novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย - บทที่ 26

  1. Home
  2. พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย
  3. บทที่ 26
Prev
Next
บทที่ 26
Ink Stone_Romance

“ลูกว่าเราเรียกกองทหารรักษาการณ์ดีกว่านะคะ”

เคาน์ติสถามกลับด้วยความตกใจเมื่อได้ยินคำพูดปนเสียงทอดถอนใจของอาเรียราวกับเธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

“กองทหารรักษาการณ์อย่างนั้นหรือ”

“เพราะหากคนขับรถม้าจงใจเลือกรถม้าที่พังแล้วมาใช้… ก็เท่ากับเป็นอุบายที่จะทำให้ลูกเป็นอันตรายได้นะคะ ลูกกลับมาถึงคฤหาสน์อย่างปลอดภัยก็จริงแต่หากมีอะไรผิดพลาดแล้วรถม้าเกิดพลิกคว่ำขึ้นมา ลูกก็อาจตายได้เหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น…”

อาเรียกวาดสายตามองผู้คนที่รวมตัวกันอยู่ในห้องโถงจนทั่วก่อนจะพูดต่อ

“ถ้าแม้แต่คนรับใช้ยังไม่รู้ ก็หมายความว่าพวกเขาจงใจให้มันเกิดขึ้นยังไงล่ะคะ”

ความตกใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของทุกคนเพราะข้อสรุปอันแสนน่ากลัวนั้น ที่จริงแล้วข้อสรุปข้อนี้ดูจะเป็นไปได้มากที่สุด ข้อสรุปที่ว่ามันคือแผนการที่วางเอาไว้เพราะไม่ชอบอาเรีย

มีอะไหล่เพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่หลุดหายไปและไม่ได้เสียหายพอจะทำให้เกิดอุบัติเหตุใหญ่ๆ ได้ก็จริง แต่คนที่รู้ความจริงข้อนี้ก็มีน้อยมากเช่นกัน และคงไม่มีใครสามารถแก้ต่างให้คนขับรถม้าได้ในเมื่อเขาคือหนึ่งในผู้ต้องสงสัย

จะเว้นก็แต่มิเอลที่น่าจะเป็นคนสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมา

มิเอลที่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ห่างๆ เข้ามาถือหางคนขับรถม้าโดยพูดเข้าข้างเขาว่ามันไม่เกินกว่าเหตุไปหรืออย่างไร ราวกับเธอไม่สามารถทนดูคนที่ตนบงการถูกไล่ต้อนได้อีกต่อไปแล้ว

“คือว่า… ท่านแม่คะ แล้วก็พี่ด้วย การเรียกกองทหารรักษาการณ์มันไม่เกินไปหน่อยหรือคะ เขาเองก็อยู่ในวัยใกล้เกษียณแล้วอาจจะมีหลงลืมไปบ้างก็ได้นะคะ แล้วนี่ก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บด้วย… พอคิดแบบนั้นแล้วเขาน่าสงสารออกนะคะ”

ตอนนี้คนขับรถม้าอายุใกล้จะหกสิบและกำลังจะเกษียณในเร็ววันแล้วจริงๆ เขาอยู่ในช่วงอายุที่กำลังกายเสื่อมถอยเพียงพอที่จะเชื่อได้หากจะบอกว่าเขามีอาการหลงๆ ลืมๆ เพราะโรคบางอย่าง ดังนั้นการจะบอกว่าเขาสับสนเรื่องสถานที่เก็บรถม้าก็ยังถือว่าเข้าใจได้

นอกจากนั้นยังไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและรถม้าก็กลับมาอย่างปลอดภัยดังที่มิเอลได้พูดไป อีกทั้งยังไม่มีเรื่องใดที่เธอจะสามารถถามหาความรับผิดชอบได้ นอกจากเรื่องความไม่สบายใจระหว่างเดินทางที่น่าอกสั่นขวัญแขวนและการที่ยังไม่มีการรายงานเหตุเท่านั้น

ชิ้นส่วนอะไหล่ที่หายไปมีเพียงไม่กี่ชิ้นและไม่ได้มากมายถึงกับจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

ดังนั้นหากเธอจะเมตตาเขาอีกสักหน่อย ปัญหานี้ก็สามารถทำให้จบลงได้ด้วยบทลงโทษเพียงเล็กน้อยอย่างเช่นการลดค่าจ้าง

และมิเอลเองก็คงคิดว่าเรื่องจะจบลงแบบนั้นด้วยเช่นกัน บางทีนี่อาจเป็นการหยอกเล่นเพียงเล็กน้อยที่มีให้กับนางมารร้ายผู้เป็นที่รักของเขาก็ได้

แต่อาเรียไม่คิดจะทำอย่างนั้น

ทำไมน่ะหรือ ก็เพราะเธอจะให้การสนับสนุนเล็กๆ น้อยๆ แก่มิเอลในวันข้างหน้าแล้วค่อยมาเฉลยว่ามันคือการแก้แค้นจนหล่อนไม่อาจทำอะไรได้เลยอย่างไรล่ะ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะไม่มีใครอยู่ข้างคนโง่เขลาอย่างหล่อนอีกต่อไป

“…มิเอล นี่น้องลืมไปแล้วหรือว่ามันคืออุบัติเหตุที่อาจทำให้พี่ถึงตายได้นะถ้าหากเกิดจากการทำพลาดของเขา”

“แต่ก็… ไม่ได้ถึงตายนี่คะ แล้วรถม้าก็ยังกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยนะคะ”

คำพูดที่เหมือนจะถามว่าเหตุใดเธอจึงทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมเช่นนั้นทำเอาอาเรียเกือบจะโห่ร้องออกมาด้วยความยินดี เธอกลั้นมันไว้อย่างยากลำบากก่อนจะถามกลับไปด้วยความตกใจ

“มิเอล น้องรู้เรื่องนั้นได้ยังไง”

แกรู้ได้อย่างไรว่ามันไม่ได้หนักหนาสาหัสถึงเพียงนั้น ในเมื่อฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนอกจากเรื่องอะไหล่ที่หลุดไปไม่กี่ชิ้นนั่น

และหากอะไหล่ที่หลุดไปไม่ใช่อะไหล่หลวมแต่เป็นอะไหล่หลัก จะต้องทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ได้แน่นอน

ฉันยังไม่ได้อธิบายเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วแกรู้ได้อย่างไรกันเล่า

‘เปิดโปงความผิดของตัวเองให้ทั้งโลกได้รู้ ช่างโง่เขลาเสียจริง!’

มิเอลหน้าเสียไปทันทีราวกับเพิ่งรู้ว่าตนได้พลั้งปากพูดไป ภาพที่หล่อนต้องหันไปจับมือสาวใช้อย่างเอ็มม่าไว้แน่นนั้นช่างน่าสมเพชเสียจริง น่าสมเพชจนอยากจะเข้าไปบิดมือนั่นออกเสียให้รู้แล้วรู้รอด

 “เอ น้องไปได้ยินมาจากไหนกัน”

“…”

อาเรียเอ่ยเร่งแต่มิเอลกลับไม่สามารถตอบอะไรกลับไปได้และเอาแต่ปิดปากเงียบ เอ็มม่าหันไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเจ้านายที่ตัวสั่นระริกเป็นลูกนกน่าสงสารของตนเสียงเบาไม่ให้ใครได้ยินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หล่อนคงกำลังบอกแผนการที่จะทำให้ผู้เป็นนายหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้อยู่สินะ

อาเรียมองภาพนั้นอย่างตั้งใจ อีกประเดี๋ยวมิเอลจะต้องหาข้อแก้ตัวให้กับสิ่งที่ตนได้พูดไปไม่ผิดแน่

“น้อง น้องเพียงพูดถึงผลลัพธ์เท่านั้นเองค่ะ น้องหมายความว่ามันไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นนั้นเพราะพี่ไม่ได้บาดเจ็บน่ะค่ะ”

“ใช่แล้วล่ะมิเอล ที่น้องพูดมาก็มีเหตุผล”

เคาน์ติสหันไปมองอาเรียเพราะคำพูดของลูกสาวที่จู่ๆ ก็ยอมถอยลงมาก้าวหนึ่งเสียอย่างนั้น เสมือนเป็นคำถามว่าเธอมีแผนการอะไรในใจกันแน่ตอนที่มาฟ้องเรื่องนี้ อาเรียทำหน้าเศร้าก่อนจะแถลงไขว่าเหตุใดเธอจึงเห็นด้วยกับมิเอล

“แต่น้องก็ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจด้วยว่าพี่เองก็อาจบาดเจ็บสาหัสได้เหมือนกัน ที่พี่ไม่เป็นอะไรนั้นอาจจะเป็นเพราะโชคช่วยก็ได้”

“นั่น… นั่นสินะคะ”

หล่อนตอบรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เพราะถ้าหากหล่อนยังปฏิเสธตรงนี้อีกจะกลายเป็นว่าหล่อนคอยแต่จะปกป้องผู้กระทำผิดอย่างคนขับรถม้าจนน่าสงสัย หล่อนจึงไม่อาจทำเช่นนั้นได้อีก

“แต่ถือว่าโชคยังดีที่บนรถม้านั่นมีเพียงพี่คนเดียว เพราะถ้าลองจินตนาการว่าน้องอยู่บนรถม้าที่อะไหล่ไม่ครบนั่นแล้ว… พี่คงเป็นลมเสียเดี๋ยวนั้นหากต้องเห็นน้องเลือดท่วมหัว”

ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องผิดแผกมากทีเดียวที่แกเอาแต่เข้าข้างเจ้าคนขับรถม้านั่นแบบนี้ เข้าใจแล้วใช่ไหม ว่าแกควรเข้าข้างพี่สาวคนเดียวของแกคนนี้ต่างหาก

แกต้องลงโทษคนที่แกหนุนหลังอยู่ด้วยน้ำมือของแกเอง นี่ล่ะ จุดจบของเรื่องนี้ที่อาเรียต้องการ

“…”

มิเอลไม่อาจตอบอะไรกลับไปได้เพราะกับดักที่อาเรียวางไว้ หากหล่อนเห็นด้วยก็จะต้องไล่คนขับรถม้าออกไป และหากคัดค้านก็มีแต่จะได้ความเคลือบแคลงใจจากทุกคน

เอาล่ะ จะทำอย่างไรดีล่ะ

ใบหน้าของคนขับรถม้าจากที่ซีดอยู่แล้วก็ยิ่งซีดลงไปมากกว่าเดิมจนไม่ต่างจากซากศพ เขาไม่อาจแก้ตัวจึงรอคอยเพียงคำพิพากษาของตนเท่านั้น

อาเรียทำเป็นปาดน้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมาพลางซ่อนใบหน้าไว้กับชายเสื้อของผู้เป็นมารดาด้วยหวังจะปิดบังเสียงหัวเราะที่หลุดออกมาเบาๆ มิเอลยังไม่พูดอะไรออกมาแม้ทั้งห้องโถงจะตกอยู่ในความเงียบก็ตาม

เคาน์ติสสังเกตเห็นว่าลูกสาวจอมเจ้าเล่ห์ของตนกำลังทำอะไรบางอย่างมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว จึงคอยดูเธออยู่เงียบๆ แม้จะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแต่สิ่งที่เธอกำลังทำจะต้องเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากแน่นอน

อาเรียลบเศษเสี้ยวแห่งความยินดีออกจากชายเสื้อของเคาน์ติสก่อนจะเอ่ยถามมิเอลด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย

“น้องเองก็คิดเหมือนพี่ใช่ไหมมิเอล”

“…แน่นอนค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เรื่องก็ถูกจัดการแล้ว หลังจากนี้คงต้องขอให้ท่านแม่กรุณาช่วยตัดสินอย่างยุติธรรมและชาญฉลาดด้วยนะคะ”

หล่อนเป็นแม่แท้ๆ ของอาเรียและเป็นคนเดียวที่อยู่ข้างเธอ ไม่มีทางเสียหรอกที่จะตัดสินอย่างยุติธรรม เห็นได้ชัดว่าอาเรียได้เปรียบอย่างมากและหล่อนจะให้คำตัดสินตามที่เธอต้องการแน่นอน

เมื่อเห็นมิเอลไม่ตอบอะไรกลับมาทั้งยังปิดปากแน่นขณะที่ขนตาก็สั่นไหว อาเรียจึงถามความเห็นกลับไปว่า ‘น้องคิดเช่นไร’

‘เอาสิ กำจัดคนขับรถม้านั่นด้วยมือแกเอง! กำจัดคนที่ทำงานให้แกไง!’

แววตาของอาเรียวาววับทั้งที่ยังตีหน้าเศร้า เปรียบดังอสรพิษที่ส่งลูกแอปเปิลให้มนุษย์เมื่อแรกกำเนิดโลก

ใบหน้าที่เหมือนกันอย่างกับแกะเป็นตัวกระตุ้นมิเอล หล่อนไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว นอกจากต้องกัดลูกแอปเปิลที่เจ้างูร้ายหยิบยื่นมาให้

“…เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ”

คนขับรถม้าหมดแรงจะยืนจนทรุดตัวลงกับพื้น สาวใช้ของมิเอลอย่างเอ็มม่าจับแขนและไหล่ของหล่อนไว้แน่นก่อนจะรีบหนีหายเข้ามุมไปอย่างรวดเร็ว

เธอนึกอยากปรบมือให้พวกหล่อนทั้งหลายที่ทำสีหน้าปีติยินดีจนถึงที่สุดเสียเหลือเกิน แต่ก็รีบเก็บอาการแล้วยิ้มออกมาน้อยๆ แทน

ขณะเดียวกันก็รอฟังคำตัดสินที่แสนยุติธรรมของมารดาไปด้วย

* * *

การตัดสินถูกเลื่อนออกไปเป็นวันรุ่งขึ้นแทนเพราะตอนนี้ดึกเกินไปแล้ว ทั้งที่หล่อนไม่จำเป็นต้องเลื่อนก็ได้ แต่เคาน์ติสได้ประกาศว่าหล่อนจะทำการตัดสินโทษของเขาหลังจากมื้อเช้าในวันรุ่งขึ้นราวกับต้องการให้ทุกคนเห็นว่าหล่อนตัดสินด้วยความรอบคอบ แม้ว่าบทสรุปสุดท้ายจะถูกกำหนดเอาไว้แล้วก็ตาม

วันต่อมา อาเรียเข้ามาที่ห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้า แต่กลับเห็นว่าเก้าอี้ทั้งหลายว่างเปล่าจึงหันไปถามมหาดเล็ก

“มิเอลล่ะ”

“เลดี้บอกว่าจะรับประทานที่ห้องเพราะรู้สึกไม่ค่อยสบายครับ”

“ฮืม… งั้นหรือ”

มิเอลมักจะทานอาหารที่ห้องเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ในวันนี้เธอว่าเธอพอจะเข้าใจว่าหล่อนเก็บตัวและทานมื้อเช้าในห้องด้วยความรู้สึกเช่นไร

‘ท้องไส้คงจะปั่นป่วนน่าดูเลยสินะ’

แค่เห็นหน้าเธออาจทำให้หล่อนอาเจียนออกมาก็ได้ เพราะอาเรียเองก็เป็นเช่นนั้นตลอดมา

‘น่าเสียดายจังเลยนะ หล่อนคงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเล่นตุกติกจนทำให้คนของตัวเองไม่ไว้ใจไปเสียได้’

และการเล่นตุกติกก็ดันเป็นวิธีของคนฉลาดเสียด้วยสิ

เป็นที่แน่นอนว่าตอนนี้มิเอลยังคิดว่าตนฉลาดหลักแหลม และคิดว่าฝั่งตรงข้ามอย่างอาเรียนั้นช่างโง่เขลาเบาปัญญา แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่

ไม่ว่าจะปราดเปรื่องเพียงใด หล่อนในวัยเพียงสิบสามปีย่อมไม่มีทางเอาชนะคนที่อยู่มามากกว่า 20 ปีอย่างอาเรียได้

เธอทานมื้อเช้าหน้าตาน่าทานและรสชาติกลมกล่อมในวันนี้ร่วมกับเคาน์ติสที่ตามเข้ามาหลังเลยเวลาอาหารมาเล็กน้อย มันอาจจะเป็นเมนูที่แสนขมขื่นสำหรับมิเอล แต่กับอาเรียแล้วนับว่าเป็นเมนูที่น่าพอใจมากทีเดียว

หลังจากมื้อเช้าอันน่าอภิรมย์ คนรับใช้คนหนึ่งได้เอ่ยเรียกเธอไว้ทันทีที่เธอออกมาจากห้องอาหารและกำลังเดินคุยอยู่กับเคาน์ติสเพียงลำพังเรื่องคำตัดสินของคนขับรถม้า

“เลดี้ มีคนจากร้านขายอัญมณีมาหาครับ ตอนนี้รออยู่ที่ประตูหน้าครับ”

เขาที่เคยทำหน้าตึงใส่อาเรียอยู่เสมอ มาวันนี้กลับมีสีหน้าที่ดูอ่อนโยนกว่าปกติมากเหลือเกิน

เขามักจะพูดกับเธอแบบถามคำตอบคำ แต่ดูจากสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนั่น คงจะรู้แล้วล่ะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาตนต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้อย่างยากลำบากขนาดไหน

“งั้นหรือ ขอบใจนะ”

เพราะอย่างนั้นเธอจึงเพิ่มคำที่ปกติไม่เคยพูดเข้าไปด้วย แววตาของคนรับใช้ยังคงอ่อนโยนอยู่เช่นเดิม

“ดูเหมือนของตอบแทนที่คุณออสการ์ส่งมาจะมาถึงแล้วล่ะค่ะ”

“ตายจริง รีบไปรีบมาก็แล้วกันนะ”

“ลูกไปไม่นานหรอกค่ะ”

อาเรียเปลี่ยนทิศทางไปยังประตูหน้าเพียงคนเดียว

คนงานจากร้านอัญมณีน่าจะรอให้อาเรียทานมื้อเช้าเสร็จเสียก่อน เพราะสีหน้าของเขาดูสดใสขึ้นทันทีที่มองเห็นเธอ อาเรียไม่สามารถเก็บความประทับใจเอาไว้ได้เมื่อเห็นเข็มกลัดที่เขานำมาด้วย

“…งดงามจริงๆ”

“ขอบคุณครับ เลดี้ นายท่านยังฝากมาบอกด้วยว่าต่อไปก็ขอฝากตัวด้วยนะครับ”

“งั้นฝากไปบอกด้วยนะว่าเราจะทำตามนั้น”

มันอาจดูเหมือนผลงานสมบูรณ์แบบที่มาพร้อมกับการประจบสอพลอ แต่ทับทิมสีแดงบนงานประดิษฐ์รูปดอกลิลลี่กลับเข้ากันได้ดีอย่างไร้ที่ติ

เขาไม่จำเป็นต้องทำดีถึงขนาดนี้ด้วยซ้ำเพราะมันคือสิ่งที่ควรจะมีอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังรู้สึกดีที่เห็นว่าเขาทุ่มเทความพยายามทำให้เธอเช่นนี้

‘ทุกอย่างราบรื่นแบบนี้ได้ยังไงกันนะ’

เธอทิ้งคนงานจากร้านอัญมณีที่แสดงความเคารพเธอด้วยการโค้งให้จนสุดตัวไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวย่างไปเพียงลำพังเพื่อทำการตัดสินโชคชะตาของคนขับรถม้า เจสซี่เดินตามเธอไปทั้งที่ยังถือห่อใส่เข็มกลัดและสร้อยคอไว้ในมือ

อาเรียระบายยิ้มจนเต็มใบหน้าเมื่อจินตนาการถึงใบหน้าบูดเบี้ยวของมิเอล

……………………….

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 26"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

61079b1aU9khxCwh
ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม
February 22, 2026
615a9f0d4QfoKvfT
ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
September 28, 2025
1274265152-member
ภาพรักสีจางกลางสมุทร
January 15, 2022
60337ae7lfcOa8nr
Heavenly Jewel Change : มณีสวรรค์ผันชะตา
February 22, 2026
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF