ผมมีระบบย่อยสลายในวันสิ้นโลก - บทที่ 423 ความร้ายกาจของหุ่นเชิดซากศพ
บทที่ 423 ความร้ายกาจของหุ่นเชิดซากศพ
ถึงแม้ว่าราชาเหนือราชาทั้งห้าจะโกรธแค้นจนราวกับจะสิ้นความคิดอื่นใดไปนอกจากการสังหาร แต่พวกเขาก็ยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ นั่นก็เพราะพวกเขานั้นคือราชาเหนือราชา ด้วยระดับการบ่มเพาะของเขาแล้วนั้นต่างก็คิดว่าจะสามารถจัดการเฉินเฉียงได้โดยง่าย
แต่หนึ่งในนั้นกลับมีความคิดที่แตกต่างกันออกไป
การหลบเลี่ยงอย่างง่ายดายของเฉินเฉียงนี้กลับทำให้เขานั้นบังเกิดความคิดที่ว่า ไม่ว่าจะต้องใช้อะไรก็ต้องจับเฉินเฉียงมาหั่นให้เป็นหมื่นๆชิ้นเสียให้ได้
แต่ราชาเหนือราชาเหล่านี้หารู้ไม่ว่าเฉินเฉียงนั้นไม่ได้เกรงกลัวแต่อย่างใด หากว่ากันตามตรงแล้ว ในตอนนี้เฉินเฉียงนั้นกำลังเลือกสรรวิธีการในการจัดการพวกเขาทั้งห้าอย่างสบายอารมณ์
ถึงแม้ว่าเฉินเฉียงนั้นจะมั่นใจในฝีมือของตน แต่อย่างน้อยๆเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถลงมือฆ่าราชาเหนือราชาเหล่านี้ได้ด้วยดาบเดียวแต่อย่างใด
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการที่ทั้งห้านั้นโจมตีเข้ามาพร้อมกัน แถมดูไปแล้วยังไม่ได้มีใส่ใจว่าการโจมตีของตนจะโดนพวกเดียวกันแต่อย่างใด นี่ทำให้เฉินเฉียงมีโอกาสลงมือมากยิ่งขึ้น
เมื่อคิดได้แบบนี้ เฉินเฉียงก็พุ่งตรงเข้าใส่ราชาเหนือราชาคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด พร้อมใช้ทักษะคลื่นเสียงทำลายวิญญาณออกไป
เฉินเฉียงผู้ซึ่งในตอนนี้มีค่าพลังจิตเกินกว่าสามพันเข้าไปแล้ว นี่ทำให้ทักษะคลื่นเสียงทำลายวิญญาณของเขานั้นทรงพลังกว่าแต่ก่อนมากนัก
กับศัตรูที่เป็นเพียงผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิต แม้ว่าจะมีระดับการบ่มเพาะอยู่ในระดับราชาเหนือราชา แต่ความเข้มแข็งทางจิตใจนั้นย่อมอ่อนด้อยกว่าราชาเหนือราชาของผู้บ่มเพาะบนเส้นทางสายอื่นมากนัก อย่างมากก็เพียงแค่มีค่าพลังจิตเพียงแค่พันต้นๆ
ระหว่างสองคนนี้ใครที่แข็งแกร่งกว่านั้นคงไม่ต้องเอ่ยถึงอีก
เมื่อราชาเหนือราชาคนนี้อยู่ห่างจากตัวเฉินเฉียงสี่เมตร เป็นตอนนี้ที่เคลื่อนเสียงทำลายวิญญาณได้ทำให้จิตใจของเขากระเจิดกระเจิงในทันที
“อ๊ากกกกก”
ราชาเหนือราชากรีดร้องออกมาอย่างโหยหวนพลางกุมหัวของตนที่ปวดตึบราวกับมันจะระเบิดออก
เมื่อราชาเหนือราชาอีกสี่คนเห็นฉากนี้ก็ต้องรีบหยุดมองกันในทันที
เป็นตอนนี้ที่เฉินเฉียงฉวยโอกาสใช้พลังเหนือมนุษย์หลบหนีแสงและเคลื่อนย้ายพริบตากระซวกร่างของราชาเหนือผู้นี้จนกลายเป็นรู
ติ้ง ระบบย่อยสลายราชาเหนือราชาขั้นต้นสำเร็จ
เจ้าของระบบ: เฉินเฉียง
ระดับ: นักรบสายเลือดระดับราชาขุนพลขั้นต้นช่วงปลาย
การหลอมรวมทักษะ: 1
การคัดเลือกทักษะ : 12
ค่าพลังงาน: 94,814,140
ค่าการใช้ประโยชน์:1
ค่าความอดทน:855
ค่าความแข็งแกร่ง:893
ค่าความเร็ว:562
ค่าพลังจิต:3012
เคล็ดวิชาการบ่มเพาะ: …
ทักษะ: …..
……
สายเลือด: โกลาหลอาชาไนย(โกลาหลขั้นสูง)
ห้ะ ราชาขุนพลขั้นต้นช่วงปลาย
เมื่อเห็นค่าสถานะของตน เฉินเฉียงในตอนนี้ยิ้มกริ่มออกมาอย่างดีใจ
หากเขาสามารถดูดซับราชาเหนือราชาทั้งหมดห้าคนนี้ได้ คงไม่ใช่ว่า…..เขานั้นจะกลายเป็นราชาขุนพลขั้นกลางหรอกนะ
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมา เฉินเฉียงก็หันไปมองราชาเหนือราชาอีกสี่คนอย่างสื่อความหมาย
เมื่อราชาเหนือราชาทั้งสี่ได้เห็นท่าทางของเฉินเฉียงในตอนนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกขนชันในทันใด
ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนั้น ทั้งสี่ไม่อาจสังเกตเห็นได้ว่า พวกพ้องของตนนั้นตกตายโดยน้ำมือของเฉินเฉียงได้ยังไง
ผู้คนที่ทรงพลังเช่นนี้กลับถูกส่งมาให้เป็นอาหารให้กับหุ่นเชิดโลหิตของพวกเขาเนี่ยนะ ไอ้พวกสำนักเต๋าสวรรค์ชั้นฟ้ามันคิดบ้าบออะไรกัน
…..หรือว่า….คนคนนี้แอบซ่อนตนเข้ามา
เมื่อคิดได้แบบนี้ ราชาเหนือราชาทั้งสี่ก็ถึงกับต้องเหงื่อตกชโลมไปทั่วกาย พวกเขาฝืนกลืนน้ำลายไปได้คนละอึกสองอึกแล้วค่อยๆมองหน้ากัน
“วิ่ง”
ราชาเหนือราชาทั้งสี่แทบจะพูดออกมาพร้อมกัน ก่อนจะวาดมือออกไปเพื่อเปิดกำแพงเขตแดนแล้วหันหลังหมายจะวิ่งหนีไป
ผู้คนที่หลงเหลืออยู่เมื่อเห็นว่ากำแพงเขตแดนเปิดออก พวกเขาก็ทำตัวราวกับว่าถูกกักขังไว้นานนับพันปี ต่างก็วิ่งออกไปอย่างไม่คิดถึงชีวิตอื่นใด
แน่นอนว่าผู้คนที่เหลือนี้สามารถหลุดรอดออกไปได้ แต่ราชาเหนือราชาทั้งสี่หาได้ทำได้ไม่
เพียงตอนที่ทั้งสี่คนเริ่มทำท่าว่าจะเปิดกำแพงเขตแดนออก พลังจิตของเฉินเฉียงที่คอยจับสัมผัสอยู่อย่างไม่ขาดก็ได้รับรู้ได้ และนี่ทำให้เขาใช้คลื่นอัดกระแทกใส่ทั้งสี่คนไปพร้อมๆกัน
หลังจากที่ราชาเหนือราชาทั้งสี่รับการโจมตีจากคลื่นอัดกระแทกไปแล้ว ร่างกายของทั้งสี่ก็สั่นสะท้านในทันที
ส่วนเฉินเฉียงนั้น ในตอนนี้ได้ใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ กระชากร่างของราชาเหนือราชาสองคนให้เข้ามาหา ประดุจดั่งกับมีเชือกได้รัดพันไว้รอบตัว
หลังจากลงมือจัดการและดูดซับราชเหนือราชาสองคนนี้ไป เฉินเฉียงก็ใช้จังหวะที่ราชาเหนือราชาอีกสองคนที่ยังไม่ตื่นนี้ เล่นงานให้ตกตายไปอีกหนึ่ง
คนสุดท้าย
เมื่อเฉินเฉียงคิดจะใช้ขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ของตนกระชากร่างของราชาเหนือราชาคนที่เหลือให้ลอยเข้ามาหา เป็นตอนนี้ที่เขาได้ฟื้นคืนสติ และพบว่าตนเป็นเพียงคนเดียวที่เหลือรอด ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายและไม่คิดวิ่งหนีอีกแต่อย่างใด ไม่เพียงเท่านั้น เขากลับพุ่งตรงปรี่เข้าหาเฉินเฉียงในทันที
เมื่อเห็นฉากนี้ เฉินเฉียงก็ยิ้มกริ่มขึ้นมาในทันใด
แต่เป็นที่เฉินเฉียงหมายจะพุ่งสวนกลับไปนั้น เขาก็ได้เห็นว่า ราชาเหนือราชาที่เรียกตนว่าผู้อาวุโสหลิวนั้นได้แตะไปที่หน้าอกของตน ก่อนจะมีร่างสีดำที่พุ่งสวนออกมาจากหน้าอก
“โฮ่”
เฉินเฉียงหยุดร่างของตนในทันที ก่อนที่จะมองไปที่ร่างสีดำที่ผู้อาวุโสหลิวปล่อยออกมา ดูเหมือนว่าร่างนี้เองก็อยู่ในระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางเห็นจะได้
หุ่นเชิดซากศพ
นี่คือสิ่งที่เฉินเฉียงคิดขึ้นมาในทันใด
ถึงแม้ว่าผู้บ่มเพาะบนเส้นทางหุ่นเชิดโลหิตนั้นจะมีหุ่นเชิดโลหิตได้เพียงหนึ่ง แต่พวกเขาจะมีหุ่นเชิดซากศพได้ตามที่ต้องการตราบที่มีพลังเกื้อหนุนพอ
แต่ว่าพวกเขาจะเสียเวลาไปสวมคราบร่างซากศพของผู้อ่อนแอไปทำไม จะดีกว่าหากพวกเขานั้นมีข้าทาสที่อยู่ในระดับราชามาไว้ใช้งาน
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงก็ไม่คิดว่าผู้อาวุโสหลิวผู้นี้จะถึงกับสามารถสวมคราบร่างกับผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะสูงกว่าตนเองมาเป็นหุ่นเชิดซากศพได้แบบนี้
เป็นไปได้ว่า ราชาเหนือราชาขั้นกลางผู้นี้อาจจะไม่ได้ระวังตัวเมื่อเผชิญหน้ากับผู้อาวุโสหลิว จึงถูกลอบทำร้ายและถูกสวมคราบร่างจนกลายเป็นหุ่นเชิดซากศพไป
เมื่อหุ่นเชิดซากศพระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางของตนได้ปรากฏ ผู้อาวุโสหลิวก็ได้สั่งให้หุ่นเชิดซากศพสวมถุงมือสีเงินคู่หนึ่ง ก่อนที่จะลงมือโจมตีเฉินเฉียงด้วยหมดทั้งสองข้างที่ดูแข็งแกร่งราวกับค้อนยักษ์ หมายทุบตีไปที่หัวของเฉินเฉียง
ด้วยการที่มันเป็นการโจมตีจากหุ่นเชิดซากศพที่แข็งแกร่งกว่าผู้เป็นนาย นี่ทำให้ผู้อาวุโสหลิวผู้นี้มีความมั่นใจอย่างมาก
ในตอนนี้เฉินเฉียงมีเวลาเพียงชั่วเสี้ยววิ จึงทำได้เพียงขยายขอบเขตเจตจำนงแห่งการต่อสู้ออกไปได้เพียงสองเมตร
และนี่ทำให้เฉินเฉียงถูกการโจมตีที่สุดแรงของหุ่นเชิดซากศพจนกระเด็นไปไกลกว่ายี่สิบเมตร
เมื่อเห็นความทรงพลังของหุ่นเชิดซากศพของตนแล้วนั้น ผู้อาวุโสหลิวผู้นี้ก็เผยรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมออกมา ก่อนที่เขาจะสั่งให้หุ่นเชิดซากศพของตนพุ่งเข้าใส่เฉินเฉียงในทันที
เฉินเฉียงนั้นก่อนหน้านี้เขาเพียงเสียหลักเพราะไม่ทันตั้งตัวเพียงเท่านั้น
และในเมื่อในตอนนี้เขากลับมามีสติอีกครั้ง มีหรือที่เขาจะทำผิดพลาดซ้ำเดิมอีก
หลบหนีแสง
เคลื่อนย้ายพริบตา
เฉินเฉียงที่พึ่งจะตกกระทบพื้นไปนั้นก็ได้หายไปต่อหน้าต่อตาของผู้อาวุโสหลิว
เป็นธรรมดาที่ผู้อาวุโสหลิวผู้นี้ต้องตกตะลึง
ทักษะวิชาของเฉินเฉียงนั้นล้วนแล้วแต่แปลกประหลาด นี่ทำให้เขาเองก็อดที่จะระวังตัวไม่ได้ และไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี่นานอีกต่อไป
เมื่อคิดได้แบบนี้ ผู้อาวุโสหลิวก็สั่งให้หุ่นเชิดซากศพกลับมาข้างกาย ก่อนที่จะวิ่งออกไปนอกหอโดยมีหุ่นเชิดซากศพคอยคุ้มกัน
แต่มีเหรือที่เฉินเฉียงนั้นจะปล่อยให้ผู้อาวุโสหลิวหลุดรอดไป เขานั้นเพียงดำดินลงมาเพียงเท่านั้น
ในขณะที่ผู้อาวุโสหลิวกำลังวิ่งออกจากหอไปนี้ เฉินเฉียงก็ได้ใช้ทักษะคลื่นเสียงทำลายวิญญาณ และนี่ทำให้หัวสมองของผู้อาวุโสหลิวนั้นเจ็บปวดราวกับระเบิดออก ทำให้เขาล้มกลิ้งไปมากับพื้นอย่างไม่หยุด
เมื่อเห็นโอกาสนี้ เฉินเฉียงก็ได้นำธนูดำของตนออกมา ก่อนจะยิงธนูแสงหนึ่งขึ้นไปจากใต้ดิน พุ่งเข้าใส่ผู้อาวุโสหลิว
“เหอเหอเหอ”
เพียงตอนที่ธนูเกือบจะสัมผัสร่างของผู้อาวุโสหลิว หุ่นเชิดซากศพได้นำตัวเองมาขวางกั้นธนูแสงเอาไว้อย่างไม่กลัวตาย
“สวบ”
ธนูแสงได้ทะลุร่างของหุ่นเชิดซากศพระดับราชาเหนือราชาขั้นกลางตนนี้ไปในบริเวณหัวใจ จนบางเกิดรูโหว่จนเห็นทะลุออกไปอีกฟากฝั่ง
หากเป็นคนธรรมดา เมื่อบาดเจ็บถึงขั้นนี้ล้วนแล้วแต่ย่อมจะตกตายไป
อย่างไรก็ตาม เฉินเฉียงก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าไม่เพียงหุ่นเชิดซากศพตนนี้จะไม่ได้แยแสกับรูโหว่ที่เกิดขึ้นบนหน้าอกของตน มันยังอ้าปากกว้างแล้วทุบตีลงมายังพื้นดิน หมายจะพุ่งตรงเข้าไปหาเฉินเฉียง
“อื้มมมมมม ไม่กลัวตายงั้นรึ ไอ้หุ่นเชิดซากศพนี่ดูเหมือนว่าจะเล่นด้วยยากอยู่แหะ”
เมื่อเห็นแบบนี้แล้ว เฉินเฉียงก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมา