ผมมีสกิลดูด EXP ขั้นเทพ - ตอนที่ 473 พระทิเบตที่พกตำรากระบี่
ตอนที่ 473 พระทิเบตที่พกตำรากระบี่
หลังจากผ่านช่วงที่สี่คนโฉดก่อเรื่องมาแล้ว หุบเขาว่านเจี๋ยก็กลับสู่ความสงบอีกครั้ง
เพียงแต่ต้นไม้ใหญ่นอกทางเข้าหุบเขาที่เขียนไว้ว่า ‘คนแซ่ต้วนที่เข้ามา ฆ่าไม่ละเว้น’ ถูกโค่นแล้ว เยี่ยเว่ยหมิงจำได้ว่าในงานเลี้ยงเคยได้ยินหนึ่งในสี่องครักษ์พูดถึง ประมาณกว่าก่อนที่ต้วนเจิ้งหมิงจะเข้าหุบเขา ได้สั่งให้ลูกน้องคนหนึ่งที่ชื่อ ‘เฉียงจื่อ’ ลงมือโค่นต้นไม้
ร่างของเยี่ยเว่ยหมิงราวกับเป็นนกยักษ์ตัวหนึ่ง กึ่งวิ่งกึ่งกระโดดข้ามยอดไม้ของป่าหนาทึบริมทาง กิ่งไม้และยอดไม้ที่เขาเหยียบสั่นไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเทียบกับลมพัดแล้วยังถือว่าสั่นเบากว่า
หลังจากเพิ่มเลเวล ‘ชั่วอึดใจหมื่นลี้’ จนถึงระดับสมบูรณ์ เอฟเฟ็กต์ย่ำหิมะไร้ร่องรอยก็ดีกว่าเอฟเฟ็กต์บินบนหญ้าไม่ใช่น้อยๆ
เพียงแต่ระดับที่ทำได้ตอนนี้ ไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุดที่ ‘ย่ำหิมะไร้ร่องรอย’ ทำได้ อิงตามข้อสรุปที่ได้จากการคำนวณทางคณิตศาสตร์ชั้นสูงของเขา ตอนที่ค่าสเตตัส ‘ท่าร่าง’ ของเขาถึงห้าพัน เอฟเฟ็กต์ของวิชาตัวเบาก็จะเปลี่ยนคุณภาพไปอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อถึงตอนนั้น ถึงจะทำได้ถึงขั้น ‘ย่ำหิมะไร้ร่องรอย’ อย่างแท้จริง!
แฝงตัวเข้าหุบเขาว่านเจี๋ยอย่างเงียบเชียบตลอดทาง เยี่ยเว่ยหมิงกลับไม่ได้รีบเข้าไปในบ้านตระกูลจงที่เป็นศูนย์กลางของหุบเขา แต่กลับเลี้ยวไปตรงปากทางเข้าทางใต้ดินที่เก็บศพหัวเฮ่อเกิ้นตอนนั้น
เยี่ยเว่ยหมิงยืนบนยอดต้นสนขนาดใหญ่ โคจรพลังไปที่สายตาแล้วกวาดมองไปทั่ว หลังจากแน่ใจแล้วว่าไม่มีจุดที่น่าสงสัย ถึงได้กระโดดลงมาจากต้นไม้
จากนั้นเขาก็มุดเข้าทางใต้ดินราวกับเป็นแมวตัวหนึ่ง
ถ้าถามว่าพิษที่พวกเชิญร่ำสุราวางไว้ก่อนหน้านี้ยังอยู่หรือไม่
เยี่ยเว่ยหมิงไม่ได้สนใจเลย
ประการแรกเป็นเพราะเวลาห่างกันหนึ่งคืนครึ่งวัน พิษน่าจะถูกระบบล้างไปนานแล้ว
อีกประการหนึ่ง นี่คือประเด็นสำคัญ
เพราะเยี่ยเว่ยหมิง หมื่นพิษไม่กล้ำกราย!
จะกลัวอะไรกับพิษแค่นั้น
อิงตามที่ปาเทียนสือบอก ปลายทางอีกฝั่งหนึ่งของทางใต้ดินนี้คือห้องเก็บยาของหุบเขาว่านเจี๋ย
เหมือนว่าตอนนั้นที่พวกเขาขุดผิดที่ ตอนที่คิดจะเลี้ยวกลับและเปลี่ยนทิศทาง กลับถูกโจมตีจากผงพิษกะทันหัน ส่วนทางห้องเก็บยาก็มียอดฝีมือคุมอยู่ พวกเขาทำได้เพียงพยายามหนีกลับไปที่ทางออก จากนั้นก็เจอพวกเชิญร่ำสุราลอบทำร้าย
เยี่ยเว่ยหมิงมุดตามทางมาเรื่อยๆ จนถึงใต้ดินที่ตรงกับห้องเก็บยา ผลปรากฏว่าไม่ทันรอให้เขาขึ้นไปดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร ก็ได้ยินเสียงชายหญิงกำลังทะเลาะกัน
ตัดสินตามเนื้อหาที่ทั้งสองคุยกัน เหมือนจงว่านโฉวกับกานเป่าเปาจะคุยกันเรื่องต้วนเจิ้งฉุนอีกแล้ว ทำเอากานเป่าเปาไม่พอใจมาก ถึงถือโอกาสใช้สามกลยุทธ์เด็ดของผู้หญิงเสียเลย ‘หนึ่งร้องไห้ สองโวยวาย สามขู่แขวนคอตาย’ ทำเอาจงว่านโฉวแพ้ไม่เป็นท่า กล่าวขอโทษแต่โดยดีทันที แทบจะคุกเข่าเลียแล้ว
ด้วยความที่จงว่านโฉวใช้สารพัดวิธี ในที่สุดกานเป่าเปาก็ไม่โมโหอีก จากนั้นเสียงข้างบนก็เปลี่ยนไป เป็นเสียงที่บรรยายไม่ได้…
ตัดสินจากเสียงที่ไม่อาจบรรยายได้ หรือว่า…จงว่านโฉวจะคุกเข่าเลียแล้วจริงๆ
แค่กๆ…
เยี่ยเว่ยหมิงรู้สึกว่าในฐานะคนนอกคนหนึ่ง ไม่ควรสนใจเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตเกินไป ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าพระทิเบตไม่ได้อยู่ในอุโมงค์ใต้ดินนี้ ก็เหลือความเป็นไปได้อีกแค่อย่างเดียวแล้ว ซึ่งคือความเป็นไปได้ที่มีโอกาสเป็นจริงที่สุด
กลับเข้ามาในป่าอีกครั้งผ่านทางเดิม เยี่ยเว่ยหมิงใช้ท่าร่างกระโดดข้ามต้นสนเข้าไปในหุบเขาว่านเจี๋ยเสียเลย จากนั้นเขาก็ไม่ได้ทำให้ใครในหุบเขาแตกตื่น และยิ่งไม่ทำลายการใช้ชีวิตเป็นสามีภรรยาของจงว่านโฉวด้วย เขาไปยังสนามรบที่ห้ายอดฝีมือเคยล้อมโจมตีจิวหมัวจื้อโดยตรง สายตาไปหยุดอยู่บนคุกห้องหินที่มีลักษณะการก่อสร้างที่แปลกประหลาด
พอหันมองรอบๆ พบว่าไม่มีใครสังเกตเห็นตน เยี่ยเว่ยหมิงก็ใช้ปลายเท้าแตะพื้น ทะยานร่างขึ้นไปบนทางเข้าคุกห้องหิน จากนั้นหันตัวกลับมา ย้ายหินแกรนิตที่อยู่ตรงประตูออกทันที แยกหินที่กั้นข้างนอกกับข้างในออกจากกัน
ทว่า ตอนที่เขาเพิ่งทำทุกอย่างเสร็จ เตรียมจะหันกลับไปตรวจสอบสถานการณ์ภายในคุกห้องหิน กลับรู้สึกได้ถึงลมอันตรายที่พัดวูบผ่านแผ่นหลัง มีคนดักซุ่มอยู่ในห้องหินที่มืดมิดแห่งนี้นานแล้ว ตอนนี้เริ่มจู่โจมกะทันหัน
มาแบบนี้ก็ดี!
พอได้ยินเสียงว่ามคนลอบจู่โจม นอกจากเยี่ยเว่ยหมิงจะไม่ตกใจแล้ว เขากลับดีใจด้วยซ้ำ
ในเมื่อมีคนลอบจู่โจม เช่นนั้นก็แสดงว่า สิ่งที่เขาเดาไว้ก่อนหน้านี้ไม่ผิดสักนิด มีพระทิเบตที่พกตำรากระบี่อยู่คนหนึ่งจริงๆ ด้วย หลบอยู่ในคุกห้องหินที่ไม่สะดุดตาแห่งนี้นี่เอง!
ก่อนหน้านี้เยี่ยเว่ยหมิงลองยืนในมุมของเชิญร่ำสุรา จิวหมัวจื้อ พระทิเบตที่พกตำรากระบี่รวมทั้งผู้ออกแบบเกม เพื่อวิเคราะห์ภารกิจแย่งชิงตำรากระบี่ครั้งนี้ สิ่งที่ค้นพบก็คือไม่ว่าจะพิจารณาจากมุมของพระทิเบตหรือในมุมความหลากหลายของเกม เมื่อพระทิเบตหกคนที่พกตำรากระบี่เผชิญกับโจทย์ว่า ‘จะไปรวมตัวกับจิวหมัวจื้อได้อย่างไร’ พวกเขาควรจะใช้ทางเลือกที่แตกต่างกัน
บางคนก็อาจจะเดินทางเป็นเส้นตรงผ่านถนนใหญ่ พยายามกลับให้ถึงถู่ปัวโดยใช้เวลาให้สั้นที่สุด
บางคนอาจจะเลือกใช้ถนนเล็กที่ลับตาคน เพื่อยกระดับการพรางตัวให้สูงขึ้น
ถึงขั้นมีบางคนเลือกซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ รอให้กระแสเรื่องนี้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยออกไป หรือไม่ก็หลบอยู่อย่างนี้จนกว่าจิวหมัวจื้อจะมารับเองเลยก็มี
สถานการณ์แตกต่างกันไป ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว แบบนี้ถึงจะสอดคล้องกับสไตล์ของผู้ออกแบบเกมและผลประโยชน์ของพระทิเบตที่สุด
ยังไม่ต้องพูดถึงพระทิเบตที่เดินทางโดยใช้ถนนใหญ่ เพราะไม่มีพิกัดบอกโดยละเอียด ถ้าจะตามหาขึ้นมาก็ยุ่งยากกว่าแน่นอน ต่อให้หาเจอแล้ว แต่เกรงว่ารอบตัวอีกฝ่ายคงมีผู้เล่นจากสำนักต่างๆ เป็นร้อยด้วยเช่นกัน ถ้าพุ่งเข้าไปประสมโรงอาจจะไม่ได้รับผลประโยชน์สูงสุด
ใช้ถนนเล็กก็ยิ่งเลิกคิดไปได้เลย เพราะสาเหตุที่ถนนเล็กเรียกว่าถนนเล็กได้ แสดงว่าต้องแคบและลับตาคน
ถึงขั้นที่ถนนเล็กจำนวนมากเล่านั้นอาจะไม่ได้อยู่บนแผนที่ด้วย
ซึ่งเยี่ยเว่ยหมิงไม่ใช่ผู้เล่นที่เกิดและเติบโตที่ต้าหลี่ ไม่คุ้นเคยกับสภาพภูมิประเทศของที่นี่ ต่อให้คำนวณได้ว่าอีกฝ่ายจะไปตามถนนสายไหน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มวิเคราะห์จากตรงไหนอยู่ดี
ดังนั้น สิ่งเดียวที่เขาจะลองได้ ก็คือบีบให้พระทิเบตที่ซ่อนตัวอยู่ออกมา
ถ้าสู้กันแบบตัวต่อตัวได้ ย่อมปลอดภัยกว่าไปแย่งเหยื่อจากปากเสือกับพวกเชิญร่ำสุราอยู่แล้ว
ที่จริงแล้ว เรื่องที่อาจมีหนึ่งในพระทิเบตซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาว่านเจี๋ย เยี่ยเว่ยหมิงเองก็มั่นใจแค่ห้าส่วนเท่านั้น ถึงอย่างไรพระทิเบตเหล่านั้นก็เป็นชาวต่างชาติสำหรับต้าหลี่เช่นกัน สถานที่ในต้าหลี่ที่พวกเขาคุ้นเคยมีไม่เยอะแน่ ดังนั้นสถานที่ลับที่พวกเขาเคยไป เคยผ่าน หรือเคยได้ยิน ก็เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เยี่ยเว่ยหมิงเคยเจอกับจิวหมัวจื้อแค่ในภารกิจหุบเขาว่านเจี๋ยเท่านั้น เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่ามีที่ซ่อนตัวที่ดีกว่านี้หรือเปล่า
แต่ในเมื่อมีความมั่นใจเพียงห้าส่วน ก็ยังคุ้มค่าที่จะลองไปดูสักครั้งอยู่ดี!
ขณะที่กำลังใช้ความคิด เยี่ยเว่ยหมิงก็พลันหันตัวกลับมา แล้วใช้มือซ้ายวาดเป็นวงกลมเบาๆ ก่อนจะผลักไปทางผู้ลอบโจมตี
กรรร!
มังกรผยองได้สำนึก!
ที่จริงแล้วเขาเตรียมตัวมาล่วงหน้า มั่นใจมากกว่าหลังจากหลบฝ่ามือนี้ของอีกฝ่ายแล้วค่อยหาโอกาสโจมตีก็ได้
แต่ถ้าทำอย่างนั้นจะต้องถูกอีกฝ่ายย้ายหินมาอุดประตูแน่นอน แบบนี้ไม่เป็นผลดีต่อกลยุทธ์จับตะพาบในไหของเขา ประกอบกับเขาอยากจะทดสอบฝีมือของพระทิเบตที่พกตำรากระบี่ว่าเป็นอย่างไรกันแน่ จึงเลือกปะทะกันซึ่งๆ หน้าสักครั้ง
บึ้ม!
เมื่อสองฝ่ามือชนกัน ก็เกิดเสียงดังสะเทือนฟ้าทันที
ผู้ที่ลอบโจมตีสะเทือนจนถอยหลังต่อเนื่องสามก้าว เยี่ยเว่ยหมิงกลับถอยหลังเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น หลังไปชนกับแผ่นหินที่อุดประตู ทำให้หินที่ทั้งหนาทั้งหนักสั่นคลอนทันที
พอเงยหน้าอีกครั้งก็เห็นค่าสเตตัสของอีกฝ่าย
[พระทิเบต]
หนึ่งในลูกศิษย์สายตรงหกคนของจิวหมัวจื้อ
เลเวล: 90
พลังชีวิต: 450000/450000
กำลังภายใน: 180000/180000