บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1111: ความตายของผีหมัว
ตอนที่ 1111: ความตายของผีหมัว
บททดสอบแห่งสวรรค์ปรากฏ และอำนาจอันเปี่ยมปราณร้ายแรงเจาะรูใหญ่ขึ้นที่ภาพแผนที่แดนมารนิจนิรันดร์ในทันที
ตัวตนร้ายกาจสิบกว่าตนกระจัดกระจายสิ้นใจราวหญ้าแห้งไหม้ไฟ
อำนาจทำลายล้างเช่นนี้ทำให้เหล่าตัวตนบรรพกาลในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำล้วนตัวสั่น
ทว่าไม่มีผู้ใดคาดว่าต่อหน้าซูอี้ ทัณฑ์อสนีบาตนี้กลับไม่อาจต่อกร ระเบิดออกทันทีราวแก้วเปราะ ๆ!
นี่เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงแท้
ทว่าทันใดนั้น จักรพรรดิพิษเทียนฮู่ก็อดหัวเราะสนั่นฟ้าไม่ได้ “โคตรเจ๋ง! ใช้อำนาจทัณฑ์สวรรค์ทำลายวงล้อมสังหารในพริบตา วิธีการยืมพลังแห่งสรรพสิ่ง ความกล้าเช่นนี้ โลกนี้คงไม่มีผู้ใดเทียบ!”
วาจาของเขาเต็มไปด้วยความปรีดาตื่นเต้น
“ข้าว่าแล้วว่าอาจารย์จะไม่เป็นไร…”
เย่ลั่วพึมพำ
ก่อนหน้านี้ พวกเขาล้วนหลั่งเหงื่อเป็นถังแก่อาจารย์ หัวใจร่วงหล่นถึงตาตุ่ม กลัวอาจารย์จะรับมันไม่ไหว
แต่ยามนี้ พวกเขาตระหนักแล้วว่าพวกตนคิดมากไป สถานการณ์ทุกอย่างล้วนอยู่ในควบคุมของอาจารย์เสมอ!
“ใต้เท้าซูยืมพลังจากหายนะทำลายวงล้อม นี่เป็นการวางแผนอย่างมีชั้นเชิง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าก่อนหน้านี้ เราทั้งหลายล้วนประเมินใต้เท้าซูต่ำเกินไป…”
เยี่ยนซู่หนีรำพึง
ทั่วหล้าเซ็งแซ่ หัวใจทุกคนตกตะลึง
ภาพนี้หาได้ยากจริงแท้ ชวนตะลึงและเหลือเชื่อยิ่งนัก
เพราะถึงอย่างไร ทุกคนก็คิดว่าสถานการณ์ของซูอี้คับขัน ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย และการข้ามหายนะก็เป็นการเดิมพันชีวิตโดยแท้
แต่ใครเล่าจะคิดว่าเมื่อหายนะอันเปี่ยมปราณดุจสวรรค์สั่งตายปรากฏขึ้นจริง ๆ มันจะแสดงบทบาทพลิกสถานการณ์ ช่วยให้ซูอี้เปลี่ยนอันตรายเป็นหายนะของอีกฝ่ายในคราเดียว!
“น่ารังเกียจนัก!!”
ก่อนหน้านี้ เมื่อซูอี้เข้าไปในภาพแผนที่แดนมารนิจนิรันดร์ เขานั้นแสนดีใจและขู่เก็บซากซูอี้ตั้งสุสาน
ผลก็คือ เขาถูกตบหน้าโดยไร้ปรานี
และเมื่อคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยก้าวออกมาล้อมสังหารซูอี้ ผีหมัวก็แน่ใจว่าซูอี้ครานี้คงตายแน่แท้ เขาจึงขู่จะกวาดสุสานให้ซูอี้ทุกปี
ใครเล่าจะคิดว่าเขาจะยังถูกตบหน้าอีกรอบ!
ยามนี้ ผีหมัวไม่อาจทราบได้ว่าตนถูกตบอย่างแรงมากี่หน จนเขาใกล้จะบ้าเต็มทน
“ทำได้ดีมาก ซูเสวียนจวิน เจ้ากล้าทำลายสมบัติสูงสุดของโรงวาดฤทัยของข้า!”
คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยเองก็เดือดดาล ใบหน้างามเย็นชา ดวงตาเผยจิตสังหาร
แม้ว่าภาพแผนที่แดนมารนิจนิรันดร์จะไม่ได้ถูกทำลายราบคาบ มันก็ถูกโจมตีหนักเสียจนหัวใจของนางหลั่งเลือด
“ก็แค่เอาคืนเล็กน้อย เจ้าก็รับมิได้เพียงนี้เลยหรือ?”
ซูอี้หัวเราะ เดินเข้าไปหาคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัย
บาดแผลส่วนใหญ่ในร่างของเขาได้รับการเยียวยาแล้ว และแม้อาภรณ์ของเขาจะเปรอะเลือด แต่ปราณของเขาแผดเผาเดือดพล่านดุจเปลวเพลิง และอำนาจในกายเขาก็แปรเปลี่ยนอย่างน่าอัศจรรย์
ยามนี้ ทุกคนล้วนเห็นได้ว่าปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินกำลังเลื่อนขอบเขต!
หัวใจของคุณหนูรู้สึกหวั่นเกรง สะกดกลั้นโทสะในใจ
นางเหลือบมองเมฆาทัณฑ์ในนภากาศ แล้วกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “หายนะเพิ่งเริ่ม ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะรอดมาได้!”
เสียงยังไม่ทันสร่าง นางก็ยกมือเปล่าขึ้น
ครืน!
ภาพแผนที่แดนมารนิจนิรันดร์ซึ่งปกคลุมไปทั่วแดนดินหดตัวลงและถูกนางเก็บไป
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านางกังวลที่สมบัตินี้จะถูกทัณฑ์สวรรค์ฟาดใส่อีกหน นางจึงไม่กล้ารับมือซูอี้และเก็บสมบัตินี้ไปทันที
“หายนะนี้ร้ายกาจจริงแท้ ทว่าในสายตาข้า มันไร้พิษสง”
ซูอี้กล่าวพลางโบกสะบัดดาบโจมตี
ทุกคนต่างงุนงง ยามนี้เขากลับไม่ตั้งใจก้าวข้ามหายนะ แล้วยังจะมาเข่นฆ่าศัตรูอีกหรือ!?
คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยเองก็งุนงง เนื่องจากถูกโจมตีไม่ตั้งตัว
ดุจดั่งจิตรกรใช้ฟ้าดินเป็นผ้าใบ วาดภาพแต่งแต้ม
ทันใดนั้น ดอกบัวอันสวยสดงดงามนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นในสุญญะ ราวเปลวเพลิงแผดเผา ปกคลุมบดบังซูอี้ไว้
“สตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา อำนาจเช่นนี้สามารถสังหารตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำขั้นกลางได้โดยง่าย!”
เปลือกตาของจักรพรรดิพิษเทียนฮู่กระตุก
เขาเห็นได้ว่าปราณของคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยนั้นพิเศษเกินคาดหยั่งอย่างยิ่ง และเห็นได้ชัดว่าพู่กันสีครามในมือของนางเป็นยอดสมบัติ ทำให้แม้วาดออกไปเฉย ๆ ก็เกิดเป็นอำนาจร้ายแรง ทำลายได้กระทั่งตัวตนในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำขั้นกลาง แข็งแกร่งอย่างยิ่ง!
ทว่าซูอี้ไม่จำเป็นต้องต่อต้าน เพราะเขาเห็นว่าในนภากาศ ทัณฑ์อสนีบาตสายหนึ่งได้ฟาดลงมา ระเบิดมวลบุปผาที่คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยวาดขึ้นจนสลายสิ้น!
และทัณฑ์อสนีบาตประหลาดก็ระเบิดออกก่อนถึงร่างซูอี้ แปรเปลี่ยนเป็นละอองพิรุณแสงหลากสีซึมเข้าไปในร่างของเขา
ทันใดนั้น การเปลี่ยนแปลงของซูอี้ก็รวดเร็วยิ่งขึ้น
ภาพนี้ทำให้ดวงตาของทุกคนเหลือกถลน คางแทบร่วงชิดพื้น
ใบหน้างามของคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยก็ย่ำแย่
หายนะเช่นนี้แปลกประหลาดเกินไป มันร้ายกาจอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าซูอี้ มันกลับเปราะบาง ล้มล้างทุกจินตนาการของผู้คน
ขวับ!
ปราณดาบสายหนึ่งทะยานสู่เวหา ฟาดฟันเข้ามาใส่
พู่กันสีครามในมือคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยโบกสะบัด บังเกิดเป็นธารดารา แม้มันจะขวางปราณดาบของซูอี้ได้ ทว่าในพริบตา มันก็ถูกทัณฑ์อสนีบาตจากนภาฟาดทำลาย
สิ่งนี้ทำให้คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยกัดฟันกรอด นางไม่ลังเลอีกต่อไป ร่างของนางถอยลี้ไปไกล ไม่คิดลงมือโจมตีซูอี้อีก
เพราะต่อให้นางออกวิชาสังหาร ทัณฑ์อสนีบาตก็จะฟาดลงมาจากนภาเพื่อถล่มใส่นาง!
จะสู้เช่นไรได้อีก?
ทว่าซูอี้หรือจะปล่อยนางไป เขาไล่ตามฟาดฟันดาบโจมตีนางไปติด ๆ
เขากำลังก้าวข้ามขอบเขตมหาวิถี ทำให้ทุกดาบที่เขาฟาดฟันมีอำนาจเหนือขั้นสมบูรณ์แบบแห่งขอบเขตหยั่งเห็นลึกล้ำ ร้ายกาจน่าหวาดหวั่น
คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยหลบลี้เคลื่อนไหวไม่หยุดพัก ในขณะที่ซูอี้ไล่ล่า ทัณฑ์สวรรค์จากสุดนภาคำรามร่วง ถล่มเข้าใส่ซูอี้อย่างต่อเนื่อง
ไม่รู้ว่ามีคนมากมายเพียงไรเห็นเช่นนี้แล้วตะลึงค้าง
มันดูราวกับมหาสงครามอันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้ยามบรรพกาล ช่างแปลกประหลาดนัก!
เพียงไม่กี่พริบตา คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยก็ถูกโจมตีจนย่ำแย่สาหัส ใบหน้างดงามยุ่งเหยิง ดวงตาเกรี้ยวกราดแทบพ่นเพลิง
ช่างน่าอายยิ่ง
ทุกวิชาสังหารที่นางใช้ ก่อนจะทันได้ทำซูอี้บาดเจ็บก็ถูกทัณฑ์อสนีบาตขยี้แหลกไปเสียก่อน
และปราณดาบแต่ละสายที่ซูอี้ฟาดออกมาล้วนไร้กีดขวาง ทุกคราที่ร่างของนางถูกฟัน นางก็จะซวนเซ เลือดลมปั่นป่วนทั้งกาย
แม้ว่าปราณดาบเหล่านี้จะถูกนางสลายไปในท้ายที่สุด แต่ความรู้สึกที่ต้องเป็นฝ่ายถูกโจมตีฝ่ายเดียวทำให้นางทั้งโกรธเคืองและอับอาย
ที่มาของนางพิเศษยิ่ง ฐานะของนางในโรงวาดฤทัยก็สูงส่งเช่นกัน สมบัติที่นางถือครองยังกล่าวได้ด้วยว่าเป็นสมบัติชั้นยอด ในศึกเผชิญหน้า ต่อให้เจอตัวตนในขอบเขตมหาจักรพรรดิ นางยังไร้ความกลัวได้!
หากนางอยู่ในห้วงลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว เพียงขานตัวตนของนาง นางก็สามารถทำให้ตัวตนระดับราชันย์แห่งภูมิก้มหัวอย่างหวาดเกรงได้แล้ว!
ทว่ายามนี้ นางกลับถูกโจมตีเละเทะ จะไม่ให้โกรธได้เช่นไร?
ขณะเดียวกัน ซูอี้เองก็แปลกใจมากเช่นกัน ครานี้เขาตระหนักแล้วว่าเขาประเมินความน่ากลัวของคุณหนูจากโรงวาดฤทัยผู้นี้ต่ำเกินไปมาก
วิถีเต๋าของสตรีผู้นี้น่าจะอยู่ในขอบเขตสานพันธะลึกล้ำขั้นกลาง แต่อำนาจที่นางถือครองกล่าวได้ว่าท้าทายอำนาจสวรรค์
โดยเฉพาะพู่กันสีครามในมือนาง มันเป็นยอดสมบัติอันทรงพลังยิ่งอย่างเห็นได้ชัด!
ซูอี้อดสงสัยไม่ได้ว่า หากตนไม่ใช้พลังของดาบเก้าคุมขัง เกรงว่าคงยากจะสั่นคลอนสตรีผู้นี้ยามทำศึก!
แน่นอน ซูอี้ก็ทราบดีว่าท้ายที่สุด ประการแรก ความต่างชั้นการฝึกฝนของเขากับอีกฝ่ายสูงเกินไป
ประการที่สอง อีกฝ่ายมีที่มาพิเศษ ภูมิหลังเหนือผู้ใด และสมบัติกับเคล็ดวิชาสารพัดของนางเกินจินตนาการ
เพราะเหตุนี้ ต่อให้เขาใช้พลังของดาบเก้าคุมขังเข้าโจมตี เขาก็ไม่อาจสยบอีกฝ่ายได้ในกาลอันสั้น
อั้ก!
ไม่นานนัก คุณหนูก็กระอักเลือด ใบหน้างามของนางซีดลงเล็กน้อย
เห็นเช่นนี้ ผีหมัวซึ่งกระสับกระส่ายมองศึกอยู่ก็อดเปลี่ยนสีหน้าไม่ได้ หัวใจของเขาเจ็บแปลบ สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรนสงสาร
เขากัดฟันกรอด มิสนใจสิ่งอื่นใด ร่างของเขาทะยานออกไป “คุณหนู ข้ามาช่วยแล้ว!”
น้ำเสียงของเขาแน่วแน่
เรื่องนี้เกินคาดหมายของทุกคน
ควรค่าจดจำว่าผีหมัวนั้นบาดเจ็บสาหัส และกระทั่งจะหยุดดาบอาจารย์ตนให้ถึงสามยังทำไม่ได้
ทว่ายามนี้เขากลับไม่ลังเลจะออกมาปกป้องคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัย ไม่คิดสนใจชีวิตตนเองด้วยซ้ำ!
“ขอบคุณมาก”
คุณหนูจากโรงวาดฤทัยเองก็ตะลึงไป ราวมิคาดว่าผีหมัวจะออกมาปกป้องนาง
“นั่นคือสิ่งที่ข้าควรทำ… คุณหนู เจ้า!!”
ทันทีที่ผีหมัวกล่าวเช่นนี้ ร่างของเขาพลันแข็งทื่อ สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
เพราะคุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยพลันเอื้อมมือเรียวดุจหยกของนางข้างหนึ่งคว้าคอเขาไว้ ยกขึ้นขวางตรงหน้านาง
แทบจะในยามเดียวกัน ปราณดาบร้ายกาจก็ฟาดมาไกล ๆ
ยามนี้เอง เขาจึงพลันตระหนักว่าแม้ตนจะทิ้งชีวิตออกมาช่วย แต่ก็ถูกคุณหนูสลัดทิ้งโดยไม่แยแส ถือเสียเพียงเป็นโล่มนุษย์ ใช้หยุดปราณดาบของอาจารย์!
การเปลี่ยนแปลงนี้รวดเร็วเกินไป จนยามผีหมัวรู้ตัว เขาก็ไร้โอกาสหลบหนี ทำได้เพียงมองปราณดาบแหวกอากาศเข้าใส่
ฉัวะ!
ที่อกของผีหมัวเกิดแผลลึกเลือดอาบขึ้น
ปราณดาบอหังการอาละวาดทำลายร่างของเขาครึ่งหนึ่ง โลหิตพรั่งพรูลง
โชคดีที่ดาบนี้ไม่ได้เล็งมาหาเขา มันจึงไม่ได้สังหารเขาทิ้งในพริบตา
แต่ถึงเช่นนั้น หลังจากรับดาบนี้ไป ผีหมัวผู้บาดเจ็บสาหัสอยู่ก่อนแล้วก็แทบสลายสิ้นทั้งร่างวิถีและจิตวิญญาณ พลังชีวิตหลั่งไหลรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าอยู่ต่อได้ไม่นาน
ไกลออกไป ซูอี้เลิกคิ้วและหยุดมือทันที
เขาไม่คาดว่าเมื่อยามผีหมัวเสี่ยงชีวิตเข้าช่วย คุณหนูจากโรงวาดฤทัยจะเด็ดขาดเหี้ยมโหด ใช้ผีหมัวเป็นโล่เนื้อหยุดดาบนี้ของเขา
ยามนี้ ความเจ็บปวดทิ่มแทงและโทสะกระตุ้นให้ใบหน้าของผีหมัวบิดเบี้ยว
เขาหันกลับมามองร่างที่ถอยหายไปหลายสิบจั้งแล้ว พลางกล่าวลอดไรฟัน
“เพราะ! เหตุ! ใด!?”
วาจานั้นดูราวถูกเค้นลอดไรฟัน เต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ราวสัตว์ร้ายใกล้ตายแต่มิเต็มใจ ช่างขมขื่นระทม
“เจ้าสาบานด้วยหัวใจวิถีแล้วว่าจะตายเพื่อข้า แต่ยามนี้เสียใจแล้วหรือไร?”
คุณหนูแห่งโรงวาดฤทัยที่อยู่ไกลออกไป กล่าวอย่างไม่รู้ร้อน
นางสังเกตเห็นว่าซูอี้ไม่ได้ไล่ตามนางมาอีก จึงดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด
ส่วนผีหมัวผู้ใกล้สิ้นใจ นางไม่ได้มีเขาในสายตาอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งการตอบสนองยังดูเฉยเมยอย่างยิ่ง
ผีหมัวสัมผัสถึงความเฉยเมยห่างเหินของคุณหนูได้
สีหน้าอันเย็นชาไร้ใจนี้ทำให้ร่างของเขาแน่นิ่งกับที่ราวหมดอาลัยตายอยาก
ริมฝีปากของเขาสั่นระริก หยุดเอ่ยวจีใด
เหมือนดั่งนางสนมไว้ทุกข์!!