บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1668 แดนรากบรรพกาล
บทที่ 1668 แดนรากบรรพกาล
อวี๋ชิวจิงทั้งอับอายและขุ่นเคืองจนอยากแทรกแผ่นดินหนีเหลือเกิน
อัปยศอย่างแท้จริง!
เมื่อครู่ก่อน เขายังเอะอะโวยวายว่าที่มาของเฉินซีมีเงื่อนงำ และทำให้กลุ่มของพวกเขามาเผชิญกับดัก ยิ่งกว่านั้น เขายังเกือบไม่ยอมรับเฉินซีเป็นสหายร่วมกลุ่มของพวกตน
แต่พริบตาต่อมา เพราะเฉินซีเช่นกัน กลุ่มของพวกเขาจึงได้รับคุณสมบัติเข้าสู่แดนรากบรรพกาลโดยไม่ต้องผ่านบททดสอบ!
เมื่อเทียบสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกัน อวี๋ชิวจิงจึงรู้สึกเหมือนตนให้โอกาสเฉินซีตบหน้าตัวเขาเอง เจ็บแสบเสียเหลือเกิน
อวี๋ชิวจิงกระทั่งรู้สึกอยากร่ำไห้ แต่กลับพบว่าตนไร้น้ำตาให้หลั่งริน
ก่อนมาถึงวิหารรากบรรพชน เขายั่วยุเฉินซีอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็ถูกบดขยี้ในหนึ่งกระบวนท่า เสียหน้าอย่างยับเยิน
แล้วขณะนี้ เขาก็ถูกตบหน้าท่ามกลางธารกำนัล สิ่งนี้ทำให้อัจฉริยะจากเอกภพจักรวรรดิอย่างเขารู้สึกเดือดดาลจนแทบบ้า
เพราะเหตุใด?
……
ในใจอวี๋ชิวจิงเหมือนถูกพายุโถมพัด ทว่าเฉินซีไม่ได้คิดสนใจเลย เมื่อได้ยินคำเตือนของชายชรา เขาก็พยักหน้า ประสานกำปั้นกล่าวโดยไม่ลังเล “ขอบคุณผู้อาวุโส”
แม้เขาจะไม่ทราบเหตุผล แต่มีจะปล่อยโชคเช่นนี้หลุดมือไป?
“ไปสิ” ชายชราไม่ยอมพูดอะไรอีก พลางโบกมือบุ้ยใบ้
ภายใต้สายตาไม่อยากเชื่อและริษยาจากทั่วทิศ เฉินซี เล่ออู๋เหิน และกลุ่มเดินผ่านประตูที่สามไปทันที
อวี๋ชิวจิงย่อมตามพวกเขาไปด้วยเช่นกัน แต่เหมือนบรรยากาศรอบตัวจะเผยความหดหู่หมองเศร้า
เพียงอึดใจต่อมา ร่างของเฉินซีและกลุ่มก็หายไปหลังประตู
เมื่อพวกเขาจากลับ ประตูบานที่สามซึ่งเปิดขึ้นระหว่างประตูเป็นตายก็หายไปเช่นกัน
หากไม่ได้เห็นเหตุการณ์นี้กับตาตน ทุกคนคงไม่สงสัยกระทั่งว่ามีประตูบานที่สามอยู่ด้วยหรือ
ในที่สุด… วิถีของเขาก็ไม่เดียวดาย ชายชราถอนหายใจยาวแช่มช้า มองเฉินซีและกลุ่มจากไป ความคิดของเขาเหมือนย้อนคืนสู่กาลเวลาแสนนานในอดีต ทำให้ทอดถอนใจไม่หยุดหย่อน
“ผู้อาวุโส ขอบังอาจถามได้หรือไม่ว่า พวกเขามีสิทธิ์อะไรจึงได้รับอนุญาตให้เข้าสู่แดนรากบรรพกาลโดยไม่ต้องรับบททดสอบ?” ผู้เยี่ยมยุทธ์คนหนึ่งดวงตาแดงก่ำจากความริษยา เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ
นั่นสิ! เพราะเหตุใด!?
ผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลายฟื้นจากความตะลึง มุ่งสายตามายังทวารบาลของวิหารตาม ๆ กัน
ชายชราทำเหมือนไม่รับรู้ เมินเฉยต่อทุกสิ่ง และกล่าวขึ้นเสียงเรียบ “รับบททดสอบกันต่อ”
ทุุกคนต่างผงะตะลึง ยิ่งรู้สึกไม่ชอบใจในอก แค่คำอธิบายยังไม่ให้เราเลย ไม่ใช่ทำเกินไปหน่อยหรือ?
“ผู้อาวุโส ไยเราจึงทำเช่นเดียวกันไม่ได้?” ผู้เยี่ยมยุทธ์ซึ่งพูดอย่างไม่พอใจออกมาเมื่อครู่เปิดปากอีกครั้ง น้ำเสียงไม่ยินยอมเล็กน้อย
“เพราะเหตุใด?” ชายชราเบนสายตาชำเลืองผู้เยี่ยมยุทธ์คนนั้นอย่างเฉยชา “บางสิ่งไม่ต้องการเหตุผลหรอก”
“แต่เราไม่ยอมรับเรื่องเช่นนี้หรอกนะ!” ผู้เยี่ยมยุทธ์คนนั้นรวบรวมความกล้าพูดเสียงดัง
“งั้นก็ไปเสีย” ชายชรากล่าวเรียบ ๆ พริบตาต่อมา ปราณอันคลุมเครือจากยุคหม่านกู่ก็ทะลักออกจากแท่นบูชา โอบล้อมร่างผู้เยี่ยมยุทธ์คนนั้น ไม่มีแม้แต่โอกาสจะดิ้นรน ก็ถูกพาตัวหายลับไปแล้ว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาฝูงชน ทำให้หัวใจหนาวเยือก ไม่กล้าตั้งคำถามกับเรื่องนี้อีก
ยิ่งกว่านั้น ในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักเข้าใจ ว่าเหตุใดผู้อาวุโสจากนิกายตนจึงเตือนซ้ำ ๆ ไม่ให้ไปล่วงเกินทวารบาลผู้นี้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
เพราะว่า… การไล่คนออกจากซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ ทวารบาลไม่ต้องการเหตุผลใดเลย!
……
แดนดินไร้ขอบเขตใต้ท้องนภากว้างปกคลุมด้วยความพินาศอ้างว้าง สำนักนิกายพังถล่ม กำแพงผุทลาย รูปสลักหินร้าวราน เศษศิลาด่างดำกระจัดกระจาย….
ทุกแห่งหนคือความพินาศเสียหายซึ่งอยู่มาแสนนาน ให้บรรยากาศเวิ้งว้างของโศกนาฏกรรม
ถึงขนาดที่การจะพบเห็นซากสังขาร โครงกระดูกและเศษสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันเรืองประกายเบาบางนั้นง่ายยิ่งนัก
วู้ววว~
สายลมพัดโชย แต่กลับส่งเสียงดุจสะอื้นไห้ ทำให้ฟ้าดินทั่วทิศยิ่งดูเวิ้งว้างวังเวง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกราวหวนกลับสู่ยุคหม่านกู่เมื่อกาลก่อน
กฎแห่งเต๋าสวรรค์ที่นี่เต็มไปด้วยปราณหมานกู่อันเก่าแก่ ไม่คุ้นชินแต่แข็งแกร่ง เพียงพอให้หัวใจทวยเทพสั่นกระตุก
แดนรากบรรพกาลที่ผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลายใฝ่ฝันอยากมา!
วูบ!
มิติสั่นสะท้าน คนกลุ่มหนึ่งก้าวออกมา
“แดนรากบรรพกาลกว้างใหญ่อย่างยิ่ง จากตำนานว่าไว้ สมบัติลับรากบรรพกาลเคยปรากฏขึ้นที่นี่ในยุคหม่านกู่ ทำให้ผู้ยิ่งใหญ่มากมายรบราประชันศึก ตกตายไปนับไม่ถ้วน และซากโบราณสถานเหล่านี้ก็เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น”
“ข้าได้ยินมาว่าที่นี่ ครั้งหนึ่งเคยเป็นนครอันรุ่งโรจน์อันมีทวยเทพอันแข็งแกร่งร้ายกาจซึ่งเกิดจากความโกลาหลอาศัยอยู่ ทว่าบัดนี้ ทั้งหมดถูกชะล้างไปในธารนทีแห่งกาลเวลา กลายเป็นซากปรักหักพังสุดลูกหูลูกตา”
“แต่แน่ใจได้ว่าแดนรากบรรพกาลอันตรายกว่ามหาสมุทรสุสานเทวะและแดนปีศาจโกลาหลเป็นร้อย ๆ เท่า ถึงขนาดที่ปีศาจบางตนที่นี่แข็งแกร่งเทียบขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลได้ เราต้องระวังตัวนะ”
ระหว่างทาง เล่ออู๋เหินอธิบายทุกสิ่งที่เขาทราบแก่คนอื่น ๆ ในกลุ่มอย่างรวดเร็ว
คิ้วเฉียงของเฉินซีเลิกขึ้น ปีศาจเทียบขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล? เป็นปัญหาเอาการเลยจริง ๆ
คนอื่น ๆ ก็เผยเค้าความจริงจังเช่นกัน แม้จะเป็นตัวตนสูงสุดในหมู่เทวารู้แจ้งวิญญาณ และยังมีมหาเทวาวิญญาณในหมู่พวกเขาหลายคน แต่ก็ยังนับว่าอ่อนแอหากไปเทียบตัวตนในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ปีศาจเหล่านี้เกิดขึ้นจากวิญญาณอันไม่สมประกอบของเหล่าเทวาที่สิ้นชีพนี่ ความแข็งแกร่งเทียบบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลที่แท้จริงไม่ได้ อย่างน้อยที่สุด มหาเทวาวิญญาณก็เพียงพอประมือพวกมันได้ตรง ๆ” เชินถูเยียนหรานพูดช้า ๆ คำพูดของนางทำให้คนอื่น ๆ ผ่อนหายใจโล่งอกกันได้ทันที แต่ก็ยังไม่กล้าเลินเล่อ เพราะถึงอย่างไร กลุ่มของพวกเขาก็มีมหาเทวาวิญญาณเพียงสี่คน ขณะที่คนอื่นไม่ได้มีการบ่มเพาะสูงถึงเพียงนั้น
“รากเต๋าบรรพชนอยู่ที่ใด?” จู่ ๆ เฉินซีก็ถามขึ้น
ทุุกคนต่างผงะไป สายตาซึ่งหันมองเฉินซีเจืออารมณ์คลุมเครือ จนบัดนี้ พวกเขาก็ยังคิดไม่ออกว่าเหตุใดทวารบาลวิหารจึงประเมินเฉินซีไว้สูงนัก ถึงขนาดได้รับการยกเว้นไม่ต้องรับบททดสอบก็เพราะเฉินซี
สิ่งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของเฉินซีในใจพวกเขายิ่งทวีความลึกลับยิ่งขึ้น
ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามกับเฉินซีแล้ว รวมถึงอวี๋ชิวจิงด้วย เขาเหมือนจะกลายเป็นคนสงวนคำไปหลังเผชิญการตอบโต้อย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง ไม่มีสักคำนับแต่เข้ามาในแดนรากบรรพกาล
“จากประสบการณ์ในอดีต รากเต๋าบรรพชนจะปรากฏในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า และรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้าก็จะซุกซ่อนปะปนอยู่ในหมู่รากเต๋าบรรพชน” เล่ออู๋เหินอธิบายด้วยรอยยิ้ม
ที่แท้ ในแดนรากบรรพกาลก็มี ‘รากเต๋าบรรพชน’ อยู่มากมาย และรากเต๋าบรรพชนใต้ระดับเก้าก็กระจัดกระจายในหมู่ ‘รากเต๋าบรรพชน’ ซึ่งอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วแดนรากบรรพกาล
ทว่าในหมู่ ‘รากเต๋าบรรพชน’ เหล่านี้มีรากเต๋าบรรพชนพิเศษอยู่
จากตำนาน มันคือรากเต๋าบรรพชนแห่งแรกที่เกิดขึ้นยามความโกลาหลในยุคหม่านกู่ถูกเบิกออก เป็นการคงอยู่อันสุดแสนลึกลับจนยามนี้
แต่กระทั่งยามนั้น ยังไร้ผู้ใดยืนยันได้ว่ารากเต๋าบรรพชนพิเศษแห่งนั้นซ่อนอยู่ที่ใด มันดูลึกลับเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นหลังจากผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งหลายมาถึงแดนรากบรรพกาล พวกเขาก็ทำได้เพียงรอให้รากเต๋าบรรพชนแห่งนั้นปรากฏขึ้น
โชคยังดี แม้พวกเขาจะไม่อาจตัดสินสถานที่อันชัดเจน แต่ก็ยังใช้ประสบการณ์ในอดีตมาสรุปเวลาโดยประมาณที่รากเต๋าบรรพชนแห่งนั้นจะปรากฏได้
เหตุผลที่เล่ออู๋เหินรู้มากนักก็เพราะการชี้นำที่ได้รับจากผู้อาวุโสในตระกูล หากเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ อย่าว่าถึงรากเต๋าบรรพชนแห่งนั้นจะปรากฏยามใด พวกเขาอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารากเต๋าบรรพชนพิเศษนั่นคือสิ่งใด
นี่คือทรัพยากรและความสามารถของกองกำลังโบราณของเอกภพจักรวรรดิ กองกำลังยิ่งใหญ่เหล่านี้มีตัวตนอยู่แสนนาน ข้อมูลที่พวกเขามีย่อมไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปเทียบติด
“หนนี้เรามีเวลาค่อนข้างเหลือเฟือ ดังนั้นฉวยโอกาสนี้สืบหารากเต๋าบรรพชนระดับอื่น ๆ ในแดนรากบรรพกาลกันเถอะ” เล่ออู๋เหินเสนอขึ้นด้วยรอยยิ้ม เพราะการช่วยผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ หารากเต๋าบรรพชนก็เป็นข้อตกลงส่วนหนึ่งที่พวกเขาตกลงกันไว้ก่อนแล้ว
คนอื่น ๆ ย่อมไร้ข้อโต้แย้ง
แตกต่างจากโลกภายนอก แม้จะไม่นับรวมรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า แดนรากบรรพกาลก็ยังกล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยโอกาสวาสนา
ที่นี่ไม่ได้มีเพียงรากเต๋าบรรพชนระดับอื่น ๆ มากมาย รากเต๋าบรรพชนขั้นกษัตริย์ระดับเจ็ดและขั้นราชาระดับแปดซึ่งพบพานได้เพียงอาศัยโชคยังมีไม่ขาด นี่เป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในเอกภพนับพัน ดาราจักรนับไม่ถ้วนในแดนเทพโบราณอย่างแน่นอน!
แน่นอน เทียบกับรากเต๋าบรรพชนหกระดับแรก รากเต๋าบรรพชนขั้นกษัตริย์ระดับเจ็ดและขั้นราชาระดับแปดย่อมหายากกว่า
ผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ ในกลุ่มของเฉินซีหมายตารากเต๋าบรรพชนระดับหกขึ้นไปเอาไว้ และกระทั่งรากเต๋าบรรพชนระดับห้าซึ่งด้อยกว่ากันนิดหน่อยก็ยังพอรับได้
ขณะเดียวกัน ห้ามหาเทวาวิญญาณ เฉินซี เล่ออู๋เหิน เชินถูเยียนหราน อวี๋ชิวจิง และจวนอวี๋สุ่ยต่างหมายตารากเต๋าขั้นราชาระดับแปดและรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า
เมื่อขอบเขตการบ่มเพาะและความแข็งแกร่งแตกต่าง วาสนาที่แสวงย่อมแตกต่างไปเช่นกัน
ไม่นาน ลำแสงสีเขียวมรกตก็ทะยานสู่นภาจากแสนไกล ดึงความสนใจจากกลุ่มของเฉินซี
ลำแสงเขียวมรกตนี้ดูเหมือนเสาค้ำสวรรค์ เต็มไปด้วยรัศมีเรืองรองเขียวมรกต ดูเจิดจรัสเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมองจากไกล ๆ ก็สัมผัสปราณเก่าแก่บรรพกาลได้หนาแน่น
“รากเต๋าบรรพชนระดับหก!” ดวงตาของเล่ออู๋เหินเจิดจ้าประกาย กล่าวขึ้นยิ้ม ๆ “โชคเราไม่เลวเลย ที่นั่นมีรากเต๋าบรรพชนระดับหกเกิดขึ้นหนึ่งชิ้น”
คนอื่น ๆ ก็ตื่นเต้นเช่นกัน สายตาแผดผลาญด้วยความปรารถนา รากเต๋าบรรพชนระดับหกนั้นหาได้ยากยิ่งในแดนเทพบรรพกาล
แม้จะเป็นที่เอกภพจักรวรรดิ ก็มีเพียงกองกำลังสูงสุดอันเก่าแก่เท่านั้นที่จะมีแดนรากบรรพกาลอันสามารถบ่มเพาะรากเต๋าบรรพชนคุณภาพเช่นนี้ได้ในครอบครอง
ระดับหก? กลับกัน เฉินซีฉงนใจเล็กน้อย เล่ออู๋เหินทำเช่นไรจึงตัดสินได้ว่ารากเต๋าบรรพชนนั่นอยู่ในระดับหก?
………………..