ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 787 ลูกสาวตัวน้อยสุดรักเผยความจริง
ตอนที่ 787 ลูกสาวตัวน้อยสุดรักเผยความจริง
“คุณซื้อของอะไรมาให้ฉันเหรอ ? ”
เมื่อได้ยินว่ามันนำเข้ามาจากต่างประเทศ หลินเจียอินก็รู้สึกตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น เธอมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“หนูรู้ค่ะ ! ”
ทันใดนั้น เด็กน้อยที่เพิ่งวางสายเสร็จก็วิ่งออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วพูดเสียงดังว่า “ป่าป๊าซื้อรถให้หม่าม๊าหลายคันเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองทันที
ตอนแรกเขาตั้งใจจะค่อย ๆ เผยให้ภรรยารู้ทีละนิดเสียหน่อย
ใครจะไปคิดว่าลูกสาวของเขาพูดขึ้นมาเร็วมากจนเขาไม่สามารถห้ามเธอไว้ได้ทัน
หลินเจียอินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็อุทานออกมาว่า “คุณซื้อรถยนต์งั้นเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพยักหน้ายอมรับ
ในความเป็นจริง หลินเจียอินก็อยากมีรถเป็นของตัวเองมานานแล้ว เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องอยู่แต่บ้านหลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋เดินทางไปทำธุรกิจ
ดังนั้นเธอจึงมีความสุขเมื่อลูกสาวของเธอบอกว่าเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อรถให้เธอ
และมันยังเป็นรถนำเข้าอีกด้วย !
มันต้องดีกว่ารถจี๊ปที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังขับอยู่ตอนนี้อย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้น ในคำพูดของลูกสาวก็มีประโยคหนึ่งที่ว่า: ไม่ใช่รถยนต์คันเดียว แต่เขาซื้อรถยนต์หลายคัน
ในขณะที่รู้สึกตื่นเต้น หลินเจียอินก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “คุณซื้อรถให้ฉัน แต่ทำไมคุณถึงซื้อหลายคัน ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ว่าจะอธิบายถึงการซื้อรถยนต์ 18 คันในคราวเดียวอย่างไร แต่คำถามของหลินเจียอินก็เหมือนกับกุญแจที่ทำให้เขารู้วิธีปลดล็อคทันที
เขายิ้มและพูดว่า “ปัจจุบันคุณมีตำแหน่งเป็นประธานของเจียงเจียกรุ๊ป การซื้อรถยนต์มาจำนวนมากแบบนี้ไม่ใช่เพื่อเอาไว้ขับขี่เพียงอย่างเดียว แต่เพื่อแสดงฐานะของคุณ ดังนั้นรถคันเดียวจึงไม่เพียงพอ”
“รถหนึ่งคันเป็นเพียงยานพาหนะ แต่รถหลายคันสามารถแสดงถึงฐานะของคน ๆ หนึ่งได้”
นี่คือทฤษฎีอะไรกัน ?
หลินเจียอินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งกับคำพูดของเขา
แต่มันก็ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่บ้าง
เธอจึงถามโดยไม่รู้ตัวว่า “แล้วคุณซื้อรถให้ฉันกี่คัน ? ”
“3 คัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบออกมาโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน
มันก็ 3 คันจริง ๆ ไม่ใช่เหรอ ? คันหนึ่งเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์230TE คันหนึ่งเป็น BMW 3E30 และอีกคันคือปอร์เช่ 944
สำหรับรถคันอื่น เขาไม่ได้ซื้อให้หลินเจียอิน
ดังนั้น จึงไม่มีอะไรผิดที่จะตอบออกมาแบบนี้
“รถ 3 คันเหรอ ? ” หลินเจียอินพึมพำ อย่างไรก็ตาม เขาทำเงินได้มากกว่า สิบล้านหยวนจากการขายล็อตเตอรี่ครั้งล่าสุด ดังนั้นการซื้อรถยนต์ 3 คันจึงดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เรื่องแค่นี้ หลินเจียอินสามารถยอมรับมันได้
ท้ายที่สุดแล้ววิสัยทัศน์ของเธอในตอนนี้ก็เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน เธอเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของ ‘ภาพลักษณ์’ มากขึ้น ดังนั้นปฏิกิริยาของเธอที่แสดงออกมาจึงไม่ใช่สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋คาดคิดแต่แรก
มันจึงทำให้เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“คุณซื้อรถให้ฉัน แล้วคุณไม่ซื้อใช้เองบ้างเหรอ ? ” หลินเจียอินเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ผมก็ซื้อมา 3 คันเหมือนกัน”
ทั้งคู่มีรถคนละ 3 คัน ซึ่งยุติธรรมมาก ! หลินเจียอินจึงไม่สนใจและถามว่า “รถนำเข้ามีราคาแพงกว่าที่ผลิตในประเทศใช่ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “รถเชอโรกีที่ผมนำเข้ามาจากอเมริการาคาหนึ่งแสน”
หลินเจียอินตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่ารถราคาคันละแสน
มันแพงกว่ารถจี๊ปคันนี้มาก
แต่เธอก็ยังยอมรับได้
อย่างไรซะมันก็เป็นรถนำเข้า !
แต่เธอไม่รู้ว่าราคาที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังพูดถึงคือราคาของมันในสหรัฐอเมริกา รถราคา 100,000 นี้ไม่ใช่ 100,000 หยวน แต่เป็น 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ
หากแปลงเป็นสกุลเงินหยวนคงไม่ใช่ 100,000 หยวนอย่างแน่นอน !
ถ้าเธอรู้ เธอคงจะโวยวายออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่หลินเจียอินอย่างลับ ๆ เขารู้สึกกังวลมาก เพราะกลัวเธอจะถามซอกถามแซกออกมา
โชคดีที่หลินเจียอินไม่มีความรู้เกี่ยวกับรถยนต์หรือการนำเข้าสินค้า เมื่อเธอรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ซื้อรถแล้ว หัวข้อก็หยุดอยู่แค่นั้น
เจียงเสี่ยวไป๋เพียงแค่รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องไปชั่วขณะ แล้วถึงได้แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในด้านการเงิน หลินเจียอินจะไม่ค่อยเข้าไปยุ่ง โดยพื้นฐานแล้วเธอไม่ค่อยดูค่าใช้จ่ายในเรื่องที่เจียงเสี่ยวไป๋ตัดสินใจทำมันลงไป
ดังนั้น เรื่องนี้ควรซ่อนไว้สักระยะหนึ่ง
เจียงเสี่ยวไป๋แอบดีใจ แต่เขาไม่คาดคิดว่าลูกสาวของเขาจะสร้างปัญหาให้เขาอีกครั้ง
“ป่าป๊าคะ ป่าป๊าไม่ได้ซื้อรถมาแค่ 6 คันสักหน่อย แต่เป็น 18 คันนะคะ ! ”
เมื่อหลินเจียอินได้ยินแบบนั้น เธอก็หันขวับมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ทันที
เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกจริง ๆ ลูกสาวตัวน้อยสุดรักเผยความจริงออกมาแบบนี้ มันทำให้เขาเสียวสันหลังวาบ
เขาจึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “เมียจ๋า ผมยังพูดไม่จบเลย ผมก็กำลังจะบอกให้คุณ แต่ชานชานพูดเร็วกว่าผมมาก ……”
หลินเจียอินทำเสียง ‘เชอะ’ ใส่เขา เธอไม่เชื่อคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋อีก ถ้าเจียงชานไม่พูด เธอก็คงไม่รู้อะไรเลย
เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมาด้วยท่าทีจริงจัง “เมียจ๋า ครั้งนี้ผมได้พาเหล่าหลินไปที่เจียงเฉิงใช่ไหม? ผมบังเอิญพบกับลูกชายของเขา พี่หลินซิงเหอ เขาทำงานในสำนักงานการค้าต่างประเทศ แต่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องรถยนต์ต่างประเทศมากนัก ดังนั้นเขาจึงแนะนำให้ผมเลือกรถ 6 ยี่ห้อ ได้แก่ เชโรกี, แลนด์โรเวอร์, ดอดจ์ แรมชาร์จเจอร์, เมอร์เซเดส-เบนซ์ 230TE, BMW 3E30 และปอร์เช่ 944”
“เขาบอกว่าสามารถช่วยผมนำเข้ารถพวกนี้จากต่างประเทศได้”
เขาเหลือบมองหลินเจียอินอย่างลับ ๆ แล้วพูดต่อ “ผมคิดว่าโอกาสนี้หายาก และมันไม่ดีที่จะรบกวนคนอื่นบ่อย ๆ ดังนั้นผมจึงให้เขานำเข้ารถยี่ห้อละ 3 คัน”
“ถ้าไม่รวมรถของเรา ที่เหลืออีก 12 คันนั้น ผมวางแผนที่จะเอารถ 3 คันไว้เป็นรถของบริษัท ให้สำนักงานใช้ โดยจะไม่มีการจัดสรรให้ใครเป็นการส่วนตัว”
พูดตามตรง หลินเจียอินรู้สึกโกรธเล็กน้อยเมื่อเธอได้ยินว่าเขาซื้อรถยนต์หลายคันในคราวเดียว แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูดต่อจากนั้น เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่อบริษัท
ช่างเถอะ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถทำเงินได้จากการขายล็อตเตอรี่ไปมากกว่า สิบล้านหยวนเงินแค่นี้คงไม่ใช่ปัญหาอะไร
แต่สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ เงินมากกว่าสิบล้านหยวนนี้ไม่เพียงพอที่จะซื้อรถ 18 คันในคราวเดียวแน่นอน !
ถ้าเธอรู้ เธอคงไม่คิดอย่างนั้นอย่างแน่
“จากนี้ไป อย่าปิดบังแบบนี้อีก หากคุณมีอะไรก็บอกฉันตามตรง” หลินเจียอินมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร แล้วพูดกับเจียงชานทันที “หากมีอะไรเกิดขึ้นในอนาคต หนูไม่จำเป็นต้องฟ้องแม่ทุกเรื่องหรอกเข้าใจไหม พ่อจะค่อย ๆ พูดให้แม่เขาฟังเอง ! ”
เด็กน้อยเบิกตากว้างแล้วอุทานออกมา “หนูฟ้องที่ไหนล่ะคะ ? ”
แต่ถ้าลองคิดดูดี ๆ มันก็รู้สึกเหมือนเธอฟ้องจริง ๆ
เธอถอนหายใจอย่างไม่แยแสเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย และพูดออกมาด้วยท่าทีสงบ “ลืมไปซะเถอะ จากนี้ไปหนูจะยุ่งเรื่องของพวกผู้ใหญ่ให้น้อยลง”
พูดจบ เธอก็เรียกเจียงซือแล้วเดินออกไปข้างนอก
เธอไปเดินเล่นกับสุนัขของเธอแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินเป็นเพียงสองคนที่เหลืออยู่ในห้องโถง
และคาดว่าในเวลาอันสั้นนี้ คงจะไม่มีใครเข้ามา
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะดึงหลินเจียอินไว้ในอ้อมแขนของเขาแล้วถามเบา ๆ “แล้วเด็กทั้งสองคนนี้เชื่อฟังบ้างไหม ? ”
หลินเจียอินมีท่าทีอ่อนลง แต่ก็ยังพูดด้วยความโกรธ “ก็มีดื้อบ้าง บางครั้งพวกเขาก็ถีบท้องฉัน”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดขึ้นมาทันที “ต้องเป็นฝีมือของลูกชายตัวเหม็นคนนั้นแน่ เพราะลูกสาวคงไม่เตะแม่ของตัวเองหรอก”
หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
สามีของเธอก็คงชอบลูกสาวเหมือนเช่นเคย !