novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1176: ลอบโจมตี

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1176: ลอบโจมตี
Prev
Next

ตอนที่ 1176: ลอบโจมตี

บรรยากาศเงียบกริบไร้เสียงใด

เหล่าผู้ฝึกตนที่เกลี้ยกล่อมซูอี้ในฐานะผู้อาวุโสก่อนหน้านี้ล้วนแสนอับอายแทบตายตก

และเหล่าผู้ฝึกตนที่คิดว่าซูอี้กล้าบ้าบิ่นไม่รู้จักชั่วดีล้วนเปลี่ยนสีหน้าพร้อมเพรียง มือเท้าเย็นวูบวาบ

ส่วนชายชราชุดม่วงนามว่าหวังเป่ยถิงผู้นั้น…

เหงื่อเม็ดโต ๆ ผุดเต็มหน้าผากของเขาทันที

ซูอี้หันมามอง และอดกล่าวอย่างแปลกใจมิได้ “ไยเจ้าจึงมาอยู่นี่ได้?”

ผู้มาเยือนคือจักรพรรดิมารสวรรค์

นางสวมชุดแดง เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน ยกยิ้มกรุ้มกริ่ม “ข้าว่าแล้วว่าคนเช่นเจ้าจะลงมือลำพัง จึงมารอที่นี่สักพักได้”

ซูอี้ถูจมูก ยังพูดอันใดได้อีกหรือ?

เขาไม่เคยเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของซูอี้เลย

หาไม่ เขาคงไม่มีทางทำผิดโง่ ๆ เช่นนี้

“เจ้าทำด้วยเจตนาดี ข้าจะกล่าวโทษเจ้าได้เช่นไร?”

ซูอี้แย้มยิ้ม หันหลังไปเดินเข้าสู่ทางเข้าเขตต้องห้ามเซียนอับโชคไกลออกไป

จักรพรรดิมารสวรรค์รีบร้อนตามไป

“พี่ซู ข้ารู้ว่าเจ้ากังวลว่าจะเกิดอันตรายกับข้าจึงคิดลงมือลำพัง แต่ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะมาดู และข้าเองก็ไม่ได้สนใจความเป็นความตายเท่าไรหรอกนะ”

จักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวเสียงนุ่มนวล “อย่าห่วงเลย หลังเข้าไปในเขตต้องห้ามเซียนอับโชค ข้าจะไม่ก่อเรื่องให้เจ้าแน่นอน!”

“ไม่ใช่เรื่องการก่อเรื่องหรอก”

ซูอี้ว่าพลางชี้ไปยังทางเข้าเขตต้องห้ามเซียนอับโชคที่อยู่ไกลออกไป “หลังเข้าไปในนั้นจะเหมือนเข้าสู่ทางเดินข้ามมิติซึ่งแปรเปลี่ยนตลอดกาล เจ้ากับข้าอาจถูกส่งไปยังพื้นที่ต่างกันในเขตต้องห้ามเซียนอับโชคก็ได้”

เขาย่อมรู้ดีที่สุดว่าเขตต้องห้ามเซียนอับโชคเป็นสถานที่อันตรายเพียงใด

“หากเราไปด้วยกัน ข้าก็ยังช่วยเจ้าได้ แต่หากแยกไปคนเดียวจะอันตรายเกินไป”

ซูอี้ว่า

จักรพรรดิมารสวรรค์กล่าวอย่างจริงจัง “ข้าไม่กลัวหรอก”

ซูอี้พลันตระหนักว่าการเกลี้ยกล่อมนางมารผู้นี้ช่างทำได้ยากเย็นเหลือเกิน

เขาจึงนำม้วนหยกม้วนหนึ่งออกมา วาดแผนที่ลับด้วยจิตสัมผัส จากนั้นก็ส่งให้จักรพรรดิมารสวรรค์ทันที “ในม้วนหยกนี้มีแผนที่รอบนอกของเขตต้องห้ามเซียนอับโชคไว้ ข้าทำตำหนิไว้แล้ว เมื่อเข้าไปได้ ให้เจ้าไปยัง ‘ซากสถานโลหิตทมิฬ’ บนแผนที่ก่อน และข้าจะไปพบเจ้าที่นั่น”

จักรพรรดิมารสวรรค์รับม้วนหยกไปและรีบกล่าวตกลง

ไม่นานนัก ร่างของทั้งสองก็ทะยานหายไปไกล ก่อนจะลับหายเข้าสู่ทางเข้าเขตต้องห้ามเซียนอับโชค

เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ไกลออกไปล้วนรู้สึกโล่งอก

หวังเป่ยถิงปาดเหงื่อกาฬของเขา เหยียดตัวขึ้นตรง และกล่าวด้วยรอยยิ้มแห้ง “พวกเจ้าว่าใต้เท้าซูคุยด้วยง่ายมากหรือไม่?”

คุยด้วยง่าย?

เมื่อครู่พวกเขากลัวกันแทบตาย!

เพราะถึงอย่างไร เมื่อครู่ก็หามีเพียงปรมาจารย์ดาบเสวียนจวินไม่ แต่ยังมีจักรพรรดิมารสวรรค์ บรรพชนแห่งแดนอสูรปรีดีอยู่ด้วย!

เมื่อเห็นว่าไร้ผู้ใดตอบสนอง หวังเป่ยถิงก็อดหัวเราะเยาะตนเองมิได้ “ใต้เท้าซูอยู่ตรงหน้า แต่กลับมิอาจมองเห็น ข้าคนแซ่หวัง… ช่างละอายเกินกว่าจะกลับบ้านจริงแท้…”

…

ที่แห่งนี้คือสถานที่โบราณเก่าแก่ ไม่ว่าที่ใดล้วนให้บรรยากาศแร้นแค้น

หมอกหนาดุจผืนผ้าปกคลุมอากาศ ทำให้ทั่วบริเวณดูเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยม่านปริศนา

เกิดคลื่นมิติสั่นกระเพื่อม

ร่างของซูอี้ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ

เขามองไปรอบ ๆ ทว่าก็พบว่าตนอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน

ก่อนที่ซูอี้จะทันได้สำรวจสถานที่แห่งนี้อย่างจริงจัง ทันใดนั้นประกายแสงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากอากาศ พุ่งเข้าใส่ซูอี้

มันเป็นมดสีแดงเพลิงขนาดราวนิ้วก้อยตัวหนึ่ง ร่างของมันดุจทองแดงสีเพลิง ใบหน้าดุจผีร้าย คมเขี้ยวด้านหน้าเป็นสีเขียว

เมื่อมันพุ่งเข้ามา อากาศก็ราวถูกแผดเผา ปราณร้ายกาจกลืนกินบรรยากาศโดยรอบ

ปราณเช่นนี้หาได้อ่อนแอไปกว่าจักรพรรดิในขอบเขตรู้แจ้งลึกล้ำไม่!

ซูอี้คว้ามันไว้

มดสีแดงเพลิงสิ้นท่า ถูกคว้าไว้ในมือ

“มดเพลิงกลืนวิญญาณ สิ่งร้ายกาจนี้ยังมีอยู่อีก…”

ซูอี้ประหลาดใจ

มดเพลิงกลืนวิญญาณเป็นสัตว์ที่ประหลาดและร้ายกาจอย่างยิ่ง เป็นสัตว์ร้ายบรรพกาลที่สามารถเคลื่อนไหวในอากาศได้อย่างอิสระ และยังสามารถกลืนกินจิตวิญญาณในขอบเขตจักรพรรดิได้โดยง่าย

ยิ่งกว่านั้น เจ้าพวกนี้ยังมักไปมาเป็นฝูง…

ซูอี้อ้าปากค้าง ก่อนจะหันหลังเผ่นหนี

ไม่ใช่เพราะเขากลัว แต่มดเพลิงกลืนวิญญาณนั้นรับมือได้ยากยิ่ง จำนวนของมันมหาศาลไม่จบสิ้น หากตกอยู่ในวงล้อมพัวพันจะไม่อาจหลุดพ้นไปได้ในช่วงสั้น ๆ

สิ่งสำคัญที่สุดคือเจ้าพวกนี้ไม่ได้มีค่าอันใดนัก และร่างของพวกมันก็ใช้เป็นวัตถุดิบหลอมวัตถุได้เพียงน้อยนิด

ในสายตาของซูอี้ทุกวันนี้ มันไร้ค่ามิคุ้มลงมือเอาเสียเลย

ตู้ม!

อากาศพังถล่มราวถูกแผดเผามอดไหม้

ฝูงมดเพลิงกลืนวิญญาณพุ่งสู่อากาศ ไล่ล่าซูอี้อย่างดุเดือด

ระหว่างทาง ที่ใดก็ตามที่สัตว์ร้ายเหล่านี้เคลื่อนผ่านล้วนลุกไหม้แผดเผา ทิ้งไว้เพียงผืนแผ่นดินไหม้เกรียม

การจัดทัพเช่นนี้เพียงพอที่จะทำให้ตัวตนในขอบเขตมหาจักรพรรดิขนหัวลุก

แต่สำหรับซูอี้ มันหาได้เป็นภัยคุกคามมากไม่

ในขณะที่ซูอี้กำลังจะเปลี่ยนทิศทางนั้นเอง เขาก็พบว่าทั่วทิศในอากาศต่างเต็มไปด้วยมดเพลิงกลืนวิญญาณสุดตา

มดเพลิงกลืนวิญญาณเต็มไปหมด!

“นี่ข้าหลุดเข้ามาในรังมดเพลิงกลืนวิญญาณหรือ?”

ซูอี้อดตะลึงมิได้

เขาเพิ่งเข้ามาในเขตต้องห้ามเซียนอับโชค และอยู่เพียงในบริเวณรอบนอกเท่านั้น แต่ก็ยังต้องมาเผชิญการล้อมโจมตีเช่นนี้ ช่างอับโชคจริงแท้!

“งั้นก็ต้องละเลงเลือดเปิดทาง”

ซูอี้ไม่คิดเสียพลังกายสิ้นเปลือง ทว่ายามนี้ดูเหมือนเขาจะไร้ทางเลือกอื่น

ทว่ายามนี้ พลันเกิดเสียงรำพึงขึ้น

“ข้าควรจะจับปลาใหญ่ได้แล้วแท้ ๆ แต่ใครเล่าจะคิดว่าเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่ง”

เสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

“คุณชาย ชายหนุ่มผู้นั้นมิธรรมดานะขอรับ แม้ว่าบ่าวเฒ่าจะมิอาจมองเห็นการฝึกฝนของเขา แต่ก็ทราบได้ว่าเขาเป็นจักรพรรดิผู้เยาว์วัยยิ่ง ช่างหายากนักในโลกหล้าอันแร้นแค้นนี้”

เสียงแหบแห้งเย็นชาเสียงหนึ่งตามมา

“อืม งั้นข้าจับเหยื่อผู้นี้ไปเป็นทาสดีไหม?”

“เป็นวาสนาของเขาที่ได้คุณชายเมตตาขอรับ”

…ขณะสนทนา บนโลกหล้าไกลออกไป สองร่างของหนึ่งชายชราและหนึ่งชายหนุ่มก็ปรากฏขึ้น

ชายชรานั้นสวมอาภรณ์สีเทา ใบหน้าซูบตอบ ดวงตาคมกริบเยี่ยงเหยี่ยวอินทรี

ชายหนุ่มนั้นรูปงาม สวมอาภรณ์ยาวสีเหลืองสว่าง ถือขลุ่ยหยกในมือ

เมื่อพวกเขาปรากฏขึ้น ทั่วโลกหล้าสารทิศ มดเพลิงกลืนวิญญาณทั้งหลายล้วนก้มตัวลงราวโค้งคำนับ

‘ที่แท้ก็เป็นผู้ฝึกตนจากเชื้อสายสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่อาจทราบได้ว่ามาจากสำนักใดในส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว’

ซูอี้ครุ่นคิด

เชื้อสายสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นมรดกอันหาได้ทั่วไปในส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว และมีขุมกำลังสูงสุดมากมายซึ่งมีมรดกเช่นนี้

“เจ้าหนู เจ้าถูกล้อมไว้แล้ว”

ชายชราชุดเทาที่อยู่ไกลออกไปกล่าวเสียงแหบห้วน “แต่เจ้านั้นแสนโชคดีที่คุณชายของข้าเมตตา ยอมรับเจ้าเป็นทาสรับใช้ ยังไม่รีบคุกเข่าลงขอบคุณอีกหรือ?”

กิริยาวางท่าสูงส่ง เห็นได้ชัดว่าดูแคลนเขา

ซูอี้หัวเราะ กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “ฟังจากวาจา หรือพวกเจ้าจะมาจาก ‘แดนภูตสุขาวดี’?”

แดนภูตสุขาวดี!

หากกว่าถึงความสำเร็จเกี่ยวกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ในส่วนลึกเข้าไปในจักรวาลพร่างดาว แดนภูตสุขาวดีนับได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อโต้เถียง และยังเป็นผู้ปกครองสูงสุดแห่ง ‘ภูมิดาราคล้อยเมฆินทร์’ อันลือกันว่ามีสารพัดสัตว์ร้ายหายากซึ่งมีที่มาเก่าแก่ในสำนัก

ชายชราชุดเทาผงะไป ก่อนกล่าวขึ้นอย่างประหลาดใจ “เจ้า ผู้ฝึกตนจากมหาแดนดินรู้จักแดนภูตสุขาวดีด้วยหรือ?”

“ข้าพอจะรู้บ้าง”

ซูอี้ดูผิดหวังเล็กน้อย และกล่าวว่า “ข้าเห็นแล้วว่าเขาดูมิใช่ผู้ฝึกตนจากแดนภูตสุขาวดี”

ชายหนุ่มชุดเหลืองสว่างมองซูอี้ด้วยสายตาคมปลาบเยี่ยงสายฟ้า และกล่าวอย่างถือตน “ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าดูจะรู้บางอย่างเกี่ยวกับห้วงลึกแห่งจักรวาลพร่างดาว งั้นเจ้าก็ฟังให้ดี เรามาจาก ‘บรรพตมารพันเจต’!”

ในน้ำเสียงของเขามีความหยิ่งผยอง

“บรรพตมารพันเจต?”

ซูอี้ครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า “นี่… มิเคยได้ยินมาก่อนจริง ๆ”

ชายชราชุดเทาและชายหนุ่มชุดเหลืองพลันดูหน้าเสีย เขาหมายความเช่นไร? อีกฝ่ายเคยได้ยินเกี่ยวกับแดนภูตสุขาวดี แต่กลับมิเคยรับรู้เกี่ยวกับบรรพตมารพันเจต?

“ดูเหมือนสำนักของเจ้าจะไม่ใช่ยอดขุมกำลังจาก ‘ภูมิร้อยมหาดารา’ หรือยักษ์ใหญ่โบราณที่เร้นกายในโลกหล้า หาไม่ ข้าคงต้องเคยได้ยินมาบ้าง”

ซูอี้ถอนใจน้อย ๆ

หลังสืบทอดความทรงจำและประสบการณ์จากทัศนาจารย์ ซูอี้จึงย่อมรู้จักขุมกำลังสูงสุดในส่วนลึกแห่งจักรวาลพร่างดาวดี

แต่หลังจากครุ่นคิด เขาก็มิอาจค้นพบที่มาของ ‘บรรพตมารพันเจต’ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งพิสูจน์ว่าในชั่วชีวิตของทัศนาจารย์ เขามิเคยได้ยินชื่อขุมกำลังนี้เลย!

ชายชราชุดเทา “?”

ไอ้หนูนี่ดูถูกบรรพตมารพันเจตของพวกเขาอยู่หรือ?

ชายหนุ่มชุดเหลืองเองก็ผงะไปเช่นกัน นี่พวกเขาถูกผู้ที่อาศัยอยู่ในมหาแดนดินดูถูกหรือ?

“ช่างเถอะ ถามหน่อยแล้วกัน ในเขตต้องห้ามเซียนอับโชคนี้มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่านี้ของบรรพตมารพันเจตของเจ้าอยู่หรือไม่?”

ซูอี้กล่าว “ตอบข้ามา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

เขาไม่คิดที่จะกวาดล้างปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้ และคิดจะไปจัดการกับตัวตนอันแข็งแกร่งกว่าเบื้องหลังทั้งคู่ให้จบ ๆ ไป

ทว่าทันทีที่วาจาถูกกล่าว ชายชราชุดเทาก็หัวเราะอย่างเดือดดาล

ชายหนุ่มชุดเหลืองเองก็ขยี้หูราวมิอยากเชื่อ

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อาหมิง ฆ่าเจ้าคนจากมหาแดนดินนี้เสีย ปากเช่นนี้มิต้องปล่อยไว้!”

“ตรงตามที่บ่าวเฒ่าตั้งใจทุกประการขอรับ”

ชายชราชุดเทาเองก็เดือดดาลมาดร้ายมิต่างกัน

ขณะกล่าววาจา ขลุ่ยกระดูกเลาหนึ่งก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อ พลิ้วไปบนอากาศ

เสียงขลุ่ยกระทุ้งผ่านความเงียบทั่วฟ้าดิน

ตู้ม!

มดเพลิงกลืนวิญญาณทั่วฟ้าดินพลันขยับไหว พุ่งเข้าหาซูอี้ราวคลื่นอัคคีโหม

ดุร้ายน่าตกใจ

หลังเห็นเช่นนี้ ซูอี้ก็ถอนใจน้อย ๆ คนสมัยนี้ช่างน่ารำคาญมากขึ้นทุกทีแล้ว!

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1176: ลอบโจมตี"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF