novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1343: รู้ทั้งรู้ว่าต้องตาย แต่เขาก็จะมา

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1343: รู้ทั้งรู้ว่าต้องตาย แต่เขาก็จะมา
Prev
Next

ตอนที่ 1343: รู้ทั้งรู้ว่าต้องตาย แต่เขาก็จะมา

บรรพตที่ตั้งลัทธิทางช้างเผือกกลายเป็นซากไปนานแล้ว

ชาวประมงยืนอยู่ตรงหน้าแดนบรรพชนที่ล่มสลายอย่างเงียบงันอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะผ่อนหายใจยาว

“ทัศนาจารย์เอ๋ยทัศนาจารย์ ในชีวิตนี้ ผู้ที่ข้าชื่นชมที่สุดก็คือเจ้า และผู้ที่ข้าอยากสังหารที่สุด… ก็คือเจ้าด้วย!”

เสียงพึมพำยังคงดังก้องทั่วซากปรักหักพัง ทว่าชาวประมงได้จากไปแล้ว

…

ณ โรงวาดฤทัย

“ทัศนาจารย์ เจ้าต้องมานะ และเมื่อถึงเวลา ข้าจะวาดภาพเจ้าแขวนเหนือประตูเมืองทั่วโลกหล้า เพื่อที่ชนรุ่นหลังจะมิลืมเลือนเจ้าไป”

จิตรกรยกไห ร่ำเมรัยสบายอุราพลางเสสรวลสาแก่ใจ

…

สำหรับเหล่าผู้ฝึกตนแห่งโลกหล้า ศึก ณ แท่นนภาม่วงนั้นเป็นที่เล่าขาน

ในโลกภูมิต่าง ๆ ทั่วจักรวาลพร่างดาวนี้ ไม่ว่าผู้ฝึกตนจะอยู่หนใด พวกเขาล้วนแต่สนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์อื้อฉาวนี้กันมิขาดปาก

เทียบกับขุมกำลังใหญ่เหล่านั้น ทัศนคติของผู้ฝึกตนทั่วโลกหล้าแตกต่างออกไปชัดเจน

“จริงอยู่ที่กาลเปลี่ยนผัน กลุ่มเต๋าโบราณปรากฏขึ้นเยี่ยงดอกเห็ด และภายหน้าโลกหล้าก็จะถูกปกครองโดยอำนาจวิถีจุติสรวงอย่างมิอาจเลี่ยง ทว่าโลกหล้าอันไพศาลนี้จะมิยอมให้ทัศนาจารย์มีตัวตนได้เชียวหรือ?”

ผู้อาวุโสบางคนรู้สึกไม่พอใจอย่างไม่อาจอธิบาย

ในหัวใจพวกเขา ทัศนาจารย์นั้นสื่อถึงตำนานไร้ผู้เปรียบ สะท้านสะเทือนทั่วจักรวาลพร่างดาว!

ในโลกนี้ ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้คนมากมายเพียงใดที่เลื่อมใสชื่นชมทัศนาจารย์จากก้นบึ้งหัวใจ

ทว่าในสมัยนี้ โลกหล้ากลับตาลปัตรร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเต๋าโบราณหรือกลุ่มเต๋าสูงสุดในปัจจุบันต่างมองทัศนาจารย์เป็นเสี้ยนหนามตำกายใจ รอเหยียบย่ำเขาให้ตายแทบมิไหว!

สิ่งนี้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสมากมายรู้สึกเศร้าขึ้นมา

“การนัดประลองเช่นนี้เป็นธรรมแล้วหรือ?”

“ช่างตลกน่าขันสิ้นดี ตัวตนในวิถีจุติสรวงกลุ่มหนึ่งร่วมมือกันประลองกับใต้เท้าทัศนาจารย์ในขอบเขตราชันแห่งภูมิหรือ?”

“พวกเขาไม่รู้สึกละอายบ้างหรือไร?”

“เฮอะ นี่น่ะหรือวิถีจุติสรวงที่ว่ากัน?”

เหล่าชนรุ่นหลังแห่งโลกหล้าล้วนเดือดดาลยิ่ง ต่างคนต่างออกมาทวงความยุติธรรมให้แก่ทัศนาจารย์!

คนหนุ่มสาวนั้นยังคงมีใจรักความเป็นธรรม

ในสายตาพวกเขา การนัดทำศึกเช่นนี้ไม่เป็นธรรมต่อทัศนาจารย์มาแต่แรก ทำให้พวกเขารังเกียจและมิพอใจ

มีเพียงเหล่าผู้เฒ่าผู้ผ่านร้อนหนาวแห่งโลกหล้าเท่านั้นที่รู้ว่าวิถีฝึกตนไร้ความเป็นธรรมมาแต่แรก

ผู้เยาว์นั้นใส่ใจถูกผิดดำขาว

ทว่าในโลกแห่งผู้ใหญ่มีเพียงชนะกับแพ้!

ชัยและปราชัยคงอยู่ชั่วนิรันดร์

นี่คือประเด็นที่ผู้ฝึกตนทั่วหล้าให้ความใส่ใจสูงสุด

ไม่มีผู้ใดปักใจเชื่อ

เพราะถึงอย่างไร กระทั่งผู้ฝึกตนปัจจุบันยังทราบว่าศึกนี้เปี่ยมด้วยโอกาสสังหาร เหมือนเช่นรังมังกรถ้ำพยัคฆ์ หากทัศนาจารย์ตกลงไปก็แทบไร้โอกาสรอดชีวิต!

ทัศนาจารย์หรือจะไม่รู้เรื่องนี้?

ทว่าโลกหล้าก็รู้ดีว่าทัศนาจารย์มิเคยกลัวการทำศึก!

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทัศนาจารย์ต่อสู้ฟาดฟันเสมอ หนึ่งดาบสยบทั่วจักรวาลพร่างดาว หาสะทกสะท้านใด ๆ …ไม่เคย!

ทัศนาจารย์จะยังเป็นเช่นนั้นในหนนี้หรือไม่?

“อย่าปฏิบัติต่อทัศนาจารย์เยี่ยงราชันแห่งภูมิทั่วไป!”

“มองดูทั่วโลกกว้างนี้ นอกจากทัศนาจารย์แล้ว มีตัวตนใดในขอบเขตราชันแห่งภูมิสามารถสังหารวิญญาณอาสัญในขอบเขตจิตทารกได้หรือไม่?”

“หากไม่ใช่เพราะทัศนาจารย์มีความแข็งแกร่งท้าทายสวรรค์ ด้วยความแข็งแกร่งของหอเก้าสวรรค์ ไฉนต้องเลือกร่วมมือต่อสู้ด้วย?”

“ในความคิดข้า ทัศนาจารย์จะมาทำศึก! อุปนิสัยของเขาเย่อหยิ่งไม่ต่างจากวิถีดาบ จะไม่มีวันถอยแม้เพียงครึ่งก้าว!”

หลายคนวิเคราะห์ไว้เช่นนั้น

“คาดการณ์ได้ว่าหากสงครามใหญ่นี้อุบัติ มันจะกลายเป็นศึกที่มีผู้ชมมากมายที่สุดนับแต่ปลายยุคสิ้นกฎเกณฑ์!”

“ไม่ว่าผู้ใดพ่ายหรือชนะศึกนี้ มันจะเปลี่ยนแปลงครรลองแห่งโลกหล้าอย่างลึกซึ้งและถูกจารึกบนจดหมายเหตุทั่วจักรดาราตงเสวียนแน่แท้!”

“เฉกเช่นกัน ศึกนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะเป็นศึกแรกในขอบเขตจุติสรวงนับแต่อนันตกาลผ่านมา แม้ว่าทัศนาจารย์จะมีการฝึกฝนเพียงขอบเขตราชันแห่งภูมิ ทว่าทุกคนก็รู้แล้วว่าเขามีอำนาจพอจะสังหารตัวตนในวิถีจุติสรวง!”

“ศึกใหญ่เช่นนี้ เกรงว่าคงยากจะได้เห็นแม้ยามโบราณกาล!”

“และเราก็คือสักขีพยาน!”

…

“เวทีถูกจัดแล้ว รอเพียงให้ฆ้องระรัวลั่น และการแสดงอันเลิศล้ำจัดขึ้นเท่านั้น”

ช่างเสื้อยกจอกชาขึ้นจิบด้วยรอยยิ้มท่ามกลางโลกหล้าอันมืดสลัว

…

กาลผ่านวันแล้ววันเล่า

แท่นนภาม่วงแห่งเขาหยั่งนภากลายเป็นสถานที่ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในจักรวาลพร่างดาว

ไม่มีผู้ใดยอมพลาด!

คนนับไม่ถ้วนเร่งรุดไปยังเขาหยั่งนภาจากทั่วทุกสารทิศ

ตัวตนทรงอำนาจบางผู้ที่อยู่ทั่วจักรวาลพร่างดาวได้เร่งทะยานสู่ภูมิดาราเทพนครก่อนเวลาเพื่อเป็นสักขีพยานแก่ศึกประลองสะท้านโลกาที่จะกลายเป็นเรื่องเด่นดังในประวัติศาสตร์นี้!

เจ็ดวันผ่านไปเยี่ยงดีดนิ้ว

และในเจ็ดวันนี้ ซูอี้ก็ยังอยู่ฝึกฝนในวัดสรรพสุญตาเช่นกาลก่อน

นาน ๆ ครั้งเขาจะออกมาดื่มสุรากับหลวงจีนคงจ้าว ทดสอบดาบกับเซียนดาบชิงซื่อ และเล่นหมากรุกสนทนาธรรมกับดาบพุทธะสรรพสุญตา

ช่างอิ่มเอิบสบายใจ

“แม้จะกล่าวกันว่ากระทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง ทว่าเจ้า… เจ้านิ่งเกินไปแล้วนะ อืม… ตีนเป็ดนี่อร่อยแฮะ”

ที่ลานวัดมีการต้มหม้อไฟขึ้นหม้อหนึ่ง และน้ำซุปแดงมันย่องก็เดือดปุดกระเพื่อมฟองอยู่ สารพัดเนื้อและผักลอยอยู่ภายใน

ปากของหลวงจีนคงจ้าวมันแผล็บ ขณะขยับตะเกียบไม่หยุด

ซูอี้คีบเนื้อปลาร้อน ๆ ชิ้นหนึ่งขณะกล่าวอย่างเฉยชา “ข้าไม่ถูกจำกัดด้วยวัตถุภายนอก หัวใจหาถูกรบกวนจากความเป็นความตายไม่ มันเป็นเพียงวายุโชย…”

เขากล่าวพลางส่งเนื้อปลาขาวกระจ่างเยี่ยงหิมะเข้าปาก แสนสบายอุราเสียจนซูอี้หรี่ตาลง

เหมันตฤดูนั้นเหมาะสมแก่การกินหม้อไฟเป็นที่สุดจริง ๆ

หลวงจีนคงจ้าวลังเลชั่วขณะ ก่อนจะกล่าวว่า “งั้นเจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าหากแพ้จะเป็นเช่นไร?”

“ไม่เลย”

ซูอี้ส่ายหน้า

เขาวางถ้วยและตะเกียบลง จากนั้นก็นำไหสุราออกมาจิบ “ในฐานะนักดาบ หากเริ่มคิดถึงความปราชัยก่อนทำศึก ผู้นั้นจะเสียความมั่นใจไป โชคดีที่ข้ามิเคยประสบกับเรื่องเช่นนั้นชั่วชีวิตนี้”

หลวงจีนคงจ้าวผงะก่อนจะกล่าวอย่างโกรธเคือง “ข้าเห็นนักดาบในโลกหล้ามามากมาย ทว่านักดาบเช่นเจ้าหามีผู้ใดเหมือนไม่”

ซูอี้ลุกขึ้น ปัดใบไม้แห้งออกจากอาภรณ์ “ที่สูงนั้นหนาวเหน็บ และยามไม่อาจพานพบคู่ต่อสู้ที่คู่ควร ความรู้สึกนั้นชวนอ้างว้างเป็นที่สุด”

“และยามนี้ ทั่วโลกหล้าก็คือศัตรู น่ายินดีเพียงใดกัน?”

ซูอี้กล่าวขึ้นขณะเดินไปยังประตูลานวัด “ช่วยข้าดูแลเจ้าเว่ยน้อยทีนะ พอข้ากลับมา ข้าจะพาเขาไปหาเฒ่าเว่ย”

ร่างสูงทอดเงายาวท่ามกลางแสงสว่างจากฟากฟ้า ดูเดียวดายสูงส่งดุจเทพเซียนยุรยาตรบนโลกโลกีย์

“เจ้าไม่ต้องการให้ข้าไปสนับสนุนจริง ๆ หรือ?”

หลวงจีนคงจ้าวตะโกน

“ปากเจ้าร้ายเกินไป ข้ากังวลว่าเจ้าจะถูกอัดเสียก่อน อย่าไปเลย”

เสียงของซูอี้ยังมิทันขาดหาย ร่างของเขาก็หายไปนอกวัดสรรพสุญตาแล้ว

ในอารามแห่งหนึ่ง เซียนดาบชิงซื่อนั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะรำพึง “ในด้านวิถีเต๋า ข้าเหนือล้ำกว่าสหายเต๋าซูไปไกล ทว่าด้านจิตใจ ข้าช่างอ่อนด้อยเกินเทียบสหายเต๋าซูมากนัก”

ดาบเทวะสรรพสุญตากล่าวด้วยแววตาซับซ้อน “ข้าก็เช่นกัน”

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยอารมณ์หลากหลาย

…

วันนัดประลองมาถึงแล้ว!

ณ เขาหยั่งนภา

มันตระหง่านสูงนับหมื่นปี ทอดยาวเยี่ยงขนดมังกรขนานนภา

แท่นนภาม่วงตั้งอยู่เหนือสุดของเขาหยั่งนภา

นามของมันนั้นมีที่มาจากการที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันสีม่วงมาหลายยุคหลายสมัย

ยามนี้ บริเวณโดยรอบอันมีแท่นนภาม่วงเป็นศูนย์กลางล้วนแน่นขนัดด้วยผู้คนเยี่ยงกระแสวารี

พวกเขาล้วนแต่เป็นผู้ฝึกตนจากทั่วจักรวาลพร่างดาว

หากสุ่มเลือกมาสักคน ก็มีโอกาสจะพบกับผู้ทรงอำนาจจากขุมกำลังใหญ่ต่าง ๆ มากมายเต็มไปหมด!

ทว่ายามนี้ เหล่าผู้ทรงอำนาจทั่วสารทิศทำได้เพียงยืนปะปนกับผู้คนเหมือนเช่นหนึ่งเกลียวคลื่นกลางสมุทรใหญ่

ผู้เป็นที่จับตามองจริง ๆ คือเหล่าตัวตนในวิถีจุติสรวง!

พวกเขามีทั้งชายและหญิง ร่างอาบไล้ด้วยแสงเซียน ยืนอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเขาหยั่งนภาเยี่ยงกลุ่มเซียนไร้มลทิน

“พวกนั้นคือตัวตนในขอบเขตจุติสรวงหรือ?”

“หากข้าไม่ได้มายังเขาหยั่งนภานี้ คงมิเชื่อแน่ว่ายามนี้มีตัวตนในขอบเขตจุติสรวงในโลกหล้ามากถึงเพียงนี้แล้ว”

“ไม่หรอก มีวิญญาณอาสัญในวิถีจุติสรวงอยู่ในกลุ่มพวกเขาเยอะอยู่เหมือนกัน”

…ผู้คนกล่าวถึงเรื่องนี้กันอย่างหนาหู และตระหนักถึงที่มาของเหล่าตัวตนในวิถีจุติสรวงที่อยู่ในบริเวณนั้น

พวกเขาคือวิญญาณอาสัญจากกลุ่มเต๋าใหญ่แห่งโบราณกาล เช่นหอเซียนดาบมายา สำนักเต๋านครชาด หุบเขาเซียนหมื่นวิญญาณและอื่น ๆ

และยังมีตัวตนในวิถีจุติสรวงจากหกตระกูลโบราณอารักษ์วิถีมาผสมโรง

เช่นตัวตนบรรพกาลอย่างโจวหานซานจากตระกูลโจวโบราณอารักษ์วิถี และจงเทียนเฉวียน ตัวตนบรรพกาลจากตระกูลจง

พวกเขาแต่ละคนล้วนเป็นผู้อาวุโสอันโด่งดังในโลกหล้า ณ ขณะนี้ซึ่งก้าวสู่วิถีจุติสรวง จึงก่อเกิดเป็นเสียงเซ็งแซ่ลือลั่นทั่วหล้า

ยามนี้พวกเขาล้วนเปิดเผยร่องรอยคนแล้วคนเล่า และกลายเป็นจุดสนใจ ณ ที่นี้

บางช่วงเวลา ท้องนภาจะวูบไหวด้วยแสงสว่าง แต่ละหนหมายถึงการมาเยือนของหนึ่งตัวตนวิถีจุติสรวง ท้ายที่สุดก็มีตัวตนในวิถีจุติสรวงมาชุมนุมกันเกือบร้อยคน!

ในละแวกเขาหยั่งนภามีปราณพวยพุ่งขึ้นมาอย่างหนาแน่น สว่างไสวอย่างน่าประหลาด เพียงปราณจากร่างของเหล่าผู้ฝึกตนในวิถีจุติสรวงก็สร้างความเปลี่ยนแปลงสู่สุญญะได้ ทั่วฟ้าดินถูกปกคลุมด้วยอำนาจร้ายกาจชวนสะท้านถึงทรวง

“ผู้ฝึกตนในวิถีจุติสรวงเกือบร้อยคน! เหตุการณ์นี้ไม่มีให้เห็นนับแต่ปลายยุคสิ้นกฎเกณฑ์!”

ไม่อาจทราบได้ว่ามีผู้ตะลึงและสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งว่าวันนี้แตกต่างจากอดีตมากมายเพียงไร

มันไม่ใช่ยุคสมัยที่ราชันแห่งภูมิจะบัญชาความเป็นไปแห่งโลกหล้าได้อีกแล้ว!

ผู้ยิ่งใหญ่บางคนกระซิบกระซาบด้วยความหดหู่ใจ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเมื่อเวลาผ่านไป ตัวตนในวิถีจุติสรวงแห่งโลกหล้าจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกขณะ สาดแสงเจิดจรัสเหนือจักรวาลพร่างดาวเยี่ยงดาวฤกษ์พราวแสง!

และตัวเอกของวันนี้คือสี่ตัวตนผู้รออยู่บนแท่นนภาม่วงแห่งเขาหยั่งนภา

พวกเขาคือเจ้าหอเก้าสวรรค์เหยียนเต้าหลิน ประมุขลัทธิทางช้างเผือกชาวประมง บรรพชนโรงวาดฤทัยจิตรกร และผู้อาวุโสสูงสุดสำนักเต๋าสูงสุดทวิภูมิเติ้งจั๋ว!

พวกเขาทั้งสี่คนล้วนมีอิริยาบถและให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป

ทว่าแต่ละคนล้วนอาบไล้ด้วยแสงเซียนอันเรืองรอง

พิรุณแสงเซียนนั้นคืออำนาจของขอบเขตจุติสรวง เป็นอำนาจอันมีเพียงตัวตนวิถีจุติสรวงเท่านั้นที่จะควบคุมได้!

“ทัศนาจารย์จะมาสู้หรือไม่?”

ทุกคนกำลังรออยู่และมีผู้กระวนกระวายมากมาย

เพราะจะเที่ยงอยู่แล้ว ทว่าจนยามนี้ก็ยังไร้วี่แววของทัศนาจารย์

“หากวันนี้ทัศนาจารย์ไม่ปรากฏตัว เขาจะกลายเป็นตัวตลกทั่วโลกหล้า เกียรติภูมิแปดเปื้อน และจากนี้ไปคงมิอาจเงยหน้าผ่าเผยได้อีก”

จิตรกรที่อยู่บนแท่นนภาม่วงเสสรวลพลางกล่าว “เพราะถึงอย่างไร เขาก็ไม่เคยสะทกสะท้านมาก่อน และขอเพียงเขาถอยสักรอบ มันจะกลายเป็นรอยด่างพร้อยอันมิอาจลบเลือนได้อีก”

เติ้งจั๋วกอดฝักดาบของเขาขณะกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “รู้ทั้งรู้ว่าต้องตาย แต่เขาก็จะมา”

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1343: รู้ทั้งรู้ว่าต้องตาย แต่เขาก็จะมา"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF