พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่405 คุณจะต้องเสียใจทีหลัง
บทที่405 คุณจะต้องเสียใจทีหลัง
“ คนคนนี้จงใจทำให้หลินโพ่ไห่โกรธใช่ไหม”
“น่าจะไม่ใช่นะ ดูจากสีหน้าของเขา เหมือนจะไม่รู้จักตระกูลหลินจริงๆ“
“เขาคงไม่รู้จริงๆ ไม่งั้นเขาจะกล้าพูดแบบนั้นได้ไง? ถึงแม้จะเป็นเมืองหลวง ตระกูลหลินก็น่าจะมีคนจากตระกูลใหญ่ระดับสูงทั้งห้าในเมืองหลวงต้องการการอยากผูกมิตรด้วย ถึงแม้ห้าตระกูลใหญ่จะมีอำนาจล้นฟ้าก็ต้องไว้หน้าให้ตระกูลหลินบ้าง เพราะตระกูลหลินเป็นตระกูลเก่าแก่ ส่วนตระกูลใหญ่ระดับสูงทั้งห้าตระกูลต่างเพิ่งจะก่อตัวขึ้นมาไม่ถึงร้อยปี ไม่มีเสาหลักที่มั่นคงพอ จึงยังไม่สามารถเปรียบเทียบกับตระกูลเก่าอย่างตระกูลหลินได้ ”
“อืม ช่างเป็นคนที่ไร้เดียงสามากจริงๆ เดี๋ยวถ้าเขารู้ถึงความแข็งแกร่งของตระกูลหลิน คงจะตกใจจนร้องไห้แน่ๆ”
“ บางทีเขาคงจะคิดว่าบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีมีความแข็งแกร่งมากจนไม่มีใครหน้าไหนสู้ได้มั้ง”
พอได้ยินคำพูดของลู่เฉิน บรรดาชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนมุงดูต่างก็เริ่มหัวเราะเยาะลู่เฉิน
ความร้ายกาจของลู่เฉินเพียงเพราะพวกเขาได้พัฒนาอาวุธทรงพลังออกมาหกชนิดเท่านั้นเอง
แต่ในสายตาของพวกครอบครัวที่ลึกลับเทคโนโลยีเหล่านี้ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ครอบครัวลึกลับแสวงหาศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริงเพื่อให้ได้ขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุด ตามคำกล่าวที่บอกไว้ว่า คุณสามารถไม่เข้าสังคมได้ แต่อย่างน้อยคุณต้องเข้าใจถึงการมีสังคม
คุณสามารถไม่ผูกสัมพันธ์กับครอบครัวที่ลึกลับ แต่อย่างน้อยคุณต้องรู้ถึงเบื้องลึกของครอบครัวที่ลึกลับ
ลู่เฉินในสายตาของทุกคนตอนนี้ เหมือนคนที่เพิ่งเข้ามาสู่สังคมภายนอก ไม่รู้อะไรกับเขาสักอย่าง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า คุณ อย่ามาเล่นตลกหน่อยเลย ช่างเถอะ เห็นแก่ที่นายไม่รู้เรื่องอะไรมาก ขอแค่นายคุกเข่าขอโทษ แล้วรีบหายตัวไปจากสายตาของฉัน ฉันก็จะยกโทษให้”
หลินโพ่ไห่หัวเราะเสียงดัง พอเห็นแววตาของลู่เฉิน เขาก็หมดอารมณ์จะหัวเราะไปเลย
พูดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีค่าพอให้ตระกูลหลินลงมือสั่งสอนเองนะ
“ลู่เฉินฉันยอมรับว่านายมีจิตใจที่กล้าหาญมาก อาวุธที่นายสร้างออกมาหาที่ไหนไม่ได้แล้วในโลก แต่ความสำเร็จทั้งหมดของนาย ในสายตาของตระกูลหลิน มันไม่มีค่าอะไรเลย ตระกูลหลินเป็นสืบทอดกันมายาวนานกว่าพันปี แค่พวกเขานึกภาพในสมองก็สามารถตัดแขนนายหลุดได้แล้ว ดังนั้นนายหยุดเถอะ คุกเข่าขอโทษคุณชายหลิน ไม่อย่างนั้นเทวดาที่ไหนก็ช่วยนายไม่ได้แล้วนะ”โจวเจินเฟ่ยมองลู่เฉินอย่างดูหมิ่นเหยียดหยาม ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เผชิญหน้าลู่เฉิน เขาไม่เคยรู้สึกสะใจแบบนี้มาก่อนเลย
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าลู่เฉินใกล้จะรับแรงกดดันไม่ไหวแล้ว กลับได้ยินเสียงเสี่ยวจิงพูดเสียงเย็นชา “ตอนนี้รีบคุกเข่าขอโทษลูกพี่ของฉัน แล้วฉันจะไว้ชีวิตนาย”
“พระเจ้า คนคนนี้บ้าไปแล้วหรือเปล่า ถึงได้บอกให้คุณชายหลินคุกเข่าขอโทษ สมองเขามีปัญหาหรือว่าต้องการประจบเจ้านายกันแน่ ไม่ดูก่อนว่าคู่ต่อสู้เป็นใคร”พอได้ยินคำพูดของเสี่ยวจิงทุกคนจึงพากันตกตะลึงไปจนหมด
พวกเขาไม่เข้าใจว่าใครให้ความกล้าเสี่ยวจิงถึงขนาดนั้น หลังจากนั้นหลินโพ่ไห่ก็โมโหขึ้นมาทันที
“นายพูดว่าอะไรนะ ไหนลองพูดอีกครั้งสิ” หลินโพ่ไห่ตะคอกเสียงดัง
“ฉันบอกว่าให้นายคุกเข่าขอโทษลูกพี่ของฉัน แล้วฉันจะไว้ชีวิตนาย ไม่ได้ยินหรือไง”เสี่ยวจิงพูดอีกครั้ง
“หาที่ตาย”หลินโพ่ไห่ตะโกนลั่น ก่อนจะง้างหมัดเข้าหาเสี่ยวจิง
เขาเป็นนักศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง จะยอมเสียหน้าแบบนี้ได้ยังไงกัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังส่ายหน้าไปมา ไม่อยากจะเห็นสภาพตอนที่เสี่ยวจิงโดนหลินโพ่ไห่ทำร้ายจนเจ็บปางตาย แต่หมัดของหลินโพ่ไห่กลับถูกล็อกไว้จนนิ่ง ขยับไปไหนไม่ได้
“นายกล้าลงมือกลับอย่างนั้นเหรอ” พอถูกเสี่ยวจิงจับหมัดไว้แน่น หลินโพ่ไห่ก็ตกตะลึง แต่สักพักก็ได้สติกลับมา เสี่ยวจิงก็เป็นแค่นักรบธรรมดา ในตระกูลหลินของพวกเขามีอยู่เกลื่อนกลาด พี่สามของเขาก็เป็นนักรบเหมือนกัน พ่อของเขาด้วย เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะสู้เขาได้
“คุกเข่าลงไป” เสี่ยวจิงไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าแขนของหลินโพ่ไห่ แล้วหักกลับ ก่อนจะใช้แรงดันหลินโพ่ไห่ให้คุกเข่าลงไป ตรงหน้าลู่เฉิน
“เฮ้ย นายกล้าหยามเกียรติฉันถึงขนาดนี้เลยเหรอ” หลินโพ่ไห่ดาแดงก่ำ ในตอนนี้ เขาแทบอยากจะหั่นอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ ให้ทรมานจนตาย
เสี่ยวจิงไม่สนใจคำพูดของหลินโพ่ไห่เลย เขายังคงดันหลินโพ่ไห่ให้คุกเข่าอยู่เหมือนเดิม ก่อนจะก้มศรีษะลงไปแล้วกดตัวหลินโพ่ไห่คุกเข่าลงกับพื้นเรียบร้อย
คนที่ยืนมุงดูต่างพากันตกตะลึงแทบไม่อยากเชื่อภาพตรงหน้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแสดงความคิดเห็น สถานการณ์ตกอยู่ในความเงียบสงบ หลินโพ่ไห่ได้รับฉายาเป็นปีศาจตระกูลหลิน เป็นลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนที่สาม หลินเจิ้นตงผู้นําตระกูลเอ็นดูมากที่สุด ไม่มีใครกล้ามีปัญหาด้วย แม้แต่บรรดาพี่ชายต่างแม่ก็ไม่มีใครกล้ามีปัญหาด้วย แต่ตอนนี้กลับคุกเข่าให้กับคนอื่นโดยต่อต้านแรงของอีกฝ่ายไม่ได้
“พี่เฉิน ให้จัดการยังไงครับ เจ้าเด็กนี้ปากเก่งมาก ให้ผมจัดการเลยไหม “เสี่ยวจิงหันไปถามลู่เฉิน เพราะเขาเองก็เป็นนักศิลปะการต่อสู่ที่แข็งแกร่งเหมือนกัน และพลังการต่อสู้ก็ไม่ด้อยไปกว่าตู้เฟยด้วย จึงแข็งแกร่งกว่าครอบครัวที่ลึกลับหลายเท่า
ดังนั้นสิ่งที่คนพวกนี้พูดก่อนหน้านี้ ล้วนแต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เพราะเสี่ยวจิงกับตู้เฟย พวกเขามีประสบการณ์ต่อสู้จริง เคยเจออันตรายผ่านความเป็นความตายมาแล้วหลายครั้ง ถึงจะฝึกฝนจนเก่งแบบนี้ได้
“จัดการซะ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตระกูลหลินจะทำอะไรฉันได้”ลู่เฉินพูด
ลู่เฉินเดินเข้าไปหาโจวเจินเฟ่ยช้าๆ
หลังจากที่หลินโพ่ไห่กับโจวเจินเฟ่ยเดินออกมา เขาเดาว่าตระกูลหลินกับตระกูลโจวจะต้องส่งคนมาคุ้มครองพวกเขาแน่ๆ
หลังจากที่เขาเห็นโจวเจินเฟ่ยที่ประเทศเจียซือครั้งที่แล้ว โจวเจินเฟ่ยก็รีบหนีกลับประเทศมาทันที คงจะหนีกลับมาหาที่พึ่งพิงอย่างแน่นอน
ดูจากท่าทางของโจวเจินเฟ่ยที่มีต่อเขาแล้ว เขาจึงเดาเรื่องราวคร่าวๆได้อยู่บ้าง
“ลู่ ลู่เฉิน ถ้านายทำอะไรคุณชายหลิน นายต้องเสียใจทีหลังแน่”
“ลงมือซะฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตระกูลโจวกับหลินจะทำให้ฉันรู้สึกเสียใจทีหลังยังไง” ลู่เฉินพยักหน้าแล้วพูดสั่งการ
เสี่ยวจิงได้ยินอย่างนั้น จึงออกแรงที่ฝ่ามืออย่างหนัก
“แคว๊ก”
เสียงกระดูกมือข้างหนึ่งหักดังขึ้นมา ทำให้ทุกคนในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบกันไปหมด