novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1243: ได้ยินเสียงระฆังอีกครั้ง

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1243: ได้ยินเสียงระฆังอีกครั้ง
Prev
Next

ตอนที่ 1243: ได้ยินเสียงระฆังอีกครั้ง

ดวงดาราทอแสง สายลมรัตติกาลพัดโชย

ณ ข้างธารแห่งหนึ่งบนภูเขา

ซูอี้กำลังนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้หวาย

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ผดุงคุณธรรม บุญคุณนี้ ตระกูลซางของเราจะไม่มีวันลืม!”

ซางเหวินเจิ้งก้มหัวคำนับ

ใบหน้าของเจ้าตระกูลซางดูซาบซึ้งปลาบปลื้ม

กระทั่งคำเรียกซูอี้ก็ยังเปลี่ยนแปลง!

ซางชิงพิงและเหยาเสวี่ยก็รีบก้มหัวขอบคุณ

การวางตัวของสตรีทั้งสองคนก็แปรเปลี่ยน ยามเผชิญหน้ากับซูอี้ พวกนางสำรวมตนอย่างหวาดเกรงราวได้เห็นเทพอยู่ตรงหน้า!

และไม่กล้าปฏิบัติต่อเขาเป็นสหายเช่นกาลก่อน

“เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าควรทำ”

ซูอี้นำไหสุราขึ้นยกดื่ม กล่าวว่า “กลับตระกูลหนนี้ จุดธูปเซ่นสุราแก่ซางเจี้ยนโหลวให้ข้าทีนะ”

ซางเหวินเจิ้งตะลึงอึ้ง กล่าวอย่างมิอยากเชื่อ “ผู้อาวุโสรู้จักกับปู่ข้าหรือ?”

ซูอี้ส่ายหัวน้อย ๆ “มันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว อย่าพูดถึงเลย”

ซางเหวินเจิ้งรู้สึกปั่นป่วนในใจ

เขาแน่ใจว่าเสิ่นมู่ผู้ดูอ่อนเยาว์ตรงหน้าเขาน่าจะมีความสัมพันธ์เหนือธรรมดากับท่านปู่ผู้ล่วงลับของเขา!

ซูอี้นำขวดหยกใบหนึ่งจากในแขนเสื้อส่งให้กับซางชิงพิง “ก่อนที่เจ้าจะเข้าสู่ขอบเขตราชันแห่งภูมิ หล่อหลอมโอสถทิพย์เร้นปริศนาสิบจินนี้เสีย”

“ยามบรรลุสู่ขอบเขตราชันแห่งภูมิ เจ้าจงไปยัง ‘โถงดาบธาราม่วง’ ในเขตดาราเทพยุทธ์เสีย เดิมปู่ทวดของเจ้าเคยทิ้งวิชาดาบอันภาคภูมิที่สุดวิชาหนึ่งไว้ในสำนักนี้ เจ้ามีเส้นชีพทมิฬเก้าหยิน ขอเพียงไปที่นั่น เจ้าจะได้รับมรดกวิชาดาบนี้”

“เมื่อเจ้าบรรลุวิชาดาบนี้เต็มที่ ก็ออกจากโถงดาบธาราม่วงได้”

ซูอี้กล่าวเสียงนุ่มนวล อดทนพร่ำสอนซางชิงพิงอย่างจริงจัง

“ยามแรก ปู่ทวดของเจ้าเตร็ดเตร่ไปทั่วจักรวาลพร่างดาวก็เพื่อสร้างวิถีดาบของเขาเอง ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถเปิดวิถีดาบใหม่เหมือนเช่นปู่ทวดเจ้าได้ในภายหน้า และก้าวล้ำนำเขาไป”

“หากทำเช่นนี้ ก็เพียงพอจะประโลมวิญญาณปู่ทวดของเจ้าบนสวรรค์ได้แล้ว”

กล่าวถึงตรงนี้ ซูอี้ก็กระซิบกับตนเองในใจ ‘และข้าก็จะได้ไร้ความอาวรณ์อีก…’

ในอดีตชาติ เขารับเพียงชิงถังเป็นศิษย์ผู้เดียว

ทว่าเขาก็ยังชื่นชมในฝีมือและพื้นฐานของซางเจี้ยนโหลวจากใจ

หาไม่ มีหรือเขาจะพาซางเจี้ยนโหลวยามอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิไปหาโอสถทิพย์เร้นปริศนาในวังวายุเร้นอาสัญ?

มีหรือเขาจะสั่งสอนวิถีดาบแก่อีกฝ่ายอย่างตั้งใจ?

น่าเสียดายที่ซางเจี้ยนโหลวตายตกไปเสียก่อน

เขาตายไปใน ‘เทือกเขาหมื่นมาร’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดพื้นที่ต้องห้ามในส่วนลึกจักรวาลพร่างดาว

เมื่อซูอี้ได้รับรู้ข่าวร้ายนี้ เขาเคยคว้าดาบเข้าเข่นฆ่าทั่วเทือกเขาหมื่นมาร แม้ว่าสุดท้ายจะสังหารมารนับแสนได้ในอึดใจและล้างแค้นให้ซางเจี้ยนโหลวได้ แต่เขาก็ยังมิอาจช่วยชีวิตซางเจี้ยนโหลวอยู่ดี

นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในความอาวรณ์ไม่กี่อย่างในใจเขา

ยามนี้ เมื่อได้พบกับทายาทของซางเจี้ยนโหลว เห็นว่าซางชิงพิงก็มีเส้นชีพทมิฬเก้าหยินเหมือนกับซางเจี้ยนโหลว เขาก็ย่อมเมตตานางเช่นกัน

“พิสูจน์เต๋าเป็นราชันแห่งภูมิ โถงดาบธาราม่วง วิชาดาบที่ท่านปู่ทวดภาคภูมิที่สุด ก้าวล้ำนำเขาไป…”

ซางชิงพิงตกตะลึงอยู่กับที่ หัวใจละล่องและเหม่อลอย

ผู้อาวุโสท่านนี้ร้อยเรียงเส้นทางฝึกฝนในภายหน้าให้นางแล้ว!!

ซางเหวินเจิ้งกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “แม่หนู มัวทำอันใดอยู่ ยังไม่รีบขอบคุณอีกหรือ?”

ซางชิงพิงราวกับตื่นจากฝัน ในขณะที่นางกำลังจะขอบคุณ ซูอี้ก็โบกมือพลางกล่าวว่า “ข้าบอกแล้ว ว่าขอแค่เจ้าไม่ทำให้เส้นชีพทมิฬเก้าหยินเสียเปล่าก็พอแล้ว”

ซางชิงพิงสูดลมหายใจลึก ๆ และรับปากอย่างจริงจัง

ซูอี้กล่าวกับซางเหวินเจิ้งว่า “จากคืนนี้ไป จะไม่มีขุมกำลังใดในภูมิดารานภาม่วงเป็นภัยต่อตระกูลเจ้าได้อีก แต่ข้าก็ช่วยเจ้าได้เพียงชั่วคราว ไม่มีทางช่วยเจ้าไปชั่วชีวิตได้ หนทางข้างหน้าจะขึ้นกับเจ้าแล้ว”

ซางเหวินเจิ้งคำนับกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ผู้น้อยซางเหวินเจิ้งรับคำสอนผู้อาวุโส!”

ยามนี้ เมิ่งฉางอวิ๋นและจวงเซียวอวิ๋นทะยานมาจากระยะไกล

“คุณชาย เรื่องราวสะสางแล้วขอรับ”

เมิ่งฉางอวิ๋นก้าวเข้ามารายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงราตรีคีรีเหมันต์ตามความจริง

ซูอี้พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะหันไปมองจวงเซียวอวิ๋น “เจ้าตามมาทำไมอีก?”

จวงเซียวอวิ๋นชะงักและรีบคลี่ยิ้ม “ข้ามาทักทายผู้อาวุโส ก่อนจะกลับตระกูลขอรับ”

ซูอี้ว่า “งั้นเจ้าก็ไปได้แล้ว”

จวงเซียวอวิ๋น “…”

เขาหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะเอ่ยถาม “ก่อนจาก ขอข้าถามผู้อาวุโสสักเรื่องได้หรือไม่ขอรับ?”

ซูอี้เหลือบมองเขา “ข้ารู้ว่าเจ้าอยากรู้ตัวตนของข้า และเมื่อเจ้ากลับไปพบปู่ทวดเจ้า เขาอาจบอกคำตอบแก่เจ้าเอง”

เห็นได้ชัดว่าจวงเซียวอวิ๋นดูหงอยลงเล็กน้อย “งั้น… ก็ได้ขอรับ”

ก่อนที่เขาจะแย้มยิ้มขึ้นอีกครั้ง และกล่าวกับซางเหวินเจิ้งว่า “ข้าเข้าใจเรื่องวันนี้แล้ว หากภายหน้าข้าจวงเซียวอวิ๋นพอมีประโยชน์บ้างก็ขอให้เรียกกล่าวกัน”

กล่าวจบ เขาก็นำป้ายแขวนเอวของเขาส่งให้กับซางเหวินเจิ้งด้วยสองมือ “นี่คือเครื่องประดับประจำตระกูลข้า โปรดรับไว้ด้วย”

ซางเหวินเจิ้งพลันเกรงใจขึ้นมาเล็กน้อย

เขาเผลอหันมองซูอี้

ซูอี้ยิ้มบาง ๆ “ยังต้องให้ข้าช่วยคิดหรือ? เขาให้โอกาสเจ้าแล้ว รับไว้สิ”

ซางเหวินเจิ้งจึงรับมันมา

จวงเซียวอวิ๋นเองก็โล่งใจ แย้มยิ้มคำนับประคองกำปั้น “งั้นข้าไม่รบกวนแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ!”

กล่าวจบ เขาก็หันหลังจากไปทันทีราวกับกลัวจะทำให้ซูอี้ขุ่นเคือง

เมิ่งฉางอวิ๋นทอดถอนใจ “ข้าเคยคิดอยู่ว่าเจ้าเด็กนี่อวดดีโอหัง ไม่เข้าใจเรื่องในโลกหล้า ใครเล่าจะคิดว่าเขาก็เป็นคนมีไหวพริบเช่นกัน”

กระทั่งเขาเองยังตะลึงที่จวงเซียวอวิ๋นควักป้ายข้างเอวออกมามอบให้

เขาดูเหมือนจะสร้างบุญคุณกับตระกูลซาง ทว่าที่จริง มันคือการประจบนายน้อยทางอ้อมมิใช่หรือ?

ลูกไม้หนนี้งดงาม!

“ลูกหลานตระกูลยิ่งใหญ่เช่นนี้อวดเก่งโอหัง มิเคยแสดงความนอบน้อมต่อผู้ที่มีความแข็งแกร่งหรือฐานะอ่อนแอกว่าตนเอง และเมื่อพบกับผู้แข็งแกร่งที่สูงส่งกว่าก็จะเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมเยือกเย็นทันที”

ซูอี้กล่าวอย่างเฉยเมย “นี่เป็นทั้งข้อได้เปรียบและปัญหาคาราคาซังของพวกเขาด้วย”

เขากล่าวพลางลุกขึ้น ก่อนจะเก็บเก้าอี้หวายไป “ถึงเวลาต้องไปแล้ว”

ซางเหวินเจิ้งรีบกล่าวรั้ง

ทว่าซูอี้กลับปฏิเสธไป

ไม่นานนัก ซูอี้ก็พาเมิ่งฉางอวิ๋นทะยานลับฟ้าไป

“ท่านพ่อ ท่านรู้หรือไม่ว่าผู้อาวุโสท่านนั้นคือใคร?”

ซางชิงพิงอดถามไม่ได้

เหยาเสวี่ยเองก็เงี่ยหูฟัง

ซางเหวินเจิ้งส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ข้านึกไม่ออกเลย”

หลังจากเว้นช่วงเล็กน้อย เขาก็กล่าวอย่างให้เกียรติ “ทว่า ข้าแน่ใจว่าผู้อาวุโสเสิ่นมู่ต้องรู้จักกับปู่ทวดของเจ้า และมีความสัมพันธ์เน้นแฟ้นเกินธรรมดา!”

เหยาเสวี่ยยิ้มเขิน “ทีแรก ข้านึกว่าผู้อาวุโสเป็นหนึ่งในผู้หมายปองชิงพิง วาจาที่ใช้เลยจาบจ้วงเอาการ ทว่าผู้อาวุโสกลับมิคิดตอบโต้ใด ๆ กับข้า เมื่อหวนคิดในยามนี้ ข้าก็รู้สึกละอายยิ่งนัก”

ซางเหวินเจิ้งลอบกล่าวว่า ตัวตนซึ่งสามารถสังหารราชันแห่งภูมิขอบเขตคืนสู่สามัญได้ง่าย ๆ เช่นนี้ ไหนเลยจะมาคิดเกินเลยกับแม่นางน้อยอย่างพวกเจ้าด้วย

…

ในจักรวาลพร่างดาวอันกว้างใหญ่เยียบเย็น

เรือท้องแบนลำหนึ่งเคลื่อนผ่าน

“คุณชาย”

ระหว่างทาง เมิ่งฉางอวิ๋นผู้ขับเคลื่อนเรือท้องแบนลังเลชั่วขณะ ก่อนที่จะกล่าวเสียงเบา “ตาเฒ่าผู้น้อยคิดหวนคืนสำนักเพื่อไปอำลาญาติสนิทมิตรสหายสักหน่อยขอรับ”

วาจานั้นเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน

แรกเริ่มเดิมที สำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิและยักษ์ใหญ่แห่งอื่นในจักรวาลพร่างดาวร่วมมือกันส่งกำลังคนไปถล่มภูมิดาราฟ้าดินด้วยกัน

ทว่าสุดท้ายก็ถูกกวาดล้างเกือบสิ้น

ในขณะนั้น เมิ่งฉางอวิ๋นติดตามยอดฝีมือของสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิสู่ภูมิดาราฟ้าดิน และยอมสวามิภักดิ์ต่อซูอี้ในแดนหวงห้ามสิ้นเซียน

เมิ่งฉางอวิ๋นหามองตนเป็นคนทรยศไม่

เพราะเขาไม่ได้มาจากสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิ แต่เป็นยอดฝีมือในขอบเขตราชันแห่งภูมิจากสำนักซึ่งทำงานรับใช้สำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิที่ถูกเกณฑ์มาด้วย

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเขาสวามิภักดิ์ต่อทัศนาจารย์!

สิ่งนี้ทำให้เมิ่งฉางอวิ๋นไร้ความรู้สึกผิดใด ๆ และยังรู้สึกภาคภูมิใจ และสามารถคุยโอ่ไปได้ชั่วชีวิตอีกต่างหาก!

และเมื่อหวนคืนสู่ห้วงลึกจักรวาลพร่างดาว ท้ายที่สุดเมิ่งฉางอวิ๋นก็หาเหลือตัวคนเดียวไม่ เขาก็ยังมีสำนักและญาติมิตรอยู่

ดังนั้น เขาจึงอยากกลับไปกล่าวอำลาพวกเขา ก่อนจะติดตามซูอี้อย่างสบายใจ

ซูอี้คิดสักพักและกล่าวว่า “ได้สิ ข้าจะไปกับเจ้าด้วยสักเดี๋ยว”

นับแต่จากภูมิดาราฟ้าดินมาจวบจนยามนี้เพิ่งผ่านไปเพียงสองเดือน ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะไปหอเก้าสวรรค์

ยิ่งกว่านั้น เมื่อเดินทางไปยังหอเก้าสวรรค์ก็ต้องผ่านภูมิดาราหมื่นโฉลก ที่ตั้งสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิซึ่งบังเอิญอยู่ระหว่างทางอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่เป็นการเสียเวลามากนัก

นอกจากนั้น ซูอี้ยังจำอาไฉ่ได้

สตรีลึกลับซึ่งแปลงร่างมาจากหนอนไหมสีทอง

และซูอี้ก็ย่อมไม่ลืมว่าขุมกำลังอันดับหนึ่ง ‘สำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิ’ ในภูมิดาราหมื่นโฉลก เดิมเคยส่งกองกำลังมาฆ่าเขาเพื่อชิงเคล็ดเวียนวัฏสงสารในภูมิดาราฟ้าดินด้วย!

ต่อให้มองในเชิงรายละเอียด ที่หน้าต้นวัฏสงสารหมื่นภูมิ ผีเฒ่าแบกโลงก็เคยถูกศรคนชื่อ ‘ชิงเซียว’ จากสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิทำให้บาดเจ็บมาก่อนเช่นกัน!

“ใต้เท้าอยากจะไปกับตาเฒ่าผู้น้อยด้วยหรือขอรับ?”

เมิ่งฉางอวิ๋นเผยสีหน้าประหลาดใจราวกับไม่อยากจะเชื่อ

ซูอี้แย้มยิ้มกล่าวขึ้น “แค่ไปเที่ยวเล่นน่ะ แล้วก็… ว่าจะไปเยือนสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิสักหน่อยด้วย”

เขากล่าวอย่างเฉื่อยชา ทว่าหัวใจของเมิ่งฉางอวิ๋นกลับกระตุกวูบ จนสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหวาดหวั่นร้ายแรง

ใต้เท้าทัศนาจารย์คิดไปลงมีดกับสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิหรือ!?

ทว่าซูอี้ก็ต้องประหลาดใจที่แผนมิได้ดำเนินไปตามคาด

ครึ่งเดือนต่อมา

ขณะเดินทางผ่านสถานที่แห่งหนึ่งที่มีนาม ‘ธารดาราพร่างอนธการ’ บนจักรวาลพร่างดาวนั้นเอง ซูอี้พลันลุกขึ้นจากเรือท้องแบน

เขาได้ยินเสียงระฆังประหลาดดังมาจากก้นธารดาราพร่างอนธการ มันเบาหวิวเสียจนแทบไม่ได้ยิน

“ไยร้านจำนำนั่นจึงมาโผล่ที่นี่ได้?”

เขาคุ้นเคยกับเสียงระฆังนั้นมาก ไม่มีทางจำผิดไปได้แน่ มันมาจากร้านรับจำนำนั่น!

“คุณชายพบสิ่งใดหรือขอรับ?”

ม่านตาของเมิ่งฉางอวิ๋นหดตัวเล็กน้อย ก่อนถามเสียงเบา

ธารดาราพร่างอนธการ

เป็นบริเวณมืดมนปั่นป่วนอันเลื่องชื่อในส่วนลึกจักรวาลพร่างดาว กว้างใหญ่เยี่ยงหนึ่งภูมิดารา มารปีศาจพลุกพล่านอาละวาด โจรชั่วเหิมเกริม วุ่นวายอลหม่าน

ที่แห่งนี้ไร้ระเบียบดุจขุมนรกนองเลือด

อย่าว่าแต่ผู้ฝึกตนทั่วไปเลย กระทั่งยอดฝีมือจากขุมกำลังสูงสุดยังกลัวที่แห่งนี้ มิกล้าเข้าไปง่าย ๆ!

และเท่าที่เมิ่งฉางอวิ๋นรู้ เนิ่นนานมาแล้ว มีตัวตนในขอบเขตราชันแห่งภูมิมากมายได้ถูกฝังอยู่ในธารดาราพร่างอนธการนี้!

“เฒ่าเมิ่ง ไปทางนั้น”

ซูอี้หาได้อธิบายไม่ จากนั้นเขาก็ยกมือชี้ไปตามเสียงระฆัง

ที่แห่งนั้นอยู่ลึกเข้าไปในม่านหมอก จมอยู่ภายใต้ธารดาราพร่างอนธการ

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1243: ได้ยินเสียงระฆังอีกครั้ง"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF