ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 512 : มีบ้านในเจียงเฉิงแล้ว
ตอนที่ 512 : มีบ้านในเจียงเฉิงแล้ว
โฮ่วเซียนเนี่ยนดึงเจียงเสี่ยวไป๋เข้าไปในบ้าน เขาตรงไปหาเซินติงจื่อทันที ก่อนจะพูดว่า “ติงจื่อ ไปซื้ออาหารดี ๆ มาหน่อย วันนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวเที่ยงน้องเจียง”
“ได้สิ ! ”
เซินติงจื่อตอบรับด้วยรอยยิ้ม เมื่อวานชายชรายังรู้สึกหดหู่อยู่เลย วันนี้เขาดูมีความสุขมาก มันไม่ง่ายที่จะได้เห็นเขามีท่าทางแบบนี้ ซึ่งเธอก็ไม่อยากเห็นเขาหดหู่เช่นกัน
เธอหันไปหาเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เสี่ยวเจียง ถ้าอย่างนั้นก็นั่งคุยกับเหล่าโฮ่วไปก่อนนะ ฉันจะไปซื้ออาหารข้างนอกก่อน”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ เขาไม่คิดว่าโฮ่วเซียนเนี่ยนและเซินติงจื่อจะกระตือรือร้นต้อนรับเขาขนาดนี้ เขาตอบกลับอย่างเป็นกันเองว่า “ป้าเซินไม่ต้องไปซื้อหรอกครับ เดี๋ยวผมจะพาพวกคุณไปกินข้าวข้างนอก”
เซินติงจื่อยิ้มรับ “การทานอาหารนอกบ้านไม่สะดวกสบายเท่ากับการทานอาหารที่บ้านหรอกนะ ไม่ต้องเกรงใจเราหรอก”
พูดจบ เธอก็เข้าไปในบ้านแล้วหยิบตะกร้าเดินออกไป
“คุณโฮ่ว ผมต้องขอโทษที่ทำให้ป้าเซินต้องมาลำบากแบบนี้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวขอโทษออกมา
โฮ่วเซียนเนี่ยนหัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอก ถ้านายไม่มา เราสองคนก็คงยังไม่อยากจะกินอะไร”
“ขอบคุณมากครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ทำได้เพียงพูดอย่างสุภาพเท่านั้น
โฮ่วเซียนเนี่ยนโบกมืออย่างไม่ถือสาและเริ่มพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋ต่อ
เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหลินเจียจวิน และสิ่งที่เขากำลังวางแผนที่จะทำ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้เล่าความจริงออกมา
หลังจากได้ยินสิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋เล่า โฮ่วเซียนเนี่ยนก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้าตกตะลึงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันไม่คิดเลยว่านายจะสามารถประสบความสำเร็จได้ในสถานที่เล็ก ๆ อย่างชิงโจว ไม่น่าแปลกใจเลยที่ต้ากั๋วจะให้ความสำคัญกับนาย”
“น้องชาย สู้ต่อไปนะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวอย่างนอบน้อม “ตอนนี้นโยบายของรัฐดีมากครับ มันเป็นการเปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวอย่างเรา ๆ ได้เริ่มต้นธุรกิจของตนเอง”
โฮ่วเซียนเนี่ยนหัวเราะเสียงดัง “แม้ว่านโยบายปัจจุบันจะดี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะคว้าโอกาสนี้ได้”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาเป็นประกายแล้วพูดว่า “ในเมื่อนายมาที่เจียงเฉิงเพื่อทำธุรกิจและพัฒนาเศรษฐกิจของที่นี่ แล้วนายเคยคิดจะปักหลักในเจียงเฉิงบ้างไหม ? ”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา หัวใจของเจียงเสี่ยวไป๋เต้นเร็วขึ้น
เขายิ้มและพูดว่า “ผมก็คิดเรื่องนี้อยู่ แต่ผมไม่มีเวลาหาบ้านที่เหมาะสมเลย”
เมื่อเหล่าโฮ่วได้ยินคำพูดนี้ เขาก็หัวเราะแล้วพูดว่า “กำลังมองหาที่แบบไหนล่ะ เร็ว ๆ นี้ฉันจะย้ายไปอยู่ที่เทียนจิงแล้ว หากนายคิดว่าบ้านโทรม ๆ ของฉันพอใช้ได้ ฉันจะขายให้ในราคาถูก ๆ เป็นไง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋แสร้งทำเป็นตกตะลึง แต่ในใจของเขากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
เดิมทีเขาขอให้หลินเจียจวินหาโอกาสถามโฮ่วเซียนเนี่ยนว่าหลังจากที่เขาย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้ว ชายชราจะจัดการกับบ้านหลังนี้อย่างไร
ใครจะไปคิดว่าโฮ่วเซียนเนี่ยนจะพูดออกมาก่อนโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องถามเลย
“คุณโฮ่ว คุณ…”
โฮ่วเซียนเนี่ยนกล่าวว่า “ลูกทั้งสามคนของฉันอยู่ที่เทียนจิง ฉันคงไม่กลับมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว หากนายมีแผนที่จะตั้งถิ่นฐานในเจียงเฉิง ฉันจะขายบ้านหลังนี้ให้ เพื่อที่นายจะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาหาที่อื่น”
หลังจากหยุดไปครู่หนึ่ง “แน่นอน ถ้านายไม่มีแผนหรือไม่ชอบบ้านหลังนี้ก็ไม่เป็นไร”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปรอบ ๆ บ้านแล้วพูดว่า “คุณโฮ่ว บ้านของคุณคงมีอายุเป็นร้อยปีแล้วใช่ไหม ? ”
โฮ่วเซียนเนี่ยนพยักหน้าราวกับความทรงจำเก่า ๆ ผุดขึ้นมา เขาพูดว่า “นี่คือบ้านบรรพบุรุษของฉัน ตามบันทึกลำดับวงศ์ตระกูล มันถูกสร้างขึ้นในปีที่ 8 ของรัชศกเจียชิ่ง ซึ่งก็คือปี 1803 และปีนี้คือปี 1983 บ้านหลังนี้มีอายุ 180 ปีแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณโฮ่ว พูดตามตรงว่าผมชอบบ้านของคุณตั้งแต่แรกเห็น แต่มันเป็นบ้านเก่า คุณแน่ใจนะว่าจะขายมันให้ผม ? ”
โฮ่วเซียนเนี่ยนยิ้มและพูดว่า “ฉันแก่แล้ว จะลังเลอะไรอีกล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ หากคุณเต็มใจที่จะขาย ผมก็เต็มใจที่จะซื้อ แล้วคุณตั้งราคาไว้เท่าไหร่ ! ”
โฮ่วเซียนเนี่ยนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “น้องชายรวดเร็วทันใจดี นายให้เงินฉันแค่ 8,000 หยวนก็พอ แล้วทุกอย่างในบ้านจะเป็นของนายทั้งหมด ภรรยาและฉันจะเอาแต่เงินและเสื้อผ้าพกติดตัวไปเท่านั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกใจ “ทำแบบนั้นได้อย่างไรล่ะครับ ? ในบ้านหลังนี้มีของมีค่าตั้งหลายอย่างนะครับ ! ”
โฮ่วเซียนเนี่ยนกล่าวว่า “ไม่มีอะไรมีค่าไปกว่าลูก ๆ ของฉันแล้ว ตอนนี้พวกเขาทุกคนมีงานทำที่เทียนจิง และพวกเขาต่างก็มีบ้าน บ้านของพวกเขามีทุกอย่างครบครันแล้ว เราเอาของพวกนี้ไปก็ไม่มีที่เก็บหรอก”
เจียงเสี่ยวไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เอาอย่างนี้ดีไหมครับ คุณเลือกเอาสิ่งของที่คุณต้องการไป เหลือสิ่งที่ไม่ต้องการไว้ที่นี่ แล้วผมจะให้คุณ 10,000 หยวน”
โฮ่วเซียนเนี่ยนคิดดูแล้วและตอบตกลงทันที
ทั้งสองตกลงกัน จากนั้นโฮ่วเซียนเนี่ยนก็ไปหากระดาษและปากกามาเพื่อเขียนสัญญาซื้อขายบ้าน และตกลงที่จะไปโอนเงินในช่วงบ่าย
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ได้ขัดอะไร
ในเวลานี้ เซินติงจื่อก็กลับมาจากการออกไปซื้อของข้างนอก
โฮ่วเซียนเนี่ยนบอกเรื่องการขายบ้านให้กับเธอได้รู้ มันทำให้เซินติงจื่อมีความสุขมาก เธอพูดว่า “เสี่ยวเจียง คุณช่วยเราได้มากทีเดียว บ้านหลังนี้เก่าแก่ หากจะขายในราคาที่ถูกก็ดูจะไม่คุ้มค่า แต่คุณให้เราถึง 10,000 หยวน ถ้าไม่มีคุณ ก่อนไปเทียนจิง เราก็คงทำได้เพียงล็อคบ้านหลังนี้ไว้เท่านั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ป้าเซินเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ ถึงอย่างไรพวกคุณก็ให้บ้านดี ๆ กับผม ผมก็ใช้ประโยชน์จากคุณและคุณโฮ่วเหมือนกัน เพราะในอนาคตผมต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่”
โฮ่วเซียนเนี่ยนและเซินติงจื่อหัวเราะเสียงดังและชมคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋
เซินติงจื่อพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็คุยกันไปก่อนนะ ฉันจะไปทำอาหารก่อน”
หลังจากพูดจบ เธอก็เดินไปที่ห้องครัวหลังบ้าน
เจียงเสี่ยวไป๋และโฮ่วเซียนเนี่ยนยังคงคุยกันต่อ จนเวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว หลินเจียจวินก็ขนเหล้าทั้งหมดเสร็จ เขาเดินเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วยสภาพที่มีเหงื่อเต็มใบหน้า มองดูเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธแล้วพูดว่า “ฉันเหนื่อยแทบตาย แต่นายกลับมานั่งสบายอยู่ในนี้เนี่ยนะ”
โฮ่วเซียนเนี่ยนพูดเหมือนกำลังปกป้องลูกวัว “นายบ่นว่าเหนื่อยทั้งที่ทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เนี่ยนะ ดูเหมือนว่านายจะไม่ใช่ทหารเก่ามาก่อนเลย จำได้ว่าตอนที่ลุงไปต่อสู้กับทหารญี่ปุ่นในสนามรบ……”
หลินเจียจวินรีบพูดขัดจังหวะโฮ่วเซียนเนี่ยนในทันที “ใช่ ลุงเป็นวีรบุรุษ ผมไม่อยากฟังเรื่องเก่า ๆ ของลุงหรอก” จากนั้น เขาก็หันไปหาเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “เร็วเข้า เอาน้ำมาให้ฉันหน่อย ฉันหิวน้ำจะตายอยู่แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและเทน้ำหนึ่งแก้วยื่นให้เขาทันที
เมื่อหลินเจียจวินได้ดื่มน้ำดับกระหาย เขาก็พอใจและไม่พูดอะไรอีก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “พี่ช่วยไปเอาเงินสด 10,000 หยวนที่ผมให้พี่ไปเมื่อเช้ามาให้ผมก่อนได้ไหม ? ”
หลินเจียจวินตกตะลึงและพูดโดยไม่รู้ตัว “นายจะทำอะไรกับเงินนี้ ? ให้ฉันเอาไปจ่ายค่าเหล้าก่อนสิ”
ก่อนที่เจียงเสี่ยวไป๋จะได้พูดอะไร โฮ่วเซียนเนี่ยนก็พูดด้วยรอยยิ้ม “จวินจวิน ลุงขายบ้านหลังนี้ให้กับเสี่ยวไป๋แล้วนะ”
“ฮะ ? ”
หลินเจียจวินอุทานออกมาและมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้างุนงง
ก่อนที่พวกเขาจะมาที่นี่ เขารู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋กำลังวางแผนที่จะถามซื้อบ้านหลังนี้ นอกจากนี้เขายังคิดที่จะหาโอกาสคุยกับโฮ่วเซียนเนี่ยนในภายหลังให้ แต่ไม่คาดคิดเลยว่าตอนที่เขาเพิ่งไปขนกล่องเหล้าขึ้นรถ เจียงเสี่ยวไป๋จะสามารถถามซื้อบ้านหลังนี้ได้อย่างง่ายดาย
ผู้ชายคนนี้มีความสามารถสูงเกินไปแล้ว !
มุมปากของเขากระตุก จากนั้นเขาก็พูดกับโฮ่วเซียนเนี่ยนว่า “ลุงโฮ่ว ลุงขายบ้านสวย ๆ แบบนี้ให้กับผู้ชายคนนี้เพียงหมื่นหยวนเท่านั้นเหรอ ? ”
“ผมบอกลุงแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขามีเงินมากมาย”
“อย่าขายถูกเกินไป ! ”
เมื่อโฮ่วเซียนเนี่ยนได้ยินคำพูดนี้ เขาก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “หนึ่งหมื่นหยวนยังบอกว่าถูกอยู่งั้นเหรอ ? งั้นถ้านายยอมจ่าย 20,000 หยวน ลุงจะขายให้นายไปเลย ! ”
หลินเจียจวินสะดุ้ง “ขนาด 10,000 หยวน ผมยังไม่มี จะหาที่ไหนมาให้ได้ล่ะครับ”
เขาลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความโกรธ แล้วเดินไปที่รถเพื่อหยิบเงินสด 10,000 หยวนออกมา
โฮ่วเซียนเนี่ยนรับเงินอย่างง่ายดาย และพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “ฉันขอตัวไปเก็บเงินก่อน เราจะทำเรื่องโอนบ้านหลังนี้ในช่วงบ่าย แต่ขอเวลาอีกสามวัน แล้วฉันจะให้กุญแจบ้านหลังนี้”
เจียงเสี่ยวไป๋รีบพูดขึ้นว่า “คุณโฮ่ว อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลยครับ คุณอยู่ที่นี่ไปก่อน”
โฮ่วเซียนเนี่ยนหัวเราะเบา ๆ “ต่อให้อยากอยู่ก็อยู่ไม่ได้หรอก เพราะฉันจองตั๋วไปเทียนจิงวันมะรืนนี้แล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มาที่นี่โดยบังเอิญ
เพราะหากมาช้ากว่านี้สักสามวัน คุณโฮ่วคงไปที่เทียนจิงแล้ว ถึงตอนนั้นเขาคงไม่สามารถซื้อบ้านหลังนี้และเหล้าอีกนับเจ็ดพันขวดนั้นได้