ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 651-2 พิษต้องห้ามคำสาปเทพเจ้า หลอมอยู่ตรงหน้า (2)
บทที่ 651-2 พิษต้องห้ามคำสาปเทพเจ้า หลอมอยู่ตรงหน้า (2)
ประกายแสงสีดำฉายวาบในดวงตาสวี่ชิง ตอนนี้เขาห่างจากความสำเร็จในขั้นสุดท้ายเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
จึงพยักหน้าเบาๆ หลับตาลง สองมือประสานปางมือพลันสะบัด ทันใดนั้น สมุนไพรพิษแต่ละต้นๆ ก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง
จำนวนมากมายมหาศาล จนถึงหลายพันต้นเลยทีเดียว
ตอนนี้หลังจากที่ปรากฏออกมา สวี่ชิงไม่มีเวลาหลอมมัน เขาพลันอ้าปากกว้าง กลืนกินไปทางสมุนไพรเหล่านั้น ยิ่งมีบางส่วนที่ถูกเขาเงื้อหมัดชกจนกลายเป็นหมอก ปกคลุมไปทั่วร่าง
เสียงแซ่ดๆ ดังสะท้อน สวี่ชิงที่ถูกหมอกปกคลุมเอาไว้ปากส่งเสียงคำรามต่ำ พลังพิษต้องห้ามปะทุขึ้นในนั้นทันที
ภาพนี้ทำให้ชายชราชุดขาวหวั่นไหว จากการวิเคราะห์ของเขา ผู้ทดสอบข้างหน้าคนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เสถียร ดังนั้นขณะสะบัดมือ ไอเย็นก็แผ่ออกไปจากใต้เท้าเขา หลังจากแผ่ไปทั่วทะเลสาบแล้ว ก็มาปรากฏรอบๆ สวี่ชิง
ไอเย็นหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นแฝงไว้ด้วยพลังแช่แข็งผนึกทุกสิ่ง แผ่ลามมาหาสวี่ชิงจากทั่วทุกทิศ
ทุกที่ที่ผ่าน ทะเลสาบใต้เท้าส่งเสียงเปรี๊ยะๆ มา ล้วนทำการแช่แข็งผนึกทั้งสิ้น ไอเย็นนี้ใกล้จะปกคลุมสวี่ชิงเข้าไปแล้วทุกที
แต่ในตอนนี้เอง หมอกพิษนอกกายสวี่ชิงเดือดพล่าน หอบม้วนกลับไปทั้งหมด
เหมือนว่าสวี่ชิงที่อยู่ในหมอกกลายเป็นคลื่นวนอุโมงค์มืด เพียงพริบตาก็ดูดหมอกพิษทั้งหมดเข้าไปข้างใน
และจากการหายไปของหมอกพิษ เงาร่างของสวี่ชิงของปรากฏชัดเจนขึ้น ดวงตาทั้งสองก็พลันลืมตื่นขึ้นในเสี้ยวขณะนี้เอง!
ดวงตาดำสนิทคล้ายหุบเหวลึก ไม่ว่าสิ่งใดที่ประสานสายตากับเขา ก็เหมือนกับมองไปในหุบเหวลึก ทั้งยังเหมือนถูกหุบเหวลึกจ้องมอง
สายตาของเขายิ่งล้ำลึกเป็นอย่างยิ่ง เหมือนซ่อนห้วงราตรีบรรพกาลเอาไว้ มากพอจะทำให้ผู้ที่จ้องมองในใจเกิดระลอกคลื่นอารมณ์มหาศาล
ที่น่ากลัวที่สุดคือ สายตานี้…แฝงด้วยไอพลังประหลาด!
ไอพลังประหลาดพิเศษมาก สามารถทำให้คนที่สบตากับมัน แปดเปื้อนพิษต้องห้ามไปทั้งตัวและวิญญาณในทันที
นี่ก็คือเนตรพิษต้องห้าม!
ชายชราชุดขาวร่างสั่นสะท้าน ผิวกระจกทะเลสายที่เขาอยู่ในเสี้ยวขณะนี้ก็เกิดสีดำขึ้นเช่นเดียวกัน ประดุจหมึกแทรกซึมเข้าไปเป็นกลุ่มๆ
ชายชราชุดขาวคำรามเสียงต่ำ ทะเลเดือดพล่าน ผิวกระจกกะพริบวูบวาบ ไอเย็นท่วมฟ้าจวนเจียนปะทุ
และในตอนนี้ สวี่ชิงดึงสายตากลับมา เมินซึ่งไอเย็นที่โหมบ่ามา ก้มหน้ามองไปยังมือขวาที่ยกขึ้นมาของตัวเอง
ตรงนั้นมีลูกกลอนเม็ดหนึ่ง
ภายใต้สายตาของเขา พลังพิษต้องห้ามของเขาทะลักเข้าไปข้างใน คุณสมบัติของลูกกลอนนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สรรพคุณยาลดคำสาปในนั้นก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
พิษต้องห้ามของสวี่ชิงแฝงไว้ไม่ใช่แค่คำสาปเทพเท่านั้น นี่ยังแฝงไว้ด้วยพิษทุกอย่างที่เขากลืนกินลงไปก่อนหน้านี้อีกด้วย ตอนนี้ทุกอย่างหลอมรวมมาที่สายตา ผสานไปในลูกกลอนลดคำสาป
พิษเหล่านี้ล้วนเนรมิตขึ้นมา ผสานกับลูกกลอน ส่งอิทธิพลข้างใน สร้างสมดุลภายใน สำแดงศักยภาพภายใน
และลูกกลอนลดคำสาปนี้ สรรพคุณของมันก็ปะทุขึ้นมาในเสี้ยวขณะนี้เอง จากเกือบๆ สองส่วนปะทุไปจนถึงสามส่วน และยังคงดำเนินต่อไป
สุดท้ายในยามที่บนลูกกลอนแผ่ไปด้วยแสงสีม่วง ปกคลุมไปทั่วทุกทิศ สวี่ชิงก็เงยหน้าขึ้น ในเสี้ยวพริบตาที่ไอเย็นรอบๆ ผนึกแช่แข็งมา ก็พูดประโยคสุดท้ายออกมา
“ลูกกลอนนี้สำเร็จแล้ว มันสามารถลดคำสาปได้…ห้าส่วน!”
ในขณะเดียวกับที่คำพูดดังออกมา ไอเย็นปกคลุมไปทั่วร่างสวี่ชิง ร่างของเขาภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไม่อาจต้านทานได้ประเภทหนึ่งก็กลายเป็นรูปสลักน้ำแข็งไป นิ่งไม่ไหวติง
มีเพียงลูกกลอนเม็ดนั้น ร่วงไปจากมือของเขา ลอยอยู่บนชั้นทะเลสาบน้ำแข็ง ในขณะที่กะพริบแสงสีม่วง ก็ทำให้คนรู้สึกเหมือนมายาอย่างหนึ่ง
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ลูกกลอนเม็ดนี้ก็จมลงไปในชั้นน้ำแข็ง มาปรากฏกลางฝ่ามือของชายชราชุดขาว
ชายชราชุดขาวมองยาลูกกลอนที่อยู่ข้างหน้า สีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง เป็นความตื่นตะลึงก่อน จากนั้นก็เป็นความไม่เข้าใจ จากนั้นก็เป็นความสับสน สุดท้ายเป็นความสงสัย
ตลอดทั้งชีวิตของมันซึ่งเป็นวิญญาณศัสตรา มันไม่เคยเห็นยาลูกกลอนเช่นนี้
นานหลังจากนั้น จู่ๆ มันก็พ่นลมหายใจไปยังลูกกลอนเม็ดนี้หนึ่งครั้ง
จากลมหายใจนี้ ลูกกลอนนี้เปลี่ยนจากสิ่งเนรมิตมาเป็นของจริง
จากนั้นมันก็ยกมือสะบัด ทันใดนั้น รูปสลักน้ำแข็งรูปหนึ่งก็ละลายลงต่อหน้ามัน เผยชายกลางคนตัวกำยำที่อยู่ในนั้นออกมา
พลังบำเพ็ญระดับหวนสู่อนัตตาทั้งร่างของชายร่างกำยำพลันปะทุขึ้น หลังจากฟื้นตื่นก็อึ้งงงงันไปเล็กน้อย ท่ามกลางการดิ้นรนก็ไม่ได้เลือกที่จะหนี แต่ประสานหมัดโค้งคารวะไปทางชายชราชุดขาวอย่างนอบน้อม
“คารวะใต้เท้า”
“กินมันลงไป” ชายชราชุดขาวใบหน้าไร้อารมณ์ หลังจากเอ่ยอย่างเย็นชา ก็สะบัดลูกกลอนในมือออกไปลอยอยู่หน้าชายกำยำ
ชายกำยำลังเลแต่ก็เลือกที่จะปฏิบัติตาม เขารับลูกกลอนมาดู สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นก็กินลงไปในทีเดียว หลับตาสัมผัส
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ร่างของเขาก็พลันสะท้านเฮือกขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง สั่นอย่างรุนแรง พลันลืมตาขึ้นมา กระอักเลือดสีแดงสดออกมาคำโต
ในเลือดสดๆ นั่นมีคำสาปเข้มข้นและกลิ่นเหม็นเน่าอยู่ด้วย หลอมรวมเข้าด้วยกันในอากาศ แปรเปลี่ยนเป็นเงาพระจันทร์สีชาดรางๆ ในนั้นยังมีพลังคำสาปด้วย จะปะทุออกมา
แต่ชายชราชุดขาวแค่นเสียงขึ้นจมูก มิติแห่งนี้คำรามลั่นขึ้นมาทันที ทำการสะกดลงมา
เพียงพริบตา เลือดสดๆ กลุ่มนั้นก็กลายเป็นน้ำแข็ง ร่วงหล่นลงไปบนทะเลสาบ ระลอกคลื่นทุกอย่างในนั้นก็ถูกผนึกไป
ทำทุกอย่างเหล่านี้เสร็จ ชายชราชุดขาวก็มองชายกำยำ ในขณะที่ดวงตาฉายแววแปลกประหลาด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ฉายความตื่นตะลึงออกมา
ส่วนชายกำยำก็ตื่นตะลึงไปเช่นกัน เขาทำการสัมผัสรับรู้ร่างกายตัวเองเล็กน้อย แล้วพลันเอ่ยเสียงหลง
“คำสาปของข้า…ลดลงไปครึ่งหนึ่งอย่างถาวร!!
“ใต้เท้า นี่มันคือลูกกลอนอะไรขอรับ!”
ชายชราชุดขาวไม่ได้ตอบคำถามนี้กับชายกำยำ ชายเสื้อของเขาเพียงสะบัด ทันใดนั้นไอเย็นก็แผ่มาอีกครั้ง ร่างของชายกำยำกลับไปเป็นรูปสลักน้ำแข็งอีกครั้ง จมสู่ใต้ทะเลสาบ
ทำทุกอย่างเสร็จ ชายชราชุดขาวยืนอยู่ตรงนั้น เหม่อลอยครู่หนึ่ง ร่างจมลงสู่ใต้ทะเลสาบเช่นเดียวกัน
ในยามที่ปรากฏตัวขึ้นอีกคครั้ง ก็มาอยู่ในที่ที่รูปสลักน้ำแข็งของสวี่ชิงอยู่
มองรูปสลักน้ำแข็งข้างหน้า ชายชราชุดขาวก็เงียบงันอีกครั้ง หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาก็ยกมือขึ้นแล้วแตะไปที่หว่างคิ้วของสวี่ชิง
จากการแตะนี้ รูปสลักน้ำแข็งละลายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นไอน้ำ แผ่ซ่านไปรอบๆ สวี่ชิงที่อยู่ในนั้นร่างสะท้าน ฟื้นตื่นขึ้นมา
“คารวะผู้อาวุโส”
สวี่ชิงไม่ประหลาดใจเท่าใด ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจว่าการกระทำของตนก่อนหน้านี้เช่นไร นี่ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือเขาใช้การกระทำบอกอีกฝ่าย ทุกอย่างที่ตนทำก่อนหน้านี้ ความจริงแล้วล้วนเป็นขั้นตอนของการหลอมลูกกลอนลดคำสาป
สายตาสุดท้ายนั่นทำให้ลูกกลอนแทบจะใกล้เคียงกับการยกระดับ ก็มากพอที่จะอธิบายทุกอย่างแล้ว
ชายชราชุดขาวจ้องมองสวี่ชิง สีหน้าแฝงด้วยความแปลกประหลาด นานหลังจากนั้น เสียงต่ำทุ้มก็ดังก้องมิติแห่งนี้
“นับแต่โบราณกาลมา ผู้ที่ผ่านการทดสอบด่านนี้มีทั้งหมดเจ็ดสิบเก้าคน และในศักราชนี้มีไม่มาก แค่สามคนเท่านั้น
“ตอนนี้เจ้าเป็นคนที่สี่
“แต่พวกเขาก่อนหน้าเจ้า แม้จะอธิษฐานเจตจำนง แสดงคุณสมบัติที่สามารถทำให้สำเร็จได้ อีกทั้งก็ทำได้สำเร็จจริงๆ แค่พวกเขาล้วนไม่ใช่นายแห่งตำหนักขบถจันทร์ ล้วนทำสัญญาระดับรองลงมาทั้งสิ้น
“เพราะผ่านจากด่านนี้แล้ว ความจริงยังไม่อาจเป็นนายแห่งตำหนักขบถจันทร์ได้…เจ้าอีกเดี๋ยวเมื่อเดินเข้าไปก็จะได้รู้เหตุผลแล้ว
“เจ้ามีเวลาครึ่งปี หากในครึ่งปีไม่สามารถทำได้สำเร็จ ก็ทำได้เพียงทำสัญญาระดับรองลงมาเท่านั้น”
ชายชราชุดขาวจ้องมองสวี่ชิง ยกมือชี้ไปที่ทะเลสาบ ทันใดนั้น ทะเลสาบซัดโหม ประตูหินบานมหึมาที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่โบราณบานหนึ่ง ก็ลอยขึ้นมาเสียงครืนครันสนั่นจากในนั้น
ประตูหินบานนี้สูงพันจั้ง เต็มไปด้วยความเก่าแก่โบราณ แฝงไว้ด้วยร่องรอยที่หมุนผ่านไปของกาลเวลา เหมือนมาจากห้วงบรรพกาล
มันไม่จำเป็นต้องเปิดออก เพราะตรงกลางมีรอยแยกทางหนึ่งสามารถเดินเข้าไปได้
ผ่านจากรอยแยก สวี่ชิงสามารถมองเห็นได้รางๆ ว่าในนั้นเหมือนจะมีโถงตำหนักแห่งหนึ่ง
สวี่ชิงลังเลเล็กน้อย คำพูดของชายชราชุดขาว ทำให้เขานึกถึงนายกอง จึงประสานหมัดไปทางชายชรา
“ผู้อาวุโสขอรับ ผู้ทดสอบคนนั้นที่มาพร้อมกับผู้เยาว์ เขาผ่านการทดสอบหรือไม่”
“เจตจำนงของเขายิ่งใหญ่เกินไป ได้รับบทลงโทษไปแล้ว”
ชายชราชุดขาวเอ่ยราบเรียบ ยกเท้าเหยียบไปบนพื้น ทันใดนั้นผิวน้ำกระเพื่อมแผ่ระลอกคลื่น ปรากฏรูปสลักน้ำแข็งที่อยู่ในนั้นหลายสิบรูปออกมา
เขายังคงท่าทางหัวเราะร่าเอาไว้ ความกำเริบเหิมเกริมชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง
สวี่ชิงขมวดคิ้ว ที่ไม่เหมือนกับที่เขาคาดคิดเอาไว้ ดังนั้นในใจจึงครุ่นคิด คิดถึงคำพูดเหล่านั้นของนายกองก่อนจะทดสอบ
รวมกับความเข้าใจในตัวนายกอง สวี่ชิงรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นไปได้มากว่านายกองนั้นตั้งใจ เขาตั้งใจให้ถูกแช่แข็งผนึก
“หากสุดท้ายเจ้าผ่านกการทดสอบ ได้เป็นนายแห่งตำหนักขบถจันทร์ เจ้าก็จะมีอำนาจ ปลดปล่อยผู้ถูกแช่แข็งผนึกทั้งหมดที่นี่ได้
“ตอนนี้จงเข้าไปเถิด”
ชายชราชุดขาวมองสวี่ชิงด้วยแววตาล้ำลึก ร่างค่อยๆ จมลงสู่ใต้ทะเลสาบ หายไปไร้ร่องรอย
ไม่นานนัก ที่นี่ก็เหลือเพียงสวี่ชิงคนเดียวและประตูหินยักษ์บานนี้เท่านั้น
ยืนอยู่หน้าประตูหิน สวี่ชิงสูดลมหายใจลึก ไม่ลังเลอีกต่อไป ก้าวไปข้างหน้า เดินไปในช่องประตูหินที่เหมือนหุบเขาช่องนี้
ยิ่งเดินก็ยิ่งจากออกไปไกล
มุ่งหน้าไปยังโถงตำหนักในนั้น ใกล้เข้าไปเรื่อยๆ
จวบจนกระทั่งแสงกลุ่มหนึ่ง สะท้อนมาข้างหน้าสวี่ชิง สาดแสงไปทั่วทั้งโลกของเขา
ขณะเดียวกันนี้ ในตำหนักขบถจันทร์ เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง
หลายชั่วยามก่อนหน้านี้ แสงกะพริบวูบวาบของศาลเจ้าที่อยู่สูงที่สุดของตำหนักขบถจันทร์ก็ดึงดูดความสนใจจากผู้บำเพ็ญจำนวนไม่น้อย แม้แต่รองเจ้าตำหนักยังมาแล้วสองคน
และตอนนี้หลายชั่วยามผ่านไป จากการแพร่สะพัดออกไปของเรื่อง ผู้บำเพ็ญที่กลับมายังตำหนักขบถจันทร์เพื่อเป็นประจักษ์พยานกับภาพฉากนี้ก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอออกมาเป็นระยะๆ
กวาดตามองไป ทั่วท้องฟ้าเต็มไปด้วยรูปสลักเทพ ในนั้นยังมีผู้ติดตามของปรมาจารย์ลูกกลอนเก้า แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าผู้ที่ทำให้เกิดเรื่องทุกอย่างนี้ก็คือปรมาจารย์ที่ทำให้พวกเขาคลั่งไคล้ แต่นี้ก็ไม่ส่งกระทบต่อพวกเขาในตอนนี้ในการประกาศชื่อเสียงบารมีของปรมาจารย์ลูกกลอนเก้าต่อไป
ตัวแทนในนั้นก็คือสหายบ้านใกล้เรือนเคียงของสวี่ชิง รูปสลักของคนผู้นี้เป็นชายกำยำเปลือยกายท่อนบน นำผู้ติดตามตัวยงของปรมาจารย์ลูกกลอนเก้าหลายพันคนกระจายไปในกลุ่มคน สรรเสริญปรมาจารย์ลูกกลอนเก้า
ยิ่งมีความศักดิ์สิทธิ์พวยพุ่งอยู่ในนั้น
ภาพนี้ทำให้ดึงดูดคนทั้งหลายทันที
“สำเร็จแล้วหรือ”
“หรือว่า…ตำหนักขบถจันทร์จะมีเจ้าตำหนักแล้ว!!”
“กะทันหันเหลือเกิน…”
ในขณะที่เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นจากปากคนทั้งหลายในภูเขาตำหนักขบถจันทร์ ความวาดหวังก็พวยพุ่งขึ้นมาจากในนี้ไม่ขาดสาย
กวาดตามองไป รูปสลักเทพทั่วท้องฟ้าล้วนจับตามองประตูใหญ่ของตำหนักเทพที่อยู่สูงที่สุด รอคอยให้ประตูเปิดออก
เพียงแต่เวลาไหลไป หนึ่งก้านธูปผ่านไป ประกายแสงที่อยู่สูงที่สุดยังคงสาดแสงวูบวาบ แต่ประตูก็ยังคงปิดสนิท ไม่มีใครเดินออกมาสักที
ภาพนี้ทำให้คนเก่าแก่ของตำหนักขบถจันทร์ทั้งหลายสีหน้าหมองหม่นลงมา
“หรือตำนานที่เกี่ยวกับตำหนักขบถจันทร์เรื่องนั้นจะเป็นจริง…”