novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - ตอนที่ 1433: ซูอี้ที่เปลี่ยนไป

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. ตอนที่ 1433: ซูอี้ที่เปลี่ยนไป
Prev
Next

ตอนที่ 1433: ซูอี้ที่เปลี่ยนไป

สามวันหลังจากนั้น

เช้าตรู่

ในห้องอันมืดมิด ซูอี้ผู้นั่งขัดสมาธิอยู่ลืมตาขึ้น

ประกายอันมืดดำเฉยชาฉายขึ้นในดวงตา

เขานั่งนิ่งอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นถูแก้มตนและแย้มยิ้มกะทันหัน

จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นกระดิกปลายนิ้ว

ตู้ม~!

ม่านแสงปรากฏขึ้น สะท้อนร่างทุกรายละเอียดของซูอี้

ซูอี้มองตัวเองในม่านแสงอย่างเงียบงันอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะทุบม่านแสงสลายไป

แปรเปลี่ยนเป็นพิรุณแสงพร่างพรม

สีหน้าของซูอี้แปรเปลี่ยนวูบไหว

เขากระซิบกับตนเอง “ความทรงจำ ประสบการณ์ อารมณ์และประวัติชั่วชีวิตของเจ้าล้วนเป็นของข้า และภายหน้า… ก็ควรถูกใช้เพื่อข้าเช่นกัน”

“จากวันนี้ไป ศึกประลองจิตใจเริ่มเปิดฉาก และในสายตาผู้อื่น เจ้าจะมิใช่เจ้า และข้า… ก็มิใช่ข้า”

“แต่ภายหน้า ข้าจะเป็นเจ้า และเป็นข้าด้วย!”

วาจาเหล่านี้กล่าวต่อหวังเย่?

หรือต่อซูอี้กันหนอ?

เตาหลอมสวรรค์ในห้องนั้นดูจะถูกอำนาจบางอย่างกดดัน สั่นสะท้านน้อย ๆ อยู่เงียบ ๆ

ซูอี้เดินมา หยิบเตาหลอมสวรรค์ขึ้นในมือ

ดวงตาของเขาลึกล้ำครุ่นคิด “ปรากฏว่า… เจ้าสมบัติชิ้นนี้… ไม่คิดเลยว่าเจ้าก็หนีสู่แดนมนุษย์จากหายนะโลกเซียนเช่นกัน…”

เตาหลอมสวรรค์สั่นสะท้านหนักข้อขึ้นอีก

ซูอี้กล่าวยิ้ม ๆ “อย่าห่วงเลย ข้ายังคงเป็นข้า แค่ว่า… อืม ข้าเพิ่งฟื้นความทรงจำและประสบการณ์ในอดีตชาติได้น่ะ”

เตาเสริมสวรรค์สงบลงเล็กน้อย

ซูอี้เห็นว่าในเตามีเม็ดโอสถกองสุมอยู่ พวกมันล้วนเปล่งประกายจรัสแสง รัศมีเซียนเรืองรอง

นอกจากนั้นยังมีแก่นวัตถุดิบเซียนถูกหลอมรวมไว้เป็นจำนวนมาก

ซูอี้นำเม็ดโอสถเม็ดหนึ่งเข้าปาก สัมผัสอำนาจโอสถร้อนแรงแผดพุ่งไปทั่วร่างจนในที่สุดก็หลอมรวมเข้ากับจิตทารกที่มีรูปทรงดาบเก้าคุมขังในร่างของเขา แล้วเขาก็อดแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจมิได้

ทว่าทันใดนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดหากัน ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ และดวงตาซึ่งเดิมลึกล้ำไร้อารมณ์ก็วูบไหวต่อเนื่องราวกับกำลังดิ้นรนขัดขืนบางสิ่งอย่างรุนแรง

ท้ายที่สุด เขาก็สูดหายใจลึก ๆ และคู่เนตรกลับมากระจ่างเยือกเย็น

“รอดูเถิดว่าท้ายที่สุด ใครจะแทนที่ใคร!”

…

“ท่านอาจารย์ ท่านประสบปัญหาใดอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”

ณ ลานวัด ชิงถังอดถามไม่ได้

ซูอี้ยังคงทอดกายสบายใจอยู่บนเก้าอี้หวาย ทว่าชิงถังรู้สึกว่าหากเทียบกับกาลก่อน อาจารย์ของนางก็ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ

“ปัญหาหรือ?”

ซูอี้นิ่งไป

ชิงถังว่า “เจ้าค่ะ ศิษย์รู้สึกเสมอว่าช่วงนี้ท่านอาจารย์ดูกระวนกระวายเล็กน้อย แล้ว…ยามศิษย์เผชิญหน้ากับท่าน ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ”

ทันทีที่วาจานั้นถูกกล่าว หลวงจีนคงจ้าวข้างกายนางก็พยักหน้าซ้ำ ๆ “ถูกต้อง ข้าก็รู้สึกเช่นกัน”

มิห่างไปนัก แม้เซียนดาบชิงซื่อกับดาบพุทธะสรรพสุญตาจะมิได้กล่าววาจา แต่ทั้งสองก็ดูจะคิดเช่นเดียวกันและหันมองมา

เมื่อสามวันก่อน หลังจากซูอี้ออกจากการเก็บตัว เขาดูไม่ต่างไปจากกาลก่อน ทว่าทุกผู้กลับรู้สึกอย่างเลือนรางว่าซูอี้เปลี่ยนไป แต่มิอาจบอกได้ว่าเปลี่ยนเช่นไร

ซูอี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเบา ๆ “คนเราย่อมเปลี่ยนแปลง ยิ่งฝึกฝนสูง ความแตกต่างจิตใจยิ่งแปรเปลี่ยน”

หลังจากสืบทอดประสบการณ์และความทรงจำของชาติที่หก มุมมองและความรู้ความเข้าใจของเขาก็แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง มุมมองที่มีต่อสวรรค์และความเข้าใจในวิถีเซียนนั้นสูงล้ำเกินเทียบได้กับอดีตกาล

ความรู้สึกนั้นเหมือนดั่งปีนจากโลกมนุษย์สู่จุดสูงสุดแห่งโลกเซียน เห็นยอดภูผาโลกหล้ากว้างใหญ่ในชั่วข้ามคืน!

นั่นเองคือจุดเปลี่ยนที่ว่า

ส่วนอิทธิพลต่อจิตใจนั้นก็มีอยู่เช่นกัน!

ทว่าความขัดแย้งทางอารมณ์นั้น หาใช่สิ่งที่คนนอกตรวจพบได้ไม่

“ยิ่งฝึกฝนสูง จิตใจยิ่งแปรเปลี่ยนกับผีสิ!”

ไกลออกไป สุนัขพื้นเมืองแค่นเสียงอย่างเย็นชา สายตาของมันจ้องมองซูอี้อย่างเย็นชา “ข้าว่านะ… เจ้าน่าจะพบปัญหาในการฝึกฝนมากกว่า และหากเจ้าไม่รีบแก้ไขให้ทันเวลา เจ้าก็น่าจะจบที่เป็นบ้าไป!”

ซูอี้กล่าวอย่างเลื่อนลอย “เจ้ามิเข้าใจหรอก”

“ข้ามิเข้าใจหรือ?”

สุนัขพื้นเมืองถลึงตา ทำท่าเหมือนกำลังจะพูดบางอย่าง ทว่าเมื่อสบสายตาซูอี้ หัวใจของมันก็สั่นสะท้านอย่างมิอาจอธิบาย

ราวกับว่า… ความลับทั้งนอกในร่างมันถูกอีกฝ่ายมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง ทำให้มันรู้สึกอึดอัดไปชั่วขณะ

ทว่าเมื่อสัมผัสดูอีกครั้งก็มิพบอันใด แม้กระทั่งความรู้สึกหัวใจสั่นก็หายมิเหลือร่องรอย

สุนัขพื้นเมืองทั้งตะลึงและงุนงง

มันแน่ใจว่าไม่ได้หลอนไปเอง!

เพียงมองปราดเดียว ซูอี้ก็ดูจะรับรู้ทุกรายละเอียดของตัวมัน กระทั่งทำให้มันรู้สึกถึงอันตราย กระทบจิตใจให้สั่นสะท้าน!

“เจ้าเด็กนี่ต้องเปลี่ยนไปบางประการแน่นอน!”

แววตาของสุนัขพื้นเมืองฉายประกายยากจะคาดเดา

“ไม่ว่าสิ่งใดจะเปลี่ยน ข้าก็คือข้า ก่อนหน้านี้ข้าเป็นอาจารย์เจ้า และย่อมเป็นอาจารย์เจ้าต่อไปในภายหน้า เปลี่ยนไปมิได้หรอก”

ซูอี้เบนสายตาไปกล่าวกับชิงถังอย่างนุ่มนวล

ชิงถังพยักหน้า

นางพลันจำได้ว่าท่านอาจารย์เคยเวียนวัฏเป็นซูเสวียนจวิน ก่อนจะเกิดใหม่เป็นซูอี้ ณ ขณะนี้!

ไม่ว่าจะเปลี่ยนแปลงเช่นไร อาจารย์ก็ยังใส่ใจนางมิเปลี่ยนแปลง

…

วันเดียวกันนั้น ปราชญ์หงอวิ๋นพาเมิ่งฉางอวิ๋นและยมบาลมาส่ง

ไม่ได้พบกันหลายวัน คู่พ่อลูกยมบาลกับเว่ยซานก็ได้หวนคืน พวกเขาย่อมแสนยินดี

เมิ่งฉางอวิ๋นเองก็ตื่นเต้นยามได้พบกับซูอี้

ชายหนุ่มสังเกตว่า หลังจากมิได้พบหลายเดือน เมิ่งฉางอวิ๋นได้ก้าวสู่ขอบเขตคืนสู่สามัญขั้นสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสามารถพิสูจน์ตนสู่ขอบเขตไร้ขีดจำกัดต่อไป!

ขณะเดียวกัน ยมบาลก็อยู่ในขอบเขตอสงไขยแท้เที่ยงขั้นสมบูรณ์ และเทียบกับกาลก่อน นางกำลังพัฒนาขอบเขตด้วยความเร็วสูงส่งเลิศล้ำ

มิต้องสงสัยเลยว่าการอยู่ฝึกฝนข้างกายปราชญ์หงอวิ๋นครานี้เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาทั้งสองมหาศาล

“เจ้านาย ข้าสงสัยว่าซูอี้ได้ฟื้นความทรงจำอดีตชาติ และน่าจะกลายไปเป็น ‘คนคลั่งดาบ’ ราชันเซียนวิถีดาบอันดับหนึ่งแห่งศาลเซียนรวมศูนย์แล้วขอรับ!”

สุนัขพื้นเมืองลอบถ่ายทอดข้อความแก่ปราชญ์หงอวิ๋น

ปราชญ์หงอวิ๋นนิ่งไป ทำเพียงพยักหน้าน้อย ๆ และไม่ได้กล่าวคำพูดอื่นใด

และเมื่อได้พบปราชญ์หงอวิ๋น ซูอี้ก็ยังเหมือนเช่นกาลก่อน ทว่า…

ในใจเขาพอจะเดาตัวตนของสตรีลึกลับผู้นี้ได้คร่าว ๆ แล้ว!

“สหายเต๋าพร้อมแล้วหรือไม่?”

ปราชญ์หงอวิ๋นถาม

“ไปกันได้เลย”

ซูอี้ลุกจากเก้าอี้หวาย

วันเดียวกันนั้น ปราชญ์หงอวิ๋นและซูอี้ก็เดินทางสู่เขตหวงห้ามดาราหยกด้วยกัน

ส่วนซิงเชวียถูกทิ้งไว้เฝ้าวัดสรรพสุญตา

สองวันจากนั้น

ภายในจักรวาลพร่างดาวอันไพศาล แดนโกลาหลอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งปรากฏขึ้นสุดลูกหูลูกตา

ท่ามกลางความโกลาหลนั้น อสนีบาตปั่นป่วนเป็นประกายโค้งวูบไหว ส่งวจีเกรี้ยวกราดสะเทือนหมู่ดาราบนจักรวาลในละแวกนั้น

บรรยากาศร้ายแรงดุดันชวนสั่นสะท้านปกคลุมไปทั่วจักรวาลพร่างดาวนี้ทุกแห่งหน

นี่คือเขตหวงห้ามดาราหยก!

หนึ่งในเจ็ดเขตหวงห้ามแห่งจักรวาลพร่างดาว

เมื่อยี่สิบปีก่อน ที่แห่งนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงมหาศาล ผู้ที่เข้าไปจะมิได้หวนคืน!

ในยุคสิ้นกฎเกณฑ์ เขตหวงห้ามดาราหยกนั้นถูกมองว่าเป็นทางรอดเดียวของเหล่าเซียนในโลกมนุษย์ ทำให้เหล่าผู้ทรงอำนาจในวิถีเซียนมากมายมาหลบอาศัย พยายามค้นหาทางรอดนั้น

ทว่าท้ายที่สุด เซียนส่วนใหญ่ก็ล้วนสิ้นใจอย่างแค้นเคือง!

จากคำพูดของช่างเสื้อ คนขายของเก่าถูกไล่ล่าเข้าไปยังภายในเขตหวงห้ามดาราหยก และหายเข้าไปในวิหารโบราณลึกลับท่ามกลางสายหมอกโดยมิได้กลับออกมาอีก

มิอาจทราบได้ว่ายังอยู่หรือไม่

วูบ!

รุ้งทิพย์สายหนึ่งทะยานผ่านนภา และร่างของซูอี้กับปราชญ์หงอวิ๋นก็ปรากฏขึ้น

แทบจะในยามเดียวกันนั้น เสียงหัวเราะหนึ่งก็ดังกึกก้อง

“เซียนหงอวิ๋น ในที่สุดพวกเจ้าก็มาแล้ว”

พร้อมกันนั้น สี่ร่างก็ปรากฏขึ้นไกล ๆ

หนึ่งเป็นชายในชุดบัณฑิตขงจื่อ สวมผ้าพันคอไหม ในมือถือม้วนหนังสือ

หนึ่งชายชราถือมีดศึก สวมชุดหนังสัตว์เก่าโทรม

และหลวงจีนสวมจีวรผู้หนึ่ง ในมือถือประคำ มีใบหน้าเป็นชายหนุ่มรูปงาม

ปราณของคนทั้งสี่ปั่นป่วนยากเข้าใจ มิอาจสืบแสวงข้อมูลใด ๆ ได้

ทว่าทั้งสี่คนนี้ ไม่ว่าจะสุ่มเลือกผู้ใดก็ล้วนมีอำนาจสูงส่งสยบสวรรค์!

ผู้กล่าวทักทายปราชญ์หงอวิ๋นคือชายในชุดบัณฑิตขงจื่อ

ในมือของเขาถือม้วนหนังสือ กิริยาสง่างาม

ปราชญ์หงอวิ๋นพยักหน้าน้อย ๆ เป็นการทักทาย

จากนั้นนางก็กล่าวกับซูอี้ว่า “ทั้งสี่คนนี้ล้วนเป็นเซียนแท้ขอบเขตสุญตามาก่อน ทว่าถูกกฎสวรรค์กลืนกินจนต้องใช้สมบัติลับสะกดการฝึกฝนเอาไว้”

ซูอี้พยักหน้า

ระหว่างเดินทาง เขาได้รู้จากปราชญ์หงอวิ๋นมาก่อนว่าจะมียอดฝีมือวิถีเซียนสี่คนไปยังเขตหวงห้ามดาราหยกกับพวกเขาด้วยหนนี้

และคือสี่บุคคลตรงหน้าโดยไร้กังขา

“ถ้าเช่นนั้น ผู้นี้ก็คือสหายเต๋าซูสินะ อ่อนเยาว์เปี่ยมพรสวรรค์ กิริยาเกินใดเทียบสมดั่งคำเล่าลือ”

ชายในชุดบัณฑิตขงจื่อทักทายแนะนำตัวด้วยรอยยิ้ม “ข้ามีนามว่าอวิ๋นฮว่าชิง ยามนี้เป็นเพียงวิญญาณอาสัญ ไม่ต่างกับแมลงน้อยด้อยค่าเท่านั้น”

ซูอี้ส่งเสียงในลำคอเล็กน้อย หากล่าววาจาใดไม่

ส่วนสามเซียนแท้ขอบเขตสุญตาอื่น ๆ นั้นถูกซูอี้เมินไปสนิท และมิได้เป็นฝ่ายออกมาทำความรู้จักกันด้วย

ทัศนคตินี้ค่อนข้างเย่อหยิ่งเย็นชา ทำให้ชายชุดบัณฑิตขงจื่ออดตกใจมิได้ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยมิอาจมองเห็น

และเขาก็มองไปยังพรรคพวกอีกสามคนทันที

ชายชราถือมีดศึกในชุดหนังสัตว์ฉีกยิ้มราวกับจะเยาะเย้ยชายในชุดบัณฑิตขงจื่อที่ทำตนเองขายหน้า

สตรีในชุดคลุมสีดำเหลือบมองซูอี้อีกครั้ง แววตาทองซีดของนางดูไร้อารมณ์

หลวงจีนผู้ดูราวชายหนุ่มรูปงามในจีวรกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “สหายเต๋าซูเป็นผู้เหนือธรรมดา และมิอาจปฏิบัติด้วยเช่นคนธรรมดาได้”

กล่าวจบ เขาก็ก้าวออกมาประนมมือกล่าวกับซูอี้ “หลวงจีนผู้นี้มีสมญา ‘เจ่ออิ่น’ คารวะสหายเต๋าซู”

ซูอี้หันไปกล่าวกับหลวงจีนผู้ดูเหมือนชายหนุ่ม ทว่าแท้จริงเป็นหลวงจีนเฒ่าผู้มีชีวิตอยู่แสนนานเกินนับปีอย่างกะทันหันว่า “เจ้าคือหลวงจีนพิทักษ์ศาสน์จาก ‘วัดธรรมเมฆา’ ในทวีปเซียนธารอุดรใช่หรือไม่?”

ทันทีที่กล่าวจบ ทุกผู้ก็ประหลาดใจ แต่เมื่อคิดว่าซูอี้ติดตามปราชญ์หงอวิ๋นอยู่ พวกเขาก็เข้าใจโดยพลัน

พวกเขาคิดโดยไร้กังขาว่าต้องเป็นปราชญ์หงอวิ๋นแน่ที่พูดถึงที่มาของพวกเขา

มีเพียงดวงตากระจ่างของปราชญ์หงอวิ๋นที่หรี่ลง เผยเค้าประกายแตกต่าง

นางไม่เคยพูดถึงที่มาของผู้เฒ่าเหล่านี้กับซูอี้เลย!

“ถูกต้อง”

หลวงจีนผู้เรียกตนว่าเจ่ออิ่นพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

เมื่อเนิ่นนานมาแล้ว ยามหวังเย่พิทักษ์ด่านสวรรค์ชั้นหกอยู่ เขามีสหายรักผู้ต่อสู้ละเลงโลหิตร่วมเป็นร่วมตายกับตนอยู่ผู้หนึ่ง ซึ่งก็มาจากวัดธรรมเมฆา ขุมกำลังผู้ฝึกตนในพุทธศาสนาแห่งหนึ่งจากทวีปเซียนธารอุดร!

นี่เป็นเรื่องเมื่อเนิ่นนานมาแล้ว

ทว่ายามเขารู้ที่มาของเจ่ออิ่น สภาพจิตใจของซูอี้ก็เปี่ยมด้วยความโศกาอาวรณ์อย่างมิอาจสะกดกลั้น

เป็นการเปลี่ยนแปลงอารมณ์อันเกี่ยวข้องกับหวังเย่!

ซูอี้เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ “หากระหว่างนี้เจ้าพบกับอันตราย ข้าจะรับรองความปลอดภัยให้แก่เจ้า”

ทันทีที่วาจาเหล่านี้ถูกเปล่งออกไป เหล่าผู้ฟังก็นิ่งไป

ทุกผู้ล้วนตะลึงตั้งตัวมิทัน แทบสงสัยว่าพวกตนหูฝาด

ปราชญ์หงอวิ๋นอดนิ่งไปครู่หนึ่งมิได้ และจมในภวังค์ครุ่นคิดยามนึกถึงสิ่งที่สุนัขพื้นเมืองซิงเชวียพูด ณ วัดสรรพสุญตาขึ้นมา

บรรยากาศพลันเงียบสงัดลง

เป็นผู้น้อย แต่กลับคิดรับรองความปลอดภัยให้กับเซียนแท้ขอบเขตสุญตา?

ผู้ใดที่ได้ยินเช่นนี้ เกรงว่าคงรู้สึก… น่าขำนัก!

………………..

Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1433: ซูอี้ที่เปลี่ยนไป"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF