novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย - บทที่ 172

  1. Home
  2. พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย
  3. บทที่ 172
Prev
Next

หลังจากนั้นเจสซี่ก็จมอยู่ในความคิดของตนอยู่หลายต่อหลายครั้ง ดูเหมือนว่าเธอจะครุ่นคิดถึงคำพูดของอาเรีย

บางทีหากเป็นคำแนะนำเรื่องอื่น เจสซี่ก็อาจจะยอมรับได้ในทันที แต่เพราะนี่เป็นความเชื่อต่อผู้อื่นที่เธอยึดถือมาตลอดสิบกว่าปี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนความคิดในเวลาสั้นๆ

อาเรียไม่เร่งรัดและปล่อยให้เจสซี่ได้ครุ่นคิดอย่างเพียงพอเพื่อที่เธอจะสามารถเลือกได้ว่าควรทำเช่นไร

ถึงอย่างนั้นอาเรียก็อยากให้เจสซี่ระแวงคนอื่นมากกว่านี้อีกหน่อย เพื่อตัวของเจสซี่เอง อย่างน้อยก็ควรระแวงคนที่ทำเรื่องเลวร้ายแบบไม่เปิดเผยอย่างตนหรือมิเอลนั่นเอง เพราะถ้าทำอย่างนั้นเธอก็จะไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบเดียวกับอาเรียในอดีตไม่ใช่หรือ

แน่นอนว่าหากเจสซี่เชื่อใครสักคนแบบไม่ลืมหูลืมตา จนเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองได้รับความเสียหายขึ้นมาละก็ อาเรียก็ไม่คิดที่จะปล่อยคนคนนั้นเอาไว้เฉยๆ แน่ แต่อาเรียก็หวังว่าเจสซี่จะเรียนรู้วิธีการวางตัวให้มากกว่านี้อีกหน่อย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นมาแต่แรก

ระหว่างนั้นมิเอลที่สูญเสียโอกาสแก้ตัว ต้องรอคอยคำตัดสินครั้งสุดท้ายของเธออยู่ในคุกตามที่อาเรียหวัง

ในตอนแรกคณะสืบสวนได้ทำการสอบสวนเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายพวกเขาก็เอือมระอากับคำยืนกรานที่ไม่น่าเชื่อถือของมิเอลซึ่งได้ความทรงจำกลับมาหลังจากอาการช็อกหายไปแล้ว และพวกเขาก็ไม่มาพบเธออีกเลย

“ไม่ใช่ ไม่ใช่ฉันนะ! ทั้งหมดเป็นเพราะพี่อาเรีย…มะ ไม่สิ ก็บอกแล้วไงว่าเป็นฝีมือของนางมารชั่วช้าอาเรียน่ะ! ฉันก็บอกไปตั้งหลายครั้งแล้วไง! ได้โปรดเถอะ ได้โปรดเชื่อที่ฉันพูดเถอะ! “

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ผู้สืบสวนและทหารได้เข้ามาตรวจดูสภาพของมิเอล และหลังจากพวกเขาพบมิเอล เธอก็เค้นเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีตะโกนออกมาจนพวกเขากระเดาะลิ้นขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ

เหลือเชื่อเสียจริง ทำไมถึงยังมีเรี่ยวแรงแบบนั้นอยู่อีกนะ

ซึ่งมันก็ควรจะเป็นอย่างที่พวกเขาคิด เพราะตลอดการสืบสวนคดีครั้งนี้ มิเอลไม่ได้กินอาหารอะไรเลยทั้งสิ้น เพราะมันไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองอาหารอย่างเปล่าประโยชน์ให้กับคนที่เห็นได้ชัดว่าสักวันต้องจบลงด้วยการถูกประหารชีวิตแบบเธอ แต่แน่นอนว่ายังคงให้น้ำดื่มในปริมาณที่เล็กน้อยเพื่อกันไม่ให้เธอตายไปก่อนนั่นเอง

ถึงกระนั้นนั่นก็ถือว่าเธอได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าปกติ จนถึงตอนนี้ในกรณีของนักโทษที่ใกล้จะถูกประหารชีวิตคนอื่นๆ มักจะถูกเฆี่ยนตีหรือทารุณกรรมอย่างรุนแรงด้วย แต่เพราะมิเอลยังไม่บรรลุนิติภาวะและมีร่างกายบอบบางไม่แข็งแรง หากทรมานเธอไปเพียงหนึ่งครั้งก็อาจจะทำให้เธอเสียชีวิตได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดไปได้อย่างโชคดี

“อย่างไรก็ไม่มีความจำเป็นต้องฟังอะไรอีกแล้ว ส่งรายงานให้เจ้าชายเลยดีกว่า”

“นั่นสินะครับ ทั้งสภาพการณ์และหลักฐานก็ชัดเจนอยู่แล้ว แถมยังไม่เห็นถึงวี่แววสำนึกผิดเลยด้วยครับ”

“แค่ต้องมาหายใจร่วมกับคนแบบนั้นก็สะอิดสะเอียนจะแย่อยู่แล้ว”

“ใช่ครับ ทั้งที่อายุน้อยขนาดนั้นแต่กลับทำเรื่องน่ากลัวไปตั้งหลายต่อหลายครั้ง…เพื่อไม่ให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ผมคิดว่าเราควรกำจัดเธอออกไปให้เร็วขึ้นแม้แต่วันหนึ่งก็ยังดีครับ”

พวกเขามองดูมิเอลดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนฝีเท้ากลับไปอย่างไร้เยื่อใยราวกับเธอไม่มีค่าให้มอง

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ฉัน! และคนที่จะถูกฆ่าก็ไม่ใช่นางมารร้ายนั่นด้วยแต่เป็นแอนนี่ต่างหาก! ฉันบอกว่ามันเป็นแค่สาวใช้! เพราะแบบนั้นนางนั่นถึงได้บอกเรื่องดอกยี่โถให้ฉันรู้! ขอร้องละ…! ”

แม้จะออกมาจากคุกแล้ว แต่คำสารภาพของมิเอลที่ดังไล่หลังมาก็ทำให้ผู้สืบสวนขมวดคิ้วขึ้นและถามทหารว่า

“จะให้เขียนเพิ่มเติมไหมครับ”

“อย่างไรก็เป็นคำโกหกอยู่แล้ว แต่ทำอย่างนั้นไว้ก่อนแล้วกัน”

ทว่าหากเป็นอย่างที่ว่ามาจริงๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นมา ในเมื่อมีคนเสียชีวิตไปแล้ว ไม่ว่าเป้าหมายแต่แรกจะเป็นใครก็ไม่มีประโยชน์อะไร

นอกจากนั้นข่าวลือที่ว่ามิเอลตั้งใจจะฆ่าอาเรียก็ยังแพร่กระจายไปทั่วเรียบร้อยแล้ว หากมาประกาศเอาตอนนี้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือแอนนี่ก็จะไม่มีใครเชื่อ

เนื่องจากก่อนหน้านี้มิเอลเคยใส่ร้ายโยนความผิดให้กับอาเรียมาแล้ว จึงเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครเชื่อมิเอลเลยสักคน

แต่เพราะต้องส่งรายงานให้กับเจ้าชายโดยตรง ผู้สืบสวนจึงเขียนรายงานอย่างละเอียดและเข้าใจได้ง่ายๆ ก่อนจะเข้าพบอาซและส่งรายงานให้

อาซอ่านรายงานที่มีเนื้อหาวิเคราะห์และคำให้การที่ถูกบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดเป็นจำนวนมากโดยไม่ตกหล่นแม้แต่ตัวอักษรเดียว

เพื่อไม่ให้อาเรียถูกผูกมัดอยู่กับอดีตอีกต่อไป และเพื่อกำจัดต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์มาเป็นเวลานานออกไปอย่างสิ้นซาก

“คนที่ตั้งใจจะฆ่าไม่ใช่เลดี้อาเรียแต่เป็นสาวใช้ที่ชื่อแอนนี่อย่างนั้นหรือ”

“เอ่อ ครับ! เธอพูดเอาไว้ตอนสุดท้ายครับ แต่ดูเหมือนสติของเธอจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่ ผมเลยไม่แน่ใจว่านั่นเป็นความจริงหรือเปล่า”

“อย่างนั้นเองหรือ”

อาซพูดออกมาเช่นนั้นพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาคล้ายกับจะเย้ยหยันมิเอล

อาซปราดตามองเอกสารตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“ฉันจะไปพบเธอด้วยตัวเองเสียหน่อย”

“…ด้วยตัวเองเลยหรือครับ”

“เพราะคนรับผิดชอบขั้นสุดท้ายคือฉันอยู่แล้ว ฉันก็ควรทำอย่างนั้น”

“เอ่อ…! ”

เมื่อได้ยินดังนั้น ข้ารับใช้ที่รออยู่มุมห้องก็รีบนำเอาเสื้อคลุมมาให้อาซ

ด้วยความช่วยเหลือของข้ารับใช้ทำให้อาซเตรียมตัวได้อย่างรวดเร็ว เขาหยิบเอกสารและออกไปจากห้องทำงาน

ฝีเท้าก้าวออกไปอย่างมั่นใจดูไม่เหมือนคนที่ได้รับความยุ่งยากจากการทำงานหนักเป็นเวลานานเลยสักนิด

ผู้สืบสวนเดินตามหลังไปอย่างเร่งรีบ ใบหน้าของผู้สืบสวนที่มองดูรายงานในมือของอาซมีความพึงพอใจแฝงอยู่

ในขณะที่อาซก้าวเท้ายาวไปตามทางเดินของพระราชวังอย่างว่องไว คนที่เดินสวนทางมาเห็นอาซเข้าก็ตกใจและรีบเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

“ฝ่าบาท จะไปไหนหรือครับ”

วิการ์นั่นเอง

อาซไม่สามารถซ่อนความอึดอัดต่อคำถามที่ไม่ได้ถามถึงจุดหมายปลายทางแต่เป็นการถามว่าเหตุใดถึงจะออกไปจากพระราชวังในขณะที่ยุ่งวุ่นวายเช่นนี้ อาซตอบกลับไปว่า

“ฉันจะไปที่คุก ฉันเพิ่งจะได้รับรายงานเกี่ยวกับคดีของเด็กคนนั้นมาน่ะ”

“…คุกหรือครับ จะไปตอนนี้เลยหรือครับ ทั้งที่อีกสักครู่คุณปิโนต์นัวร์ก็จะมาถึงที่นี่แล้วนะครับ”

เมื่อได้ยินวิการ์บอกว่าปิโนต์นัวร์ เรนจะกลับมา อาซก็กลอกตาและไม่ตอบอะไร นั่นเป็นเพราะเรนกลับไปยังชนบทเป็นเวลานานจนเขาลืมเรื่องนั้นไปชั่วขณะ

เรนถือเป็นลูกน้องของอาซไม่กี่คนที่สามารถเคลื่อนไหวโดยหลีกเลี่ยงสายตาของฝ่ายขุนนางได้

เขาใช้นามแฝงอยู่หลายชื่อเพื่อเข้าผู้คน และตระกูลปิโนต์นัวร์ก็ไม่ใช่ตระกูลที่มีอิทธิมากเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยสนิทกับขุนนางชนชั้นสูง แม้เขาจะเหมือนกับวิการ์ที่ทำหน้าเป็นไส้ศึกแต่การมีอยู่ของเขาก็ต่างออกไป เพราะเช่นนั้นเรนที่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามใจชอบจึงเที่ยวสำรวจทุกซอกทุกมุมของราชอาณาจักรและคอยส่งรายงานให้กับอาซเสมอมา และวันนี้ก็คือวันที่เขากลับมานั่นเอง

เพราะเช่นนั้นอาซที่กำลังครุ่นคิดจึงรีบตัดสินใจในทันที และพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป

“จะมาถึงเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้ ไม่เห็นจำเป็นต้องเลื่อนกำหนดการและให้ฉันนั่งอุดอู้รออยู่ในห้องทำงานเลยนี่ มาถึงแล้วก็บอกให้รอแล้วกัน”

“…อะไรนะครับ! ”

“หากมีรายงานสำคัญอย่างไรฉันก็ต้องได้รับเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเจอหน้ากันหรอก”

ตามที่อาซพูดไว้ ข้อมูลที่ได้มาจากการตระเวนรอบราชอาณาจักรนั้นมักจะถูกรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางเอกสารอยู่แล้ว หากจะมีอะไรให้พูดคุยกับเรนที่กลับมายังเมืองหลวงละก็ มีเพียงการทักทายต้อนรับการกลับมาหรือไม่ก็คำพูดปลอบใจสำหรับการที่เขาทุ่มเททำงานหนักเท่านั้น

“ไม่ก็บอกให้กลับบ้านไปพักซะ แล้วค่อยเรียกมาทีหลัง”

“…เจ้าชายอัสเทอโรพีครับ”

นอกจากนั้นเรนคงรู้สึกเมื่อยล้าจากการตระเวนรอบราชอาณาจักรเป็นเวลานานอย่างแน่นอน

ดังนั้นหลังจากที่อาซแสร้งเห็นใจ วิการ์ก็ทำหน้าเสียใจอย่างเป็นที่สุดและเรียกชื่ออาซขึ้นมา

“ถึงอย่างนั้นเขาก็ออกไปทำภารกิจเป็นเวลานานนะครับ ทำแบบนี้ไม่ใจดำเกินไปหน่อยหรือครับ ผมคิดว่าอย่างน้อยรอเจอเขาและชมว่าเขาทำได้ดีมากก็น่าจะดีนะครับ…”

“ไม่มีฉันอยู่เขาน่าจะสบายกว่าไม่ใช่หรือ แปลกจริง จนถึงตอนนี้ฉันคิดว่าเป็นแบบนั้นซะอีก”

แม้จะแตกต่างออกไปตามสถานการณ์ แต่ความจริงโดยรวมแล้วก็เป็นอย่างที่อาซพูด วิการ์จึงตอบไม่ได้และเงียบไป และเป็นเพราะผู้สืบสวนที่ยืนอยู่ข้างหลังให้สัญญาณผ่านท่าทางและรูปปากบอกให้เขาหุบปากเพราะนี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาเรียนั่นเอง

วิการ์ไม่ถามอะไรกลับไปอีก เขาทำหน้ายอมรับอย่างไม่มีทางเลือก ส่วนอาซก็พูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเริ่มเดินออกไปอย่างเร่งรีบ

“ถ้ามีอะไรจะรายงานเพิ่มเติมละก็ บอกให้ทิ้งเอกสารไว้แล้วกัน”

“…เข้าใจแล้วครับ”

ต่างจากตอนไปพบอาเรีย ในครั้งนี้อาซนั่งรถม้าที่เร็วและดูเรียบง่ายจนไม่รู้ว่าเป็นรถม้าจากราชวัง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังคุกที่มิเอลถูกคุมขังไว้ทันที

เพราะหลังจากที่ผู้สืบสวนมาหาเธอครั้งสุดท้ายก็ไม่มีใครมาอีกเลย มิเอลจึงนอนหมอบไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้นราวกับยอมแพ้ต่อทุกอย่าง

หากเธอตายลงในตอนนี้ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ในเมื่อหลายวันมานี้เธอมีแต่น้ำเท่านั้นที่ใช้ประทังชีวิต

แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของอาซและผู้สืบสวน มิเอลก็สะดุ้งตกใจและเงยหน้าขึ้นมาอย่างแข็งกร้าว

“เจ้า เจ้าชาย…”

ทว่าเมื่อตระหนักได้ว่าบุคคลที่มาหาเธอคืออาซ สีหน้าของเธอก็เหมือนกับท้องฟ้าได้ล่มสลายลงมา เพราะไม่มีทางที่คนรักของอาเรียอย่างเขาจะยอมฟังคำพูดของเธอแน่นอน

“สารรูปดูน่าสมเพชเสียจริง ดูยังไงก็ไม่คิดว่านี่คือผู้หญิงที่เกาะติดโรฮันเพื่อขายราชอาณาจักรเลยสักนิด”

อาซแสดงความรู้สึกที่มีต่อมิเอลอย่างตรงไปตรงมาได้อย่างเจ็บแสบ สารรูปเช่นนี้จะมีใครนึกออกว่าเธอคือเลดี้โรสเซนต์ผู้สง่าที่สุดในราชอาณาจักรได้เล่า

อาซก้มมองดูสภาพอันอัปลักษณ์ของมิเอลนิ่งๆ

“ดิฉัน…ดิฉันไม่ได้ทำจริงๆ ค่ะ…ฮึก ผู้หญิงคนนั้น…ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนสั่ง…คนที่ชั่วน่ะไม่ใช่ดิฉันนะคะ…! ”

มิเอลไม่สามารถทนต่อความเงียบงันนั้นได้ เธอพูดกับอาซด้วยความหวังสุดท้าย ซึ่งมีความเสียใจที่ได้ตระหนักถึงตัวตนของนางมารร้ายที่แท้จริงร่วมอยู่ด้วย

เมื่อได้ยินเช่นนั้นอาซก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาราวกับนั่นเป็นเรื่องน่าขัน

“แล้วไงล่ะ”

“…คะ…”

“ฉันไม่รู้ว่าเธอจะให้ฉันทำอะไรน่ะ”

คำตอบที่บอกว่านั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรมากมายนั้น ทำให้มิเอลคิดว่าอาซไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดออกไป เธอจึงเปิดโปงธาตุแท้ของอาเรียอีกครั้งหนึ่ง

“จนถึงตอนนี้นางผู้หญิงร้ายกาจนั่นทำเรื่องเลวๆ มานับไม่ถ้วนแล้วค่ะ…! ถึง ถึงขนาดที่ฝ่าบาทไม่สามารถจินตนาการออกมาได้เลยค่ะ…! ภายนอกเธออาจจะดูใจดี แต่ภายในใจเธอคิดตลอดว่าจะทำเรื่องชั่วอย่างไรดี…!”

“นั่นคงเป็นเธอมากกว่า”

ทว่าอาซกลับตอบออกมาด้วยสีหน้าเยือกเย็นทันทีทั้งที่ยังฟังมิเอลพูดไม่จบ นั่นทำให้มิเอลตกใจจนหยุดหายใจราวกับโดนฟ้าผ่าอย่างไรอย่างนั้น

“ก็เธอเป็นคนผลักเคานต์โรสเซนต์ตกบันไดแต่แสร้งว่าไม่ได้ทำต่อหน้าคนอื่นนี่นา แถมยังโยนความผิดนั่นให้เลดี้อาเรียอีกต่างหาก”

“นั่น นั่นน่ะ…! ”

“คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ฉันเห็นเหตุการณ์นั้นเต็มสองตาตัวเอง เพราะฉันเคลื่อนย้ายพื้นที่และไปโผล่อยู่ที่นั่นอย่างที่เธอพูดไงละ ฉะนั้นแล้วนางมารร้ายที่เธอพูดถึงน่ะไม่ใช่เลดี้อาเรียแต่ดูเหมือนจะเป็นเธอเองมากกว่านะ”

“…! ”

อาจเพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว อาซถึงได้กล่าวถึงความสามารถของเขาออกมา

“ถ้า ถ้าอย่างนั้นที่ฉันเห็นก็…!”

“ใช่ ถูกแล้ว แต่ถึงยังไงมันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปหรอก”

คนที่ตกใจไม่ได้มีเพียงแค่มิเอลเท่านั้น แต่ผู้สืบสวนเองก็อ้าปากค้างและเบิกตาโพลงขึ้นมา

อาซรับรู้ได้ถึงเรื่องนี้และบอกให้เขาออกไปจากที่นี่ และผู้สืบสวนเองก็รีบออกไปจากคุกอย่างรวดเร็ว

“นอกจากนั้นฉันก็ไม่สนใจว่าเลดี้อาเรียเป็นคนอย่างไรด้วย ถึงจะเป็นนางมารร้ายน่ากลัวอย่างที่เธอพูดมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉัน…ไม่สิ หากจะต้องเผชิญหน้ากับคนอย่างเธอเพื่อให้รอดชีวิตแล้วละก็ บางทีเป็นแบบนั้นน่าจะดีกว่าเสียอีก”

อาซพูดขึ้นมาอีกว่ามันสมควรแล้วที่จะต้องเอาคืนให้สาสมกับสิ่งที่โดนกระทำมา หน้าตาของเขาบอกว่าไม่ว่าอาเรียจะมีนิสัยอย่างไรเขาก็ไม่สนใจ

แล้วเธอจะตอบอะไรให้อาซฟังได้อีกเล่า

มิเอลทรุดลงบนพื้นเมื่อตระหนักถึงความจริงที่ว่าต่อจากนี้จะไม่มีใครรับฟังคำพูดของเธออีกแล้ว ท่อนแขนที่ใช้แรงทั้งหมดที่มีค้ำเอาไว้ ได้สูญเสียกำลังลง

เธอไม่มีแม้แต่แรงจะเค้นน้ำตาออกมา และหอบหายใจราวกับตายทั้งเป็นซึ่งจะแตกสลายลงในไม่ช้า และเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

เธอหันสายตาไปทางประตูทางเข้าเพื่อดูว่าใครกันที่จะมาหัวเราะเยาะเธออีก และคนที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่คาดฝันก็คือปิโนต์นัวร์ เรนนั่นเอง เรนคนนั้นที่มิเอลรู้ว่าเขาเป็นข้ารับใช้ของเศรษฐี

ข้ารับใช้ของเจ้านายที่แสดงไมตรีจิตด้วยการส่งแก้วแหวนเงินทองกองเท่าภูเขามาให้มิเอล

อย่าบอกนะว่า

“คุณ คุณเรน…!”

มิเอลเรียกชื่อเรนขึ้นมา

พร้อมทั้งความหวังเล็กน้อยว่าบางทีเขาอาจถูกมหาเศรษฐีคนนั้นส่งมาให้ช่วยเธอก็เป็นได้

“โอ้ อะไรกันนี่ สภาพดูไม่ได้เลยนะครับ”

ก่อนจะแสร้งว่าตัวเองรู้จักอาซ มิเอลก็เรียกชื่อเขาออกมาอย่างร้อนรน เรนจึงตอบกลับไปด้วยสีหน้าเวทนาเป็นอย่างมาก

“มา มาเพื่อช่วยดิฉัน ใช่ไหมคะ! ใช่หรือเปล่าคะ!”

“…ว่าไงนะครับ”

ทว่าเขากลับเบิกตากว้างต่อคำพูดที่พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและย้อนถามว่านั่นหมายความว่าอย่างไร

และมิเอลที่ร้อนใจก็รีบพูดออกมาด้วยความร้อนรุ่มใจ

“ก็ ก็เจ้านายของคุณเรนแสดงไมตรีจิตให้กับดิฉันนี่คะ…! ไม่ว่าจะขอร้องอะไรเขาก็คงรับฟังอยู่แล้ว ได้โปรดช่วยดิฉันออกไปจากที่นี่ด้วยเถอะค่ะ…! ถ้าเป็นเขาละก็ต้องทำแบบนั้นได้แน่ๆ…! ได้ ได้โปรด ได้โปรดเถอะค่ะ…!”

แววตาของเธอบ่งบอกว่าผู้ที่ร่ำรวยมหาศาลแบบนั้นจะต้องช่วยเธอออกไปได้อย่างแน่นอน และสามารถช่วยให้เธอมีโอกาสได้แก้ต่างขึ้นมา

เธอคิดว่าคนนั้นคือใครกัน

อาซหัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องน่าขบขันและจ้องเขม็งไปที่เรน

………………………………………………….

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 172"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

615a9f0d4QfoKvfT
ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
February 22, 2026
5eb6540a4f6f76WV
เทพสังหาร ยุทธการระห่ำ
February 22, 2026
5f45fdcbzNwVsHQo
Lady to Queen บัลลังก์แค้นจักรพรรดินี
October 24, 2021
61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
August 3, 2025
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF