ผู้กล้าเหนือกาลเวลา - บทที่ 656 เจ้าแห่งมารปีศาจ
บทที่ 656 เจ้าแห่งมารปีศาจ
บนท้องฟ้า สายลมสีเทาหวีดหวิว พัดหอบกรวดทรายปิดฟ้าคลุมตะวัน ท่ามกลางความขมุกขมัว สีของโลกทั้งใบล้วนกลายเป็นมืดทึมเย็นเยียบ
บนพื้นดิน บุตรเทวะที่เหี้ยมโหดราวมารปีศาจนับหมื่น เก็บงำความสับสนวุ่นวายทั้งหมดลง สะกดความคุ้มคลั่งกราบกรานพินอบพิเทา
มองไกลๆ ฉากนี้เต็มไปด้วยแรงกระทบกระเทือน
เบื้องหน้าของพวกมัน สวี่ชิงยืนนิ่งอยู่ที่นั่น ชุดคลุมดำ ผมดำสยาย
สายลมพัดโบก เผยดวงตาดำขลับทั้งสอง เสื้อผ้าพัดกระพือ ขับเน้นร่างกายยืดตรง
พอรวมกับเลือดสดที่ไหลวนเป็นวงราวกับผ้าแพรนอกตัวเขา ก็ยิ่งดูขนพองสยองเกล้า ราวกับเจ้าแห่งมารปีศาจเดินย่ำสู่โลกมนุษย์
ตอนนี้ เจ้าแห่งมารปีศาจตนนี้มองไปยังบุตรเทวะเบื้องหน้า ใช้มือกดไปบนหัวของมัน จังหวะที่สัมผัส ร่างบุตรเทวะหยุดชะงัก
สวี่ชิงไม่แสดงสีหน้า ประสาทสัมผัสเทพผสานเข้าด้านใน สัมผัสไปเงียบๆ
สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ คือบุตรเทวะนี้ส่งความศิโรราบและความเคารพยำเกรงออกมา นี่คือพฤติกรรมทางสัญชาตญาณอย่างหนึ่ง สะกดความวุ่นวายและความคุ้มคลั่งของอีกฝ่ายเอาไว้
จากนั้น เขาก็สัมผัสได้ถึงความหิวโหยของอีกฝ่าย
นี่ทำให้เขาคิดถึงฉากที่ตนเองสัมผัสกับเทพเจ้า
นานพอควร มือขวาสวี่ชิงกดลงไปต่อ จากนั้นพิษต้องห้ามก็กระจายออก ถัดมาพลังพระจันทร์ม่วงก็หลั่งทะลักเข้าไป กายเนื้อบุตรเทวะที่วิธีการธรรมดาทำลายได้ยาก กำลังละลายอย่างรวดเร็วด้วยมือของสวี่ชิง
เลือดสดทีละหยดทีละหยาดไหลไปตามใบหน้าบุตรเทวะ ร่วงหล่นลงพื้น ส่งเสียงชี่ๆ พื้นดินกำลังผุกร่อน
ส่วนมือขวาสวี่ชิง ก็ยื่นเข้าไปในเลือดเนื้อของบุตรเทวะ
ความเจ็บปวดนี้ ทำให้บุตรเทวะยิ่งสั่นกระตุก แต่มันยังคงไม่กล้าหนี
อำนาจพระจันทร์สีชาดบนตัวสวี่ชิง สำหรับบุตรเทวะเหล่านี้ สามารถสร้างแรงสะกดระดับสูงสุดได้
“ในเลือดเนื้อแฝงไว้ด้วยปณิธานความวุ่นวายที่เข้มข้นยิ่งกว่า แล้วยังมีการกัดกร่อนอยู่ระดับหนึ่ง แล้วยังมีการรุกล้ำของไอพลังประหลาดอีกด้วย” สวี่ชิงครุ่นคิด เขาสามารถสัมผัสได้ว่าบุตรเทวะเหล่านี้ ตนเองไม่อาจกลืนกินเข้าไป
พวกมันแปรมาจากสสารที่ไม่บริสุทธิ์ กลืนลงไปไม่มีประโยชน์อะไรกับร่างกายตนเอง
ครู่ต่อมา สวี่ชิงจึงส่ายหัว ยกมือขึ้น
สายตาเขามองไปรอบๆ มองไปยังบุตรเทวะที่กำลังหมอบคลานเหล่านี้ สวี่ชิงหรี่ตาลง ล้วงชิ้นส่วนวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา
พอของชิ้นนี้ปรากฏ พลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาลวูบหนึ่งก็แผ่ออกมาจากด้านใน ทำให้ฟ้าดินเปลี่ยนสี ลมกรรโชกเมฆทะลัก แรงกดดันเองก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นี่คือของขวัญที่รัฐทายาทให้สวี่ชิงเมื่อครั้งนั้น ชิ้นส่วนโลกใบใหญ่ของมหาขั้นเตรียมสู่เทวะคนหนึ่ง
เคยถูกนายกองยืมไปสะกดโยวจิง จนกระทั่งโยวจิงถูกปล่อยออกมาในร้านยา นายกองจึงคืนกลับมา
ตอนนี้พอชิ้นส่วนปรากฏ พลังดึงดูดวูบหนึ่งก็ระเบิดจากด้านใน บุตรเทวะนับหมื่นนี้ถูกดูดเข้าไปด้านในในพริบตา ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว
พอเสร็จจุดนี้ สวี่ชิงก็เก็บชิ้นส่วนลงไป สายตามองไปทางหลุมลึก
ที่นั่นไม่มีบุตรเทวะทะลักออกมาต่อแล้ว เสียงคำรามต่ำเองก็หายไปนานแล้วด้วย
ขณะกำลังสำรวจ จู่ๆ คลื่นพลังจิตเทพวูบหนึ่งก็ส่งลอดมาจากด้านใน
“สวี่ชิง เจ้าลงมาหน่อย”
เสียงของรัฐทายาท
สวี่ชิงไม่ได้ลงไปทันที แต่วินิจฉัยอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ตอนนี้ถึงเดินลงไปยังขอบหลุมลึก ก้มหน้าลงมอง ก้าวเหยียบลงไป
ความเร็วของเขาสูงมาก สายตาแผ่ซ่านพิษต้องห้าม รอบๆ มีเลือดสดพันล้อม ตรงไปยังส่วนลึกอย่างรวดเร็ว
ยิ่งลงลึก ไอพลังประหลาดของที่นี่ก็ยิ่งเข้มข้น และยังมีของเหลวเหนียวไหลอยู่บนกำแพงรอบๆ ด้วย กลิ่นเน่าเหม็นแผ่ออกมาจากในของเหลวเหนียวเหล่านั้น ทำเอาคนแทบสำรอก
และด้านล่าง ยังมีแสงแดงอ่อนแรงอยู่ผืนหนึ่ง กำลังเปล่งแสงจ้า
สุดท้ายหลังจากสวี่ชิงเข้าไปใกล้ กำแพงที่เกิดขึ้นจากเลือดเนื้อผืนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาเขา
เลือดเนื้อนี้ราวกับเป็นกำแพงผืนหนึ่ง ปิดกั้นเส้นทางตรงหน้า การขยับต่อเนื่องของมันเปล่งแสงสีแดง กลิ่นอายของชื่อหมู่เข้มข้นอย่างมากภายใน
มันเหมือนกำลังกระเสือกกระสน คิดจะพองขยายออกไปภายนอก แต่แรงสะกดไร้รูปร่างวูบหนึ่ง ทำให้มันไม่อาจต่อต้านได้ ทำได้เพียงขยับขยุกขยิก ถอยหลังไปเรื่อยๆ
และรัฐทายาทกับองค์หญิงหมิงเหมย ก็กำลังยืนอยู่หน้ากำแพงเลือดเนื้อนั่น
“ที่นี่ คือเกราะป้องกันชั้นสุดท้ายที่จะตรงไปยังใจกลางของสถานที่นี้แล้ว”
“พวกเราจะเข้าไปเอาของอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งสำคัญในการช่วยน้องเก้า ถ้าหากฝืนระเบิดแยกมันออก ชื่อหมู่แม้หลับลึกอยู่แต่ก็จะสัมผัสได้ แล้วจะซ่อนอำพรางผลึกด้วยสัญชาตญาณ ดังนั้นจึงต้องการอำนาจของเจ้าเปิดมันออก เปิดช่องช่องหนึ่งออกมาเงียบๆ”
รัฐทายาทหันหน้ามองมาทางสวี่ชิง
สวี่ชิงพอได้ยินก็พยักหน้า ระหว่างทางที่เขามาก็เดาไว้แล้ว ก่อนหน้านี้รัฐทายาทกับองค์หญิงหมิงเหมยออกมาด้านนอกบ่อยครั้ง คิดว่าคงจะมีเป้าหมายอยู่ที่นี่
เขาก็เลยเดินไปตรงหน้าก้อนเลือดเนื้อนั้น เลือดสดนอกร่างกายไหลเวียนเร็วขึ้น จากการยกมือขวา ก็มารวมตัวกันที่ปลายนิ้ว ขณะที่แสงแดงเจิดจ้าแยงตา เลือดสดหยดหนึ่งก็บินออกมาจากปลายนิ้วเขา
ตรงไปยังเลือดเนื้อก้อนนั้น
ในเลือดสดนี้ แฝงไว้ด้วยอำนาจพระจันทร์สีชาดของสวี่ชิง แผ่ไอพลังประหลาดเข้มข้นออกมา แล้วยังมองเห็นพระจันทร์สีชาดขนาดเล็กจำแลงอยู่ด้านในได้รางๆ ด้วย
“เปิด!”
จังหวะที่เลือดสดสัมผัสกับกำแพง จิตเทพสวี่ชิงก็ส่งออก
กำแพงเลือดเนื้อสั่นสะเทือนฉับพลัน จุดที่เลือดสดสวี่ชิงตกลงไปเลือดเนื้อก็ปั่นป่วนขึ้นมาในพริบตา บีบกดออกไปรอบด้าน ค่อยๆ แยกออกมาเป็นอุโมงค์เส้นหนึ่ง
รัฐทายาทกับองค์หญิงหมิงเหมยไม่ลังเลแม้แต่น้อย กลายเป็นสายรุ้งสองสายผลุบหายไปด้านใน
สวี่ชิงไม่ได้ตามเข้าไป ถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็วจนห่างที่ร้อยจั้ง ขณะที่กำลังทำต่อ ในเลือดเนื้อก้อนนั้นก็ส่งเสียงแหลมออกมา มีเสียงคำรามก้อง จากนั้นเลือดเนื้อก็สั่นไหว เริ่มห่อเหี่ยวลง
ขั้นตอนทั้งหมดเพียงแค่สี่ห้าอึดใจเท่านั้น เลือดเนื้อก้อนนั้นหลังจากที่ห่อเหี่ยวถึงขีดสุด ก็กลายเป็นฝุ่นลอยสลายตัวไป เผยถ้ำขนาดยักษ์แห่งหนึ่งใต้หลุมลึกออกมา
ในถ้ำดินนี้น่าขนลุกมาก
บนพื้นเป็นสระเลือดเหนียวผืนหนึ่ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าเข้มข้นออกมา ตำแหน่งตรงกลาง ที่นั่นมีผลึกวารีสีแดงขนาดยักษ์อยู่เม็ดหนึ่ง ครึ่งหนึ่งปรากฏอยู่บนผิวน้ำ
เปล่งแสงแดงจ้า
และในสระเลือด ยังมีไข่อยู่อีกนับไม่ถ้วน
ไข่เหล่านี้บ้างก็ขนาดหลายจั้ง บ้างก็นับสิบจั้ง เล็กใหญ่แตกต่างกัน แต่ล้วนมีสีแดง
ในนี้ส่วนหนึ่งสมบูรณ์ดี แต่อีกส่วนหนึ่งกลับแตกเสียหายไปแล้ว เหลือเพียงเปลือกไข่ลอยอยู่บนสระ
มองผ่านเปลือกนอกของไข่ที่ยังสมบูรณ์เหล่านั้น สามารถเห็นถึงบุตรเทวะที่อยู่ด้านใน พวกมันกำลังกระเสือกกระสน คิดจะทลายเปลือกออกมา
ส่วนรัฐทายาทกับองค์หญิงหมิงเหมย ร่างของทั้งสองคนพุ่งตรงไปที่ผลึกวารีสีแดง หลังจากเข้าประชิดในพริบตาก็ลงมือขึ้นพร้อมกัน หยิบผนึกวารีนั้นขึ้นมา
จากการหายไปของผลึกวารี สระเลือดที่นี่ก็แห้งเหือดลงอย่างรวดเร็ว การกระเสือกกระสนของไข่เหล่านั้นก็ยิ่งรุนแรงขึ้น เสียงคำรามต่ำ ดังก้องต่อเนื่อง
“ได้แล้ว พวกเราออกไปกัน”
หลังจากหยิบสิ่งที่ต้องการ ในใจรัฐทายาทก็พึงพอใจ ขณะที่พูดก็ยกมือ คิดจะทำลายไข่ทั้งหมดในนี้ทิ้ง
สวี่ชิงใจสั่นกึก รีบพูดขึ้นว่า
“ผู้อาวุโส บุตรเทวะเหล่านี้ ข้ามีวิธีใช้งานพวกมันอยู่”
รัฐทายาทพอได้ยินสายตาก็ตกไปบนตัวสวี่ชิง องค์หญิงหมิงเหมยข้างๆ ก็พยักหน้า
สวี่ชิงรีบหยิบชิ้นส่วนโลกใบใหญ่ออกมา ทำปางมือชี้ออกไป ทันใดนั้นพลังดึงดูดก็แผ่ออก ไข่ทั้งหมดในนี้ ล้วนถูกดูดเข้าไปในพริบตา
พอทำเสร็จ สวี่ชิงก็พออกพอใจ
จำนวนมากขนาดนี้ เขารู้สึกว่าสอดคล้องกับปริมาณน้ำมันที่นายกองต้องการแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น พวกเราออกไปดีกว่า”
พอเห็นสวี่ชิงจัดการเรียบร้อย รัฐทายาทก็เอ่ยขึ้นเรียบๆ สะบัดชายเสื้อ พัดสวี่ชิงออกไปจากหลุมลึกผืนนี้ หลังจากมาถึงโลกภายนอก องค์หญิงหมิงเหมยก็ยกมือกดลงไป
ทันใดนั้นพื้นดินก็ครืนครัน หลุมลึกโยกไหวเริ่มพังทลาย หินภูเขานับไม่ถ้วนปรากฏออกมากลางอากาศ ถมมันจนกลายเป็นพื้นเรียบอย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้ ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นบนเทือกเขาชีพระทม จึงแก้ไขลงไปอย่างง่ายดายเช่นนี้ เรื่องนี้สวี่ชิงรู้สึกว่าปกติ ถึงอย่างไรก็มีมหาขั้นเตรียมสู่เทวะอยู่ แค่อุโมงค์บุตรเทวะแห่งหนึ่งไม่มีทางก่อคลื่นอะไรได้อยู่แล้ว
แต่สำหรับผู้บำเพ็ญเทือกเขาชีพระทมแล้วมีผลกระทบรุนแรงมาก พวกเขาเดิมทีเตรียมตัวจะสู้ยิบตา แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อมา ก็ทำเอาจิตใจพวกเขาผันผวนมหาศาล
ใช้ฝ่ามือเดียวคลุมทั้งเทือกเขา สังหารบุตรเทวะทิ้งนับไม่ถ้วน
ทำให้บรรพจารย์โม่กุยยังต้องนอบน้อมจนเรียกตัวเองอย่างต่ำต้อยว่าข้าน้อย
ตัวตนเช่นนี้ พลังบำเพ็ญของเขาคือระดับไหน คำตอบไม่ต้องพูดก็รู้แก่ใจ
“มหาขั้นเตรียมสู่เทวะ…”
คำนี้ลอยขึ้นในใจผู้บำเพ็ญทั้งหมด กลายเป็นอัสนีครืนครัน ระเบิดต่อเนื่อง จนแปรเป็นอาการสั่นเทาของสัญชาตญาณ
จนหลังจากที่ล้างบางบุตรเทวะที่เหลืออยู่ พวกเขาก็เห็นกับตาว่าบรรพจารย์โม่กุยไปที่ร้านยาในเมือง อยู่ที่นั่นโดยไม่สนใจตัวตนฐานะเลยแม้แต่น้อย
ฉากนี้ กระพือลมพายุขึ้นอีกครั้งในใจผู้บำเพ็ญเทือกเขาชีพระทม
ก่อนหน้านี้ ความลึกลับของร้านยาในเมือง มีชื่อเสียงระดับหนึ่งในเทือกเขาชีพระทม ถึงอย่างไรเรื่องไม่น่าเชื่อที่เกิดขึ้นที่นั่นก็มีค่อนข้างมาก
แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็จินตนการไม่ถึง ว่าที่นั่นจะมีมหาขั้นเตรียมสู่เทวะอยู่ด้านในด้วย
และวันนี้ พวกเขาก็เข้าใจแล้ว และล้วนรู้กันหมดว่าร้านยานั้น…ถึงจะเป็นศูนย์กลางของเทือกเขาชีพระทมรวมถึงทะเลทรายผืนนี้
การรับรู้นี้ ทำให้คนทั้งหมดล้วนเคารพยำเกรงอย่างที่สุด
ดังนั้นเมืองธรรมดาเมืองนี้ จึงกลายเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของทะเลทรายไปแล้ว
และผู้บำเพ็ญของที่นี่ก็มีผู้บำเพ็ญของตำหนักขบถจันทร์ด้วย ดังนั้นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่ เพียงไม่นานก็ลือไปถึงตำหนักขบถจันทร์ ด้วยเหตุนี้จึงถูกทหารต่อต้านทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่บูชาจันทราล่วงรู้ไปด้วย
ชั่วขณะหนึ่ง ขั้วอำนาจต่อต้านทั้งหมดของโลกภายนอกก็สั่นสะเทือนไปทั้งหมด
และก่อนหน้านี้ พวกเขาเองก็เคยได้ยินเทือกเขาชีพระทมมาก่อน แต่นี่เป็นเพราะการปรากฏขึ้นของลมเทาในทะเลทราย ที่นั่นกับโลกภายนอกจึงถูกกั้นแบ่งไว้ระดับหนึ่ง เหมือนเป็นดินแดนอันบริสุทธิ์ผืนหนึ่ง
ยิ่งกว่านั้นยังสงสัยว่าจะเป็นที่มาของภาพจำลองแท่นประหารเทพเจ้า ดังนั้นจึงถูกคนให้ความสนใจและคาดเดา
แต่การปรากฏตัวของมหาขั้นเตรียมสู่เทวะ ทำให้โลกภายนอกสั่นสะเทือน เพราะพวกเขาเชื่อมไปถึงภาพแท่นประหารเทพเจ้า ขณะเดียวกันการคาดเดาต่อตัวตนฐานะของมหาขั้นเตรียมสู่เทวะก็เกิดขึ้นตามมา
“รัฐทายาท!”
บนที่ราบซึ่งห่างจากทะเลทรายครามแห่งหนึ่ง เรือเหาะนับพันแล่นหวีดหวิวบนท้องฟ้า ในกลุ่มเรือเหาะที่อยู่ด้านหน้าสุด ผู้บำเพ็ญกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิ เขาเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศของทะเลทรายคราม งึมงำเสียงต่ำ
คนผู้นี้ดูเหน็ดเหนื่อยจากการตะลอนเดินทาง ใบหน้าขาวซีด มีบาดแผลอยู่บนตัว แต่สีหน้ายังคงทรงพลานุภาพ และยังมีความเคร่งขรึมจริงจังหัวโบราณแจ่มชัดออกมาบนตัวเขาอย่างมาก
“เจ้าตำหนักสี่ พวกเรา…จะไปทะเลทรายหรือ”
ข้างกายผู้บำเพ็ญกลางคนคนนี้ มีลูกน้องยืนอยู่นับสิบ พลังบำเพ็ญของทุกคนล้วนเป็นมหาขั้นหวนสู่อนัตตา แต่ละคนล้วนเจ็บหนัก คนหนึ่งในนี้ถามขึ้นเสียงแหบพร่า
ผู้บำเพ็ญกลางคนคนนี้ คือเจ้าตำหนักสี่ของตำหนักขบถจันทร์ พอเขาได้ยินก็หันหน้ากลับไปมองด้านหลัง
เรือเหาะทุกลำด้านหลังเขา ล้วนมีผู้บำเพ็ญนั่งอยู่เต็ม มีหลากหลายเผ่า ล้วนเหนื่อยล้ากันหมด แต่ละคนล้วนบาดเจ็บ สายตาหม่นสลัว
พวกเขาในฐานะที่เป็นทหารต่อต้านฝ่ายหนึ่ง พ่ายแพ้กลับมาภายใต้การสะกดของตำหนักเทพพระจันทร์สีชาดรวมถึงการระเบิดของทัณฑ์บุตรเทวะ
บาดเจ็บล้มตายมหาศาล
กำลังที่เหลือหลังจากที่จ่ายออกไปมหาศาล จึงหนีรอดออกมาได้ในที่สุด
เพียงแต่ฟ้าดินอันกว้างไกล กลับไม่มีสถานที่ที่จะไปได้เลย และด้านหลังตำหนักเทพพระจันทร์สีชาดก็กำลังไล่ตามมา
“พวกเราจะไปที่ทะเลทราย”
เจ้าตำหนักสี่สูดปาก เอ่ยขึ้นเสียงขรึมต่ำ