พลิกชะตา หมอเทวดาอันดับหนึ่ง - บทที่ 538 โหดเหี้ยมยิ่ง
เข้าเมืองหลวงมาได้เกือบจะครึ่งปีแล้ว นายรองเฉิงรู้สึกว่าวัน
คืนผ่านไปราวกับฝัน
อนาคตแปรผันไม่แน่นอน เรื่องในครอบครัวก็น่าตื่นเต้นลุ้น
ระทึก เขาเคยโดนจับไปกรมขุนนาง แต่ก็โดนปล่อยตัวออกมาอย่าง
ไร้รอยขีดข่วนและทั้งยังคงซึ่งความเคารพนบนอบเช่นกัน เขาเคย
เห็นสัญญากิจการห้าหมื่นก้วนกลับมาเป็นของตน แต่พริบตาเดียวก็
เปลี่ยนชื่อไป
ก็ดีกว่าบ้านหลังนี้
นายรองเฉิงเงยหน้ามองไปรอบกาย ที่นี่ยังคงใหญ่โตฟุ่มเฟือย
เป็นบ้านหลัก แต่ไม่ใช่ที่พักของเขาแล้ว ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันได้โดน
นายใหญ่เฉิงยึดไปแล้ว
“…นายใหญ่บอกว่าจะเพิ่มตำแหน่งพวกนี้…”
“นายใหญ่บอกว่าจะเอาพวกนี้ออก เอาตั้งวางไว้ดูฟุ่มเฟือย
เกินไป…”เหล่าแม่นมเดินเข้าออก เสียงพูดคุยดังลอยมาเป็นระยะ ใน
คำพูดแฝงไว้ว่าผู้เป็นนายของบ้านหลังนี้คือนายใหญ่เฉิง เหมือนกับ
ตอนอยู่ที่เจียงโจว
เหมือนกับตอนอยู่ที่เจียงโจว!
ในขณะที่นายรองเฉิงกำลังเดือดดาล ด้านนอกก็เกิด
ความคึกคักขึ้น
“นายใหญ่ ผู้ดูแลอู๋มาแล้วขอรับ” บ่าวรับใช้สองนายเอ่ยเรียก
ผู้ดูแลอู๋!
“เชิญมาเถิด”
เสียงหัวเราะของนายใหญ่เฉิงดังมาจากภายในห้อง พร้อมกับ
เสียงพูดคุย ด้านนอกผู้ดูแลอู๋เดินอาดเข้ามาพร้อมกับคนสองคนที่
ล้อมหน้าล้อมหลัง
ต้นเดือนสี่ การมาเยือนของผู้ดูแลอู๋คือมารายงานบัญชี
บัญชี! กำไร!
นายรองเฉิงกำหมัดอีกครั้ง
เดิมทีวันนี้ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ในบ้านนั่นควรเป็นตนด้วยซ้ำภายในเรือนด้านข้างฮูหยินรองเฉิงกำลังเอนกายนอน บนหัว
มีผ้าขนหนูโปะอยู่ พอได้ยินว่าผู้ดูแลอู๋มารายงานบัญชี จู่ๆ ก็ร้องไห้
ออกมาอีกครั้ง
“นายท่าน เงินของข้า…”
“ร้องไห้อะไรกัน หากเขายังไม่ไป ย้ายทั้งครอบครัวมา
เมืองหลวง เจ้ากับข้าค่อยมาร้อง” นายรองเฉิงเอ่ยอย่าง
ไม่สบอารมณ์
“เขาเกาะติดนางสารเลวนั่น ต้องไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ แน่”
ฮูหยินรองเฉิงเอ่ย
“ฮูหยิน ปั้นฉินก็มาเหมือนกันเจ้าค่ะ” มีแม่นมเข้ามาบอก
“นายใหญ่ส่งบัญชีให้นางไปแล้ว”
ฮูหยินรองเฉิงสีหน้าบ่งบอกว่าเจ้าดูสิ ข้าพูดถูกแล้วเห็นหรือไม่
“เขาประจบประแจงพวกนาง”
ในขณะที่ด้านนี้กำลังพูดคุยกันนั้น ด้านนอกก็มีแม่นมเข้ามา
อย่างรีบร้อน
“นายท่าน ฮูหยิน คนในวังมาเจ้าค่ะ” นางเรียกในวังอย่างนั้นรึ
นายรองเฉิงและฮูหยินรองหันไปมองด้วยความตกใจ
“ไทเฮารับสั่งให้ฮูหยินรองเข้าวังเจ้าค่ะ” แม่นมบอก
ฮูหยินรองเฉิงลุกขึ้นนั่งโดยพลัน ผ้าขนหนูบนศีรษะตกลงมา
“ไทเฮาต้องการพบข้า!”
“ไทเฮาต้องการพบฮูหยินรองเฉิงอย่างนั้นรึ”
ยามนี้นายใหญ่เฉิงในฐานะประมุขแห่งตระกูลเฉิงย่อมได้
ฟังขันทีที่มาถ่ายทอดพระราชโองการ พอได้ฟังจุดประสงค์ก็ตกใจ
ไม่เบา
“ใช่น่ะสิ นายใหญ่ รีบให้ฮูหยินรองเตรียมตัวได้แล้ว” ขันที
อมยิ้มบอก
นายใหญ่เฉิงขานรับพลางเชิญขันทีมานั่ง แล้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“ใต้เท้า ไม่ทราบว่าไทเฮาทรงมีธุระใดหรือ” เขากระซิบถาม
ขันทีเลิกคิ้ว
“ถามเช่นนี้ได้อย่างไร ไทเฮามีธุระใด พวกเราที่เป็นบ่าวจะรู้ได้
อย่างไร” เขาเอ่ยเสียงเรียบนายใหญ่เฉิงรีบคำนับขอโทษ หน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึม
ในขณะที่กำลังจะหันหลังออกไป ขันทีคนนั้นก็กระแอมออกมา
เบาๆ
“แต่ว่านะ เป็นเรื่องมงคล” เขาเอ่ยขึ้นคล้ายไม่ตั้งใจ “ดังนั้นให้
ฮูหยินรองเฉิงสวมใส่ชุดมงคลสักหน่อย”
เรื่องมงคล!
นายใหญ่เฉิงใจเต้นเหมือนกลองรัวขานรับแล้วออกไป
ภายในด้านหลังโถงผู้ดูแลอู๋และสาวใช้ต่างอยู่กันครบ สีหน้า
เคร่งขรึม
“เรื่องนี้ นายหญิงทราบหรือยัง” นายใหญ่เฉิงกระซิบถาม
สาวใช้ส่ายหน้า
“ไม่ทราบแม้แต่ข่าวคราวเลยเจ้าค่ะ” นางบอก
“เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี” นายใหญ่เฉิงกระซิบถามอย่างร้อนใจ
ไทเฮาไม่ชอบเฉิงเจียวเหนียง คนที่ไม่ชอบเจ้าคนหนึ่งนำเรื่อง
มงคลมาให้เจ้า ต้องทำให้อีกฝ่ายปรีดาทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องปรีดาของ
เจ้าแน่ๆ“ข้าจะไปบอกนายหญิง” สาวใช้สาวเท้าไป พอหันหลังกลับก็
หยุดฝีเท้าลง “สรุปก็คือ ไทเฮาไม่ชอบนายหญิง
ฮูหยินรองก็ไม่ชอบนายหญิง ดังนั้น ไม่อาจให้คนที่ไม่ชอบนาย
หญิงทั้งคู่พูดคุยกันเรื่องของนายหญิงได้”
นายใหญ่เฉิงเห็นสาวใช้รีบร้อนออกไปสีหน้าก็เคร่งขรึม
ใช่แล้ว ถูกต้อง ไม่อาจให้ฮูหยินรองเข้าวังได้เด็ดขาด
แต่ว่า จะทำอย่างไรดีล่ะ
เขาหันไปมองด้านนอก ขันทีไม่อาจรออยู่นานได้ แล้วหันไป
มองด้านใน ดูเหมือนจะได้ยินเสียงยินดีปรีดาของ
ฮูหยินรอง
เกลี้ยกล่อมอย่างนั้นรึ
ตอนที่นายรองเข้าเมืองหลวงมา เขาก็เกลี้ยกล่อมอย่าง
ลำบากยากเย็น ผลสุดท้ายเป็นอย่างไรเล่า
นายใหญ่เฉิงหอบหายใจรัว
ไม่อาจให้นางเข้าวังได้เด็ดขาด! ไม่ได้เป็นอันขาด!
“ใครก็ได้!” นายใหญ่เฉิงปล่อยมือลง เอ่ยขึ้นเสียงต่ำแม่นมคนหนึ่งสาวเท้าเข้ามาใกล้ก้มหน้าคำนับขานรับ
“นายใหญ่ ต้องการสิ่งใดบอกมาได้เลยเจ้าค่ะ”
ภายในเรือนด้านข้างนายรองเฉิงเดินกลับไปกลับมาด้วย
ความตื่นเต้น
บอกแล้วอย่างไรเล่าว่าหลายวันมานี้ใช้ชีวิตราวกับฝัน!
น่าตื่นเต้นลุ้นระทึก!
“นายท่าน นายท่าน เข้าเฝ้าไทเฮาแล้วข้าควรจะพูดคุยเช่นไรดี
”
ฮูหยินรองเฉิงตื่นเต้นยิ่งนัก ตื่นตระหนกจนแทบจะเป็นลม
อยู่แล้ว
“เจ้าไม่ต้องคิด” นายรองเฉิงสูดหายใจลึก สงบสติอารมณ์แล้ว
เอ่ยว่า “ที่เจ้าต้องทำก็คือ ไทเฮาว่าสิ่งใด เจ้าก็ขานรับสิ่งนั้น”
ฮูหยินรองเฉิงยังคงตัวสั่นอยู่เล็กน้อย
นางโตมาถึงเพียงนี้ ไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่าจะมีวันได้เข้า
เฝ้าไทเฮา“ที่ไทเฮาให้เจ้าเข้าเฝ้าจะต้องเป็นเพราะเด็กบ้านั่นแน่” นาย
รองเฉิงเอ่ย ยิ่งตื่นเต้นเขาก็กลับยิ่งเข้าใจกระจ่างแจ้งยิ่งขึ้น
เข้าเมืองมาในหลายวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ล้วน
เกี่ยวข้องกับเด็กบ้านั่นทั้งสิ้น
“ครานี้ พวกเราจะเปลี่ยนเป็นฝ่ายชนะได้หรือไม่ จะมีชีวิตที่ดี
ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับไทเฮาแล้ว” เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ฮูหยินรองเฉิงได้ฟังก็ยิ่งตื่นเต้น
“เจ้าคิดถึงเงินของเจ้าไว้!” นายรองเฉิงเลิกคิ้วเอ่ยขึ้น
เงินของข้า!
เงินที่โดนนางสารเลวนั่นหลอกเอาไป!
ฮูหยินรองเฉิงพลันพยักหน้าทันที ทรงตัวให้มั่น
“เข้ามาเปลี่ยนชุดให้ข้า” นางเรียก
เหล่าสาวใช้ด้านนอกรีบเข้ามา ในขณะที่กำลังผลัดเปลี่ยนกัน
อย่างคึกคักอยู่นี้เอง ก็มีคนเข้ามาอย่างรีบร้อน
“ฮูหยินรอง นายใหญ่ให้ข้ามารับใช้เจ้าค่ะ” นางบอก
นายรองเฉิงกับฮูหยินรองมองสาวใช้คนนี้ด้วยความตกตะลึงสาวใช้คนนี้เป็นคนรับใช้ของนายใหญ่เฉิง และเป็นคนที่
รับหน้าที่ดูแลบ้านต่อจากฮูหยินรองด้วย ยามปกติเห็นพวกนางก็
ล้วนเชิดหน้าเมินหนี
เหตุใดยามนี้จึงมาหาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นได้
“นายท่านถามแล้ว” สาวใช้เอ่ยพลางมองซ้ายมองขวา กระซิบ
ว่า “คนในวังบอกว่าเรียกฮูหยินรองเข้าเฝ้าด้วยเรื่องมงคลเจ้าค่ะ”
เรื่องมงคล!
นายรองเฉิงกระจ่างแจ้งในทันใด เขาทำท่าเหยียดหยาม
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง ดังนั้นยามนี้นายใหญ่จึงรี่เข้ามาระรื่น
ด้วยอย่างนั้นรึ
สายไปแล้ว! แตกหักกันไปแล้ว จะมาเอาอกเอาใจนั้น
ไร้ประโยชน์
นายรองเฉิงหัวเราะเยาะ
“ฮูหยินรอง เรื่องมงคลนี้ต้องสวมใส่ชุดให้มงคลเสียหน่อย”
สาวใช้เอ่ยต่อฮูหยินรองเฉิงมองนายใหญ่เฉิงแวบหนึ่ง นายรองเฉิงพยักหน้า
ให้
“เร็วเข้า เอาชุดไหมทองตัวนั้นมา” ฮูหยินรองรีบเอ่ยขึ้น
สาวใช้ภายในห้องต่างวุ่นวายกันใหญ่
สาวใช้คนนั้นก็อยากจะช่วยเช่นกัน ฮูหยินรองเฉิงย่อม
ไม่ไว้หน้านางอยู่แล้ว สาวใช้คนนั้นก็ไม่สนใจ ยิ้มแหยเอาอกเอาใจ
อยู่ข้างกาย
สวมใส่อาภรณ์เสร็จ มองเครื่องประดับที่เรียบง่ายบนศีรษะ ขับ
ให้ทั่วทั้งร่างดูซอมซ่อ ฮูหยินรองเฉิงก็ยิ่งเคียดแค้นขึ้นมาในใจ
เงินของนาง เครื่องประดับของนาง!
“ไปกัน” นางเอ่ย หันหลังเดินไปด้วยความกล้าหาญ
คนทั้งกลุ่มรีบห้อมล้อมกันออกมาด้วย สาวใช้คนนั้นย่อม
ติดตามไปด้วยเช่นกัน ดูเหมือนจะแย่งกันรับใช้อยู่ด้านหน้า พวกนาง
เบียดเสียดกันไปมา จนหน้าประตูดูวุ่นวายไปหมด
“เจ้าหลีกไป”สาวใช้นางหนึ่งรำคาญจนต้องเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ผลัก
สาวใช้คนนั้นไปอย่างแรง
สาวใช้คนนั้นร้องโอดโอย นึกไม่ถึงว่าจะคะมำ ไปด้านหน้า
ศีรษะชนเข้ากับฮูหยินรองที่กำลังลงบันไดมา
พร้อมกับเสียงหวีดร้องนั้น ฮูหยินรองเฉิงโดนชนจนตกลงมา
“ไอ้หยา ฮูหยิน!”
สาวใช้คนนั้นเห็นฮูหยินรองเฉิงล้มลงไปกับพื้น เหล่าแม่นมที่
มะรุมมะตุ้มจะเข้าไปพยุง ก็สูดหายใจลึก หรี่ตาลง ยกเท้ากระทืบ
อย่างแรงแล้วโผเข้าไป
เสียงร้องอย่างอเนจอนาถแหวกอากาศในลานบ้าน
ขันทีที่นั่งอยู่ในห้องโถงของเรือนด้านหน้ามือที่กำลังยกชาขึ้น
มาก็สั่นอย่างห้ามไม่อยู่ เงยหน้ามองไปรอบกายอย่างตกใจ
“เสียงอะไรน่ะ” เขาถามขึ้น
ผู้ดูแลบ้านที่รอรับใช้อยู่ด้านนอกรีบเข้ามา มองไปรอบทิศด้วย
สีหน้างุนงง
“มะ…ไม่เห็นมีเสียงใดเลย” เขาบอกไม่มีเสียงใดรึ
ขันทีขมวดคิ้ว วางถ้วยชาลง
“นี่ก็นานแล้ว ไทเฮายังรออยู่นะ โปรดให้ฮูหยินรองรีบหน่อย
เถิด” เขาบอก
ยังไม่ทันพูดจบนายใหญ่ก็เข้ามาจากด้านนอกอย่างรีบร้อนทั้ง
สีหน้าตื่นๆ
“ใต้เท้า ใต้เท้า แย่แล้ว” เขาเอ่ยขึ้น
….
“ว่าอย่างไรนะ”
ไทเฮาที่อยู่ในวังหลวงมองผู้มาใหม่ด้วยความเหลือเชื่อ
“ฮูหยินรองเฉิงล้มขาหักรึ”
ขันทีพยักหน้า เช็ดเหงื่อบนหน้า
“ไปล้มขาหักเมื่อใดรึ” กุ้ยเฟยขมวดคิ้วถาม
ขันทีก้มหน้าลง
“มะ…เมื่อครู่นี้พ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยเสียงเบา
เมื่อครู่นี้อย่างนั้นรึกุ้ยเฟยตกใจ ทันใดนั้นก็แย้มยิ้มออกมา
“นี่มันบังเอิญเสียจริง ไม่ช้าไม่เร็วไป ดันมาล้มขาหักตอนที่
ไทเฮาเรียกนางเข้าเฝ้าอย่างนั้นรึ” นางยิ้มเอ่ย
สีหน้าของไทเฮาหม่นหมองลง
ถูกต้อง เรื่องนี้มันบังเอิญเกินไป
“ฮูหยินรองดีใจเกินเหตุไป สุดท้ายตอนออกจากบ้านไม่ทัน
ระวังสะดุดล้ม เหล่าแม่นมก็มะรุมมะตุ้มแย่งกันไปประคอง ปรากฏ
ว่ากลับล้มกระแทกใส่ร่างฮูหยินรองเข้า จนน่องฮูหยินรองบาดเจ็บ”
ขันทีเอ่ยบอก
อย่างนั้นรึ
ฟังดูแล้วกลับเหมาะเจาะนัก สาวใช้เหล่านั้นที่ไม่เคยเห็นโลก
เห็นวังหลวง เห็นชนชั้นสูงย่อมตื่นเต้นจนเสียกิริยาอยู่แล้ว แต่ว่า
เรื่องนี้กลับทำให้รู้สึกแปลกพิกล
ไทเฮาขมวดคิ้ว
“พอดีเลยสิ” กุ้ยเฟยแย้มยิ้มเรียบ “ขาบาดเจ็บก็ให้คนหามเข้า
วังมาให้หมอหลวงได้ดูให้เสีย”ไทเฮาพยักหน้า
“ขานางเจ็บ ปากนางไม่ได้เจ็บเสียหน่อย ให้นางนั่งตั่งนุ่มเข้า
วังมา” นางเลิกคิ้วเอ่ย
ขันทีลังเลครู่หนึ่งจึงเงยหน้าขึ้น
“ไทเฮา นายใหญ่เฉิงนั่นบอกว่าขาบาดเจ็บอเนจอนาถใจ
ไม่กล้าให้ไท้ฮาต้องอุจาดตา อีกอย่างท่านลุงท่านป้าก็เหมือนบิดา
มารดา แม้ฮูหยินรองจะบาดเจ็บ แต่ท่านป้าของแม่นางเฉิงอยู่ใน
เมืองหลวง ในเมื่อไทเฮาต้องการพูดคุยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแม่นาง
เฉิง ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าจะให้ท่านป้านางมาแทนได้หรือไม่” เขาเอ่ย
ท่านป้ารึ
ไทเฮาขมวดคิ้วน้อยๆ
ฮูหยินรองเฉิงผู้นี้เป็นภรรยาคนที่สอง หากอยากจะพูดคุยเรื่อง
แต่งงานจริงๆ ล่ะก็ มีอำนาจไม่เท่าป้าของแม่นางเฉิงจริงๆ นั่นล่ะ
“ไม่ว่าจะเป็นใครมา ข้าก็จะพูดในสิ่งที่อยากจะพูด พวกนาง
ฟังไว้ก็พอแล้ว” ไทเฮาเอ่ยขันทีรีบขานรับแล้วสาวเท้าเดินออกไป ทำให้กุ้ยเฟยที่อยาก
จะพูดบางอย่างเอ่ยปากขึ้นไม่ทัน
ช่างเถอะ ไม่สนหรอกว่าแม่นางเฉิงนั่นจะมาไม้ไหน อย่างไร
เสียหากไทเฮาได้ตัดสินพระทัยลงไปแล้ว เรื่องก็ได้ตอกตะปูกำหนด
ไว้แล้ว
กุ้ยเฟยชักมือกลับนั่งหลังตรง
…
“ว่าอย่างไรนะ ให้ข้าไปอย่างนั้นรึ”
ณ ตระกูลโจว ฮูหยินโจวเอ่ยขึ้นอย่างหวาดผวา พลางส่ายหน้า
พัลวัน
“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่ไป”
นางจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของเด็กบ้านั่นเด็ดขาด
“เจ้าไม่อยากไปก็ต้องไป!” นายใหญ่โจวเลิกคิ้วตะคอกใส่
ฮูหยินโจวน้ำตาคลอ
“นายท่าน คนในวังเร่งแล้วขอรับ” ผู้ติดตามด้านนอกเอ่ยอย่าง
ร้อนใจ“รีบไป มิใช่ว่าเจ้าไม่เคยเข้าเฝ้าไทเฮาเสียหน่อย จะกลัวอะไร!”
นายใหญ่โจวเอ่ยขึ้นครั้ง
เมื่อก่อนมันเหมือนกับตอนนี้หรือไร เมื่อก่อนเข้าเฝ้าไทเฮา
ไม่ได้เป็นเพราะเรื่องเด็กโง่นั่นเสียหน่อย
“เจ้าไม่ไป จะให้เจียวเจียวไปรึ สิ่งที่เจ้ากำลังจะทำก็เพื่อเจียว
เจียว” นายใหญ่โจวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
ก็ใช่น่ะสิ เพราะทำเพื่อนาง หากตนไม่ไป จะไม่เป็นการล่วงเกิน
นางหรือไร
ฮูหยินโจวสูดหายใจลึก
ล่วงเกินเด็กโง่คนนั้น มีจุดจบเช่นไรนางรู้ดีเสียยิ่งกว่าดี
“อีกอย่าง”
นายใหญ่โจวเรียกนางไว้อีกครั้ง
“พอเข้าเฝ้าไทเฮาแล้วจะพูดอย่างไร เจ้าคงรู้กระมัง”
ฮูหยินโจวร่างกายแข็งทื่อ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวว่าฮูหยินตระกูลเฉิงนางนั้นจะพูดไม่เป็น
หรือพูดได้ไม่ถูก จึงโดนนายใหญ่เฉิงทำหักขายามออกจากเรือนฮูหยินโจวกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่อยู่
สมกับที่เป็นคนตระกูลเฉิง เมื่อก่อนนางมักจะไม่เข้าใจว่า
เหตุใดเฉิงเจียวเหนียงนั่นจึงโหดเหี้ยมได้เพียงนี้ ยามนี้ในที่สุดก็
เข้าใจ ที่แท้เป็นเพราะเชื้อไม่ทิ้งแถวของตระกูลเฉิงนี่เอง
โหดเหี้ยมเสียจริง!
“โหดเหี้ยมเสียจริง! พี่ใหญ่! ท่านโหดเหี้ยมจริงๆ!”
เสียงคร่ำครวญดังขึ้นภายในลานบ้าน
ประตูโดนเขย่าจนเสียงดังสนั่น แต่ประตูเรือนที่แข็งแรงของ
บ้านกลับไม่ได้พัง
“เปิดประตู! เปิดประตู!”
นายรองเฉิงตะโกนอย่างโหดเหี้ยม
นอกประตูไร้เสียงคนตอบรับ
“เฉิงไหว! นึกไม่ถึงว่าจะกล้าทำร้ายน้องสะใภ้!”
นายรองเฉิงเรียกชื่อก่นด่า
เขาโมโหจนจะบ้าตายอยู่แล้ว โมโหจนแทบคลั่งต่อให้เขาฝันก็คิดไปไม่ถึงเลยว่านายใหญ่เฉิงจะทำเรื่องพรรค์นี้
ได้!
สวรรค์ สวรรค์ นี่มันจิตใจคนหรือจึงได้ทำเรื่องพรรค์นี้ออกมา
ได้!
ให้คนจงใจกระแทกจนขาน้องสะใภ้หักทั้งเป็น!
“หยุดโวยวายได้แล้ว”
เสียงเรียบของนายใหญ่เฉิงดังขึ้นด้านนอกประตู
“เฉิงไหว!”
นายรองเฉิงพุ่งเข้าไปชนประตูอย่างแรง
“เจ้าช่างกำเริบเสิบสานนัก! นึกไม่ถึงว่าจะกล้าทำร้ายน้อง
สะใภ้ตัวเอง! บ้าไปแล้วรึ รู้ตัวบ้างหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่”
เสียงด้านนอกประตูยังคงเรียบนิ่ง
“เฉิงต้ง ยามนี้เจ้าอย่าสนใจภรรยาเจ้าเลย ยามนี้เจ้าควรจะไป
ขอพรให้อย่าได้มีคนมาหาเจ้าจะดีกว่า มิฉะนั้นล่ะก็…”
นายรองเฉิงพยุงตัวกับประตูตัวแข็งทื่อทันใด สั่นสะท้านอย่าง
ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ได้ยินเสียงดังลอดเข้ามาจากช่องประตู“มิฉะนั้น ขาเจ้าได้หักไปด้วยแน่…”