novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • ดูอนิเมะ anime
  • อ่านมังงะ
ค้นหานิยาย
Sign in Sign up
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
  • จันทร์
  • อังคาร
  • พุธ
  • พฤหัสบดี
  • ศุกร์
  • เสาร์
  • อาทิตย์
  • ทุกวัน
  • จบแล้ว
  • นิยาย PDF
Sign in Sign up
Prev
Next
Empire777 bigbet สล็อตเว็บตรง แทงบาคาร่า สล็อตเว็บไหนแตกดี แทงหวย24

พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย - บทที่ 50

  1. Home
  2. พลิกนาฬิกา ย้อนชะตานางร้าย
  3. บทที่ 50
Prev
Next
บทที่ 50
Ink Stone_Romance

“นี่มัน…!”

เธอตั้งใจจะตะโกนถามว่านี่มันอะไรกันด้วยซ้ำ แต่ทันใดนั้นพลุก็ถูกจุดขึ้นทั่วทุกสารทิศ และบรรดาคนที่ตกใจจากประกายไฟก็พากันกรีดร้องวิ่งวุ่นไปตรงนั้นตรงนี้เพื่อจะออกจากจัตุรัสให้ได้

อาเรียเองก็ตกใจจนลุกออกจากที่เช่นกัน ร่างทั้งร่างแข็งค้างเพราะตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ก่อนจะทันได้รู้ตัวว่ามันไม่ใช่พลุที่ทำให้เกิดบาดแผลฉกรรจ์ แต่มีแค่เสียงอึกทึกเท่านั้นเอง

‘เลดี้!’ เธอได้ยินเสียงที่ไม่รู้ว่าเรียกเธออยู่หรือเปล่าดังมาจากใกล้ๆ นี้ เธอควรทำอย่างไรดี…!

“ทางนี้!”

พลันเรี่ยวแรงมหาศาลก็มาจับมือเธอที่กำลังตกอยู่ในอาการตกใจแล้วลากเธอไป อาเรียได้แต่ไปตามแรงจูงที่มืออย่างช่วยไม่ได้เมื่ออยู่ท่ามกลางความโกลาหล

ราวกับสัมผัสที่มือนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยเธอได้

พวกเขาวิ่งฝ่าคลื่นมวลชนออกมาจากจัตุรัสไกลออกมาเรื่อยๆ และเรื่อยๆ ยังคงวิ่งและวิ่งจนแทบจะขาดอากาศหายใจ

ทั้งสองวิ่งผ่านผู้คนที่ผ่านไปปานความไวแสงจนเธอได้แต่คิดว่าเธอเคยวิ่งเร็วขนาดนี้บ้างหรือเปล่าในชีวิตนี้

เธอคิดว่าเป็นโชคดีของเธอที่เลือกใส่รองเท้าสบายๆ มาแทนที่จะเป็นรองเท้าปลายแหลม และในระหว่างที่คิดนั้นเธอก็ได้เข้ามาในซอยเงียบๆ ซอยหนึ่งที่เธอไม่เคยมาแม้กระทั่งตอนยังเป็นสามัญชน

ตอนนั้นเองเธอจึงได้รู้ว่าคนที่จับมือเธออยู่ไม่ใช่ผู้คุ้มกันหรือเจสซี่ หากแต่เป็นชายผู้เป็นดั่งสัตว์ร้ายคนนั้นนั่นเอง

“แฮ่ก แฮ่ก…”

อาซยังดูสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต่างจากอาเรียที่หอบหนักเป็นหมาหอบแดด เขาก้มลงประคองอาเรียที่กำลังหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

“…แฮ่ก แฮ่ก …มากค่ะ”

ท่าทางของเธอตอนนี้ไม่ว่าใครมองก็คงรู้ว่าเธอไม่ไหวแล้ว แต่อาซก็ยังถามอาการอาเรียพลางช่วยตบหลังเธอเบาๆ

เขาทำกระทั่งใช้แขนเสื้อซับเหงื่อให้เธอ เมื่อเห็นเม็ดเหงื่อไหลลงมาจากหน้าผ่านข้างแก้มลงมาจนถึงคาง

“ผมไม่มีผ้าเช็ดหน้า ฉะนั้นโปรดอภัยผมด้วยที่ต้องเสียมารยาท”

แล้วมันแปลกตรงไหนกัน ในเมื่อเขาก็ทำตัวไร้มารยาทมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อจึงกลายเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยไม่สามารถมองเป็นการเสียมารยาทได้ด้วยซ้ำ

ผ่านไปไม่นาน อาเรียที่เริ่มสงบลงเยอะแล้วก็ผละออกจากอ้อมแขนเขาพลางหันมองรอบตัวแล้วเอ่ยถามขึ้น

“ที่นี่… ที่ไหนคะ”

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ คงเป็นสักที่ในนครหลวงนี่ล่ะครับ”

“ดิฉันไม่เห็นจำที่นี่ได้เลย… หรือว่าเราอยู่ไกลออกมาจากใจกลางเมืองมากใช่ไหมคะ”

“ผมคิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะครับ”

อย่าว่าแต่เงาคน นี่รถม้าสักคันก็ยังไม่มีผ่านมา ทั้งที่ไม่ได้ขึ้นรถอะไรมาเลย แล้วเธอมาไกลขนาดนี้ได้อย่างไรกัน

จู่ๆ เธอก็รู้สึกวิงเวียน ตรงหน้ากลับมืดมิดไปหมด เธอไม่รู้เลยว่าจะกลับไปได้อย่างไร เธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ ทั้งยังไม่เคยเกิดขึ้นในอดีตอีกด้วย

ส่วนอาซไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา ต่างจากอาเรียที่กำลังกังวลเป็นอย่างมาก เธอลองถามเผื่อเขาจะรู้ว่าจะกลับไปได้อย่างไร แต่คำตอบที่ได้กลับมาดันเป็นคำว่า ‘ไม่ครับ’ เสียนี่

“ตกลงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ”

เธอถามออกไปทั้งที่ยังกุมขมับ และในครั้งนี้คำตอบที่เธอได้ก็ยังมีแต่คำว่าไม่รู้เหมือนเดิม

มันก็ควรจะเป็นแบบนั้น เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างก็วิ่งหนีมาอย่างไร้สติ อาเรียตัดสินใจได้ในที่สุดว่าเธอจะไม่ถามอะไรกับเขาอีก

“ก่อนอื่น เราต้องหาทางกลับกันก่อน”

“ยังไงล่ะคะ”

“ถ้าเราลองเดินไปเรื่อยๆ ก็คงไปออกที่ไหนสักที่ได้นะครับ”

“แล้วถ้าเราหลุดออกไปไกลขึ้นล่ะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้แล้วครับ”

เป็นเรื่องปกติหากจะเดินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอหนทาง แต่เธอยังมีเรื่องกังวลอยู่อีกอย่าง นั่นคือเรียวขาอันบอบบางของเธอจะทนไหวหรือไม่

ฝ่าเท้าของเธอเริ่มมีอาการเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาเล็กน้อยตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้ว และเธอก็แน่ใจว่าอีกไม่นานจะต้องมีอาการผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นกับข้อเท้าเธอแน่นอน

‘จะไม่เป็นไรจริงๆ น่ะหรือ’

ชายหนุ่มสังเกตเห็นว่าสายตาของอาเรียกำลังก้มมองขาตนเองอยู่ เขาจมอยู่นิ่งคิดเพราะความสงสัยไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยถามเอาคำตอบจากเธอ

“หรือเพราะเลดี้เจ็บขาหรือครับ”

“…”

ในเมื่อเธอคือธิดาขุนนาง มันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น สมกับเป็นพวกเธอที่แค่เดินเล่นอยู่ในสวนของคฤหาสน์เพียงพักเดียวจริงๆ

แม้จะเคยชินกับรองเท้าปลายแหลมที่ถูกใช้งานมาอย่างหนัก แต่มันก็เจ็บปวดจนทรมานเกินกว่าจะทนเดินนานๆ ได้

“ขี่หลังผมไหม”

“…อะไรนะคะ”

“ถ้าเดินลำบากมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่ครับ”

“ไม่ค่ะ!”

จะให้เธอทำเรื่องน่าอายเช่นนั้นได้อย่างไรกัน! อาเรียทำเหมือนไม่ได้เป็นอะไรแล้วเริ่มออกเดินนำหน้าไปก่อน

อาซหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะภาพแผ่นหลังของเธอที่ออกเดินไปอย่างมั่นใจทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเดินไปไหน

“ไปพร้อมกันสิครับ!”

“…”

นี่เขาไม่รู้สึกอะไรกับสถานการณ์ในตอนนี้บ้างเลยหรือ อาซเข้าไปใกล้อาเรียทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอกำลังจะเดินไปไหนและกำลังรู้สึกอย่างไร ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไปพร้อมกับเธอ

“ถ้าไม่ขี่หลังผมแล้ว คุณจะไม่เป็นไรจริงๆ หรือครับ”

“แน่นอนค่ะ”

“แต่ถ้าเจ็บขาก็บอกผมได้ตลอดเลยนะครับ ยังไงถนนนี้ก็ไม่มีคนอยู่แล้วน่ะครับ”

“มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอกค่ะ”

อาเรียให้คำมั่นกับตัวเองว่าเธอจะไม่ยอมขี่หลังเขาเด็ดขาดถึงจาเธอจะหักจนตายไปเลยก็ตาม เธอไม่หันมองอาซเลยสักนิด ท่าทางนั้นไม่อาจทำให้อาซหุบยิ้มลงได้เลย

“ผมไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าจะได้มาเดินกับเลดี้แค่สองคนแบบนี้”

“ดิฉันก็ไม่เคยคิดเช่นกันค่ะ เพราะดิฉันไม่น่าจะต้องมาเดินอยู่กับผู้ชายสองคนแบบนี้”

“แต่อย่างว่าล่ะครับ บางทีการได้พบเจอกันใหม่ก็เป็นเรื่องที่โชคดีนะครับ”

“ดิฉันเห็นด้วย แต่จะเป็นแบบนั้นก็ต่อเมื่อได้เจอคนที่จะช่วยเหลือกันได้มากกว่านะคะ”

“ผมก็คิดว่าเลดี้คือคนที่จะช่วยผมได้นะครับ”

“คุณคิดตรงกันข้ามกับดิฉันเลยล่ะค่ะ”

เธอใช้ชีวิตเป็นนางมารร้ายมาอย่างยาวนานและไหนจะประสบการณ์ในชีวิตของเธออีก ทำให้เธอสามารถรักษาท่าทีเย็นชาต่อคำพูดของอาซได้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพูดกับเธอ ทั้งยังแสดงออกว่าชื่นชอบในตัวเธอราวกับไม่ได้รับความเจ็บปวดแม้แต่นิดเดียว

‘นี่เขามีศักดิ์ศรีอยู่แค่ฝุ่นธุลีหรืออย่างไร’

แม้ภายในใจจะตกใจที่เขาดูแตกต่างจากตอนเจอกันครั้งแรกราวกับคนละคน แต่ก็ยังพยายามทำเหมือนไม่มีอะไร

ตัวตนที่แท้จริงที่เขาซ่อนเอาไว้จะต้องต่างจากตอนนี้อย่างแน่นอน เขาเพียงแค่ถอยลงไปก้าวหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการก็เท่านั้น เธอยืดหลังตรงเมื่อคิดได้ว่าเธอไม่ควรหลงไปตามคำของเขาง่ายๆ

“เลดี้เองก็ยังไม่รู้จักผมดีพอที่จะยืนยันได้นี่ครับ”

“เรื่องนั้นคุณเองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือคะ เราต่างก็ไม่รู้จักตัวตนของกันและกันทั้งคู่ ดังนั้นก็ยังตัดสินไม่ได้อยู่ดีนะคะว่าเราจะช่วยกันได้หรือไม่”

นี่เธอเดินมาผิดทางหรือเปล่านะ รอบกายตอนนี้กลับมืดลงไปเรื่อยๆ แล้ว นี่ใช่เมืองหลวงจริงๆ หรือเปล่า ในเมืองหลวงมีที่ที่มืดและเงียบสงบขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ

เธอสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อมาถึงสถานที่ที่เธอไม่รู้จัก ทั้งยังกลัวว่าจะมีบางอย่างผิดพลาดไปอีกด้วย

“ไม่รู้สิครับ…”

เขาจ้องมองอาเรียที่ยืดขาออกไปสุดแรงพร้อมใบหน้าซีดเผือดด้วยนัยน์ตาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม

“แต่ผมอยากรู้เกี่ยวกับเลดี้มากๆ เลยนะ…”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะคะ”

“ไม่ใช่แค่คิด แต่ผมพูดจริงครับ”

นี่เขากำลังพูดพล่อยๆ ออกมาว่าตัวเองรู้ดี หลังจากได้ฟังข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเขาก็โง่สิ้นดี

ยิ่งเขาเชื่อข่าวลืออย่างไม่ลืมหูลืมตา ก็ยิ่งง่ายที่เขาจะเข้าไปพัวพันกับข่าวลือนั้นจนตัวเองต้องพังทลาย อีกไม่นานชายหนุ่มคนนี้คงได้ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้กับพื้นเป็นแน่

“เพราะผมคิดว่าภายในใจของเลดี้ ต่างจากที่ผมเห็นภายนอกน่ะครับ”

เสียงทุ้มต่ำของอาซดังก้องพื้นที่ว่างเปล่าที่มีเพียงเสียงเดินเท้า เธอไม่อาจรู้ได้เพราะไม่ได้มองหน้าเขาโดยตรง แต่เสียงที่ได้ยินนั้นช่างเย็นชาเหลือเกิน

‘นายเคยเจอฉันแค่ไม่กี่ครั้ง นายจะไปรู้อะไร!’

เธอหยุดฝีเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้า เมื่อได้ยินคำพูดที่ทำให้รำคาญใจ เธอไม่ชอบใจที่เขาคอยมาปรากฏตัวมากวนใจเธออยู่เรื่อยโดยที่ไม่เคยแสดงตัวตนที่แท้จริงให้เห็นบ้างเลย

ในเมื่อเธอแสดงออกว่าไม่ชอบเสียขนาดนี้ จะดีกว่าหรือไม่หากเขาจะยอมถอยลงมาสักหน่อย เพราะถึงเขาจะไม่ใช่ชนชั้นสูง แต่ทั้งมารยาทและความใส่ใจก็ถือเป็นเรื่องของสามัญชนเช่นกัน

ณ พื้นที่ว่างเปล่าที่ไม่มีใครอยู่นี้ ผู้ชายนามว่าอาซคือสิ่งที่เธออยากจะหลีกหนีเสียให้พ้น อาเรียดึงเอาใบหน้าโหดร้ายที่ซ่อนไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมาออกมาใช้ ก่อนจะหันไปยังทิศทางที่อาซอยู่

“ที่จริงแล้ว…!”

แต่เธอกลับไม่สามารถเอ่ยคำต่อว่าต่อขานอย่างโหดร้ายออกไปได้จนจบ เพราะนัยน์ตาสีน้ำเงินที่เป็นประกายเด่นชัดท่ามกลางความมืดนั้น แย่งเอาความคิดของเธอไปจนหมด

‘นั่น แววตาแบบนั้น… คือแววตาที่ออกมาจากมนุษย์ได้จริงๆ น่ะหรือ’

แววตาสีน้ำเงินที่คล้ายจะเปล่งแสงออกมาได้นั้น ปิดกั้นทุกคำพูดของอาเรียไว้ และหยุดทุกการกระทำของเธอเช่นกัน แม้แต่หมู่ดาวในค่ำคืนอันมืดมิดยังไม่เปล่งแสงสุกสกาวได้เท่านี้

“นี่คุณ… คุณเป็นใคร เป็นอะไรกันแน่…”

เสียงที่หลุดออกมาจากริมฝีปากทั้งสองสั่นเครืออย่างน่าสงสาร

ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจอย่างความหวาดกลัวว่าเขาอาจเป็นอสูรร้ายที่แปลงกายมา และการต้องพานพบตัวตนอย่างอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์พุ่งพรวดขึ้นมาทันที

“ในที่สุดก็สนใจผมแล้วหรือครับ เลดี้แห่งโรสเซนต์”

ทั้งสองอยู่ใกล้กันมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เมื่ออาซขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างที่แคบอยู่แล้วก็ยิ่งแคบลงกว่าเดิม

เขาหลุบตาลงมองอาเรียที่อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียวพลางยื่นมือไปลูบแก้มขาว

ฝ่ามืออุ่นของอาซอ้อยอิ่งอยู่บนแก้มของอาเรียอยู่เป็นเวลานาน เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีท่าทีหลบหลีกแม้จะผงะไปบ้างก็ตาม

เมื่อนัยน์ตาสีน้ำเงินที่จ้องตรงมายังนัยน์ตาสีเขียวของอาเรียเริ่มเป็นประกายเข้มขึ้น อาซก็เอ่ยทำลายความเงียบที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน

“เรื่องนั้น ไว้เลดี้สนิทกับผมมากกว่านี้ ผมจะบอกนะครับ”

ส่วนตัวแล้วผมอยากบอกเลดี้เหลือเกินครับ เมื่อเธอยังคงมองตาอาซไม่ละไปไหน ทั้งยังไม่อาจตอบอะไรกลับไปได้ราวกับลุ่มหลงในนัยน์ตาสีน้ำเงินนั้น เขาจึงน้อมตัวลงมากดจูบบนหน้าผากของอาเรีย

สัมผัสคล้ายแสงดาวพรมจูบลงมา ทำให้อาเรียค่อยๆ หลับตาลงเบาๆ อาเรียไม่อาจลืมตาขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย เพราะภาพเลือนรางที่ทำให้คิดไปเองราวกับเธอกำลังฝัน

“…ถ้าเช่นนั้น ผมจะรอวันที่เราจะได้เจอกันอีกครั้งในเร็ววันนี้นะครับ”

เธอลืมตาขึ้นมาเพราะสัมผัสบนหน้าผากได้ผละจากไป และน้ำเสียงที่บอกให้รู้ถึงการจากลา แต่อาซกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทั้งที่เธอแน่ใจว่าเธอเพิ่งได้ยินเสียงเขาอยู่เมื่อครู่นี้เอง

ยิ่งไปกว่านั้น ที่โล่งกว้างอันมืดมิดซึ่งมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้นนอกจากแววตาของอาซเมื่อครู่นี้กลับหายไป ทั้งยังเปลี่ยนเป็นถนนที่มีผู้คนแออัดอีกต่างหาก

‘นี่มันเรื่องอะไรกันแน่…’

เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผากเพราะรู้สึกว่าไออุ่นที่ริมฝีปากของเขาแตะลงมายังหลงเหลืออยู่

สิ่งที่สัมผัสได้คือความชุ่มชื้นแม้จะเพียงเล็กน้อยมากก็ตาม ซึ่งยากที่จะบอกได้ว่าความชื้นนั้นคือรอยจูบจากอาซหรือเหงื่อของเธอที่ไหลออกมาเพราะความเครียดกันแน่

“เลดี้!”

เมื่อหันหน้าไปตามเสียงที่แว่วมาจากไกลๆ เธอก็พบกับคนสองคนที่วิ่งเข้ามาหาเธออย่างรีบร้อน

“…เจสซี่”

“จู่ๆ เลดี้ก็หายไป ดิฉันตกใจแทบแย่!”

“…ฉันก็เหมือนกัน”

คนที่ตกใจไม่ได้มีเจสซี่เพียงคนเดียว อาเรียเองก็ยังไม่สามารถทำให้หัวใจที่เต้นรัวเร็วของเธอสงบลงได้เช่นกัน

“ดิฉันว่ามันอันตราย เรารีบกลับคฤหาสน์กันก่อนดีกว่านะคะ ดิฉันสนุกกับงานเทศกาลมาพอแล้วล่ะค่ะ”

อาเรียปล่อยเจสซี่ที่วิ่งพล่านจนวุ่นวายไว้ข้างหน้า ขณะที่เธอเองยังไม่อาจตั้งสติได้ไปพักใหญ่จากเรื่องก่อนหน้านี้ที่ยังเอาแต่ตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัวเธอ

……………………….

Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 50"

MANGA DISCUSSION

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

*

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

YOU MAY ALSO LIKE

615a9f0d4QfoKvfT
ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
February 22, 2026
6093667eAUpUeUBx
ระบบเติมเงินข้ามภพ
May 15, 2022
61388e9eqbVDIzSH
สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?!
August 3, 2025
613f2d97bc6ePM7X
หมอหญิงจ้าวดวงใจ
February 8, 2026
  • อ่านนิยาย
เป็นคนชอบอ่านนิยายใช่ไหม ? ไม่ต้องเปลืองงบค่าหนังสือแบบเล่มตลอดก็ได้ เพราะราคาต่อเล่มก็หลายร้อยเลย สำหรับสายประหยัดงบหรือชอบอ่านเป็น E-Book
มาลองอ่าน นิยาย pdf มีให้โหลดอ่านฟรี ๆ หลายเว็บเลย ทางเราก็เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการนิยายออนไลน์ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟน ๆ
นิยายหลายแนว สนใจแนวไหนเข้ามาเว็บโหลดนิยาย pdf ได้ตลอดเวลา

อ่านนิยาย pdf อย่างไรให้ปลอดภัยจากไวรัส หลายเว็บมักแฝงไปด้วยไวรัสเข้ามือถือเข้าคอมพิวเตอร์จากไฟล์ต่าง ๆ
ที่ปล่อยให้โหลดนิยายอ่านฟรีแต่ถ้าใครอยากจะอ่านนิยายไทย pdf และแนวอื่น ๆ แบบปลอดภัย เว็บเราการันตีไม่มีของแถมเข้าเครื่องคุณแน่นอน เป็นไฟล์ PDF ที่เปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
โหลดเก็บไว้อ่านได้ตามที่สะดวกเลยรอบรับการอ่านในทุกอุปกรณ์ จะเป็น นิยายจีน pdf นิยายไทย นิยายเกาหลี ฯลฯ ชอบแบบไหนเลือกโหลดอ่านได้ตามใจ

© 2020 Novel-Lucky. All rights reserved

Sign in

Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Sign Up

Register For This Site.

Log in | Lost your password?

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF

Lost your password?

Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

← Back to novel-lucky | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF