บันทึกเส้นทางจักรพรรดิเซียน [符皇] - บทที่ 1747 แลกเปลี่ยน
บทที่ 1747 แลกเปลี่ยน
บนถนนอันคับคั่งของเมืองนาวาวิญญาณ
นับแต่วันที่ข่าวเกี่ยวกับรากเต๋าบรรพชนระดับห้าและหกแพร่ออกจากโถงแลกเปลี่ยน ผู้บ่มเพาะมากมายก็ตามกันมาจากทั่วทิศในเวลาสั้น ๆ เพียงสามวัน
มีกระทั่งตัวตนยิ่งใหญ่เรืองอำนาจมหาศาลมากมายปะปน ทั้งเจ้านิกาย ผู้นำตระกูล หรือเจ้าเมืองเจ้าดาราจักร กล่าวได้ว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็นตามรสุม ทำให้บรรยากาศในเมืองนาวาวิญญาณยิ่งทวีความพลุกพล่าน
ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นบนถนนหรือตามภัตตาคาร ผู้บ่มเพาะทั้งหมดล้วนพูดกันแต่เรื่องนี้
“วัตถุเทวะสิบหกชนิด แค่อย่างใดอย่างหนึ่งก็นำมาแลกรากเต๋าบรรพชนระดับห้าขึ้นไปได้แล้ว มิได้หมายความหรือว่าเจ้าของประกาศนี้ อย่างน้อยๆ ก็มีรากเต๋าบรรพชนสิบหกชิ้น? นี่มัน… พูดไม่ออกจริง ๆ!”
“อย่าห่วงเลย ขณะนี้มีตัวตนยิ่งใหญ่มากมายเริ่มให้ความสนใจเรื่องนี้แล้ว มันไม่มีทางเป็นเรื่องลวงไปได้ มิเช่นนั้น โถงแลกเปลี่ยนคงไม่กล้าออกประกาศเช่นนี้มั่วซั่วแน่นอน”
“แล้วพวกท่านคิดว่าคนผู้นั้นเป็นใคร?”
“ไม่ว่าผู้ใด เขาต้องเคยเข้าไปในแดนรากบรรพชนในซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่เมื่อครู่ก่อนเป็นแน่ หาไม่ แล้วเขาจะมีรากเต๋าบรรพชนมากมายเพียงนี้ได้อย่างไร?”
“คงไม่ใช่เฉินซีหรอกกระมัง?”
“ไม่มีทาง คนผู้นั้นเป็นศิษย์สายตรงของเขาเทพพยากรณ์ แล้วเขาจะมีเวลามาที่นี่ได้อย่างไร? ระหว่างการเดินทางสู่ซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ เขาฆ่าลั่วฉ่าวหนง กงเหย่เจ๋อฟู และมหาเทวาวิญญาณไปอีกหลายคน ท้ายที่สุดก็ทำให้ขุมกำลังสูงสุดหลายแห่งในเอกภพจักรวรรดิเดือดดาล กระทั่งจักรพรรดิชงโตวยังลงมือคิดฆ่าเขาเอง”
“ถูกต้อง ข้าได้ยินมาว่านายใหญ่ของเขาเทพพยากรณ์ อู๋เซวี่ยฉานก็ออกมาเคลื่อนไหว ปรากฏตัวขึ้นจากการปิดด่านบ่มเพาะเพื่อช่วยเฉินซีระบายโทสะ นอกจากนั้น เขายังบังคับตัวตนยิ่งใหญ่จากเอกภพจักรพรรดิทั้งหลายคุกเข่าต่อหน้าธารกำนัล กระทั่งจักรพรรดิชงโตวยังหนีชะตาไม่พ้น!”
“ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดาจริง ๆ นายใหญ่อู๋เซวี่ยฉานไม่ได้ออกจากการปิดด่านบ่มเพาะแสนนาน แต่พอออกมา เขาก็สร้างเรื่องใหญ่ทันที เกินคาดคิดได้โดยแท้”
…
ขณะเดินบนถนนอันคับคั่งของเมืองนาวาวิญญาณ เฉินซีก็ได้ยินสารพัดเสียงหารือกระทบโสตโดยไม่ต้องพยายามสืบเสาะใด ๆ
บางหารือเกี่ยวกับประกาศแลกเปลี่ยน
บ้างเสวนาถึงศึกนอกเมืองเฟิงฉี
บ้างกล่าวถึงวัตถุเทวะทั้งสิบหก
สรุปคือ มันเอะอะเจี๊ยวจ๊าวอย่างยิ่ง เป็นที่น่าตกตะลึงสำหรับเฉินซีนัก
เพราะเฉินซีสังเกตเห็น ว่าทุกประเด็นสนทนาระหว่างทางเหมือนกับ… จะเกี่ยวกับเขาทั้งสิ้น
เกินคาดคิดของเขาไปโดยแท้จริง
แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เฉินซีตระหนักทันทีว่าข่าวศึกซึ่งเกิดนอกเมืองเฟิงฉีแพร่ไปทั่วแดนเทพโบราณแล้ว
ด้วยเหตุนี้ นามของเขาจึงถูกแพร่ไปทั่วโลกหล้าแต่ยามใดไม่อาจทราบ จู่ ๆ เขาก็โด่งดังขึ้นมา ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้เช่นกาลก่อนแล้ว
กระทั่งตัวเฉินซีเองยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่านี่เป็นเรื่องดีหรือไม่
หากเป็นเช่นนี้ ถ้าบุพการีของข้าอยู่ในแดนเทพโบราณ พวกเขาก็น่าจะได้ยินเรื่องนี้แล้วหรือไม่? จู่ ๆ เฉินซีก็นึกถึงบุพการีของเขา เฉินหลิงจวินและจั่วชิวเสวี่ยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย กระทั่งอดบังเกิดความรู้สึกหดหู่น้อย ๆ ในใจไม่ได้
เมื่อกาลก่อน ณ คุกเนตรเซียนในสามภพ เฉินหลิงจวินพาจั่วชิวเสวี่ยจากไป ทิ้งแผ่นหยกไว้ให้เฉินซีแผ่นหนึ่ง กล่าวไว้ว่าขอเพียงเขาดูแลชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากให้ดี เช่นนั้น สักวันในภายหน้า เขาจะได้หวนบรรจบกับบุพการีของเขาอีกครั้งในแดนเทพโบราณอย่างแน่นอน
แต่จนบัดนี้….
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีอดสงสัยเป็นครั้งคราวไม่ได้ว่า ตกลงเฉินหลิงจวิน พ่อข้าเป็นใครกันแน่? เขาเผชิญประสบการณ์เช่นไรมาตลอดอดีตชาติที่ผ่านมา?
ในอดีตชาติของเขา เฉินหลิงจวินเคยเป็นศิษย์น้องของเจ้านิกายอำนาจเทวะ และยังเคยเป็นนักพรตเต๋าเซิ่งจี นายท่านรองของเขาเทพพยากรณ์ จนบัดนี้ กระทั่งเฉินซียังไม่อาจตัดสินได้ว่าบิดาของเขาเป็นใครกันแน่ และมีสัมพันธ์เช่นไรกับแดนเทพโบราณ
“คุณชาย ทราบหรือไม่ว่าสามเหตุการณ์อันลือลั่นที่สุดทั่วแดนเทพโบราณขณะนี้คือเรื่องใดบ้าง?” ทันใดนั้นเฉียนอันซึ่งนำทางอยู่เบื้องหน้าก็ปริปาก ปลุกเฉินซีขึ้นจากภวังค์ความคิด
เฉินซีเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ “ว่ามา”
“เรื่องแรกย่อมไม่พ้นการปรากฏตัวกะทันหันของนายใหญ่เขาเทพพยากรณ์ อู๋เซวี่ยฉาน เขาบดขยี้ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งด้วยตัวคนเดียว และบังคับจักรพรรดิชงโตวคุกเข่าสำนึกผิด”
“สองคือทายาทตระกูลเย่ เย่เฉิน และทายาทตระกูลอวี๋ อวี๋จิ่วเยว่เหยียบย่างสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลตาม ๆ กัน ก่อปรากฏการณ์ในฟ้าดิน ลือลั่นสมญาดาราแฝดในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล เจิดจรัสไร้เทียมทาน”
“สามคือ….” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เฉียนอันก็หยุดพูด เปลี่ยนมาส่งกระแสปราณแทน “คือประกาศของท่าน ข้าได้ยินมาว่ามันกระทั่งสะท้านถึงขุมกำลังมากมายในเอกภพจักรวรรดิ และทำให้พวกเขาจำต้องส่งยอดฝีมือมากมายออกมาเพื่อสืบเรื่องนี้”
ได้ยินเช่นนี้ คิ้วของเฉินซีพลันเลิกสูง หัวใจสั่นสะท้าน
ข่าวแรกนั้นเข้าใจได้อย่างยิ่งสำหรับเขา ภาพยามศิษย์พี่ใหญ่กำราบจักรพรรดิชงโตวนั้นปรากฏแก่สายตาผู้บ่มเพาะมากมายรอบข้าง ไม่อาจปกปิดได้เลย
ข่าวที่สองนั้นค่อนข้างน่าสนใจ หากเฉินซีเข้าใจไม่ผิด เย่เฉินและอวี๋จิ่วเยว่ก็คืออันดับหนึ่งและสองบนเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณตามลำดับ เหนือชั้นกว่าลั่วฉ่าวหนงไปไกล
แต่เฉินซีไม่คาดเลยว่าทั้งสองจะเคลื่อนขอบเขตพร้อม ๆ กัน นอกจากนั้น ทั้งสองยังก่อให้เกิดปรากฏการณ์ในฟ้าดิน เป็นที่ตกตะลึงในโลกหล้า
หรือทั้งสองจะได้รากเต๋าบรรพชนอันเกินธรรมดาอย่างยิ่งมาเช่นกัน?
ส่วนข่าวที่สามนั้นยิ่งเป็นสิ่งที่เกินคาดเฉินซีไปใหญ่ แต่การก่อเหตุอึกทึกเช่นนี้ทำให้เฉินซีพลันบังเกิดความระแวดระวังในใจ
เฉินซีตระหนักดีว่าหากตัวตนของเขาถูกเปิดเผย ขุมกำลังใหญ่ในเอกภพจักรวรรดิทั้งหลายจะไม่อาจอยู่สงบ และมาคิดบัญชีกับเขากันแน่นอน
โชคยังดีที่เขาปกปิดชื่อจริงยามมายังเมืองนาวาวิญญาณครานี้ กระทั่งเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปอย่างมหันต์ ขอเพียงเขาไม่ไปเจอผู้ใดคุ้นหน้า คงยากนักที่จะมองตัวตนของเขาออก
ขณะเสวนา พวกเขาก็มาถึงหน้าโถงแลกเปลี่ยน
แล้วเฉินซีก็ต้องผงะเมื่อพบว่าโถงแลกเปลี่ยนเนืองแน่นด้วยผู้คนถึงขนาดที่หนึ่งหยาดวารียังลอดไม่พ้น ทุกที่ในคลองจักษุเต็มไปด้วยศีรษะคนดำทะมึน
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีตระหนักได้เสียที ว่าประกาศของเขาก่อให้เกิดคลื่นสะท้านเกินคำนึงโดยแท้
เฉินซีถูกเฉียนอันนำไปยังห้องเงียบ ๆ ห้องหนึ่งอย่างรวดเร็ว
“คุณชาย สิ่งเหล่านี้คือวัตถุเทวะห้าสิบเจ็ดชิ้นที่ท่านซื้อไปก่อนหน้านี้ขอรับ” เฉียนอันส่งกระเป๋าสัมภาระใบหนึ่งให้เฉินซี ภายในนั้นคือวัตถุเทวะกองหนึ่งที่เฉินซีจ่ายสี่สิบหกล้านเจ็ดแสนผลึกศักดิ์สิทธิ์เพื่อซื้อมา
เฉินซีนำมากวาดสายตาดูผ่าน ๆ ก่อนจะพยักหน้า
“คุณชาย ข้าส่งคนไปแจ้งการมาของท่านแก่จักรพรรดิเจิ้นอู่แล้ว รอที่นี่สักครู่ ก็จะได้ตกลงแลกเปลี่ยนกับจักรพรรดิเจิ้นอู่แล้วขอรับ” เฉียนอันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่เครื่องประดับในห้องพลางเอ่ยอย่างภาคภูมิ “คุณชายไม่ต้องห่วง โถงแลกเปลี่ยนของข้าแปรสภาพห้องนี้ด้วยเคล็ดวิชา ดังนั้นหากมิใช่มหาเทพเต๋ามาด้วยตนเอง ผู้ใดก็ไม่สามารถสอดส่องเห็นเหตุการณ์ในห้องนี้ได้ขอรับ”
“ขอบคุณ” เฉินซีกุมกำปั้น
“คุณชาย ไม่ต้องทำเช่นนั้นเลยขอรับ” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เฉียนอันก็พลิกฝ่ามือ ถาดทรงกลมใบหนึ่งลอยขึ้น เรืองรองด้วยแสงสว่าง
เฉียนอันปรีดา เอ่ยขึ้นว่า “เขามาแล้วขอรับ”
‘เขา’ ที่ว่าย่อมหมายถึงจักรพรรดิเจิ้นอู่!
หัวใจของเฉินซีสั่นสะท้าน เขาเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับจักรพรรดิผู้ลือนามผู้นี้มาบ้าง จากคำร่ำลือ จักรพรรดิเจิ้นอู่เหยียบย่างสู่ขอบเขตจักรพรรดิเก้าดาราเมื่อนานมาแล้ว และเป็นผู้ที่ทั้งชีวิตเต็มไปด้วยตำนาน
…
ขณะเดียวกัน จักรพรรดิเจิ้นอู่ในอาภรณ์เขียวเข้มนั่งเฉย ๆ อยู่ในห้องเงียบ ๆ ตรงข้ามห้องที่เฉินซีอยู่
หลานชายของเขา จ้าวจิ่วคุนยืนอยู่ข้างกาย
“คนผู้นั้นระมัดระวังโดยแท้ หรือจะเป็นห่วงว่าเราจะทำร้ายเขาขอรับ?” จ้าวจิ่วคุนขมวดคิ้วเอ่ยปาก
“กันไว้ดีกว่าแก้ เขายิ่งทำเช่นนี้ ข้ายิ่งแน่ใจว่าเขามีรากเต๋าบรรพชนคุณภาพสูงมากมายในครอบครองจริง ๆ” จักรพรรดิเจิ้นอู่ยิ้มสง่าสำรวม บรรยากาศยิ่งใหญ่มั่นคงของเขาให้ความรู้สึกสูงส่งไร้ขอบเขต น่าสะพรึงกลัวสุดขีด
วิ้ง!
ขณะเดียวกัน จักรพรรดิเจิ้นอู่ก็พลิกฝ่ามือ ถาดทรงกลมปริศนาอันเรืองรองปรากฏขึ้นเช่นกัน
“สหายเต๋า ข้าคือจ้าวเฉียนหลิงจากเอกภพภาสอุดร มีหญ้าปีกมายาแปรลักษณ์ต้นหนึ่ง ขอทราบได้หรือไม่ว่าสหายเต๋าต้องการมันหรือไม่?” จักรพรรดิเจิ้นอู่เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีบรรยากาศกดดันข่มขู่ใด ๆ
ในห้องเงียบอีกห้อง เฉินซีได้ยินเสียงนี้แล้วก็อดหรี่ตาลงไม่ได้ เขาทราบว่าจ้าวเฉียนหลิงคือชื่อของจักรพรรดิเจิ้นอู่
“มิผิด วัตถุเทวะนั้นแลกรากเต๋าบรรพชนระดับหกได้หนึ่งชิ้น หากผู้อาวุโสยินยอม เราแลกเปลี่ยนกันได้เดี๋ยวนี้เลย” เฉินซีชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยปาก
“น่าสนใจ ที่แท้ก็เป็นผู้น้อยคนหนึ่ง” รอยยิ้มบางยกขึ้นที่มุมปากของจักรพรรดิเจิ้นอู่ คำว่า ‘ผู้อาวุโส’ ที่เฉินซีพูดออกมาทำให้เขาสังเกตเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็นผู้น้อย
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ข้าต้องการพบสหายเต๋าเป็นการเร่งด่วนก็เพราะต้องการหารากเต๋าบรรพชนให้หลานข้า” จักรพรรดิเจิ้นอู่กล่าว “แต่หากข้าเข้าใจไม่ผิด สหายเต๋าไม่น่าจะมีเพียงรากเต๋าบรรพชนระดับห้าและหกกระมัง?”
หัวใจของเฉินซีสะท้าน ตอบกลับอย่างคลุมเครือ “เหตุใดผู้อาวุโสจึงกล่าวเช่นนั้น?”
เขามีรากเต๋าบรรพชนระดับเจ็ดมากมายอยู่จริง ๆ แต่ไม่มีเจตนาใช้พวกมันมาแลกเปลี่ยน
ได้ยินเช่นนี้ รอยยิ้มที่มุมปากจักรพรรดิเจิ้นอู่ก็ยิ่งยกสูง เอ่ยขึ้นว่า “สหายเต๋าไม่ต้องรีบร้อนปฏิเสธหรอก บางทีเจ้าอาจตระหนักชัดแล้วว่าข้าผ่านความลำบากมาหลายปีเพื่อหารากเต๋าบรรพชนคุณภาพเยี่ยม จนมันเกือบจะเป็นปมในใจข้าได้อยู่แล้ว”
เขาเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงจะแปรเปลี่ยนเป็นทรงอำนาจเด็ดขาดในเฉียบพลัน เผยจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ “หากสหายเต๋าเต็มใจช่วยเหลือข้า เช่นนั้นขอเพียงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ข้ามี สหายเต๋าก็เลือกไปได้ตามสบาย นอกจากนั้น ข้ายังจะติดค้างหนี้บุญคุณเจ้าหนหนึ่งด้วยหลังจบสิ้นเรื่อง”
เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา ให้บรรยากาศหนักแน่นน่าเชื่อถือ
เฉินซีตะลึงเงียบไป
ขณะเดียวกัน เฉียนอันซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ เฉินซีเผยความชื่นชมบนสีหน้า ดวงตาแดงจากความริษยาเล็กน้อย เขาไม่คาดคิดเลยว่าทันทีที่จักรพรรดิเจิ้นอู่ปริปาก อีกฝ่ายจะให้เงื่อนไขชวนตะลึงเช่นนี้ออกมา!
จักรพรรดิเจิ้นอู่ติดหนี้บุญคุณ! นอกจากตัวตนอย่างมหาเทพเต๋า ผู้ใดอีกในโลกหล้าจะทำให้จักรพรรดิเจิ้นอู่ยอมรับสัญญาอันหนักหนาเช่นนี้ได้? หรือจะบอกว่าเพียงเงื่อนไขนี้ลำพังเพียงพอเปลี่ยนชะตาผู้บ่มเพาะธรรมดา ๆ สักคนได้แล้ว ทำให้ผู้บ่มเพาะคนนั้นทะยานสูงในโลกหล้า อนาคตเจิดจรัส!
มิต้องพูดถึงว่าจักรพรรดิเจิ้นอู่กระทั่งจะมอบสมบัติล้ำค่าในครอบครองให้เป็นการตอบแทน เงื่อนไขไม่อาจดีไปกว่านี้ได้อีกแล้ว ไม่มีทางที่ผู้บ่มเพาะคนใด ๆ จะปฏิเสธได้เลย!