้างเผือกมีสมญาเช่นนี้

มีเพียงเจ้าเฒ่าไม่กี่คนผู้อยู่ในจุดสูงสุดแห่งจักรวาลพร่างดาว มีฐานะไม่ด้อยไปกว่าเจ้าลัทธิของพวกเขาเท่านั้นที่หาญกล้าคู่ควรพอ!

“ข้าบอกไปแล้ว ว่าอวตารวิถีเจ้าลัทธิเจ้าฆ่าตัวตายในสระเวียนวัฏ”

เมิ่งเทียนอิ่น “…”

ซูอี้ถาม “นอกจากเรื่องเหล่านี้ ยังมีข้อสงสัยใดอีกหรือไม่?”

“มี”

เมิ่งเทียนอิ่นสูดหายใจลึก ๆ ข่มกลั้นความรู้สึกในใจไว้ และกล่าวว่า “ใต้เท้าซ่างเคยเตือนเราไว้ว่าห้ามดูแคลนชิงถัง บอกเราว่าที่มาของชิงถังไม่ได้เป็นเพียงแค่ศิษย์ลำดับที่เก้าแห่งถ้ำเสวียนจวิน”

ซูอี้ถูหว่างคิ้ว เขาสรุปได้แล้วว่าชิงถังมีอีกฐานะ และน่าจะมาจากส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาวเช่นที่เมิ่งเทียนอิ่นว่า!

“เมื่อหนึ่งหมื่นแปดพันปีก่อน คุณหนูจากโรงวาดฤทัยแทรกซึมสู่ถ้ำเสวียนจวินในนาม ‘ซงไฉ’ และเมื่อหนึ่งหมื่นแปดพันเก้าร้อยปีก่อน ชิงถังก็มาเป็นศิษย์แท้…”

“หากชิงถังเองก็มาจากส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว ก็หมายความว่านางก็ปกปิดตัวตนหลบลี้เข้ามาใต้จมูกข้า ไม่เคยแสดงพิรุธใด ๆ มาตลอดเช่นกัน…”

เมื่อคิดเช่นนี้ อารมณ์ของซูอี้ก็พลันจมดิ่ง ไม่อยากพูดอีก

เขาลุกจากเก้าอี้หวาย แล้วแบกร่างเมิ่งเทียนอิ่นออกจากถ้ำ

ซูอี้โบกมือ ปลดอำนาจที่พันธนาการเมิ่งเทียนอิ่นไว้ และกล่าวว่า “กลับไปบอกชิงถังเสีย ว่าก่อนจะฆ่าผีหมัว ข้าจะให้โอกาสเขาได้อธิบาย และให้โอกาสนางเช่นกัน”

วาจานั้นราบเรียบเฉยเมย ไร้ความผันผวนทางอารมณ์ใด ๆ กล่าวจบ ซูอี้ก็หันหลังกลับไป

เมิ่งเทียนอิ่นชะงักค้างตาเหม่อลอย ราวไม่อยากเชื่อว่าซูอี้จะปล่อยเขาไปจริง ๆ

ครู่ต่อมา เขาก็คืนสติแล้วรีบร้อนจากไป

…

หลังกลับสู่ถ้ำ ซูอี้ก็เริ่มทำสมาธิอีกครั้ง

นับแต่ยามที่เขาขัดเกลาปราณมารดาฟ้าดินใน ‘ดาบปลายมนเสวียนหวง’ ในหอตำราเทียนเสวียน การฝึกฝนของซูอี้ก็เข้าสู่ขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว

และจากการคาดการณ์ของเขา หากจักรพรรดิมารสวรรค์กลับมาพร้อมสมบัติลับฟ้าดิน มันจะทำให้เขาสามารถขัดเกลาการฝึกฝนในขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำจนถึงขั้นไร้ที่ติในกาลอันสั้นที่สุดที่เป็นไปได้!

…

ยอดเขาสีดำอันทะลวงสู่นภา

“ข้าได้พบซูเสวียนจวินจริง ๆ และซื้อใจให้เขาเชื่อได้แล้ว เราตัดสินใจวางแผนให้ข้าแสร้งจับตัวเขาเพื่อลอบโจมตีพวกเจ้า”

จักรพรรดิมารสวรรค์ไพล่มือไว้เบื้องหลัง อาภรณ์สีแดงเพลิงพลิ้วไสวตามลม ดูราวบงกชเพลิงแปลกตาพลิ้วท่ามกลางวายุ

“โอ้?”

จ้าวเรือนจำที่หกซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งดูตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มอย่างไม่แยแส “ทุกคนต่างบอกว่าซูเสวียนจวินดูแคลนกลเม็ดลูกไม้ยามลงมือ หากพบอุปสรรค เขาจะใช้หนึ่งดาบสะบั้นมันสิ้น ทว่ายามนี้ ดูเหมือนว่า… เขาจะไม่คู่ควรกับนามนั้นเท่าไร”

เขาร่างผอม สวมชุดผ้าลินิน ใบหน้าเย็นชาแข็งกร้าวดั่งหิน ยามนี้เขากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหินด้านข้าง รินชาดื่มด้วยตนเอง

ทุกการเคลื่อนไหวให้ความรู้สึกเยือกเย็นที่มิอาจสั่นคลอน

“จะมาบอกว่าไม่สมดั่งชื่อก็ไม่ได้ ซูเสวียนจวินคนก่อนลือนามเพียงในมหาแดนดิน เมื่อเขารู้เรื่องจากส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว เขาย่อมตื่นตัวตระหนกเช่นข้าเป็น”

จักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวเสียงราบเรียบเย็นชา “ยามนี้ สิ่งที่เราแน่ใจได้คือเขาบรรลุเคล็ดเวียนวัฏสงสาร และมีวิชาลับในการปลดผนึก ‘สมบัติลับฟ้าดิน’ ได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขา… น่าจะเป็นคนที่พวกเจ้าตามหา”

ประกายร้ายกาจปรากฏในดวงตาของจ้าวเรือนจำที่หก เขาเงียบไปชั่วครู่ และกล่าวว่า “หากสหายเต๋าลงมือ เราจะจับเป็นเขาได้หรือไม่?”

จ้าวเรือนจำที่หกหัวเราะขำ “ข้ารู้นะว่าเจ้าคิดอันใดอยู่”

กล่าวจบ เขาก็นำม้วนหยกม้วนหนึ่งจากแขนเสื้อ ส่งให้จักรพรรดิมารสวรรค์ “ในม้วนหยกนี้มีเคล็ดบางส่วนเกี่ยวกับ ‘วิถีสู่สวรรค์’ บันทึกไว้ แม้จะไม่ใช่วิธีฝึกฝน แต่ก็ยังทำให้เจ้าเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของวิถีนี้ได้ชัดเจนขึ้น”

จักรพรรดิมารสวรรค์ยกมือขึ้นรับม้วนหยก ทว่าก็กล่าวโดยไม่แม้แต่จะมองมัน “ในอดีต เมื่อเป็นเรื่องรวบรวมสมบัติลับฟ้าดิน หอเก้าสวรรค์ของเจ้าสามารถบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าสมบัติโบราณชิ้นใดเป็นสมบัติลับฟ้าดิน ทว่ากลับจงใจให้ข้าช่วย ข้าต้องการให้พวกเจ้าแสดงความจริงใจมากกว่านี้”

จ้าวเรือนจำที่หกคิดชั่วครู่ และตอบว่า “ได้”

กล่าวจบ เขาก็นำสมบัติสองชิ้นออกมาจากในแขนเสื้อ มันเป็นจี้หยกและตราประทับทองเหลือง

“สมบัติทั้งสองนี้คือสมบัติลับฟ้าดิน ปกคลุมด้วยอำนาจจองจำลึกลับ ยากที่ข้าจะปลดผนึกนี้ได้ มันเป็นของเจ้าแล้ว”

กล่าวจบ จ้าวเรือนจำที่หกก็สะบัดแขนเสื้อ ส่งสมบัติทั้งสองให้กลางอากาศ จากนั้นก็กล่าวว่า “การแสดงความจริงใจนี้น่าจะเพียงพอแล้ว”

จักรพรรดิมารสวรรค์หันมองจ้าวเรือนจำที่หกอย่างเงียบ ๆ “ในมือเจ้ามีสมบัติลับฟ้าดินมากมายเพียงไร? ข้าต้องการฟังความจริง หาไม่ หากพบว่าเจ้าโกหกในภายหน้า ข้าไม่ใส่ใจหากจะเสี่ยงชีวิตฝังคนของหอเก้าสวรรค์ของเจ้าในมหาแดนดินนี้เพื่อชดใช้”

ดวงตาของจ้าวเรือนจำที่หกหรี่ลงเล็กน้อย “เหลือเพียงสี่”

กล่าวจบ จักรพรรดิมารสวรรค์ก็หันหลังจากไป

จ้าวเรือนจำที่หกจิบชามองนางคล้อยหลังหายไป แล้วพึมพำในใจขณะมองทะเลเมฆา “หากเจ้ากล้าโกหกข้า แดนอสูรปรีดีก็ไม่ต้องมีตัวตนในโลกอีก”

ไม่นานนัก ชายชุดดำผู้หนึ่งซึ่งสะพายกล่องดาบไว้เบื้องหลังก็ปรากฏขึ้นจากไกล ๆ

“ใต้เท้าจ้าวเรือนจำ ฉินเฟิง บุตรศักดิ์สิทธิ์จากตำหนักสุริยันแห่งลัทธิทางช้างเผือกถูกซูเสวียนจวินสังหารแล้วขอรับ”

ชายชุดดำก้มหน้าคารวะและรายงาน “ผู้น้อยคิดว่าตนไม่อาจรับมือซูเสวียนจวินได้ จึงทำได้เพียงถอยก่อน จากสายตา ตัวตนใด ๆ ในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำผู้ควบคุมกฎสวรรค์ภูมิดาราไม่อาจเป็นศัตรูของซูเสวียนจวินได้เลยขอรับ”

แววตาของจ้าวเรือนจำที่หกวูบไหวด้วยความตกตะลึงกับข่าวที่ได้ยิน

ครู่ต่อมา เขาก็กระซิบ “ขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำเป็นเพียงการฝึกฝน แต่การมีอำนาจต่อสู้น่าอัศจรรย์เพียงนี้ เจ้าคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับเคล็ดเวียนวัฏสงสารที่ซูเสวียนจวินบรรลุหรือไม่?”

ชายชุดดำส่ายหน้า “ยากจะกล่าวได้ขอรับ”

“เจ้าออกไปเถอะ ภายหน้าเมื่อข้าจับตัวซูเสวียนจวินได้ ข้าจะถามเขาเอง”

ชายชุดดำคารวะอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังก้าวจากไป

…

ถ้ำเสวียนจวิน

ในตำหนักแห่งหนึ่ง

เมิ่งเทียนอินนั่งคุกเข่าก้มหัว สลดทั้งกายใจ

ทันทีที่เขากลับมา เขาก็เล่าเรียงทุกสิ่งเกี่ยวกับศึกหน้าภูเขาอันเป็นที่พำนักตระกูลหวังแห่งแคว้นจงออกมาหมดเปลือก ไม่กล้าหมกเม็ดแม้แต่น้อย

ซ่างเทียนฉีนั่งบนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าดำราวก้นบ่อน้ำ ไม่ได้กล่าววาจาใด

จิตสังหารพลุ่งพล่านในอากาศเบื้องหลังเขา ทำให้อากาศทั่วตำหนักเย็นเฉียบ จนเมิ่งเทียนอิ่นอึดอัดเสียจนแทบไม่อาจหายใจ

ไม่ต้องคิด เมิ่งเทียนอิ่นก็รู้ว่าการตายของบุตรศักดิ์สิทธิ์ฉินเฟิงทำให้ซ่างเทียนฉี นักบวชลำดับที่หนึ่งแห่งตำหนักสุริยันเดือดดาลโดยสมบูรณ์!

“ด้วยอำนาจต่อสู้ของฉินเฟิง และบาตรกลืนดาราที่เจ้าลัทธิมอบให้ การกวาดล้างตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำขั้นต้นในมหาแดนดินนี้ก็ทำได้ไม่ยากเลย”

เขาเงยหน้าขึ้นมองเมิ่งเทียนอิ่นที่นั่งคุกเข่าอยู่ “ซูอี้ผู้นี้แข็งแกร่งยิ่งเพียงนั้นจริงหรือ? เขาสังหารฉินเฟิงได้ง่าย ๆ เพียงนั้นเลยหรือ?”

เห็นได้ชัดว่าซ่างเทียนฉียอมรับเรื่องทั้งหมดนี้ไม่ได้!

หน้าผากของเมิ่งเทียนอิ่นชื้นเหงื่อ หัวใจของเขาพลันตึงเครียดขึ้นมา “เรียนใต้เท้า ผู้น้อยไม่กล้าโกหกเรื่องสำคัญเช่นนี้หรอกขอรับ”

ซ่างเทียนฉีส่งเสียงรับเบา ๆ และพลันถามขึ้นว่า “งั้นที่ซูอี้บอกว่าอวตารของเจ้าลัทธิในภูมิมืดมิดสิ้นไป เจ้าคิดว่าจริงหรือไม่?”

เมิ่งเทียนอิ่นตอบโดยไร้ลังเล “เจ้าลัทธิแข็งแกร่งเสียจนไร้สิ่งใดกล้ำกรายได้!”

ซ่างเทียนฉีถอนหายใจยาว แววตาแปรเปลี่ยน กล่าวเสียงต่ำ “ทว่ากาลเวลาผ่านแสนนาน ไฉน… อวตารของเจ้าลัทธิจึงยังไม่กลับจากภูมิมืดมิดเสียทีเล่า?”

เมิ่งเทียนอิ่นผงะไป หัวใจหนาวเยือก เขาพลันประจักษ์ว่าใต้เท้าเริ่มสงสัยแล้วว่าร่างอวตารของเจ้าลัทธิจะสิ้นไปจริง ๆ!

บรรยากาศในโถงหดหู่มากขึ้นทุกขณะ

ซ่างเทียนฉีนวดขมับ โบกมือไล่ “ไปหาชิงถัง ถ่ายทอดวาจาซูอี้ให้นาง ดูปฏิกิริยา แล้วบอกนางทีว่า…”

เสียงแหบของเขาเผยความเด็ดขาดห้ามฝ่าฝืน

“ขอรับ!”

เมิ่งเทียนอิ่นรับคำสั่ง

หลังออกจากตำหนัก ไม่นานเมิ่งเทียนอิ่นก็พบตัวชิงถัง ณ ข้างธารแห่งหนึ่ง

ก่อนที่เมิ่งเทียนอิ่นจะทันได้พูด ชิงถังก็กล่าวขึ้นเรียบๆ “อาจารย์ข้าฝากข้อความมาบอกข้าหรือ?”

นางนั่งบนเก้าอี้หวาย อาบแสงจากนภา ดวงตางดงามกระจ่างจ้องมองกอบัวกลางผืนธาร น้ำเสียงราบเรียบไม่แยแส

เมิ่งเทียนอิ่นผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้า “ถูกต้อง”

ริมฝีปากสีกุหลาบของชิงถังหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย พึมพำกับตนเอง “ข้าก็ว่าแล้ว หาไม่ ด้วยนิสัยอาจารย์ข้า ท่ามย่อมไม่ให้เจ้ารอดกลับมาแน่”

เมิ่งเทียนอิ่นรู้สึกไม่สบายใจไปชั่วขณะ สีหน้าพลันหม่นหมองไม่น่าดู

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1098: ซูเสวียนจวินต้องตาย"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF