novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย - บทที่ 102

  1. Home
  2. พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย
  3. บทที่ 102
Prev
Next

***

“…เอ่อ จะให้ของพวกนี้กับพวกเราจริงๆ หรือคะ”

เหล่าสาวใช้แต่ละคนถือเครื่องสำอางสำหรับแต่งแต้มสีปากไว้ในมือและถามขึ้นมา

เมื่อแอนนี่พยักหน้าตอบพวกสาวใช้แทนอาเรียด้วยท่าทีกระหยิ่มใจ พวกสาวใช้ก็กรีดร้องออกมาเบาๆ และเปิดฝาเครื่องสำอางเพื่อดูสีและกลิ่นทันที

“แม่เจ้า นี่มันของมีค่ามากเลยนะนี่…”

อาเรียยิ้มเอ็นดูสาวใช้ที่อุทานออกมาด้วยความประทับใจ เธอจิบชาไปหนึ่งที อย่างไรของพวกนั้นไม่ใช่ของที่เธอตั้งใจซื้อมาเพื่อให้เป็นของขวัญแก่พวกหล่อน

นั่นเป็นเพียงของที่ได้รับมาจากใครสักคนในบรรดานักธุรกิจที่นักลงทุน A ได้เข้าไปลงทุนให้ ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องสำอางและส่งมันมาให้เป็นจำนวนมากเท่านั้น

อาเรียไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะบารอนเวอร์บูมได้พูดอะไรออกไปหรือไม่ แต่บรรดาของขวัญที่ส่งมามีแต่ของที่ผู้หญิงทั้งหลายจะต้องชอบใจเมื่อได้รับทั้งนั้น

นอกจากนั้นก็ยังมีเครื่องสำอางที่ใช้วาดกรอบตาให้ดูคมขึ้น น้ำหอม กระเป๋าสวยหรู และอื่นๆ ถูกวางเกลื่อนกลาดเอาไว้อย่างจงใจในที่ที่เตะตาบรรดาสาวใช้

สิ่งของที่ถูกวางไว้ไม่ได้มีเพียงชิ้นสองชิ้นเท่านั้น แต่มีมากกว่าสิบชิ้นด้วยกัน และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้สาวใช้เกิดความสนใจและรู้สึกโลภขึ้นมา

“เลดี้คะ ดิฉันอยากจะถามอยู่เรื่องหนึ่งน่ะค่ะ…ทำไมเลดี้ถึงซื้อของมีค่าแบบนี้มาตั้งมากมายล่ะคะ”

หลังจากที่สาวใช้คนหนึ่งซึ่งไม่สามารถอดกลั้นต่อความอยากรู้อยากเห็นได้ถามขึ้นมา แอนนี่ก็ตอบคำถามนั้นแทนอาเรียราวกับจะบอกว่าเธอคนนั้นช่างงี่เง่าเสียเหลือเกิน

“อย่าบอกนะ ว่าเธอคิดว่าเลดี้เป็นคนซื้อของพวกนั้นมาน่ะ ดูยังไงก็รู้ว่านั่นเป็นของขวัญที่ได้รับมา จะบอกให้นะว่ากว่าจะจัดการกับของพวกนั้นได้เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่เลยละ”

“เอ่อ…!”

แม้ว่าในบรรดาของพวกนั้นจะมีของที่ส่งมาเพื่อแสดงความมีไมตรีจิตจากผู้ชายหลายๆ คนรวมอยู่ด้วยก็จริง แต่ของที่มีชนิดเดียวกันหลายๆ ชิ้นนั้น ส่วนใหญ่เป็นของขวัญที่ได้รับมาจากเหล่านักธุรกิจเสียมากกว่า

แอนนี่เองก็รู้ความจริงเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนเธออยากจะยกยอเจ้านายตัวเองเสียมากกว่า ถึงได้พูดจาโอ้อวดโดยที่ไม่จำเป็น

อาเรียมองแอนนี่และยิ้มอย่างพึงพอใจ อาเรียพอใจเป็นอย่างมากถึงขนาดที่ไม่คิดเสียดายแก้วแหวนเงินทองทั้งหมดที่เคยให้แอนนี่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเลย และแน่นอนว่าเรื่องที่เธอได้รับของขวัญนั้นเป็นความจริง มันจึงไม่ใช่การพูดโกหกแต่อย่างใด

และนั่นก็ทำเอาพวกสาวใช้ตาวาวเป็นประกายและเฝ้ามองอาเรียที่กำลังลิ้มรสน้ำชาอย่างสบายๆ สายตาที่พวกเธอมองมานั้นไม่ใช่สายตาที่เคารพชนชั้นสูงผู้มีเกียรติและสง่างามเท่านั้น

แต่ยังแฝงไปด้วยแววตาแห่งความใฝ่ฝันและอิจฉาที่อาเรียสามารถเอาชนะกำพืดที่ต้อยต่ำกว่าพวกเธอด้วยซ้ำ และทำให้ชายหลายคนในอาณาจักรหลงเสน่ห์ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามและนิสัยอันอ่อนหวานของเธอ

และ

“เลดี้อาเรียมักจะให้ของของพวกนี้อยู่บ่อยๆ เพราะมันมากเกินไปที่เลดี้จะใช้คนเดียวน่ะ”

พวกเธอยังอิจฉาแอนนี่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองจากสาวน้อยจอมแก่นกลายมาเป็นหญิงสาวที่สง่างามได้ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แม้ว่าช่วงแรกๆ เธอจะถูกนินทาว่าหักหลังมิเอลมาประจบอาเรียอาเรียก็ตาม แต่สุดท้ายผู้ชนะก็คือเธอ เพราะตอนนี้เธอเองก็กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่น้อยหน้าชนชั้นสูงเลยมิใช่หรือไง

ยิ่งไปกว่านั้นบางทีในตอนนี้เธออาจจะได้เลื่อนสถานะทางสังคมขึ้นมาจริงๆ ก็ได้ เพราะมีข่าวที่ลือกันไปทั่วว่าด้วยความสนับสนุนจากอาเรียทำให้แอนนี่ได้พบกับบารอนเวอร์บูมชายผู้ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ แล้วแบบนี้จะไม่ให้คนอื่นรู้สึกอิจฉาเธอได้อย่างไร

และจนถึงตอนนี้หลังจากที่ได้รับความสะเทือนใจจากการสูญเสียเอ็มม่าไป ก็ทำให้สภาพจิตใจของมิเอลยังไม่สู้ดีนัก จึงเป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะเปลี่ยนใจบรรดาสาวใช้ของเธอ

เพราะอย่างไรพวกเธอทุกคนก็อยากจะเป็นเหมือนอย่างแอนนี่ และปรารถนาจะได้เป็นอย่างอาเรียเข้าสักวัน

“อะ จะว่าไปแล้ว วันนี้เลดี้มิเอลไปเดินเล่นในสวนตอนเช้าด้วยค่ะ แม้จะไม่นานนัก แต่ก็ได้อาศัยช่วงนั้นเข้าไปทำความสะอาดมาค่ะ”

“ใช่แล้วค่ะ ตอนที่เดินเล่นดิฉันเองก็อยู่ด้วยนะคะ ถึงจะไม่ค่อยพูดเหมือนเมื่อก่อนแต่ดูเหมือนจะมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ บางทีอาจจะเป็นเพราะจดหมายก็ได้ค่ะ”

“จดหมายหรือ”

“ค่ะ จดหมายที่ได้รับจากว่าที่ดัชเชสไอซิสค่ะ หลังจาก ‘คดีนั้น’ จบไปก็เพิ่งจะส่งจดหมายกลับมานะคะ พอบอกว่ามีจดหมายจากว่าที่ดัชเชสส่งมาให้ เลดี้มิเอลก็รีบกลับเข้าไปในห้องเพื่อตอบกลับจดหมายทันทีเลยละค่ะ ดิฉันยังตกใจเลยค่ะ”

พวกสาวใช้ที่หูไวตาไวนำเอาข่าวคราวมาบอกให้อาเรียฟัง ดูเหมือนพวกเธอจะเข้าใจแล้วว่าการทำแบบนั้น จะทำให้พวกเธอได้เสวยสุขบนเงินทองและเกียรติยศแบบแอนนี่ พูดง่ายๆ ก็คือขายมิเอลเจ้านายของตัวเองนั่นเอง

“งั้นหรือ ดีจังเลยนะ”

อาเรียทำท่าดีใจและตอบออกไป ทั้งๆ ที่ท่านเคานต์ผู้รักและห่วงใยเธอพยายามสักเท่าไร เธอก็ไม่ยอมออกมาจากห้องแท้ๆ แต่กลับออกมาเดินเล่นเพียงเพราะได้รับจดหมายจากท่านไอซิสเนี่ยน่ะหรือ

‘หรือว่าในจดหมายจะมีเรื่องของออสการ์อยู่ด้วยกันนะ…’

หรือไม่ก็เป็นกำหนดการที่จะมาเยี่ยม

ฉันคิดอะไรอย่างอื่นไม่ออกแล้วจริงๆ เพราะออสการ์เป็นคนที่มิเอลรักมากพอๆ กับเอ็มม่าที่ฉันเอาชนะมาได้

‘ว่าแล้วเชียว ไม่ว่ายังไงแผนที่ดีที่สุดก็คือการทำให้ออสการ์หลงเสน่ห์’

แต่มันก็จบลงไปแล้วหลังจากที่ได้ฉันพยายามอยู่หลายครั้ง และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ๆ ใบหน้าของอาซก็โผล่ขึ้นมาในหัว ใบหน้าที่จ้องมองท่านพี่เคนอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อนั่น

ในตอนนั้นถึงแม้จะรู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูกไปบ้าง แต่พอกลับมาคิดอีกที ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้อารมณ์เสียอะไรมากมาย ไม่สิ คิดดูอีกที…มันก็เป็นเรื่องที่สนุกไม่น้อยเลย

ความรู้สึกนั้นและข่าวคราวของมิเอลที่สาวใช้นำมาแจ้งให้ฟัง ทำเอาอาเรียไม่สามารถหุบยิ้มที่มองดูแจ่มใสได้ เธอให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ แก่พวกสาวใช้ที่คาบข่าวมาบอก

“ยังไงก็ฝากด้วยล่ะ มิเอลช่างน่าสงสาร ฉันอยากจะช่วยเธอแต่ว่า…ฉันไม่ค่อยจะรู้ทันข่าวคราวอะไรกับเขาเลยน่ะ”

“ค่ะ ได้เลยค่ะ! เลดี้! “

ข้ารับใช้ที่ตระหนักได้ว่าของมีค่าที่ได้มาไว้ในกำมือนั้น มันมีพลังมากกว่าความภูมิใจที่ได้ปรนนิบัติรับใช้เจ้านายผู้สูงส่งเสียอีก และในแต่ละวันนับจากนี้ไปพวกเธอก็จะย้ายมาอยู่ฝั่งอาเรีย

***

“เดี๋ยว”

“…คะ! “

เคนเรียกแอนนี่ให้หยุด หลังจากที่เธอเพิ่งกลับเข้ามาจากข้างนอก

เธอกำลังจะกลับไปที่ห้องของอาเรียหลังจากไปรับจดหมายจากเหล่านักธุรกิจอายุน้อยมา เมื่อเห็นว่าแอนนี่แลดูอารมณ์ดีพร้อมกับถืออะไรบางอย่างเอาไว้อ้อมแขนอย่างทะนุถนอม เคนก็คิดว่าท่าทางของเธอดูแปลกไปจากปกติ

เคนถามแอนนี่ขึ้นมาว่า

“ถืออะไรเอาไว้ตั้งมากมายน่ะ”

“คะ…!”

ทั้งที่ไม่ใช่คำถามที่น่าแปลกใจอะไรมากขนาดนั้น แต่แอนนี่กลับแสดงท่าทางออกมาเกินเหตุ ทำให้เคนขมวดคิ้วไม่พอใจ

“อย่าบอกนะว่านั่นเป็นจดหมายจากคุณชายปิโนต์นัวร์อะไรนั่น”

ปิโนต์นัวร์เหรอ แอนนี่เอียงคอไปมาเมื่อได้ยินชื่อที่เธอไม่ได้คาดคิดมาก่อน ทำไมจู่ๆ ถึงได้พูดชื่อของปิโนต์นัวร์ หลุยส์ออกมากันเล่า

ทั้งที่เขาเป็นแค่คนคนหนึ่งในบรรดานักธุรกิจทั้งหลายเหล่านั้น

เพราะแอนนี่ทำหน้าตาสงสัยออกมา ทำให้เคนที่อ่านสีหน้าเธอออกรู้สึกโล่งใจและถามขึ้นมาอีกครั้ง

“ถ้าไม่ใช่เขาแล้วเป็นใครล่ะ”

“คือว่า…นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของดิฉัน…”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เพราะนี่เป็นเรื่องที่อาเรียกำลังปกปิดเอาไว้ไม่ให้คนภายนอกรับรู้ และเพราะแอนนี่ไม่สามารถซ่อนความลนลานเอาไว้ได้ เธอจึงอ้อมแอ้มตอบออกไปอย่างคลุมเครือ  และเคนก็ครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะถามออกด้วยคำถามแสดง‘การคาดเดา’

“บารอนหนุ่มคนนั้นที่เธอกำลังคุยๆ ด้วยอยู่นะหรือ”

แอนนี่พยักหน้าให้กับคำคาดเดาผิดๆ ของเคนในทันที การปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปแบบนั้น ย่อมดีกว่าการให้เธอมาอธิบายแก้ต่างแบบเงอะๆ งะๆ

เช่นนั้นแล้ว ดูเหมือนเขาจะหมดความสนใจลง และกลับมามีสีหน้าเฉยเมยอีกครั้งก่อนจะทำมืออนุญาตให้แอนนี่ไปได้

“ค่ะ ค่ะ…”

“อะ ใช่สิ”

ทั้งที่คิดว่ารอดตัวแล้ว แต่เคนกลับเรียกแอนนี่อีกครั้ง แอนนี่ตกใจ เธอสะดุ้งโหยงก่อนจะเกร็งคอหันหน้ามา และเคนก็ถามเกี่ยวกับคุณชายปิโนต์นัวร์อีกครั้ง

“คนที่ชื่อปิโนต์นัวร์อะไรนั่นกับอาเรียเจอกันบ่อยแค่ไหน”

“…ท่านปิโนต์นัวร์หรือคะ อ่อ ดิฉันก็ไม่ทราบสิคะ เหมือนจะไม่เคยเจอกันตัวต่อตัวนะคะ…”

และเมื่อตอบคำถามนั้นเสร็จ เคนก็ปล่อยแอนนี่ไป เพราะเช่นนั้นเธอจึงรีบวิ่งมาที่ห้องของอาเรีย เมื่ออาเรียเห็นแอนนี่เข้ามาในห้องพร้อมกับหอบหายใจถี่ๆ เข้า จึงได้ถามถึงสาเหตุ

“อืม ก็ท่านเคนน่ะสิคะ ถามอะไรแปลกๆ “

“…อะไรนะ”

“เรื่องท่านปิโนต์นัวร์ค่ะ ถามว่าเขาเจอกับเลดี้บ่อยๆ รึเปล่าค่ะ ทำไมถึงสงสัยเรื่องแบบนั้นกันล่ะคะ…แล้วยังถามอีกว่าจดหมายที่ดิฉันถือมาใช่ของท่านปิโนต์นัวร์หรือไม่ด้วยค่ะ”

เมื่ออาเรียได้ฟังคำตอบของแอนนี่ เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นมา

หลังจากที่ได้เจอกับอาซวันนั้นอาเรียก็กังวลมาตลอด แต่เพราะเคนไม่ได้ถามซักไซ้อะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่ส่งสายตาแปลกๆ มาให้เห็นในบางครั้งเท่านั้น สุดท้ายแล้วเขาไม่ถามกับเธอโดยตรง แต่กลับไปถามสาวใช้แทนเสียนี่

‘ฉันจะทำอย่างไรดีนะ’

สถานการณ์ในตอนนี้ทำให้เธอไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของอาซได้ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นมกุฎราชกุมารเท่านั้น แต่เพราะเขาทำให้ฝ่ายขุนนางตั้งมากมายล้มละลายลง จนว่าที่มกุฎราชกุมารีไอซิสถึงกับต้องกัดฟันกรอดด้วยความโมโห แล้วไหนจะยังท่านเคานต์ที่ต้องมากลัดกลุ้มจนสีหน้าหม่นหมองอีก

อาเรียครุ่นคิดแล้วอ่านจดหมายที่แอนนี่ถือมาให้ เนื้อความข้างในก็เป็นเหมือนเช่นเคย มีรายงานเกี่ยวกับธุรกิจและรายชื่อนักธุรกิจใหม่ๆ ที่อยากจะแนะนำจดเอาไว้

หลังจากอ่านเนื้อหาพวกนั้นอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็ถึงคราวของจดหมายฉบับสุดท้าย ซึ่งเป็นจดหมายของอาซที่ส่งมาในนามของปิโนต์นัวร์ หลุยส์

[การเตรียมการทุกอย่างใกล้จะเสร็จสิ้นลงแล้วครับ และเพื่อการนั้นกระผมมีเรื่องจะขอร้องหนึ่งอย่าง]

เมื่ออ่านเนื้อหาส่วนที่เหลือแล้ว ดวงตาของอาเรียก็สั่นไหว

เขาขอให้ฉันเปิดเผยตัวตอนที่การก่อสร้างทุกอย่างเสร็จสิ้นลงอย่างนั้นหรือ หากฉันเปิดเผยตัวตนในตอนนี้ไปมันจะไม่เป็นไรใช่ไหม ฉันต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นอีกหน่อยเสียแล้ว

ถ้าเปิดเผยตัวตนออกไป…ฉันจะสามารถประชันหน้ากับมิเอลและว่าที่มกุฎราชกุมารีไอซิสที่คอยหนุนหลังให้เธอได้ไหมนะ ในตอนที่อาเรียกำลังคิดแบบนั้นอยู่ คำพูดของอาซก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

‘เขาบอกว่าอยากให้ฉันอยู่เคียงข้างเขาสินะ หากฉันใช้เขาเป็นตัวช่วยแล้วละก็ แน่นอนว่าฉันต้องทำได้แน่ๆ’

ไม่รู้ว่าเหตุใด อยู่ๆ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เธอไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าจะหลอกใช้เขาเหมือนกับที่ทำกับออสการ์ ด้วยเพราะรู้ว่าอาซมีความรู้สึกดีๆ ให้เธอ ความรู้สึกนี้ช่างแปลกใหม่ต่ออาเรียยิ่งนัก

แต่ทว่าความกังวลของอาเรีย ก็ถูกคำพูดของเคนปัดเป่าออกไป

“ตระกูลปิโนต์นัวร์น่ะ ช่างดูไม่เหมาะสมกับฐานะของเราเลยนะครับ”

เนื่องจากจู่ๆ เขาก็กล่าวถึงปิโนต์นัวร์ขึ้นมา ท่านเคานต์และเคานต์ติสที่กำลังทานอาหารจึงเบิกตากว้างพร้อมกับถามถึงเหตุผล แน่นอนว่าอาเรียได้แต่กะพริบตาทำอะไรไม่ถูก อย่าบอกนะว่าเขาคิดจะพูดเรื่องนั่นออกมาโต้งๆ ในเวลานี้

“ผมหมายถึงผู้ชายที่อาเรียกำลังพูดคุยอยู่ในตอนนี้น่ะครับ”

“อาเรียกำลังคุยอยู่กับคุณชายปิโนต์นัวร์งั้นหรือ”

สายตาที่มองไปยังเคนเมื่อครู่กลับพุ่งมาทางอาเรียแทน ทั้งที่อุตส่าห์แสร้งทำเป็นหายดีหลังจากการพักฟื้นอันยาวนานได้จบลง แต่กลับต้องมาเจอกับสถานการณ์แบบนี้เสียได้

ดูเหมือนเคนจะตั้งใจตามสืบข้อมูลเกี่ยวกับไวเคานต์ปิโนต์นัวร์อย่างลับๆ ถึงได้ค้านหัวชนฝาว่าอาเรียไม่ควรไปพบเจอกับเขา แถมยังอ้างเหตุผลอีกหลายอย่างขึ้นมาแย้งอีกด้วย

“อา อาเรีย นี่ลูกกำลังคบกับคุณชายปิโนต์นัวร์อยู่จริงๆ น่ะเหรอ ลูกไปรู้จักกับเขาจากที่ไหนกัน”

เคานต์ติสถึงกับตะลึงงันและถามออกมาอย่างตะกุกตะกัก ส่วนท่านเคานต์เองก็จ้องมองอาเรียพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้นมา เพราะในตอนนี้ไม่เหมือนกับในอดีต อาเรียได้พิสูจน์คุณค่าของตัวเองอย่างเพียงพอแล้ว เขาจึงตระหนักได้ว่าเธอไม่มีความจำเป็นต้องไปคบกับขุนนางบ้านนอกแบบนั้น

อาเรียครุ่นคิดว่าจะตอบคำถามของทุกคนอย่างไร ในสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังเข้าใจผิดเลยเถิดไปกันใหญ่เช่นนี้ แล้วเธอก็ตอบออกมาอย่างคลุมเครือที่ไม่เชิงปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมรับด้วยเช่นกัน

“…ลูกกับเขาคุยกันในฐานะเพื่อนเท่านั้นค่ะ”

“ตายแล้ว…”

เคานต์ติสเอามือแตะศีรษะ ลำตัวท่อนบนของเธอซวนเซ ท่านเคานต์ยืดคอขึ้นมาราวกับไม่พึงพอใจ และทำสีหน้าไม่สบายใจนัก

“ฮึ่ม… ลองคิดดูอีกครั้งดีกว่านะอาเรีย”

อาเรียทำหน้าตาใสซื่อไม่รู้ไม่ชี้และตอบออกไป

“เราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นค่ะ อย่ากังวลไปเลยนะคะ อีกอย่างลูกกับเขาก็ไม่ได้เจอกันบ่อยด้วยค่ะ ลูกยังไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอกค่ะ”

“แบบนั้นมันก็ดีอยู่หรอกแต่…ฮึ่ม ยังไงก็ตามดูเหมือนว่าจะต้องหาคนที่เหมาะสมกับอาเรียให้เสียแล้ว”

เมื่อท่านเคานต์พูดออกมาแบบนั้น เคานต์ติสเองก็เห็นด้วยและคลายสีหน้าลง แต่เคนกลับโมโหและพูดจาไม่มีเหตุผล

“อาเรียน่ะ! …ยังเด็กอยู่เลยไม่ใช่หรือครับ”

ทั้งๆ ที่มิเอลมีคู่หมายตั้งแต่ตอนที่เธอยังเด็กกว่าอาเรียเสียด้วยซ้ำ และเหมือนเคนจะคิดได้ว่าตัวเองพูดจาไร้สาระออกมา เขาจึงพูดเสริมขึ้นมาทันทีว่าต้องจัดการเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

‘น่าขยะแขยงที่สุดเลย…’

ถึงเธอและเขาจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันก็ตาม แต่เขากล้าดียังไงถึงได้แสดงท่าทีแบบนั้นกับน้องสาวที่ถือว่าเป็นคนในครอบครัวตัวเอง แม้ว่าเรื่องที่อาเรียหลอกใช้เขาจะเป็นเรื่องจริง แต่เธอไม่คิดไม่ฝันเลยว่าเขาจะหลงเธอจนทำตัวได้น่ารังเกียจขนาดนั้น

‘จริงอย่างที่คนเขาว่า…ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น’

เขาก็ไม่ต่างไปจากพ่อตัวเองที่หลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอก จนไม่สนใจคำค้านของทุกคนและยกตำแหน่งเคานต์ติสให้กับโสเภณีคนหนึ่ง

เพราะเคนไม่เคยแสดงความรู้สึกแบบนี้กับมิเอล ทำให้ท่านเคานต์จ้องมองเคนราวกับว่ามีอะไรที่ผิดปกติไป

เคานต์ติสที่มองเหตุการณ์นี้ออก มองปราดไปที่เคนด้วยความรู้สึกดูแคลนเช่นเดียวกับอาเรีย เคนสงบปากสงบคำและรีบทานข้าวอย่างรวดเร็ว ราวกับทำอะไรไม่ถูกที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือทุกสิ่ง

‘ขนาดท่านเคานต์ยังแสดงออกมาแบบนี้ ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้’

อาเรียเรียบเรียงสิ่งที่เธอครุ่นคิดในขณะนั้น และตัดสินใจถึงก้าวต่อไปในอนาคต

…………………………………………..

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 102"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

615a9f0d4QfoKvfT
ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
February 22, 2026
6098bf1aBUyEkAyv
ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统)
February 22, 2026
61556c84vagnJmu5
ทะลุมิติมาเปิดร้านอาหารอยู่ต่างโลก: GOURMET OF ANOTHER WORLD
February 22, 2026
60912343uJb3J3LS
มรรคาสู่สวรรค์
February 22, 2026
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF