บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1100: ซูเสวียนจวินช่างไม่เข้าใจบ้างเลย
ตอนที่ 1100: ซูเสวียนจวินช่างไม่เข้าใจบ้างเลย
สายตาของจักรพรรดิมารสวรรค์ดูแปลกไป ไม่รู้เช่นกันว่านึกอะไรขึ้นได้ นางจึงถึงกับหัวเราะฮิ ๆ ขึ้นมา
อาการดีอกดีใจเช่นนั้น ราวกับจิ้งจอกที่ขโมยลูกไก่ได้
หากให้จ้าวเรือนจำที่หกมาเห็นเข้า คงจะนึกภาพไม่ออกเลยว่าหญิงสาวสวมชุดสีแดงราวกับเพลิงไฟ ยิ้มสวยดังดอกไม้ตรงหน้าคนนี้จะเป็นบรรพชนแห่งสำนักแดนอสูรปรีดีผู้หยิ่งผยองทะนงตนคนนั้น
ช่างแตกต่างกันเสียเหลือเกิน
ทั้งนี้เกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงง่ายของจักรพรรดิมารสวรรค์ บางครั้งนางเปรียบดังนางสวรรค์สวยหยดย้อย ทรงสง่าและทะนงตน ทุกอากัปกิริยาเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
บางครั้งเย้ายวนประดุจมารสาว หลากหลายรสชาติ สวยแบบยั่วยวนรัญจวนหัวใจ
บางครั้งเย็นชาแข็งกระด้างดุจน้ำแข็ง ราวกับผู้กำหนดชะตาชีวิตที่ไร้หัวใจ มองดูทุกสิ่งด้วยความเฉยชา
ทว่าเวลานี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าซูอี้ นางกลับคล้ายสาวน้อยมีชีวิตชีวาและคล่องแคล่ว ยิ้มหวานอ่อนโยน แสดงความดีใจออกมาโดยไม่ปิดบัง
จักรพรรดิมารสวรรค์ลูบหน้าผากด้วยความรู้สึกเจ็บ ก่อนจะกล่าวขึ้น “พูดง่าย ๆ ก็คือ เรื่องโกหกจ้าวเรือนจำที่หกนี้ ข้าได้บอกแผนการของพวกเราให้เขาฟังตามความจริง เพราะอย่างไรเสีย หากโกหกไป สุดท้ายความจริงจะแตกได้ง่าย”
พูดจบ นางก็เล่ารายละเอียดเรื่องที่พูดคุยกับจ้าวเรือนจำที่หก
ซูอี้สามารถเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว
สายตาของเขาเป็นประกาย ก่อนจะกล่าวขึ้นมา “คนผู้นั้นไม่มีทางเชื่อเจ้าง่าย ๆ เป็นแน่ สาเหตุที่มอบสมบัติลับฟ้าดินสองชิ้นนี้ให้แก่เจ้า ก็เพราะอยากจะยืมมือเจ้าทดสอบว่าข้าสามารถสลายพลังประทับต้องห้ามที่ครอบคลุมอยู่บนสมบัติลับฟ้าดินได้หรือไม่”
หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขากล่าวต่ออีก “และนี่ก็แสดงว่า ถึงแม้ที่ผ่านมาหอเก้าสวรรค์จะตามหาสมบัติลับฟ้าดินมาโดยตลอด แต่ด้วยพลังของพวกจ้าวเรือนจำที่หกไม่อาจสลายผนึกปิดบนสมบัติลับฟ้าดินได้ จึงไม่อาจรับปราณมารดาฟ้าดินได้เป็นธรรมดา”
จักรพรรดิมารสวรรค์นิ่งตะลึงไปชั่วครู่จึงกล่าว “จิตใจพี่ซูละเอียดประหนึ่งเส้นผม ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเพราะสาเหตุเช่นนี้”
“นั่นเป็นเพราะเจ้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับสมบัติลับฟ้าดินเลยต่างหาก” ซูอี้เอ่ยขึ้นมา
หากว่าเป็นเมื่อชาติก่อน ด้วยระดับวิถีที่ยิ่งใหญ่ในมหาแดนดินของเขา ก็ไม่อาจค้นพบความแยบยลของสมบัติลับฟ้าดินได้เช่นกัน และยังอาจทำได้เพียงแค่โยนสมบัติเหล่านี้เข้าสู่คลังให้ฝุ่นเกาะเท่านั้น
ในชาตินี้ หลังจากที่ควบคุมกฎแห่งจุดจบได้แล้ว เขาจึงมองทะลุความลับฟ้าดินได้อย่างชัดแจ้งแท้จริง!
ในสถานการณ์เช่นนี้ จักรพรรดิมารสวรรค์จะเข้าใจความลี้ลับภายในนั้นได้เช่นใดกัน?
“เช่นนั้นหรือ…”
สองมือของจักรพรรดิมารสวรรค์ไพล่หลัง เรือนร่างอรชรโน้มมาข้างหน้าเล็กน้อย กล่าวอย่างมีความหวัง “พี่ซู ให้ดูหน่อยว่าสมบัติฟ้าดินนี้มีรูปร่างหน้าตาอย่างไรกันแน่”
ซูอี้พยักหน้าน้อย ๆ
เขาหยิบหยกชิ้นหนึ่งขึ้นมาก่อน ขับเคลื่อนพลังกฎแห่งจุดจบ นิ้วชี้แตะลงบผิวหยกเบา ๆ
พรึ่บ!
เมื่อแสงสว่างปรากฏ แผ่นหยกธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษชิ้นหนึ่งก็เกิดความเปลี่ยนแปลง ส่องประกายสว่างวาววับแสบตา ราวกับหยกศักดิ์สิทธิ์ ภายนอกมีหมอกไอสีขาวรางเลือนล้อมรอบ ทว่ากลิ่นอายของมันนั้นหนักหน่วงรุนแรงเหลือคณา!
สายตาของจักรพรรดิมารสวรรค์ไม่คลาดเคลื่อน จิตใจสั่นสะท้าน “พลังต้นกำเนิดฮุ่นตุ้น ตระการตามาก ลำเพียงแค่กลิ่นอายเท่านั้น ก็ทำให้ข้ารู้สึกได้ถึงความยิ่งใหญ่ไร้ขอบเขต…”
อย่างไม่ต้องสงสัย นี่ก็คือปราณมารดาฟ้าดิน พลังแห่งแหล่งต้นกำเนิดแรกสุดซึ่งอุบัติขึ้นในภูมิดาราฟ้าดิน!
นิ่งเงียบไปสักครู่ เขากล่าว “วันข้างหน้าเมื่อหลอมปราณมารดาฟ้าดินได้มากยิ่งขึ้น ด้วยสติปัญญาและวิถีเต๋าของเจ้า ย่อมสามารถที่จะพัฒนากฎกำเนิดห้วงดาราที่สมบูรณ์พร้อมได้หนึ่งข้อ เช่นนี้ก็สามารถประคับประคองให้สูงได้ ลำบากครั้งเดียวสามารถแก้ไขปัญหาวิถีเต๋าในตัวของเจ้าได้”
จักรพรรดิมารสวรรค์รับแผ่นหยกชิ้นนั้นมาถือไว้แน่นราวกับจับมหาวิถีจรัสแสงที่ผ่านสู่อนาคต สีหน้าและดวงตาผุดประกายเหม่อลอยออกมา
นางเป็นเจ้าสำนักแดนอสูรปรีดี เป็น ‘บรรพชน’ ที่ตัวตนวิถีมารในใต้หล้าต่างให้ความยกย่อง หากว่าอยู่ในแผ่นดินมหาแดนดิน ถือเป็นตัวตนน่ากลัวที่ยืนอยู่ปลายทางมหาวิถีไปตั้งนานแล้ว
ทว่ามีแต่ตัวนางเท่านั้นที่รู้ดีว่า วันเวลาที่ผ่านมานั้นอุปสรรคที่ตัวเองพานพบนั้นน่ากลัวและอันตรายเพียงใด
หากเผลอพลั้งไม่ระวังจะต้องตกสู่เหวลึก!
เป็นเพราะไม่อาจค้นเจอหนทางวิถีที่สูงส่งยิ่งกว่าได้สักที นางจึงจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางปิดผนึกและสะกดวิถีของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าเมื่อช่วงหลายปีก่อน นางรู้สึกได้ราง ๆ ว่า วิชาปิดผนึกทั้งหมดยากจะช่วยตัวนางได้อีก หากไม่อาจหาหนทางแห่งการบรรลุขอบเขตได้เจออีก นางจะต้องร่วงจากมหาวิถีหล่นไปสู่โลกมนุษย์!
แต่ตอนนี้ นางคว้าหนทางเช่นนี้ไว้ได้แน่นแล้ว!
ความปีติยินดีและตื้นตันเช่นนั้น ไม่อาจพรรณนาออกมาด้วยวาจา
จักรพรรดิมารสวรรค์พลันเหลือบสายตาจับจ้องไปที่ซูอี้ พลางกล่าวขึ้นอีกว่า “พี่ซู แต่ก่อนนี้ข้าเคยกล่าวเอาไว้หลายครั้งว่าหลังจากที่เอาชนะพี่ซูได้แล้วจะนอนกับพี่ ตอนนี้ข้าเปลี่ยนใจแล้ว”
ซูอี้หัวเราะขึ้นมา พลางกล่าว “คำกล่าวด้วยอารมณ์เช่นนั้น ข้าไม่เคยเชื่อเลย”
จักรพรรดิมารสวรรค์กัดริมฝีปากแดงเฉิดฉาย ดวงตาใสสว่างประดุจน้ำ น้ำเสียงมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน พลางกล่าว “แต่ครั้งนี้ พี่ซูจะต้องเชื่อ ข้าอยากจะให้พี่ซูนอนกับข้า! ไม่เช่นนั้น ข้าคงกังวลว่าชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่อาจชดเชยน้ำใจของพี่ซูได้…”
พูดจบ นางก็กะพริบตาใสสว่าง สีหน้าดูเขินอายเล็ก ๆ ยั่วยวนหน่อย ๆ ประกอบกับความหวาดเกรงที่มีอยู่บาง ๆ กล่าว “นับแต่ที่ข้าฝึกตนมานี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน เมื่อก่อนนี้ ข้าเกลียดผู้ชายเป็นที่สุด พูดถึงการฝึกบำเพ็ญคู่ขึ้นมาแล้วเป็นต้องรู้สึกคลื่นไส้ แต่ครั้งนี้ ข้าเต็มใจ อยากจะ… โอ๊ย เจ็บนะ!”
จักรพรรดิมารสวรรค์สูดปากด้วยความโกรธ
ซูอี้บิดติ่งหูซ้ายของนาง ร่างอรชรอ้อนแอ้นสั่นสะท้าน ทั้งอายทั้งโกรธ จ้องดูซูอี้ด้วยความไม่พอใจอย่างแรง “ซูเสวียนจวิน! ข้ายินดีให้เจ้านอนด้วย เหตุใดเจ้าช่างไม่เข้าใจบ้างเลย?”
ซูอี้ปล่อยมือ กล่าวน้ำเสียงราบเรียบ “ยินยอมพร้อมใจ ยินดีอะไรกัน พูดให้ชัดเจน เจ้าคิดจะเอาการตอบแทนบุญคุณมาบังหน้าเพื่อหลอกเอากำไรจากข้า ฝันหวานไปเถอะ”
จักรพรรดิมารสวรรค์ “?”
ซูอี้พูดต่อ “ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเคยบอกกับเจ้าไปแล้วว่า วันข้างหน้าเมื่อเจ้าหาสมบัติลับฟ้าดินเจอ ต้องแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
จักรพรรดิมารสวรรค์ยกมือขึ้นลูบหน้าผาก หน้าอกสวยกระเพื่อมขึ้นลง
หลังจากนิ่งเงียบไปชั่วครู่ นางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความไม่พอใจ “เจ้าคอยดูก็แล้วกัน สักวันหนึ่ง ข้าจะต้องนอนกับเจ้าให้ได้!!”
ซูอี้หัวเราะและกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “หางจิ้งจอกโผล่ออกมาง่าย ๆ เช่นนี้เลย?”
นางมารตนนี้ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เมื่อตอนอดีตชาติซูอี้ก็เคยพบเจอมาแล้วหลายครั้ง จึงเข้าใจเป็นธรรมดาว่า ไม่อาจจริงจังกับเรื่องนี้ได้ ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียหายหนักได้!
จักรพรรดิมารสวรรค์นั่งโกรธอยู่อีกด้าน ฉับพลันหัวเราะขึ้นมาราวกับกลั้นไม่อยู่ กล่าวพึมพำ “แม้กระทั่งข้าก็ยังไม่กล้า เจ้านี่นะ สู้สัตว์เดรัจฉานก็ไม่ได้!”
ซูอี้ไม่สนใจอีก
เขาหยิบตราประทับชิ้นนั้นขึ้นมา พอลูบ พลังประทับต้องห้ามของวัตถุสิ่งนี้พลันสลายไป จากนั้นนั่งขัดสมาธิเริ่มทำสมาธิ
มีสมบัติลับฟ้าดินนี้แล้ว เขามั่นใจว่าสามารถฝึกตนจนถึงขั้นขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำขั้นสมบูรณ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น!
ไม่ไกลนัก จักรพรรดิมารสวรรค์เห็นเช่นนี้แล้ว ได้แต่ถอนใจ จากนั้นสลัดความคิดฟุ้งซ่าน จิตใจจอจ่ออยู่ที่สมบัติลับฟ้าดินในมือ
………………..