พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ - บทที่ 712 คิดถึงความหลัง
คิดไม่ถึงว่าเวลาแบบนี้ กลับมีคนที่ชอบปาจรีย์โผล่ออกมา
หรือว่า ช่วงนี้ที่ปาจรีย์ผิดปกติ เพราะเกี่ยวข้องกับคนนี้?
ไม่ว่ายังไงแล้วตามความหมายของแม่ปารวี คนคนนี้เป็นเพื่อนบ้านจิรดำรงค์เมื่อยี่สิบปีก่อน ยี่สิบปีก่อนปาจรีย์พึ่งอายุเท่าไหร่กัน คงจะหกขวบเองมั้ง
งั้นคนที่ชื่อรพีนั้น อายุก็คงไม่โตไปถึงไหน มากสุดก็คงจะสิบขวบ เด็กสิขวบคนหนึ่ง เข้าใจเรื่องความรู้สึกจริงๆ เหรอ?
อีกอย่าง ทั้งสองบ้านแยกกันยี่สิบปีแล้ว ปาจรีย์และรพีก็ไม่ได้เจอกันจะยี่สิบปีแล้ว รพีจะชอบปาจรีย์จริงๆ เหรอ?
ถึงแม้ว่าจะโตไว สิบขวบก็เข้าใจเรื่องความรู้สึก แล้วชอบปาจรีย์ งั้นทำไมไม่มาหาปาจรีย์เร็วๆ แต่ดันต้องมาในตอนที่ผ่านไปยี่สิบปีแล้วล่ะ?
อีกอย่างเวลาที่คนคนนี้มา ก็บังเอิญกับความผิดปกนี้ของปาจรีย์ขนาดนี้ ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูง ความผิดปกติของปาจรีย์ มีความเกี่ยวข้องกับรพี
พอนึกถึงจุดนี้ วารุณีกัดริมฝีปาก มีความหวาดระแวงในใจกับคนที่ชื่อรพีทั้งที่ยังไม่ได้เจอหน้า แต่ว่าในไม่ช้า เธอก็เก็บความหวาดระแวงนี้กลับไป
ไม่ว่ายังไงแล้วคุณแม่ปารวีอยู่ที่นี่ อีกอย่างในตอนที่คุณแม่ปารวีพูดถึงรพี สีหน้าก็ดูดีใจมาก ชัดเจนเลยว่า คุณแม่ปารวีชอบคนที่ชื่อรพี หวังว่ารพีจะคบกับปาจรีย์
งั้นเธอแสดงความหวาดระแวงที่ไม่ดีต่อรพี จะทำให้คุณแม่ปารวีไม่ชอบ
“จริงด้วยค่ะคุณน้า ปาจรีย์กับคุณรพีนั่นออกไปนานเท่าไหร่แล้วคะ?” วารุณียกแก้วชาขึ้นมา ดื่มชาแล้วถาม
คุณแม่ปารวีตอบกลับ “ออกไปสักพักแล้ว”
“แล้วช่วงกลางวันจะกลับมาทานข้าวไหมคะ?”
“กลับอยู่นะ” คุณแม่ปารวีพยักหน้ายิ้ม จากนั้นก็เอ่ยขึ้นว่า “แล้วก็หนูวารุณี หนูอย่ากลับนะ อยู่ทานข้าวด้วยกัน ฉันให้คุณอาหนูลงครัว”
“ได้ค่ะ” ดวงตาของวารุณีเปล่งประกายขึ้นทันที ตอบกลับ
ในบ้านจิรดำรงค์ถึงแม้ว่าปกติแล้วคนที่ทำอาหารคือคุณแม่ปารวี
ทว่าคนที่ทำอาหารอร่อยที่สุด ก็ยังเป็นคุณพ่อประสิทธิ์
เพราะว่าเมื่อก่อนคุณพ่อประสิทธิ์คือเชฟ ผู้ที่ผ่านการรับรองเชฟระดับต้นๆ ด้วย
เมื่อก่อนตอนที่อยู่ต่างประเทศ เธอทานทานอาหารที่คุณพ่อประสิทธิ์ทำให้ไม่น้อยเลย แต่ว่าหลังจากกลับประเทศแล้ว ก็ไม่ได้กินอีกเลย
ตอนนี้คุณแม่ปารวีพูดถึง ปากของเธอก็อดน้ำลายไหลไม่ได้เลย
คุณแม่ปารวีเห็นสีหน้าที่รอคอยของวารุณี ยิ้มตอบกลับว่า “วารุณีอยากกินอะไร เดี๋ยวน้าให้คุณอาไปซื้อ”
“งั้นหนูไม่เกรงใจแล้วนะคะ” วารุณีพูดชื่ออาหารมาสองเมนู
คุณพ่อประสิทธิ์นำผลไม้ที่หั่นเสร็จออกมาจากห้องครัว วางผลไม้ไว้ตรงหน้าของวารุณี
คุณแม่ปารวีก็บอกเขาว่า “ตาเฒ่า รีบไปซื้อผัก เดี๋ยวโชว์ฝีมือให้วารุณีหน่อย”
“โอเคๆๆ” คุณพ่อประสิทธิ์ตกลงอย่างดีใจ
ถึงแม้ว่าเขาไม่ชอบทำอาหาร ปกติให้คุณแม่ปารวีทำก็สามารถมองออกแล้ว
แต่ว่าขอแค่ที่บ้านมีแขก เขาก็เต็มใจลงครัวมาก
ผ่านไปไม่นาน คุณพ่อประสิทธิ์ก็หยิบเงินที่ใช้ซื้อผักจากคุณแม่ปารวี ออกจากบ้านไปอย่างมีความสุข
ในบ้าน ก็เหลือเพียงแต่คุณแม่ปารวีและวารุณีสองคนแล้ว
คุณแม่ปารวีถามถึงสถานการณ์ที่วารุณีกลับประเทศก่อนหน้านี้
นอกจากวารุณีจะปิดบังเรื่องอันตรายที่ประสบมาแล้ว เรื่องอื่นๆ ไม่ได้ปิดบังอะไร
คุณแม่ปารวีได้ยินว่าเธอคลอดลูกคนที่สามแล้ว ทว่าอาการของลูกไม่ค่อยดี ณ ตอนนี้ยังอยู่ในตู้อบ ก็รู้สึกเศร้า
“ไม่ทันรู้ตัว วรยาก็จากไปจะหนึ่งปีแล้ว” คุณแม่ปารวีพูด
วารุณีได้ยินเธอพูดถึงคุณแม่ของตนเอง นัยน์ตาก็หม่นหมองแล้วมองลงล่าง “ใช่ค่ะ”
“หากวรยายังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ต้องดีใจมากแน่ๆ ที่มีหลานเพิ่มอีกคน น่าเสียดายจริงๆ” คุณแม่ปารวียิ้มขื่นแล้วส่ายหัว
ถึงแม้เธอกับวรยาจะรู้จักกันเพียงไม่กี่ปี แต่ว่าความสัมพันธ์ดีมาก บอกว่าเป็นเพื่อนสนิท ก็ไม่ได้เกินไป
ดังนั้นตอนนั้นที่ได้ข่าวว่าวรยาเสียชีวิต ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อยากจะเชื่อ จนกระทั่งร่วมงานศพกลับมา เธอจึงจะยอมรับ ว่าวรยาจากไปแล้วจริงๆ
ส่วนเธอ ก็เพราะว่าเพื่อนสนิทเสียชีวิต ป่วยหนักไปเลย
“คุณน้าพูดถูกค่ะ ตอนนั้นที่อารัณและไอริณยังเด็ก แม่หนูเป็นคนเลี้ยงเอง เธอชอบเด็กมาก เพื่อที่จะเลี้ยงอารัณและไอริณ ถึงขั้นยอมทิ้งความคิดที่จะไปเที่ยว ต้องรู้ว่า เธอชอบเที่ยวที่สุดแล้ว จนกระทั่งไอริณและอารัณโตมาหน่อย สามารถเดินได้แล้ว เธอจึงจะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง ดังนั้นหากแม่หนูยังไม่เสียชีวิต งั้นเธอก็คงจะดูแลสุขใจแบบนี้แน่นอนค่ะ” วารุณีถอนหายใจ
ถึงแม้คุณแม่จะเสียชีวิตไปเกือบปีแล้ว เธอเองก็เดินออกมาจากความเจ็บปวดแล้ว
แต่ว่าทุกครั้งที่พูดถึงคุณแม่ ก็ยังรู้สึกเสียใจ ในใจก็ยังรู้สึกเจ็บเหมือนเดิม
“โทษแม่เลี้ยงที่หน้าด้านกับพ่อของเธอทั้งนั้น” คุณแม่ปารวีพูดอย่างดูถูก
วารุณีขมวดคิ้ว นัยน์ตามีความรังเกียจผ่านไป “ใช่ค่ะ ขยานีผลักแม่หนูลงจากตึก สุภัทรช่วยปิดบังความผิดของขยานี ดังนั้นสุดท้ายแล้วพวกเขาต้องชดใช้ ขยานีถูกประหารชีวิต การตายของสุภัทรในตอนสุดท้ายก็ไม่ดี”
ถึงแม้ว่าเธอจะให้อภัยสุภัทรแล้ว ไม่ว่ายังไงคนตายแล้วหนี้ก็หมดไปเช่นกันอยู่แล้ว
แต่ว่าความเกลียดชังที่มีต่อสุภัทรในใจ เธอกลับยังไม่ปล่อยวาง และไม่มีวันปล่อยวาง
ไม่มีลูกคนไหน จะชอบพ่อแบบนี้
“นั่นเป็นเพราะพวกเขาสมควรแล้ว การที่เป็นอดีตสามี มีชู้ในระหว่างแต่งงานก็ช่างเถอะ ยังให้อดีตภรรยาออกจากบ้านตัวเปล่า แล้วไล่ลูกสองคนที่อดีตภรรยาคลอดออกจากบ้าน รับผู้หญิงข้างนอกและลูกชู้กลับบ้าน ผลปรากฏว่ายังไงล่ะ ผู้หญิงข้างนอกไม่ได้รักเขาเลย ยังเป็นชู้อีก แม้กระทั่งลูกชู้ที่เขารัก ก็ไม่ใช่ลูกแท้ๆ สองคนที่ไล่ออกไปต่างหากที่ใช่ นี่ก็คือเวรกรรม” คุณแม่ปารวีตบไปที่ขาทันที
วารุณีเสยผม “ช่างเถอะค่ะคุณน้า ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว ทำร้ายอารมณ์ ลองใส่เสื้อผ้าที่หนูซื้อให้ดูค่ะว่าเป็นยังไงบ้าง?”
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้น หยิบถุงที่ใส่เสื้อผ้า นำเสื้อผ้าออกมากาง ให้คุณแม่ปารวีใส่
ถึงแม้ว่คุณแม่ปารวีจะค่อนข้างเกรงใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้วารุณีผิดหวัง วางแก้วชาในมือลง เริ่มลองเสื้อผ้า
ยังดีที่ลองเป็นเสื้อกันหนาวหมด ไม่ต้องกลับห้อง เด็กคนหนึ่งและผู้อาวุโสคนหนึ่งมาลองเสื้อผ้ากันอย่างสนุกสนาน
และในขณะนี้ จู่ๆประตูห้องรับแขกก็เปิดออก ข้างนอกมีเสียงชายหนึ่งหญิงหนึ่งดังขึ้น “พี่รพี วันนี้ขอบคุณพี่มากนะคะ”
“ไม่เป็นไร” ผู้ชายตอบกลับอย่างอ่อนโยน
น้ำเสียงของผู้ชายวารุณีฟังแล้วแปลกหน้า ไม่เคยได้ยินมากอ่น แต่ว่าเสียงของผู้ชาย วารุณีคุ้นเคยมาก นั่นก็คือปาจรีย์
เธอหยุดท่าทางที่ติดกระดุมให้คุณแม่ปารวี หันหลังมองไปทางหน้าประตู เห็นปาจรีย์เข้าประตูมาพอดร กำลังก้มหน้าเปลี่ยนรองเท้าอยู่
และข้างหลังของเขา ยังมีผู้ชายที่สูงหล่อยืนอยู่
ผู้ชายคนนั้นยิ้มแฉ่งแล้วมองปาจรีย์ ความลึกซึ้งในนัยน์ตาจะทะลักออกมาแล้ว
นี่ทำให้วารุณีอดอึ้งไม่ไหว
คนคนนี้ เมื่อกี้ปาจรีย์เรียกเขาว่าพี่รพี ดังนั้นน่าจะเป็นรพีที่คุณแม่ปารวีพูด
เมื่อกี้เธอเดาว่า รพีอาจจะไม่รักปาจรีย์ ไม่เช่นนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ยี่สิบปีมานี้ไม่มาหาปาจรีย์เลย
แต่ว่าเธอมองเห็นความลึกซึ้งที่รพีมีต่อปาจรีย์ในเมื่อกี้ จู่ๆ เธอก็เริ่มสับสน
หรือว่าเธอเดาผิดไปแล้ว คนคนนี้รักปาจรีย์มาก?
หรือว่า คนคนนี้การแสดงดีเกินไป กำลังแสดงว่ารักปาจรีย์อย่างลึกซึ้งอยู่ตลอดเวลา?
หากเป็นแบบนี้จริงๆ คนคนนี้ก็น่ากลัวแล้ว
แต่เธอหวังว่า ดีที่สุดจะไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะว่าปาจรีย์ตกอยู่ในบ่มความรักของพงศกร ถึงแม้ว่าก่อนหน้าเคยบอกว่าจะปล่อยวางความรู้สึกที่มีต่อพงศกร แต่ว่าเธอมองออก ถึงแม้ปาจรีย์จะติดต่อพงศกรน้อยมาก พยายามไม่พูดถึงพงศกร แต่ว่าความรู้สึกที่ปาจรีย์มีต่อพงศกร ก็ยังไม่เคยเปลี่ยน แค่กดทับอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ ไม่ให้ผู้อื่นมองเห็น
ไม่แน่ในบางครั้ง ในช่วงเวลากลางคืนที่อยู่คนเดียว ปาจรีย์ก็จะนำความรู้สึกนั้นออกมา
เธอรู้ดียิ่งกว่าใครว่าปาจรีย์รักพงศกร และรู้ดียิ่งกว่าใครว่า ปาจรีย์เจ็บปวดแค่ไหน ในความรู้สึกที่ไม่เท่าเทียมนี้