บันทึกวิถีเซียนกระบี่แสวงพ่าย - บทที่ 97 ประชันจานค่ายกล วิกฤตปรากฏ
บทที่ 97 ประชันจานค่ายกล วิกฤตปรากฏ
หุ่นเชิดสีเงินหลังฟันทำลายรูปสลักหินจนแตกพ่ายก็หายวับไปจากจุดเดิม ครั้นปรากฏกายอีกครั้ง มันได้กลับไปประจำยังช่องเดิมของตนเรียบร้อยแล้ว
หลี่กวนฉีก้มหน้าลง ดวงตาทั้งคู่แดงฉานราวกับโลหิต ยามนี้เขาย่อมรู้แล้วว่ารูปสลักหินด้านล่างมีความเชื่อมโยงกับชีวิตของตน
เพียงแค่รูปสลักหินแตกสลายไปชิ้นเดียว ความเจ็บปวดที่ได้รับก็ท่วมท้นยิ่งกว่ายามแช่ตัวในน้ำยาโอสถครั้งแรกเสียอีก
ทว่าเขาก็ตรัสรู้ถึงวิธีควบคุมหุ่นเชิดด้านล่างได้แล้วเช่นกัน
เขาเลิกคุมบาดแผล ปล่อยให้โลหิตไหลหลั่งไปตามหนามแหลมรดลงสู่เบื้องล่าง
หลอมโลหิตเป็นสื่อ หนุนด้วยจิตสัมผัส
จิตวิญญาณของหลี่กวนฉีจมลึกลงสู่จานค่ายกลพันกลไกด้านล่างในชั่วพริบตา!!
ข้อมูลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับค่ายกลพันกลไกพลันพุ่งพรูเข้ามาในสมอง
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม หลี่กวนฉีล้วงเอาป้ายหยกสลักรูปกระบี่เล่มยาวออกมา ก่อนตบลงบนพื้นอย่างแรง!
ลวดลายแสงนับไม่ถ้วนบนพื้นหลอมรวมเข้าสู่ป้ายหยกในทันใด ป้ายหยกทอแสงสว่างเจิดจ้า
หุ่นเชิดพลันปรากฏกระบี่ยาวขึ้นที่มือซ้าย มันชักกระบี่ออก กุมกระบี่สองมือแล้วพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูอย่างเหี้ยมห้าว!
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่มันข้ามผ่านช่องฝ่ายตนเอง และเท้าของหุ่นเชิดเพิ่งเหยียบย่ำลงบนช่องแรกของอีกฝ่าย
ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามพลันโบกมืออย่างรุนแรง ราวกับกำลังเคลื่อนย้ายสิ่งใดบางอย่าง
หลี่กวนฉีรีบสั่งการให้หุ่นเชิดถอยร่นกลับมาหนึ่งก้าว
ทว่าก้าวเดียวนี้เอง ที่ทำให้เขารอดพ้นจากกลไกอันชั่วร้ายไร้เทียมทาน!
ช่องที่เดิมทีหุ่นเชิดกำลังจะเหยียบย่ำลงไปพลันแยกออกตรงกลาง แผ่นหินสองข้างดีดตัวขึ้นพร้อมหนามเหล็กแหลมคมนับไม่ถ้วน
แผ่นหินสองแผ่นที่กระดกขึ้นเปรียบเสมือนคัมภีร์ที่ถูกปิดฉากลง กระแทกเข้าหากันอย่างรุนแรง!
ตึง!
หากมิใช่เพราะหลี่กวนฉีตอบสนองได้ว่องไว หุ่นเชิดคงถูกหนามเหล็กแทงทะลุร่างไปนานแล้ว
หุ่นเชิดออกแรงที่ปลายเท้า พุ่งทะยานเข้าหารูปสลักหินของอีกฝ่ายต่อ!
หุ่นเชิดกายดำเมื่อมถือกระบี่คู่ฟันฉับลงมาอย่างเกรี้ยวกราด
ทว่ากลับถูกหุ่นเชิดสีเงินยืนต้านไว้ด้วยกระบี่ในมือ
หลี่กวนฉีอาศัยแรงพลิกตัวแปรขบวนท่า กระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุศีรษะของหุ่นเชิดฝั่งตรงข้ามจากท้ายทอย!!
ตู้ม!!
หุ่นเชิดสลายกลายเป็นละอองแสงวิญญาณหายไปจากลาน ซ้ำร้ายรูปสลักหินเบื้องหลังมันยังระเบิดตูมตามขึ้นมาอีกด้วย!!
“อ๊ากกก!!! อ๊ากกก!!!”
เสียงกรีดร้องบาดจิตแผดขึ้น ชายผู้นั้นกุมศีรษะคุกเข่าลงกับพื้น คลั่งไคล้ถึงขั้นเอาหัวโขกพื้นอย่างหนักหน่วง!
“ฉวยโอกาสยามเจ้าเพลี่ยงพล้ำ สังหารเจ้าเสีย!”
ดวงตาของหลี่กวนฉีเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงฉาน แต่เขาไม่ยอมเสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาที
ครืน!!!
ทว่าเขาพลันพบว่าหุ่นเชิดของตนคล้ายถูกพันธนาการไว้กับที่ จนมิอาจเคลื่อนไหวได้แม้แต่น้อย!
ชายผู้นั้นผมผ่ากระเซอะกระเซิงเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน!
แม้นห่างกันหลายร้อยจั้ง หลี่กวนฉีก็ยังคงมองเห็นใบหน้าที่มีโลหิตไหลซึมออกจากทวารทั้งเจ็ดอย่างชัดเจน
ชายคนนั้นตบป้ายหยกอีกใบลงไปอย่างเหี้ยมเกรียม พร้อมแผดเสียงคำราม
“ตาย!! ข้าจะให้เจ้าตาย!!”
เส้นแสงปราณสีน้ำเงินบนจานค่ายกลขยับร่นมาข้างหน้าถึงห้าแถว!!
ต้องรู้ก่อนว่าแถวแนวนอนของหลี่กวนฉีมีเพียงสิบแถว เท่ากับว่าเขาเสียพื้นที่ไปถึงหนึ่งร้อยช่อง!
ฟึ่บ!!
หุ่นเชิดเกราะสีเงินทะยานร่างมาถึง เพียงชั่วพริบตาก็เหยียบลงบนอิฐสีม่วง
มันยักย้ายถ่ายเทร่างอย่างคล่องแคล่ว พริบตาเดียวก็เข้าใกล้รูปสลักหินใต้แท่นสูงของหลี่กวนฉีแล้ว
พลันนั้นเอง!
เบื้องหน้าของหลี่กวนฉีพลันปรากฏแท่นสูงพิเศษยกตัวขึ้นมา
บนแผ่นหินยามนี้ปรากฏแบบจำลองจานค่ายกลขนาดเล็ก
ข้างๆ ยังมีร่องสลักและป้ายหยกอยู่อีกหลายใบ
สิ่งเหล่านี้สามารถแทรกใส่ลงไปในช่องที่กำหนดไว้ได้
เมื่อหลี่กวนฉีทาบฝ่ามือลงบนจานค่ายกล ข้อมูลมากมายก็พรั่งพรูเข้ามาในสมอง เขาเริ่มประมวลผลทำความเข้าใจทั้งหมดด้วยความเร็วสูงสุด
ยามนี้หุ่นเชิดเกราะเงินอยู่ห่างจากรูปสลักหินของหลี่กวนฉีเพียงแค่ช่องเดียวเท่านั้น!
เหล่าผู้คนที่อยู่ด้านหลังเห็นภาพนี้หัวใจต่างลอยไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงร้องตะโกนดังลั่น “ศิษย์น้อง!! ระวัง!”
“เคลื่อนไหวสิ!! เหตุใดหุ่นเชิดดำตัวนั้นถึงไม่เคลื่อนไหว!!”
ชายชุดดำฝั่งตรงข้ามเผยสีหน้าเหี้ยมโหด ขณะที่เหล่าคนชุดดำด้านหลังบัดนี้ต่างยิ้มร่าอย่างผ่อนคลาย
“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกโง่เง่าเหล่านั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจานค่ายกลพันกลไกเป็นแบบผลัดกันเดิน”
“ดูท่าครานี้พวกเราเปิดชั้นที่สิบสี่ได้แน่!”
แม้นชายหน้าแผลเป็นจะเห็นแท่นค่ายกลที่ยกตัวขึ้นเบื้องหน้าหลี่กวนฉีจนสายตาสั่นไหวด้วยความประหลาดใจ
ทว่ายามนี้ย่อมสายเกินไปแล้ว ขอเพียงหุ่นเชิดที่เขากระทืบสั่งการก้าวไปข้างหน้าอีกเพียงก้าวเดียว ก็สามารถฟันทำลายรูปสลักหินชิ้นที่สองได้แล้ว!!
ยามที่หุ่นเชิดก้าวเท้าใหญ่โตออกไป กระบี่ยาวที่ชูสูงในมือคล้ายดึงรั้งหัวใจของทุกคนให้หยุดเต้น!
ทว่าหลี่กวนฉีกลับผนึกป้ายหยกรูปขุนเขาในมือลงสู่จานค่ายกลเบื้องหน้าอย่างรุนแรง!
ตูม!!!
ชั่วครู่ชั้นขุนเขาอันยิ่งใหญ่ตระการตาพลันปรากฏขึ้นกลางลาน ปิดทับช่องในแถวสุดท้ายจนหมดสิ้น!
การฟันของหุ่นเชิดจึงฟาดลงบนขุนเขานั้นอย่างจัง!
ครืน!!
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้านฟ้า ขุนเขากลับสั่นไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
มือของหลี่กวนฉีเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ผนึกป้ายหยกสลักรูปเงาจางสี่เหลี่ยมผืนผ้าลงในจานค่ายกลทันที
ชายหน้าแผลเป็นสีหน้าสลดวูบ สบถเสียงต่ำ “บัดซบ! มันได้ป้ายหยก ‘ขุนเขาผู้อารักษ์’ ไป!”
หุ่นเชิดขยับเท้าเบาๆ ร่างเบี่ยงออกข้างสลับช่องอย่างรวดเร็ว หมายจะอ้อมไปด้านข้างเพื่อโจมตีหุ่นเชิดเกราะดำโดยตรง
หลี่กวนฉียิ้มเย็น ทันใดนั้นพลันเห็นว่ายามหุ่นเชิดสีเงินเหยียบลงบนช่องหนึ่ง ย่างก้าวของมันกลับถูกเคลื่อนย้ายย้อนกลับไปตำแหน่งสามก้าวก่อนหน้านั้นในทันที!!
ชายหน้าแผลเป็นถลึงตาโต สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ตะโกนอุทาน “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!!”
“เหตุใดหุ่นเชิดถึงถูกย้ายกลับไปตรงตำแหน่งที่เพิ่งข้ามเส้นมา!”
จากนั้นชายคนนั้นก็เงยหน้ามองหลี่กวนฉี พึมพำเสียงแผ่ว “ไม่ถูกต้อง… แท่นค่ายกลเบื้องหน้าเขานั่นคือสิ่งใด?”
หลี่กวนฉีหรือจะปล่อยให้อีกฝ่ายมีเวลาคิด ยามคายพันธนาการของหุ่นเชิดออก เขาก็บังคับหุ่นเชิดพุ่งทะยานออกไปในทันใด!
อาศัยช่วงเวลาที่อีกฝ่ายยังไม่กระจ่างแจ้งในกฎของค่ายกลพันกลไก เขาจักต้องสังหารปลิดชีพมันเสีย!
หุ่นเชิดกายดำกุมกระบี่สองมือ คมกระบี่ครูดกับพื้นจนประกายไฟแตกกระจาย!
ทว่าในยามนั้นเอง รูม่านตาของชายคนนั้นพลันสั่นไหวอย่างรุนแรง
เขาโคจรพลังปราณอัดลงใต้แท่นสูง ในที่สุดแท่นค่ายกลที่เหมือนกันก็ยกตัวขึ้นมาเช่นกัน
ทว่าความเร็วของหุ่นเชิดเกราะดำนั้นว่องไวเกินไป ชายชุดดำใช้สองมือลูบโลหิตที่บดบังทัศนวิสัยออกจากดวงตาอย่างลุกลี้ลุกลน
ตบป้ายหยกใบเดียวที่เหลืออยู่ในมือลงบนจานค่ายกลอย่างลนลาน!
ในมโนสติ ชายหน้าแผลเป็นเห็นว่าป้ายหยกใบนั้นสลักลวดลายอาวุธลับนับไม่ถ้วนเอาไว้
หวึง!!
หลี่กวนฉีผู้หลับตาลงพลันขมวดคิ้วแนบแน่น บังคับหุ่นเชิดถอยร่นกลับมาอย่างรวดเร็ว
ทว่ายามนี้ แผ่นหินเขียวทั้งแปดทิศรอบด้านพลันทรุดตัวลง!
ชั่วครู่ หน้าไม้ขนาดมหึมาแปดแท่นพลันค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาจากใต้ดิน!
บนหน้าไม้แต่ละแท่นมีกล่องไม้ทรงยาววางอยู่ แต่ละกล่องบรรจุลูกศรไว้ถึงสามสิบดอก และปลายลูกศรเหล่านั้นทอประกายเย็นเยียบคมกริบ
เมื่อเห็นลูกศรหน้าไม้ที่มีขนาดใหญ่หนาเท่าสองนิ้วมือ หลี่กวนฉีมิลังเลแม้แต่น้อย รีบบังคับหุ่นเชิดถอยร่นฉับไว!!
ขณะเดียวกัน เขาก็ผนึกป้ายหยกสลักลวดลายอาวุธลับในมือลงบนจานค่ายกล
ขณะที่หน้าไม้ทั้งแปดแท่นกำลังขึ้นสาย แผ่นหินสิบสองช่องเบื้องหลังหุ่นเชิดเกราะดำพลันทรุดตัวลงอย่างรุนแรง
เสาเหล็กหนาเท่าถังน้ำสิบสองต้นค่อยๆ ยกตัวขึ้น ก่อนจะหมุนหันปลายไปทางฝั่งตรงข้ามในทันใด
ยามเดียวกัน เปลือกนอกของเสาเหล็กเริ่มปริแยกออกเป็นส่วนๆ เพียงชั่วพริบตา เสาเหล็กแต่ละต้นก็แตกขยายออกเป็นเสาเหล็กขนาดเล็กอีกหกสิบหกต้น!